สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 302 : ความก้าวหน้า
บทที่ 302 : ความก้าวหน้า
เหล่าศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้ง 5 คน กระทั่งเหอตง ยามนี้ก็ล้วนจับจ้องมายังต้วนหลิงเทียน ที่กำลังจะประลองในเวทีประลองที่ 7
พวกมันเองก็สนใจต้วนหลิงเทียนอย่างมากเช่นกัน
ชายหนุ่มที่มีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น! แต่ทว่ากลับเก่งกล้าสามารถถึงขั้นสังหารเช่าอิงอันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ได้บนเวทีประลองเป็นตาย!
พวกเขาย่อมเคยได้ยินเรื่องนี้
วันนั้นชายหนุ่มไม่ได้ใช้อาคมจารึกใดๆ เป็นการใช้ความแข็งแกร่งตัวเองล้วนๆ ในการสังหารอีกฝ่าย!
เรื่องนี้ยากนักที่จะเชื่อ!
อย่างน้อยสำหรับพวกมันแล้ว นี่เป็นเรื่องเหนือจินตนาการที่ไม่อาจเป็นจริงได้!
"ต้วนหลิงเทียน" หลู่ชิวที่ทำหน้าที่ยืนเฝ้าระวังที่เวทีประลองที่ 3 หันไปจับจ้องร่างต้วนหลิงเทียนที่ยืนอยู่อย่างสงบ ด้วยสายตาคาดหวัง
เขาเห็นความหวังของขุนเขาเทียนเฉวียน และความรุ่งเรืองในอนาคตของนิกายกระบี่ 7 ดาวจากร่างบุรุษหนุ่มผู้นี้!
ส่วนจ้าวหลินที่อยู่ข้างเวทีประลองที่ 4 ตอนนี้กำลังทำหน้าบิดเบี้ยวราวกับไม่ได้ถ่ายท้อง แววตามันจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนอย่างเย็นชา
มันคิดว่าเหตุผลที่ต้วนหลิงเทียนประสบความสำเร็จน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะวิชาบ่มเพาะอัศจรรย์อย่าง คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกทั้งสิ้น!
หากต้วนหลิงเทียนไม่มีวิชาบ่มเพาะนี่ ก็ไม่มีทางพิเศษเช่นนี้ได้!
ดังนั้นมันต้องเอาวิชาบ่มเพาะนั่นมาให้จงได้!
ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรก็ตาม!
ต่อให้ต้องกระทำทุกวิถีทางก็ตาม!
ในเวทีประลองที่ 7 ต้วนหลิงเทียนค่อยๆ ยกมือขึ้นมา ก่อนที่จะปรากฏกระบี่วิญญาณระดับ 7 จากอากาศที่ว่างเปล่า..
นี่เป็นกระบี่วิญญาณระดับ 7
ฝ่ายตรงข้ามของต้วนหลิงเทียนนั้น เป็นชายหนุ่มอายุราวๆ 26-27 ปี มันมีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 …ตอนนี้ท่าทางของมันแลดูกระวนกระวายและลุกลี้ลุกลนไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียน เมื่อมันเห็นท่าทางสงบนิ่งไม่หวั่น ทำให้มือที่ถือกระบี่ของมันชุ่มไปด้วยเหงื่อ…แผ่นหลังก็เปียกชื้นชุ่มโชก
เหงื่อกาฬของมันถึงกับหลั่งออกมา!
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะเป็นเพียงบุรุษหนุ่มที่มีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น แต่กลับทำให้มันรู้สึกกดดันอย่างมาก!
นี่คือตัวตนที่ครั้งหนึ่ง เคยใช้หนึ่งดัชนีดับชีวิตผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6!
นอกจากนั้นความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 คนนั้นยังไม่ได้ด้อยไปกว่ามัน!
"จะ … เจ้าจะไม่สังหารข้าใช่หรือไม่?" ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาของทุกคน ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามต้วนหลิงเทียนกลืนน้ำลายดังอึก ก่อนที่จะกล่าวถามต้วนหลิงเทียนออกมาอย่างยากลำบาก
"แน่นอน ข้ากับเจ้าไม่ได้มีเรื่องราวอะไรกัน ทำไมข้าต้องสังหารเจ้าด้วยล่ะ นอกจากนี้ ข้างๆเวทีก็มีผู้อาวุโสคอยระวังป้องกันอยู่ไม่ใช่หรือไง?" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวพร้อมยิ้มออกมาเจื่อนๆ เขาไม่คิดเลยว่าที่ต้องรอตั้งนานกว่าอีกฝ่ายจะเดินขึ้นมาบนเวที เป็นเพราะอีกฝ่ายหวาดกลัวเขา!…เรื่องนี้ทำให้ในใจเขาไร้คำจะกล่าว
หน้าข้าแลดูดุร้ายเหมือนพวกชอบสังหารผู้คนหรือไร?
