สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 304 : ผู้ชนะ
บทที่ 304 : ผู้ชนะ
เช้าวันรุ่งขึ้นต้วนหลิงเทียนก็ได้ล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำค้างบนยอดเขาเทียนเฉวียน ก่อนที่จะลงจากยอดเขา
นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนหลิงเทียนต้องเดินทางไปยังขุนเขาไท่หยาง เขาเลยไม่รู้ว่าต้องไปอย่างไร
อย่างไรก็ตามพอเขาเดินทางมาถึงขุนเขาเทียนชู เขาก็เห็นฝูงชนที่กำลังแห่กันไปยังทิศทางหนึ่ง!
เขารู้ในทันทีว่า คนจำนวนมากมายนี้ต้องมุ่งหน้าไปยังเวทีประลองของขุนเขาไท่หยางแน่นอน!
เชนนั้นเขาก็แค่เดินตามฝูงชนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ไปถึง
ระหว่างทางเขาก็ได้ยินบทสนทนาต่างๆ
“เฮ่อ ข้าไม่คิดเลยว่าการประลองศิษย์สายนอกครานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎและยกเลิกข้อจำกัด ที่ผู้เข้าร่วมต้องเป็นศิษย์สายนอกไม่เกิน 3 ปีออกไปเช่นนี้ ”
"นั่นน่ะสิ ตอนแรกข้าก็คิดว่าข้าที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 จะได้ผ่านรอบแรกเพื่อมาลุ้นเอารอบ 2 นี่เสียหน่อย สุดท้ายก็จบกัน เฮ่อ…เปลี่ยนกฎเช่นนี้ ผู้ที่จักผ่านรอบแรกได้อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 หรือ 7 นู่นล่ะ แย่ชะมัด"
"กฎเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ มิแคล้วตำแหน่งผู้ชนะเลิศคงเป็นศิษย์พี่ฉีฮ่าวจากขุนเขาอวี้เหิงอย่างแน่นอน"
"เรื่องนั้นก็ยังไม่นับว่าแน่นอนนัก… นี่เจ้าลืมศิษย์พี่เหอตงจากขุนเขาเทียนเฉวียน, ศิษย์พี่หญิงสั่วฉิงจากขุนเขาเหยากวง แล้วก็ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงจากขุนเขาเทียนเชวียนแล้วหรือไร ความแข็งแกร่งของศิษย์พี่เหล่านี้หาได้ด้อยไปกว่าศิษย์พี่ฉีฮ่าวเลยนะ…"
"เฮ่! พวกเจ้าน่ะ ข้าจะบอกอะไรให้ฟัง เมื่อไม่นานมานี้ ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงแห่งขุนเขาเทียนเชวียนพึ่งได้กระบี่วิญญาณระดับ 7 ที่สามารถเพิ่มพลังผู้ใช้ได้มากถึง 29% จากปรมาจารย์ของขุนเขาเทียนเชวียน!"
"อะไรนะ!? อาวุธวิญญาณระดับ 7 ที่เพิ่มพูนพลังได้ 29%? งั้นหรือ เจ้าแน่ใจนะ?"
…
กระบี่วิญญาณระดับ 7 ที่ขยายพลังได้ 29%?
