สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 303 : การประลอง ที่เดิมพันด้วยชีวิต!!
บทที่ 303 : การประลอง ที่เดิมพันด้วยชีวิต!!
“เอาล่ะพวกเจ้าทั้ง 10 คนพรุ่งนี้ให้ไปรวมตัวกันที่ขุนเขา ไท่หยางแต่เช้า … การประลองแข่งขันศิษย์สายนอกครานี้พวกเราจะทำการจัดการประลองแข่งขันกันที่ เวทีประลองประจำขุนเขาไท่หยาง! เมื่อถึงเวลา ปรมาจารย์ขุนเขาไท่หยางจะแจ้งเรื่องราวให้พวกเจ้ารู้เอง” หลังจากที่การประลองศิษย์สายนอกรอบแรกจบสิ้นลง ผู้อาวุโสหลู่ชิวก็ปรายตามองต้วนหลิงเทียนและศิษย์สายนอกอีก 9 คน พร้อมกล่าวคำอธิบายออกมา
ต้วนหลิงเทียนและศิษย์คนอื่นๆ พยักหน้ารับคำ
ไม่นานหลังจากนั้นผู้อาวุโสหลู่ชิวและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็ทยอยจากไป
"ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ ศิษย์พี่เหอตง!"
"ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ ศิษย์พี่เหอตง!"
…
ต่อมาเหล่าศิษย์ก็รีบก้าวเข้ามาแสดงความยินดีเหล่าศิษย์สายนอกที่ผ่านเข้ารอบ
โดยเฉพาะ ศิษย์ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้ง 5 คน รอบๆตัวของพวกมันเต็มไปด้วยฝูงชนจำนวนมาก!
บรรดาศิษย์สายนอกทั้งหลายล้วนปรารถนาที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีกับทั้ง 5 คนนี้
เพราะสุดท้ายแล้วทั้ง 5 คนก็ต้องกลายเป็นศิษย์สายใน!!
"ต้วนหลิงเทียน ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย" เฮ่อชุนเองก็เดินมาหาต้วนหลิงเทียน พร้อมกล่าวคำแสดงความยินดีด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ถึงความแข็งแกร่งต้วนหลิงเทียน และมั่นใจว่าต้วนหลิงเทียนต้องผ่านรอบแรกได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนผ่านเข้ารอบได้จริงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะร่วมยินดีด้วย
ต้วนหลิงเทียนเพียงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มให้เฮ่อชวน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตีคู่ ตามศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนอื่นเพื่อออกจากเวทีประลอง
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยคำลาเฮ่อชวนแล้วจากมา
หลังจากแยกจากเฮ่อชวนแล้วต้วนหลิงเทียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเริ่มเดินปะปนไปกับฝูงชน ก่อนที่จะเริ่มเดินวกไปวนมาท่ามกลางฝูงชน หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไปเขาก็ปลีกตัวออกจากผู้คนก่อนที่จะเดินไปยังเส้นทางสายหนึ่งอันไร้ผู้คนเพื่อขึ้นสู่ยอดเขา
"ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจติดตามข้าได้"แน่นอนว่า การกระทำก่อนหน้านี้ของต้วนหลิงเทียน เป็นการทำเพื่อสลัดการติดตาม
และคนที่ทำให้เขาต้องระวังตัวเช่นนี้ก็คือจ้าวหลิน!!
วันนี้ท่าทางของจ้าวหลินทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกกดดันไม่น้อย!
เขารู้ดีกว่าจ้าวหลินมันไม่มีวันเลิกราจนกว่าจะได้ตามต้องการ
ดังนั้นเขาต้องระวังไว้ให้มาก
หากเขาเปิดโอกาสให้จ้าวหลินเพียงเล็กน้อย เขาคงได้ตายไร้ที่ฝัง!
"จ้าวหลิน!" ความเย็นชาลุกโชนขึ้นมาในแววตาต้วนหลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะมุ่งหน้าขึ้นยอดเขา เพื่อกลับไปยังถ้ำหินย้อย
ทางขึ้นเขาอีกทางหนึ่งตอนนี้ปรากฏร่างหนึ่งที่กำลังเผยความหงุดหงิดออกมา มันคือจ้าวหลิน!
ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวอัปลักษณ์!
"ต้วนหลิงเทียนนี้กลับสามารถเล็ดรอดสายตาข้าได้จริงๆ… ดูเหมือนว่าในอดีตนั้นหาใช่เรื่องบังเอิญหรือโชคดีเสียแล้วที่มันเล็ดรอดสายตาข้าไปได้!…เช่นนั้นกล่าวได้ว่ามันล่วงรู้ว่าข้ากำลังติดตามมันอยู่!" ตอนนี้นอกเหนือจากความขุ่นเคือง ในแววตาของมันยังเต็มไปด้วยความโลภ "ต้วนหลิงเทียนเจ้าช่างน่ารำคาญนัก ไม่คิดเลยว่ายังมีความสามารถเช่นนี้…สาเหตุที่เจ้าค้นพบตัวตนของข้า คงเป็นเพราะวิชาบ่มเพาะคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกนั่นใช่หรือไม่!!"
ตอนนี้สำหรับจ้าวหลินแล้ว ไม่ว่าเรื่องราวอะไรที่เหนือธรรมชาติดั่งปาฏิหาริย์ที่ต้วนหลิงเทียนกระทำ มันคิดว่าเป็นเพราะวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกทั้งสิ้น!
ความปรารถนาในใจต่อวิชานี้ของมันยิ่งมายิ่งมากขึ้นทบเท่าทวี …
"ต้วนหลิงเทียน! จะอย่างไรข้าต้องได้วิชาบ่มเพาะคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกนั่นของเจ้า!!" จ้าวหลินกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ หลังจากนั้นมันก็บังเกิดความคิดประการหนึ่ง มันออกจากขุนเขาเทียนเฉวียน เดินผ่านขุนเขาเทียนชู สุดท้ายก็มาถึงขุนเขาอวี้เหิง
ภายในหุบเขาที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่งของขุนเขาอวี้เหิง
"ผู้อาวุโสจ้าวหลิน?" ชายหนุ่มที่มีใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยว ดวงตา 3 เหลี่ยมดั่งอสรพิษ เมื่อเห็นผู้มาเยือน ม่านตาก็หดแคบลงเล็กน้อย
มันจดจำได้ว่าผู้มาคือผู้อาวุโสของศิษย์สายนอกแห่งขุนเขาเทียนเฉวียน จ้าวหลิน
“ฉีฮ่าว” จ้าวหลินมองไปยังฉีฮ่าวก่อนพยักหน้าเบาๆ
ถึงแม้ฉีฮ่าวจะเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 ของนิกายกระบี่ 7 ดาว แต่จะอย่างไรมันก็เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 เมื่อเทียบกับจ้าวหลินที่มีระดับแรกสัมผัสธรรมชาติแล้ว ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากมด!
"อาวุโสจ้าวหลิน บอกข้าได้หรือไม่ ว่าใยท่านต้องมาหาข้าถึงขุนเขาอวี้เหิงนี่?" ฉีฮ่าวไม่คิดอ้อมค้อม เขากล่าวถามออกมาตรงๆ
ถึงแม้เขาจะรู้จักผู้อาวุโสของขุนเขาเทียนเฉวียนคนนี้ แต่ก็ไม่เคยได้พูดคุยอะไรกัน
“ฉีฮ่าวข้าไม่คิดอ้อมค้อม ที่ข้ามาหาเจ้าเป็นเพราะต้วนหลิงเทียน”จ้าวหลินเองก็กล่าวออกมาตรงๆ พร้อมประกายตาเย็นชา
"ฮะ?" คิ้วของฉีฮ่าวขมวดเป็นปม กระทั่งริมฝีกปากยังถูกขบเม้ม
มันย่อมสังเกตเห็นประกายตาเย็นชาของจ้าวหลินดี!