"แหะๆ" ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะออกมาอย่างละอาย และด้วยสายตาของทุกผู้คนที่จับจ้องมายังคาดหวัง มันจำต้องลงมือต่อสู้!
ฟุ่บ!
ร่างของชายหนุ่มค่อยๆก้าวออกมาช้าๆ ในมือคว้าจับกระบี่ระดับ 7 ที่โผล่มาจากอากาศที่ว่างเปล่า ก่อนที่จะสลับเท้าเร่งความเร็ว กระพริบร่างไหววูบไปหาต้วนหลิงเทียน
เหนือศีรษะของมันบังเกิดเงาร่างช้างแมมมอธโบราณ 80 ตัว!
วู้มมมม!!
เมื่ออยู่ห่างจากต้วนหลิงเทียน ระยะหนึ่งมันเสือกแทงกระบี่ออกไปด้วยความเร็วสูงดั่งอัสนีแลบลั่น พลังงานต้นกำเนิดโคจรทั่วตัวกระบี่ ป้อนกระบวนท่าทิ่มทะลวงควงสว่าน หมายทะลวงร่างต้วนหลิงเทียนด้วยท่าทางข่มขวัญราวกับมันจะทะลวงได้กระทั่งผืนฟ้า
เหนือท้องฟ้าบังเกิดเงาร่างช้างแมมมอธโบราณเพิ่มมาอีก 21 ตัว!
การจู่โจมแทงออกนี้มีความแข็งแกร่งสูงถึง 101 ช้างแมมมอธโบราณ!
ต้วนหลิงเทียนยังคงยืนนิ่งอยู่ด้วยความสงบ
เมื่อกระบี่ของชายหนุ่มจี้มาเกือบถึงตัวต้วนหลิงเทียนนั้น แค่เพียงแรงลมที่กรรโชกพัดมา ก็ทำให้ชุดของต้วนหลิงเทียนกระพืออย่างหนัก
"อะไรกัน ใยต้วนหลิงเทียนยังไม่ลงมืออีก?" ผู้คนประหลาดใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่าร่างต้วนหลิงเทียนยังคงสงบนิ่ง ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายพุ่งทะยานใกล้จี้กระบี่ทะลวงร่างเขาแล้ว
แต่ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็เริ่มเคลื่อนไหว
วิชาวาดกระบี่!
วิชากระบี่แนวทางกระบี่ไวนั้น แม้ออกกระบี่ทีหลังยังบรรลุถึงก่อน! ประกายกระบี่วูบวาบฟาดสะบัดไปด้วยความเร็วสูงล้ำจนผู้คนแทบมองไม่เห็นใบกระบี่ ทำให้ผู้คนที่เฝ้าจับตาอยู่อดไม่ได้ที่จะอุทานดังอา! ในใจ-v’พวกมันเริ่มสั่นไหวราวทัพม้าย่ำ หากต้วนหลิงเทียนตวัดกระบี่นี้ใส่พวกมันก่อน จะให้รับอย่างไร?
เหนือศีรษะต้วนหลิงเทียนนับรวมเงาร่างช้างแมมมอธโบราณได้ 90 ตัวเท่านั้น!
กล่าวได้ว่าต้วนหลิงเทียนนั้นใช้ออกด้วยกำลังของผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 และอาวุธวิญญาณที่อยู่ในมือก็มีระดับ 7!
ตอนนี้คนทุกผู้ที่จับตาชมดูอยู่ ถึงขั้นหยุดหายใจ เนื่องเพราะไม่มีใครกล้าหายใจแรง!
ความแข็งแกร่งและพลังทำลายของกระบี่ต้วนหลิงเทียนนั้น นับว่าอ่อนด้อยกว่าคู่ต่อสู้ถึง 11 ช้างแมมมอธโบราณ!
เขาจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่?