ต้วนหลิงเทียนที่กำลังเดินอยู่บนสะพานโซ่ที่เชื่อมไปยังขุนเขาไท่หยางเมื่อได้ยินเรื่องนี้ก็สนใจไม่น้อย
ระดับของอาวุธวิญญาณยิ่งสูงเท่าไรยิ่งยากที่จะหลอมสร้างและเสริมความสามารถ
ในตอนนั้นที่เขาไปประลองหลอมสร้างอาวุธเดิมพันด้วยชีวิตที่เมืองประจำมณฑลผานางแอ่นเหิน กับผู้อาวุโส 2 จากตระกูลจู ที่ร่ำลือกันว่าเป็นผู้หลอมศาสตราระดับ 8 ที่ฝีมือเลิศล้ำไร้ผู้ต้านนั้น
มันก็ยังหลอมสร้างอาวุธวิญญาณระดับ 8 ที่มีความสามารถเสริมกำลังผู้ใช้ได้เพียง 19% เท่านั้นเอง …
และนั่นกล่าวได้ว่าเป็นอาวุธวิญญาณระดับ 8 ที่มีคุณภาพสูงล้ำแล้ว
เช่นเดียวกัน อาวุธวิญญาณระดับ 7 ที่เพิ่มพูนพลังผู้ถือครองได้ถึง 29% ย่อมเป็นอาวุธวิญญาณระดับ 7ที่มีคุณภาพสูงล้ำ!
"ถึงแม้จะเป็นข้าหลังจากที่ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 และยกระดับเปลวเพลิงหลอมศาสตราให้กลายเป็นระดับ 7แล้วก็เถอะ …แต่ข้าก็น่าจะหลอมสร้างอาวุธวิญญาณระดับ 7 ได้เต็มที่แค่เสริมพลังได้ 31% เท่านั้น …และตอนนี้หากตั้งใจจริงๆ ข้าคงหลอมอาวุธระดับ 8 จนเสริมกำลังได้ 22% "
ดังนั้นต้วนหลิงเทียนจึงเข้าใจดี ว่าอาวุธวิญญาณระดับ 7 ที่เสริมพลังได้ถึง 29% มีค่ามากแค่ไหน…
"ข้าไม่คิดเลยจะมีผู้หลอมศาสตรา ที่สามารถหลอมสร้าง ซ้ำยังกลั่นวัตถุดิบได้บริสุทธิ์มากพอที่จะทำให้อาวุธวิญญาณระดับ 7 ขยายพลังได้ 29% เช่นนี้อยู่ภายในอาณาจักรพนาคราม"
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย
ครู่ต่อมาบทสนทนาก็ลอยเข้าหูต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง
"รำลือกันว่าปรมาจารย์ของขุนเขาเทียนเชวียนถึงกับดั้นด้นไปยังราชอาณาจักรต้าฮั่น เพื่อขอให้ผู้หลอมศาสตราฝีมือดีคนหนึ่ง หลอมสร้างอาวุธให้แก่ศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงโดยเฉพาะ … "
"แม้จะเป็นราชอาณาจักรต้าฮั่นก็ตาม แต่ผู้หลอมศาสตราที่สามารถหลอมอาวุธวิญญาณระดับ 7 ให้เพิ่มพลังผู้ใช้ได้ถึง 29% ก็นับว่ามีฝีมือสูงส่งหาได้ยากเย็นยิ่งนัก!!"
"ข้าเองก็ได้ยินเรื่องที่ปรมาจารย์ขุนเขาเทียนเชวียน นั้นคาดหวังในตัวศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงมาก แต่ไม่คิดเลยว่าจะสนับสนุนศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงมากมายถึงเพียงนี้"
"ด้วยอาวุธวิญญาณระดับ 7 ที่มีคุณภาพสูงล้ำเช่นนี้ ความแข็งแกร่งของศิษย์พี่หูเฉวี่ยฟงคงเพิ่มขึ้นมิใช่น้อย!"
…
ต้วนหลิงเทียนเองก็เข้าใจได้ในทันที
ที่แท้กระบี่ระดับ 7 นั่นถูกหลอมโดยผู้หลอมศาสตราของราชอาณาจักรต้าฮั่น
ราชอาณาจักรต้าฮั่น …
หากอาณาจักรนภาล่องเป็นอาณาจักรใต้อาณัติของอาณาจกรพนาครามแล้วล่ะก็
อาณาจักรพนาครามนี้ก็ยังเป็นอาณาจักรใต้อาณัติของราชอาณาจักรต้าฮั่นอีกที!