มันคิดว่าแววตานั่นของจ้าวหลินพุ่งเป้ามาที่มัน! นั่นทำให้ใบหน้าของมันลดต่ำลงโดยพลัน "ขออภัยด้วย…อาวุโสจ้าวหลิน หากท่านมาเพื่อต้วนหลิงเทียนแล้วล่ะก็! ข้าคิดว่าข้าคงไม่มีอะไรจะกล่าวกับท่าน!!"
จ้าวหลินเป็นผู้อาวุโสของขุนเขาเทียนเฉวียน
ต้วนหลิงเทียนก็เป็นศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียน
เท่าที่ฉีฮ่าวคิด จ้าวหลินคงไม่พ้นมาเพื่อขจัดความขัดแย้งระหว่างมันกับต้วนหลิงเทียน!
ใบหน้าจ้าวหลินเองก็ลดต่ำลงเมื่อได้ยินวาจาสามหาวของฉีฮ่าว
วูบ!
จ้าวหลินยกมือขึ้นก่อนที่จะสะบัดไปทางฉีฮ่าว
ทันใดนั้นเหนือศีรษะของจ้าวหลินปรากฏเงาร่างช้างแมมมอธโบราณหลายร้อยตัว …
เปรี๊ยง!!
เสียงปะทะดังสนั่นจากพลังฝ่ามือที่จ้าวหลินส่งไปซัดรางฉีฮ่าวดังขึ้น ร่างฉีฮ่าวปลิวกระเด็นไปดั่งลูกเกาทัณฑ์พ้นคันศร! มันไม่อาจต้านทานพลังฝ่ามือนี่ได้แม้เพียงนิด!
ตูมมม!!
ฉีฮ่าวที่ปลิวกระเด็นไป ที่สุดก็ร่วงหล่นบนพื้น ท่าทางของมันย่ำแย่ไม่น้อย กระอักโลหิตออกมาไม่ขาดสาย แต่ดวงตา 3 เหลี่ยมของมันยังคงจับจ้องไปยังจ้าวหลิน ด้วยความเย็นชา "จ้าวหลิน ท่านกล้าลงมือต่อข้า?"
"ลงมือกับเต้า?" จ้าวหลินหัวเราะเยาะออกมา ก่อนที่จะกระพริบวูบเดียวไปปรากฏตรงหน้าฉีฮ่าว พร้อมยกฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดขึ้นมา "เจ้าเชื่อหรือไม่ ว่าถ้าหากข้าลงมือต่อเจ้าจริงๆ ป่านนี้เจ้าตายไปแล้ว?!"
กล่าวจบเขาก็ถอยออกมาพร้อมสะบัดแขนเสื้อสลายพลังงานต้นกำเนิด เมื่อครู่หากเขาลงมือจริงๆ ฉีฮ่าวตกตายคาที่แน่นอน!
ถึงแม้เขาจะฆ่าฉีฮ่าวภายในหุบเขานี้ ก็ย่อมไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นผู้ลงมือ เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่านิกายกระบี่ 7ดาวจะลงโทษอะไรเขา
ใบหน้าของฉีฮ่าวเริ่มเผยความเย็นชาออกมา แววตาแน่วแน่ไม่ยินยอมสยบ "ไม่ว่าอย่างไรข้าก็มิมีวันปล่อยต้วนหลิงเทียน ต่อให้ข้าต้องตายก็ตาม! … มันกล้าทำร้ายตันเถียนน้องสาวข้า ไม่ว่าใครจะขวางก็ช่าง จะอย่างไรข้าก็ต้องฆ่ามันให้ได้!!"
คำพูดของฉีฮ่าว ทำให้จ้าวหลินตะลึงค้างไปโดยพลัน "เจ้า… นี่เจ้าคิดว่าข้ามาเพื่อช่วยเหลือต้วนหลิงเทียนงั้นหรือ?"