หากเป็นก่อนหน้านี้ คงไม่มีใครคิดว่าต้วนหลิงเทียนจะเอาชนะได้
แต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ต้วนหลิงเทียนใช้พลังความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ จบชีวิตผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 มาแล้ว!
เคร๊งงงงงง!
กระบี่ที่รวดเร็วดังฟ้าผ่าของต้วนหลิงเทียน จ้วงแทงวาดไปฟันปลายกระบี่ของอีกฝ่าย พร้อมหยุดเอาไว้ได้อย่างอัศจรรย์! ความเหนือชั้นทางสายตาและความแม่นยำในการลงกระบี่ไม่ต้องกล่าวถึง แค่เพียงใช้คมกระบี่หยุดปลายกระบี่ได้ ในที่นี้หลายคนกล้ายอมรับว่าไม่อาจกระทำได้!
แรงปะทะกันของกระบี่ทั้ง 2 ทำให้อากาศถึงกับสั่นสะท้าน!
มุมปากของต้วนหลิงเทียนค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา
ชายหนุ่มที่กำลังแทงกระบี่ออกไปนั้นสัมผัสได้ว่า หลังจากที่ปะทะกระบี่กันแล้ว กำลังกระบี่ของต้วนหลิงเทียนดูเหมือนจะอ่อนด้อยกว่ามัน จนกระบี่ที่มันเสือกแทงออกไปถึงกับดันให้กระบี่อีกฝ่ายถอยร่นไปเล็กน้อย เรื่องนี้ทำให้มันบังเกิดความได้ใจขึ้นมา!
มันกำลังจะเอาชนะต้วนหลิงเทียนได้งั้นหรือ!
ในใจของมันบังเกิดความตื่นเต้นอย่างมาก แต่ทว่าความตื่นเต้นนี้กลับอยู่ได้ไม่นาน!
เพราะยามนี้มันสัมผัสได้ว่ามีพลังงานบางอย่างที่กำลังสั่นไหว สะเทือนสะท้านอย่างรุนแรงถ่ายทอดมาจากกระบี่ระดับ 7 ของต้วนหลิงเทียนสู่กระบี่ของมัน ! ซ้ำมันยังสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงขึ้นเรื่อยๆ!!
"ปล่อย!" เสียงตะโกนดังก้องของต้วนหลิงเทียนดังขึ้นเข้าหูของชายหนุ่ม ตอนนี้มันบังเกิดความตื่นตระหนกอย่างถึงขีดสุดเมื่อเห็นว่ามือที่จับกระบี่เริ่มบังเกิดแผลฉีกขาด! มันไม่กล้าลังเลอีกต่อไปรีบปล่อยกระบี่ทิ้งทันที!
ผู้คนรู้สึกงุนงง เพราะ หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวสั่งเสียงดัง ชายหนุ่มก็เลือกที่จะทิ้งกระบี่นั้นทันที!
แน่นอนไม่มีใครรู้ว่าหากคู่ต่อสู้ของต้วนหลิงเทียน เลือกที่จะต้านรับไว้อย่างดื้อรั้น พลังสั่นสะเทือนของต้วนหลิงเทียนย่อมป่นกระดกมือมันแตกละเอียด!
วูบ!
พลังงานสั่นสะเทือนที่ครอบกระบี่ระดับ 7 เอาไว้ได้ถูกต้วนหลิงเทียนยกเลิกด้วยความเร็วเกินกว่าที่ใครจะสังเกตเห็นได้ทัน พร้อมกันนั้นเขาก็ตวัดกระบี่วูบไปจ่อคออีกฝ่ายทันที …
การแข่งขันถูกตัดสินแล้ว!
ชายหนุ่มที่ถูกกระบี่จี้คอนั้นยังยืนมองมือตัวเองที่เลือดออกอยู่โดยไม่ได้ขยับไปไหน มันมองง่ามมือที่ฉีกขาดก่อนที่จะหันไปมองกระบี่ที่โยนทิ้งอย่างหวาดกลัว
เหงื่อเย็นหลั่งออกมาทั่วร่างมันอย่างยากจะหยุดยัง
ถึงมันจะแพ้ แต่มันไม่เสียใจเลย กลับกันมันคิดว่าโชคดีมากที่ไม่ตกตาย!