นี่คือเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนรู้มา
แต่จะอย่างไรเรื่องนี้ก็นับว่าทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย
เพราะจากความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด กระทั่งดินแดนลับแลอันเป็นพื้นที่รอบนอกเอง ผู้หลอมศาสตราที่สามารถหลอมอาวุธวิญญาณระดับ 7 ให้มีความสามารถในการเสริมพลังได้ถึง 29% ก็ยังนับว่าหาได้ยากเย็นนัก!
ต้วนหลิงเทียนมั่นใจได้เลยว่าผู้หลอมศาสตราคนนั้นต้องโดดเด่นและมีสถานะสูงส่งไม่น้อย
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินตามฝูงชนมาจนถึงเวทีประลองของขุนเขาไท่หยาง
เวทีประลองขุนเขาไท่หยางก็ไม่ได้ต่างอะไรกับของขุนเขาเทียนเฉวียนแม้แต่น้อย มันมีเวทีหลักขนาดใหญ่ และเวทีย่อย 10 เวทีอยู่รอบๆ
ทีเวทีประลองของขุนเขาเทียนเฉวียนเมื่อวานมีเพียงคนของขุนเขาเทียนเฉวียนเท่านั้นจึงไม่ค่อยรู้สึกแน่นหนาแออัดมากเท่าไร
แต่วันนี้เหล่าศิษย์ทั้งหมดของ 6 ขุนเขาล้วนมาชมดูกันที่นี่! ทำให้เวทีของขุนเขาไท่หยางนี้ดูคล้ายเล็กลง กลับกลายเป็นแออัดหนาแน่นทันที
"ต้วนหลิงเทียน!" ทันใดนั้นเสียงเรียกชื่อเขาพลันดังขึ้น อดไม่ได้ที่เขาจะหันกลับไปมองผู้ที่กล่าวคำขานนามเขา
คนที่เรียกเขากลับเป็นศิษย์สายนอกที่เขาไม่คุ้นหน้ามาก่อนคนหนึ่ง
"เจ้าคือ?" ต้วนหลิงเทียนเอียงคอกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่รู้จักศิษย์คนนี้
"แหะๆ ต้วนหลิงเทียนเจ้าไม่รู้จักหรอก…ข้าเป็นศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนเช่นเดียวกับเจ้านี่ล่ะ …เมื่อวานข้าประทับใจวิชากระบี่ของเจ้ายิ่งนัก! มันช่างว่องไวเสียจ้ามองตามแทบไม่ทัน ราวกับมันเป็นกระบี่ที่เทพเซียนใช้อย่างไรอย่างนั้น" ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนั้นดีใจไม่น้อย ที่เห็นต้วนหลิงเทียนหันกลับมาทักเขา
ต้วนหลิงเทียนเพียงตกตะลึงเล็กน้อยที่มีคนชมซึ่งๆหน้า เขาไม่ได้หยิ่งยโสเหมือนเด็กน้อยอะไร ใครชมเขาๆก็ยิ้มให้อีกฝ่าย นี่เพราะวุฒิภาวะของเขาเหนือล้ำกว่าผู้คนทั่วไปมากมายนัก…
"นั่นคือต้วนหลิงเทียนงั้นรึ?"
"โอ้ เขาคือต้วนหลิงเทียนที่ชื่อ กระฉ่อนงั้นรึ?"
"สัตว์ประหลาดแห่งขุนเขาเทียนเฉวียน ต้วนหลิงเทียนคนนั้น?"
…
ต้วนหลิงเทียนพบว่า หลังจากที่ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนั้นเอ่ยทักชื่อเขา ผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็พลันหันมาชมดูและเริ่มรักษาระยะห่างรอบตัวเขาเพื่อไม่ทำให้เขาอึดอัด…แต่นี่มันก็ดูแปลกๆเล็กน้อย ราวกับทุกคนรังเกียจเพราะเขาเป็นโรคติดต่ออย่างไรอย่างนั้น
"สวรรค์ ยังแลดูเยาว์วัยยิ่งนัก!"