"แล้วไม่ใช่หรือไร? ฉีฮ่าวหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา ตา 3 เหลี่ยมของมันยังเผยประกายดุร้ายไม่ลดลง
"ฮึ่ม!" จ้าวหลินแค่นเสียงสบถออกมา "เหลวไหล! ข้ามิต้องการอันใดมากไปกว่าให้ต้วนหลิงเทียนตาย แล้วเจ้ายังคิดว่าข้ามาเพื่อช่วยมัน ? ยังมีเรื่องขำขันเช่นนี้!"
สีหน้าของฉีฮ่าวเองก็ตะลึงไปไม่น้อย มันมองจ้าวหลินด้วยแววตาสงสัย "อาวุโสจ้าวหลิน ท่านกล่าวจริงรึ?"
"เจ้าคิดว่าข้าจำเป็นต้องหลอกลวงเจ้า?" จ้าวหลินหงายมือเล็กน้อย ก่อนที่จะปรากฏโอสถทองประสานกายระดับ 7 บนฝ่ามือ แล้วเขาก็ส่งมันไปให้ฉีฮ่าว "กินมันซะ"
ฉีฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกินยาลงไป ไม่นานอาการบาดเจ็บของมันก็ทุเลา มันลุกขึ้นมาพร้อมเผยท่าทางเสียใจเล็กน้อย "อาวุโสจ้าวหลิน ข้าต้องขออภัยท่าน เป็นฉีฮ่าวที่เข้าใจท่านผิดไป…แต่ข้าสงสัย เหตุใดท่านต้องมาหาข้าวันนี้?"
"ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยให้เจ้ามีโอกาสสังหารต้วนหลิงเทียน… " ข้าวหลินค่อยๆมองไปยังฉีฮ่าวด้วยสายตาเย็นชา
จ้าวหลินกล่าวสืบต่อเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของฉีฮ่าว "ฉีฮ่าวเจ้าคงไม่คิดเรื่องราวง่ายๆ ดั่งเช่นสังหารต้วนหลิงเทียนยามที่พบเจอมันบนเวทีประลองทันทีใช่หรือไม่? …การประลองศิษย์สายนอกนั้นข้อห้ามร้ายแรงที่สุดที่ห้ามกระทำคือการสังหารอีกฝ่าย! หากเจ้าลงมือสังหารต้วนหลิงเทียนจริง เจ้าคงลำบากไม่น้อย!! "
"ฮึ่ม!" ใบหน้าฉีฮ่าวลดต่ำลง มันกล่าวออกมาอย่างมุ่งมั่น "เพื่อน้องสาวข้าแล้ว ข้าจะเผาร่างต้วนหลิงเทียนให้ไหม้เป็นจุณ สาดเทเถ้ากระดูกมันให้กระจาย ไม่ว่าข้าจะต้องแลกด้วยอะไรข้าต้องฆ่ามันให้ได้ กฎของนิกายกระยี่ 7 ดาวไม่อาจหยุดข้าได้!"
“แล้วจะเป็นอย่างไร หากเจ้าสามารถสังหารต้วนหลิงเทียนได้ โดยไม่ผิดกฎของนิกายกระบี่ 7 ดาว?” จ้าวหลินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“อาวุโสจ้าวหลิน เรื่องนี้ท่านหมายความว่าอย่างไร” แววตาฉีฮ่าวเต็มไปด้วยความสงสัย
"หากข้ามีวิธีทำให้การประลองแข่งขันพรุ่งนี้ เป็นการประลองแข่งขันที่เดิมพันด้วยชีวิต! เช่นเดียวกับการประลองเป็นตายเล่า? …เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใช่รู้สึกเหมือนปลาได้น้ำหรือไม่?" มุมปากจ้าวหลินเผยรอยยิ้มลี้ลับขึ้นมา
"ท่านทำเช่นนั้นได้จริงหรือ?" ประกายตาฉีฮ่าววาวโรจน์ขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้นจริงมันก็สามารถฆ่าต้วนหลิงเทียนได้โดยไม่ผิดกฎของนิกาย!
ถ้าการประลองครานี้มันกลายเป็นการประลองเป็นตายจริง เช่นนั้นหากมีคนตายก็ไม่นับเป็นอะไรแล้ว!!
