สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 301 : เวทีประลองที่ 7
บทที่ 301 : เวทีประลองที่ 7
"หืม? ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 รึ" ต้วนหลิงเทียนมองสำรวจ ก่อนที่จะประหลาดใจเล็กน้อย
ด้วยจิตสัมผัสที่สูงล้ำเพราะพลังวิญญาณอันเฉียบคม กับประสบการณ์ของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ต้วนหลิงเทียนสามารถระบุได้ทันทีว่า เหอตงผู้นี้เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7
เฮ่อชวนที่อยู่ข้างๆ ต้วนหลิงเทียน เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนจับจ้องไปยังเหอตง ก็รีบกล่าวคำออกมาทันที "ต้วนหลิงเทียน นี่คือศิษย์พี่เหอตง เขาเป็นหนึ่งในศิษย์สายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียนเราที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 …ในบรรดาศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้ง 5 คนนั้น กล่าวได้ว่าเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด "
ต้วนหลิงเทียนยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย หากมันแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้ง 5 เช่นนั้นมันก็สมควรมีฝีมือพอตัว
"เขายังด้อยกว่าฉีฮ่าวหรือ?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม
เนื่องจากเขาได้ยินว่าฉีฮ่าวเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 เช่นนั้นเหอตงนี่สมควรอ่อนด้อยกว่า
"ศิษย์พี่เหอตงด้อยกว่าฉีฮ่าวเล็กน้อย … แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยยอมรับว่าฉีฮ่าวแข็งแกร่งกว่า และยอมรับว่ามันเป็นอันดับ 1 …ที่เขามาลงประลองศิษย์สายนอกครั้งนี้ เพราะเขาคิดที่จะเอาชนะฉีฮ่าว และกลายเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 แทนมัน!"เฮ่อชวนค่อยๆกล่าวออกมา
เอาชนะฉีฮ่าวแล้วกลายเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1?
มุมปากต้วนหลิงเทียนกระตุก ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ …
เหอตงนั่นคิดจริงๆหรือว่าในบรรดาศิษย์สายนอกของนิกายกระบี่ 7 ดาว มันเป็นผู้ที่แข็งแกร่งรองจากฉีฮ่าว?
ไม่นานศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนก็มารวมกันที่เวทีประลองมากขึ้น
แล้วตอนนี้เองผู้อาวุโสสายนอกทั้ง 10 คนก็มาถึง
ในบรรดาผู้อาวุโสสายนอกทั้ง 10 นี้ ต้วนหลิงเทียนรู้จักเพียง 2 คนเท่านั้น
หลู่ชิว และ จ้าวหลิน
หลู่ชิวกับจ้าวหลินนั้นเดินเคียงไหล่กันมา แสดงว่าย่อมมีสัมพันธ์อะไรบางอย่าง
"ต้วนหลิงเทียน!" ไม่นานหลู่ชิวก็มองเห็นต้วนหลิงเทียนที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมา เขารีบก้าวอาดๆมาหาต้วนหลิงเทียนทันที
"อาวุโสหลู่ชิว" ต้วนหลิงเทียนที่เห็นอาวุโสหลู่ชิวเรียกเขาพร้อมเดินมาหา เขาก็ยิ้มรับกลับไป
"ต้วนหลิงเทียน ต้องยอมรับเลยว่า ข้าดูเจ้าผิดไปนัก!" หลู่ชิวมองมาด้วยสายตาลึกซึ้ง
ตอนนั้นเขาเป็นคนไปรับศิษย์สายนอก และได้นำต้วนหลิงเทียนมายังขุนเขาเทียนเฉวียน
ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะคิดว่าศิษย์วัย 20 ปีคนนี้แตกต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง แต่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะพิสดารถึงเพียงนี้!
ต้วนหลิงเทียนมาถึงขุนเขาเทียนเฉวียนไม่กี่วัน ก็สังหารศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 พร้อมกัน 2 คน!
อีก 2 เดือนต่อมา อุกอาจถึงขั้นสังหารศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6!
ยามนี้ชื่อเสียงของเขาระบือลือลั่นไปทั่วนิกายกระบี่ 7 ดาวแล้ว!!
แม้กระทั่งศิษย์สายในยังล่วงรู้ว่ายามนี้ มีตัวประหลาดเหนือมนุษย์อย่างต้วนหลิงเทียนโลดแล่นอยู่ในหมู่ศิษย์สายนอก!
"การประลองศิษย์สายนอกครานี้ เจ้าก็พยายามให้มากล่ะ" หลู่ชิวยิ้มให้ต้วนหลิงเทียนเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปรวมกับผู้อาวุโสคนอื่นๆ
หากกฎการประลองศิษย์สายนอกปีนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลง หลู่ชิวรู้ดีว่าตำแหน่งชนะเลิศย่อมไม่พ้นมือของต้วนหลิงเทียน!