"เขาอายุถึง 20 ปีจริงๆหรือ"
"เขาน่ะหรือ คนที่สังหารศิษย์โดดเด่นของขุนเขาเทียนจีอย่างเช่าอิงที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6?"
…
คำกล่าวของคนรอบๆ ตอนนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับต้วนหลิงเทียนทั้งสิ้น
ต้วนหลิงเทียนยิ้มแหยงๆ ออกมา เขาไม่ค่อยชื่นชอบบรรยากาศเช่นนี้สักเท่าไร บรรยากาศที่ผู้คนมองเขาราวกับสัตว์ประหลาดหายากในสวนสัตว์…
"ตัวเลวร้าย!" ทันใดนั้นเองน้ำเสียงไพเราะเสียงหนึ่งสะท้อนเข้ามาในโสตรับฟังของเขา …
แค่เพียงฟังเสียงนี้เขาก็รู้แล้วว่าผู้ที่เรียกเขาเป็นใคร!
ใบหน้าแหยงๆเมื่อครู่ของต้วนหลิงเทียน เริ่มกลับกลายเป็นยิ้มแย้มในทันใด เขาก้าวอาดๆไปทางหนึ่งทันที เขาย่อมจำแนกได้ว่าเสียงเมื่อครู่ดังมาจากทิศทางใด
อาจเป็นเพราะทุกคนโดยรอบล่วงรู้อัตลักษณ์ของต้วนหลิงเทียนแล้ว… ทั้งหมดจึงรีบหลบทางให้เขาเดินสะดวกทันที
ต้วนหลิงเทียนเดินมาถึงข้างเวทีของขุนเขาไท่หยางด้านหนึ่ง ก่อนที่จะมองไปยังลี่เฟยที่กำลังยืนอยู่ด้วยท่าทางดีใจที่ได้เห็นเขา ด้านข้างลี่เฟยก็มีสตรีอ่อนแอ้นใบหน้างดงามไม่น้อยกำลังยิ้มแย้มแจ่มใสมองเขาอยู่เช่นกัน
"ต้วนหลิงเทียน ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เองที่นางรออยู่ ข้าก็ว่าแล้ว ว่านางชะเง้อมองหาอะไรอยู่ตั้งนาน"สตรีที่ร่างบางใบหน้างดงามด้านข้างลี่เฟยกล่าวออกมาอย่างสนุกสนาน
"ศิษย์พี่ ท่านกล่าวอันใดกันเล่า?" ใบหน้าลี่เฟยเผยความเขินออกมาเล็กน้อย
"ศิษย์พี่" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังศิษย์สตรีตรงหน้าพร้อมยิ้มทักทายอย่างสุภาพ เขาลอบตกใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เขารู้อยู่แล้วว่าศิษย์พี่ของลี่เฟยที่ยืนข้างๆนี้มีนามว่า สั่วฉิง
แต่เขาพึ่งมารู้เอาตอนเดินมายังเวทีประลองของขุนเขาไท่หยางนี้ว่า สั่วฉิงเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ที่มีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกับฉีฮ่าวแห่งขุนเขาอวี้เหิง
และยังเท่าเทียมกับ เหอตงจากขุนเขาเทียนเฉวียน รวมไปถึง หูเฉวี่ยฟงจากขุนเขาเทียนเชวียนเช่นกัน
และพอได้รู้เขาก็เข้าใจได้ทันที ว่าสั่วฉิงนี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เขาเห็น…
สั่วฉิงเองก็ส่งยิ้มให้ต้วนหลิงเทียนกลับไป
บุรุษตรงหน้าของนางยามนี้คือบุรุษที่ศิษย์น้องของนางรัก เช่นนั้นสำหรับนางแล้วต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้เป็นคนนอกอะไร
"เฮ่! นั่นศิษย์พี่หญิงสั่วฉิงนี่นา!" ไม่นานเหล่าศิษย์ที่อยู่รอบๆ เวทีประลองของขุนเขาไท่หยางก็เริ่มกล่าวออกมาอย่างตกใจ เมื่อจดจำได้ว่าสตรีที่งดงามคนนี้เป็นใคร
"สวรรค์ เจ้าเห็นศิษย์สตรีที่ยืนข้างศิษย์พี่สั่วฉิงหรือไม่ งดงามยิ่งนัก!"