"อย่างข้ามีความจำเป็นต้องมาหลอกเจ้าหรือไร?" จ้าวหลินเผยทีท่ามั่นใจออกมา
ฉีฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะมองไปยังจ้าวหลินด้วยสายตาร้อนรุ่ม "อาวุโสจ้าวหลิน ท่านอุตส่าห์มาหาข้าเป็นการส่วนตัวเช่นนี้… ท่านคงไม่คิดมาบอกข่าวดีเช่นนี้อย่างเดียวใช่หรือไม่?"
จ้าวหลินพยักหน้า "มิผิด คำขอของข้าง่ายดายนัก…หากเจ้าสังหารต้วนหลิงเทียนได้ เจ้าต้องมอบแหวนมิติของมันให้ข้า!"
"แค่นี้หรือ?" ฉีฮ่าวตกตะลึง คำขอนี้ง่ายดายนัก!
แม้เขาจะตระหนักได้ทันทีว่าภายในแหวนมิติของต้วนหลิงเทียน ต้องมีอะไรล้ำค่าถึงขั้นจ้าวหลินให้สนใจมากถึงเพียงนี้ แต่เขาไม่แยแสมัน!
เขาต้องการแก้แค้นให้น้องสาวเท่านั้น!
"แค่นั้นล่ะ" จ้าวหลินพยักหน้า "แล้วเจ้าว่าอย่างไร?"
"อาวุโสจ้าวหลิน ข้าย่อมยินดีกระทำให้ ขอเพียงท่านทำให้การประลองพรุ่งนี้เป็นการประลองเป็นตายได้ ไม่ว่าท่านคิดเอาอะไรจากมันข้าจะมอบให้ทั้งสิ้น!" ฉีฮ่าวย่อมเห็นด้วย เรื่องนี้เข้ามีแต่ได้ ไม่เสียอะไรสักนิด!
"ดีมาก" จ้าวหลินหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ แล้วก็จากไป
ตราบใดที่ได้แหวนมิติต้วนหลิงเทียนมา เขาย่อมต้องได้วิชาบ่มเพาะ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก!
จากการกระทำที่น่าตกตะลึงของต้วนหลิงเทียนที่ผ่านมา ทำให้เขารู้ว่าวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกนี้มีค่ามากมายขนาดไหน และต้วนหลิงเทียนต้องพกมันติดตัวไว้ตลอดเวลาอย่างแน่นอน …!
เพราะวิชาบ่มเพาะยิ่งสูงส่ง ยิ่งลึกล้ำ ยากฝึกฝน!
และยากนักที่ใครจะจดจำเคล็ดวิชาได้!
นี่เป็นเหตุผลว่าปกติแล้วผู้ฝึกต้องนำมันติดตัวไปด้วย!
…
ริมผาของขุนเขาเทียนเฉวียนบริเวณยอดเขา ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนกำลังเอนกายนอนลงบนกิ่งไม้ใหญ่ของต้นไม้เอียง ทอดสายตาเหม่อมองไปในทะเลหมอกเบื้องหน้า
"เจ้า 2 ตัวน้อยนั่นทำให้ข้าเป็นห่วงนัก" ต้วนหลิงเทียนดื่มสุราวานร ในขณะที่มองไปยังทิศทางของป่าแรกเริ่ม
"เฮ่อ…ป่านนี้เค่อเอ๋อกลับมาแล้วยังก็ไม่รู้" รอยยิ้มเริ่มเผยออกมาบนใบหน้าของต้วนหลิงเทียนเมื่อคิดถึงเค่อเอ๋อ
สาวน้อยที่แสนจะอ่อนโยนที่เขาเจอริมถนนของเมืองวายุโปรยวันนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านไม่เพียงนางจะคอยดูแลรับใช้เขาอย่างน่าพอใจ นางยังเป็นสตรีที่เขารักอย่างมาก
นั่นเป็นสตรีของเขา
สตรีคนแรกของเขา..