ผู้อาวุโสด้านข้างเวทีประลองเป็นคนแรกที่ฟื้นตัวจากอาการตกตะลึง มันรีบทำหน้าที่กล่าวคำออกมาทันที "หมายเลข 181 ต้วนหลิงเทียนเป็นผู้ชนะ! และข้าขอประกาศให้เขาเป็นผู้ครองสิทธิ์ในเวทีประลองที่ 7 ผู้ใดมิเห็นชอบคำตัดสินนี้เชิญขึ้นมาท้าชิงได้"
โอ!
ดั่งหนึ่งหินทิ้งลงสระสงบก่อเกิดพันระลอก
"น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!"
"ช่างเป็นเรื่องแปลกอะไรเช่นนี้! เห็นๆ กันอยู่ว่ากระบี่ของต้วนหลิงเทียนมีความแข็งแกร่งเพียง 90 ช้างแมมมอธโบราณ แล้วเขาเอาชนะความแข็งแกร่งของกระบี่อีกฝ่ายที่มีความแข็งแกร่ง 101 ช้างแมมมอธโบราณได้อย่างไร กระบี่ก็ปะทะกันตรงๆด้วยซ้ำ!"
"นั่นน่ะสิ…เช่นนี้เรื่องที่ร่ำลือก็นับว่าเป็นจริงมิมีผิดเพี้ยน …3 เดือนที่แล้วเขาใช้กำลังที่อ่อนด้อยกว่าเช่าอิง และสังหารอีกฝ่ายบนเวทีประลองได้จริงๆ…มาวันนี้เขาก็แสดงให้เห็นต่อหน้าต่อตาพวกเราศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียน ว่าเขาใช้ความแข็งแกร่งเพียงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 เอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้!”
"น่าหวาดกลัวยิ่งนัก ต้วนหลิงเทียนยังมีอายุเท่าไหร่เอง….พรสวรรค์และความสามารถของเขา ข้าว่าสูงส่งยิ่งกว่านายน้อยผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 แห่งอาณาจักรพนาครามเราเสียอีก!"
"มิผิด ดูเหมือนว่านิกายกระบี่ 7 ดาวเราจะได้รับสัตว์ประหลาดไร้ผู้ต้านมาแล้ว!"
…
บรรดาศิษย์สายนอกทั้งหมดล้วนตกตะลึง!
แววตาของเขาจับจ้องมองมาด้วยความซับซ้อน แต่ในประกายตานั้นย่อมเต็มไปด้วยความยินดี!
นั่นเพราะต้วนหลิงเทียนเป็นศิษย์สายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียน!
ในอนาคตถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะกลายเป็นศิษย์สายใน และมุ่งหน้าสู่ขุนเขาเทียนชู แต่ครั้งหนึ่งต้วนหลิงเทียนก็เคยอยู่ขุนเขาเทียนเฉวียนแห่งนี้ เขาจะเป็นความภาคภูมิใจของขุนเขาเทียนเฉวียนตลอดไป!
"วิชากระบี่เลิศล้ำอันใด ช่างมหัศจรรย์นัก!" เหอตงที่ยืนอยู่บนเวทีประลองที่ 1 มองไปยังต้วนหลิงเทียนที่ถือกระบี่อยู่ด้วยความองอาจ ยามนี้ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 อีก 4 เวทีเองก็เช่นกัน
"นอกจากกระบี่ที่ว่องไวแล้ว พวกเจ้าเห็น อะไรผิดปกติในกระบี่ของเขาหรือไม่?" หนึ่งในศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 กล่าวถามออกมาอย่างเคร่งเครียด
อีก 4 คนส่ายหน้า
จริงๆแล้วไม่ใช่แค่พวกมันเท่านั้น กระทั่งผู้อาวุโสทั้งหมดเองก็ไม่มีใครสังเกตเห็นอะไรที่ผิดปกติในกระบี่ของต้วนหลิงเทียน สิ่งเดียวที่ทั้งหมดเห็นก็คือ มันเป็นกระบี่ที่ว่องไวอย่างมากเท่านั้น
"วิชาอันร้ายกาจ!" สายตาของจ้าวหลินที่จับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนยามนี้มันร้อนรุ่มแผดเผาเต็มไปด้วยความกระหาย อารมณ์ของมันพุ่งพล่านยากระงับอยู่นาน "แม้ข้าจะไม่รู้ว่าวิชากระบี่ของต้วนหลิงเทียนมันซ่อนความลึกลับอะไรไว้ แต่มันต้องเป็นวิชาลับเฉพาะ สำหรับคนที่ฝึกวิชาบ่มเพาะ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกเป็นแน่! ข้าต้องเอามาให้ได้!!"