“สวรรค์ มนุษย์เรางดงามได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ!”
"งดงามปานล่มเมืองเช่นนี้ …. หากมีอาณาจักรใดล่มสลายเพราะต้องการเป็รนเจ้าของรอยยิ้มของนางข้าจักมิแปลกใจเลย!!"
…
สายตาทุกคู่ของศิษย์รอบๆล้วนจับจ้องไปยังลี่เฟยที่อยู่ข้างๆ สั่วฉิง
สำหรับพวกเขาแล้วลี่เฟยงดงามยิ่งนัก!
แม้ว่าศิษย์สตรีในนิกายกระบี่ 7 ดาวจะมีรูปร่างและหน้าตางดงามไม่น้อย แต่ยังไม่มีใครงดงามได้เทียบเท่านาง!
ตามธรรมชาติแล้ว สตรีย่อมอ่อนแอกว่าบุรุษ และในเส้นทางการแข่งขันที่เต็มไปด้วยการต่อสู้นี้ แน่นอนว่าสตรีที่แข็งแกร่งและมีพรสวรรค์ในเชิงยุทธ์ย่อมมีไม่มาก
และสตรีที่มีพรสวรรค์ในด้านเชิงยุทธ์และงดงามนั้น มีน้อยเสียยิ่งกว่าหนึ่งในล้าน!!
ดังนั้นเมื่อศิษย์นิกายกระยี่ 7 ดาวทั้งหลายเห็นสตรี ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเช่นนี้อยู่ในนิกายกระบี่ 7 ดาว พวกมันอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึงและเหม่อลอย!
"ฮึ่ม?" ถึงแม้ว่าบุรุษชมชอบสาวงามเป็นเรื่องแปลก แต่เวลามีผู้คนมองลี่เฟยมากๆเช่นนี้ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย
ต้วนหลิงเทียนจึงเดินไปข้างนางแล้วกุมมือนางไว้ทันที
ราวกับเขากำลังจะประกาศว่าเขาเป็นบุรุษของนาง!
"ตัวเลวร้าย !" ใบหน้าของลี่เฟยเริ่มแดงขึ้นมาเพราะความเขินอาย นางย่อมรู้ดีว่าต้วนหลิงเทียนทำเช่นนี้เพราะอะไร ท่วงท่าอิริยาบถของนางยามเขินอายนี้มันน่าชมดูราวกับภาพวาดที่เง็กเซียนจ้าวสวรรค์ลงมือตวัดพู่กันก็ไม่ปาน ศิษย์รอบๆ ทำได้เพียงยืนมองอย่างหลงใหล ตาค้างเหม่อลอยจมจ่อมอยู่ในภวังค์
ทว่ายามเมื่อพวกมันเล็งเห็นถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความรกที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนของนางนั้น!
ทันใดนั้นเองเหล่าศิษย์ขุนเขา 7 ดาวทั้งหลายพลันหลุดจากภวังค์ พวกมันหันไปจับจ้องยังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาอิจฉาราวกับจะฆ่าให้ตาย ตอนนี้พวกมันไม่ต้องการอไรมากไปกว่าการถีบต้วนหลิงเทียนตกเขาไปให้พ้นๆ แล้วพุ่งไปเคียงข้างนางแทนเขา!