ตอนนี้ใบหน้าของจ้าวหลินแปรเปลี่ยนไปชั่วร้ายคล้ายกับปีศาจ
"หืม?" ต้วนหลิงเทียนย่อมสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องอย่างรุนแรงนี้ได้ เมื่อเขาหันไป ก็เห็นว่าเป็นจ้าวหลินที่กำลังมองมาอย่างละโมบ
นอกจากความโลภแล้วเขายังเห็นความบ้าคลั่งในแววตาของมัน!
“ไอบัดซบจ้าวหลินนี่… มันบ้าไปแล้วจริงๆหรือไรกัน!” ใบหน้าต้วนหลิงเทียนลดต่ำลง แน่นอนว่าเขารู้ที่จ้าวหลินมองมาเช่นนี้ มันต้องคิดว่าที่เขากระทำเรื่องราวปาฏิหาริย์อะไรเช่นนี้ได้ ต้องเป็นเพราะวิชาบ่มเพาะคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกที่เขากล่าวออกไปมั่วๆเพื่อหลอกมัน
"ข้าอยากรู้นัก จ้าวหลินมันจะแสดงท่าทางอย่างไรหากรู้ว่า ข้าหลอกมันเรื่องคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก" เมื่อต้วนหลิงเทียนคดถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มเย็นชาพลันเผยออกมา
"ฟืดดด~" ในบรรดาศิษย์สายนอกนั้น มีอยู่คนหนึ่งที่ถึงกับสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ
มันคนนั้นคือถังไป๋!
ถังไป๋ผู้นี้เคยรับคำสั่งจากจ้าวหลิน ! มันเคยมาขัดขวางต้วนหลิงเทียนที่สะพานโซ่ และได้รับคำท้าประลองเป็นตายต้วนหลิงเทียนอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่สุดท้ายมันก็ไม่กล้ามา
เพราะวันนั้นถังไป๋มันได้รับรู้ เรื่องที่ต้วนหลิงเทียนบุกไปสังหารเช่าอิงถึงขุนเขาเทียนจี! และเช่าอิงคนนั้น ก็มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6! ยิ่งไปกว่านั้นกระทั่งมันก็ไม่มีปัญญาเอาชนะเช่าอิง!!
ตอนนี้เมื่อมันมองย้อนกลับไป มันรู้สึกว่าวันนั้นมันฉลาดอย่างยิ่งที่เลือกหลบหนี!
ถึงแม้ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานี้มันต้องทนรับคำดูถูกเหยียดหยามจากผู้คนและเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่มาวันนี้ความคับแค้นนั้นได้มลายหายไปสิ้น!
หากเทียบชื่อเสียง,เกียรติยศ,ทรัพย์สินกับชีวิตแล้ว…แน่นอนทุกอย่างย่อมไม่สมควรกล่าวถึง
รอบแรกของการประลองศิษย์สายนอกก็ดำเนินต่อไป
ทว่าตอนนี้เวทีประลองที่ 7 นั้นกลับมีสถานการณ์คล้ายดั่งเวทีประลองที่ 1-5 คือมันกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม!
ไม่มีศิษย์ชั้นนอกคนไหนที่กล้าขึ้นไปท้าทายต้วนหลิงเทียน!
ศิษย์ทั้งหมดในเวทีประลองที่ 7 เลือกที่จะยอมแพ้ และรอคอยชิงตำแหน่งผู้ครองสิทธิ์จากอีก 4 เวทีที่เหลือ
หากถึงยามนั้นหากพวกมันยังมีความแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะได้ พวกมันย่อมได้เข้ารอบ!
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนอยู่บนเวทีประลองที่ นั้นเบื่อๆก็หันไปมองข้างๆซ้ายขวาอันเป็นเวทีประลองที่ 6 กับที่ 8 บางที ก็ชะเง้อมองไปยังเวทีประลองที่ 9 ไม่ก็เวทีประลองที่ 10 …
เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบงัน
เพียงแค่หมดเวลายามเช้า ขุนเขาเทียนเฉวียนก็ได้ 10 ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด…
ใน 10 คนของศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนนี้ มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 จำนวน 5 คน ส่วนอีก 4 คนมีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6
แน่นอนว่าที่เหลือคนสุดท้ายคือต้วนหลิงเทียน ผู้ที่มีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5!