"ให้ตายเถอะ กว่านิกายกระบี่ 7 ดาวจะบังเกิดสตรีที่งดงามเช่นนี้ หาได้ง่ายดายไม่… มิคิดเลยไม่ทันไร นางกลับมีเจ้าของเสียแล้ว ซ้ำบุรุษคนนั้นยังพิเศษนัก สวรรค์ใยไม่เห็นใจข้าบ้าง!"
"ต้วนหลิงเทียนผู้นี้นับว่ามันเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จและได้รับชัยชนะในชีวิตอย่างแท้จริง!! มิเพียงพรสวรรค์ในเชิงยุทธ์จะเลิศล้ำเย้ยสวรรค์จนผู้คนต้องตื่นตะลึง กระทั่งสตรีที่เคียงข้างกายมันยังงดงามราวนางฟ้านางสวรรค์เช่นนี้…เอามีดมาแทงข้าให้ตายเถิด ข้าอิจฉามันจนมิอาจทนได้แล้ว"
“แต่จะอย่างไร ข้าว่ามีเพียงบุรุษเช่นต้วนหลิงเทียนเท่านั้น ที่คู่ควรกับสตรีที่งดงามเช่นนี้”
“เจ้ากล่าวถูกต้องแล้ว”
“เจ้าเองก็เลิกมองเถิด หน้าเจ้านี่…เป็นพี่น้องคลานตามกันมากับคางคกชัดๆ อย่าไปจับจ้องให้หงส์ฟ้าต้องมัวหมองแล้ว”
…
การกล่าวคำโดยไม่คิดเกรงใจของศิษย์รอบๆ ทำให้ดวงตาคู่กลมสวยของลี่เฟยเบิกกว้างเล็กน้อย
"เสี่ยวเฟย เจ้าได้พบเค่อเอ๋อบ้างหรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนเมินเฉยแววตาอิจฉาและริษยาจากศิษย์รอบๆ ก่อนที่จะมองไปยังลี่เฟย พร้อมกล่าวถามออกมาอย่างคาดหวัง
ลี่เฟยส่ายหัวออกมาช้าๆ "ข้าถามท่านอาจารย์เมื่อวาน ท่านก็บอกว่าท่านปรมาจารย์ยังไม่กลับมา …ดูเหมือนน้องหญิงเค่อเอ๋อจะไม่ได้เข้าร่วมการประลองศิษย์สายนอกวันนี้แล้ว"
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับเบาๆ
ไม่นานต้วนหลิงเทียนที่มองลี่เฟยราวกับนางเป็นคนๆเดียวที่ยังอยู่ในโลก เขาตกตะลึงจนเบิ่งตากว้าง เมื่อสังเกตเห็นถึงบางอย่าง "เสี่ยวเฟย … เจ้าตัดผ่านระดับอีกแล้วหรือ?"
ใบหน้างดงามปานนางฟ้าเผยรอยยิ้มล่มเมืองออกมา "ฮิฮิ ข้าเก่งหรือไม่ ข้าพึ่งตัดผ่านไม่กี่วันนี่เอง"
"ต้วนหลิงเทียน เจ้าต้องขยันให้มากรู้หรือไม่ ยามนี้ศิษย์น้องใกล้ไล่ตามเจ้าทันแล้ว ชักช้าหากโดนนางแซงขึ้นมา คงโดนนางทุบตีแล้ว" สั่วฉิงมองไปยังต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างสนุกสนาน
ไม่กี่วันที่ผ่านมากระทั่งนางเองเมื่อพบว่าลี่เฟยทะลวงคอขวด ตัดผ่านระดับไปแล้วนางเองก็ตกใจไม่น้อย
นั่นเพราะนางพึ่งจะตัดผ่านมายังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 เมื่อ 3 เดือนที่แล้วเท่านั้น!!
และเพียงแค่ 3 เดือนนางก็ตัดผ่านระดับอีกครั้ง!
นางทะลวงผ่านมาถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 แล้ว!!