แต่ปีนี้ต้วนหลิงเทียนโดดเด่นเกินไป ทำให้เหล่าปรมาจารย์ขุนเขาทั้ง 6 ถึงกับต้องประชุมเพื่อเปลี่ยนกฎ!
และหลังจากเปลี่ยนกฎแล้ว แน่นอนว่าศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ย่อมมาร่วมวงไพบูลย์ด้วย! พวกมันไม่ถูกกำจัดเรื่องจำนวนปีที่เป็นศิษย์อีกต่อไป!!
นั่นทำให้การประลองแข่งขันครั้งนี้ รุนแรงมากกว่าครั้งใด!
ถึงแม้ 3 เดือนที่แล้วต้วนหลิงเทียนจะสังหารศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้ แต่ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 กับ ขั้นที่ 7 ก็มีความแตกต่างกันมากมาย หลู่ชิวยังไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะสามารถเอาชนะศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ได้!
"ฮึ่ม!" จ้าวหลินที่เดินมาพร้อมหลู่ชิว แค่นเสียงสบถ พร้อมส่งสายตาเย็นชาไปยังต้วนหลิงเทียน ราวกับว่ามันจะกลืนกินเขาอย่างไรอย่างนั้น
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแย้มยิ้มรับ พร้อมยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ทำให้สีหน้าจ้าวหลินยิ่งบิดเบี้ยวอัปลักษณ์มากขึ้นไปอีก
"เจ้าคือต้วนหลิงเทียนหรือ?" ทันใดนั้นเองมีเสียงหนึ่งเรียกชื่อเขาดังขึ้น เมื่อต้วนหลิงเทียนหันไปดู ก็พบว่าผู้ที่เรียกเขาคือ เหอตง ที่หลับตาพักผ่อนรอเวลาเมื่อครู่ เขาไม่ทันได้สนใจว่ามันเดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ต้วนหลิงเทียนมองไปยังเหอตงก่อนที่จะพยักหน้ารับเบาๆ
"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสังหารศิษย์ที่โดดเด่นของขุนเขาเทียนจีนามเช่าอิง ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ไปเมื่อ 3 เดือนก่อนใช่หรือไม่? นับว่าพรสวรรค์ของเจ้ามิเลวเลยทีเดียว" เหอตงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์
"พรสวรรค์เจ้าเองก็นับว่าไม่เลว คงอีกไม่นานที่เจ้าจะตัดผ่านระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 ใช่หรือไม่?" สายตาต้วนหลิงเทียนจับจ้องไปยังร่างของเหอตงอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่จะกล่าวคำออกมา
อาศัยจิตสัมผัสของเขา และการสังเกตระยะประชิดเช่นนี้ย่อมล่วงรู้สภาพร่างกายและพลังงานต้นกำเนิดในร่างของเหอตงได้ดี …
แม้ว่าสีหน้าท่าทางของเหอตงจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แต่ม่านตาเขาหดแคบลงเล็กน้อย เพราะเขารู้สึกว่ายามอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มวัย 20 ปี คนนี้ ราวกับไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นอะไรไว้ได้
สายตาที่จับจ้องของคนตรงหน้าราวกับจะมองทะลุทุกสิ่งทุกอย่าง
"ดูเหมือนว่า ข้ายังประเมินเจ้าต่ำไปแล้ว" เหอตงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รอยยิ้มเริ่มเผยบนใบหน้าไร้อารมณ์ของเขา ก่อนที่จะกล่าวคำ "ข้าเหอตง"
เหอตงกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมรอยยิ้ม
"ข้าต้วนหลิงเทียน" ต้วนหลิงเทียนไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับท่าทางของเหอตง และในเมื่ออีกฝ่ายกล่าวออกมาอย่างสุภาพ แน่นอนเขาย่อมไม่คิดไม่สุภาพกับอีกฝ่าย
"ชื่อเสียงของเจ้านับว่ายอดเยี่ยมไม่เบานี่" เหอตงยิ้มให้ต้วนหลิงเทียน และกล่าวคำทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนที่จะเดินจากไว้ "หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือเรื่องฉีฮ่าว บอกข้าได้ตลอดเวลา"
"อา ขอบใจเจ้ามาก" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ เหอตงผู้นี้ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย
เฮ่อชวนที่อยู่ด้านข้างถึงกับตกตะลึง "ต้วนหลิงเทียน เจ้านี่ไม่เบานัก กระทั่งศิษย์พี่เหอตงยังเป็นฝ่ายมาเริ่มคุยกับเจ้าเช่นนี้… ยิ่งไปกว่านั้นเขายังคิดช่วยเจ้าอีกด้วย!"
ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มบางๆ แม้เหอตงตั้งใจจะช่วยเขา แต่เขาก็ไม่คิดพึ่งพาอะไร
เขาตั้งใจจะจัดการเรื่องราวด้วยตัวเอง!
นอกจากนี้ จากเรื่องที่เฮ่อชวนกล่าวบอกก่อนหน้า เหอตงผู้นี้ดูเหมือนจะอ่อนด้อยกว่าฉีฮ่าวเล็กน้อย เช่นนั้นหากเหอตงต้องมาบาดเจ็บเพราะเขา เขาย่อมรู้สึกผิดและเป็นหนี้อีกฝ่ายไม่น้อย
หลังจากที่หลู่ชิวและเหอตงมาทักทายต้วนหลิงเทียน แน่นอนว่ายามนี้ต้วนหลิงเทียนย่อมกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนขึ้นมา
กล่าวได้ว่าก่อนที่การแข่งขันประลองจะเริ่มขึ้น สิ่งที่ศิษย์สายนอกสนใจล้วนเป็นต้วนหลิงเทียนผู้เดียว
สำหรับการประลองแข่งขั้นนั้น ศิษย์สายนอกทุกคนจะได้รับป้ายบอกหมายเลข เพื่อจัดแบ่งลงเวทีประลอง
ต้วนหลิงเทียนได้หมายเลข 189
เป็นเวทีหมายเลข 7
ในแต่ละเวทีนั้นจะหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเวที แล้วผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นก็จะได้เข้ารอบต่อไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจตนาของผู้อาวุโสหรืออย่างไร แต่ศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้ง 5 คนนั้น ล้วนถูกจับแยกไปอยู่คนละเวทีทั้งสิ้น และเวทีที่โชคดีก็เป็นเวทีหมายเลข 1 – 5 …
แน่นอนว่าเหล่าศิษย์สายนอกที่จับได้หมายเลขที่จัดให้อยู่ในเวทีดังกล่าว ก็ทำได้เพียงยิ้มอย่างละเหี่ยใจ
หลังจากที่การประลองรอบแรกเริ่มขึ้น ก็ไม่ต้องคาดเดาใดๆ ผลลัพธ์ของ 5 เวทีแรก แน่นอนว่าย่อมเป็นศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ทั้ง 5 คนนั้น นั่นเอง แล้วยังเป็นชัยชนะอันรวดเร็ว!!
เพราะเหล่าศิษย์สายนอกที่ถูกจัดให้อยู่ร่วมเวทีเดียวกันเลือกที่จะกล่าวคำ ยอมแพ้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องประลองอะไร!
นี่เพราะพวกมันรู้ดี ถึงขึ้นไปก็เป็นการหาเรื่องเจ็บตัว มิพ้นถูกอีกฝ่ายทุบตีอยู่ถ่ายเดียว!
พวกมันเพียงขึ้นประลองกันเอง เพื่อหาผู้แข็งแกร่งรองลงมา แล้วรอให้ เวทีประลองที่เหลือทั้ง 5 ได้ผู้ชนะประจำเวที จนกลายเป็นผู้ครองสิทธิ์เข้าประลองรอบ 2 แล้วค่อยไปท้าทาย!!
และหากท้าทายจนเอาชนะ ได้ พวกมันก็จะกลายเป็นผู้ครองสิทธิ์แทน!
เมื่อหมดเวลาประลอง ผู้ครองสิทธิ์ย่อมได้เข้ารอบต่อไป!
ดังนั้นพวกมันจึงยังไม่ได้คิดยอมแพ้!
ทางด้านเวทีประลองหมายเลข 7…
หมายเลขต้วนหลิงเทียนคือ 181 และคู่ประลองของต้วนหลิงเทียนก็คือ ผู้ที่ถือหมายเลข 182 ซึ่งยังอีกนานกว่าจะถึงรอบที่เขาต้องขึ้นประลอง ตอนนี้เวทีที่ 7 ก็มีศิษย์ที่กำลังประลองกันอยู่
ทั้งคู่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5
ในตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนก็สังเกตได้ว่า นอกจากเวทีประลองหมายเลข 1-5 แล้ว เวทีประลองหมายเลข 6,7,8,9,10 ล้วนมีแต่ศิษย์ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 หรือ 6 ที่ลงประลองทั้งสิ้น
เพียงคิดครู่เดียวเขาก็เข้าใจ
เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับศิษย์ที่มีระดับบ่มเพาะด้อยกว่าระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 จะได้ผ่านไปยังรอบต่อไป
ดังนั้นถึงเวทีประลองตอนนี้จะมีศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนมากมาย…
แต่ศิษย์สายนอกที่คิดเข้าร่วมประลองมีเพียง 300 คนเท่านั้น!
และศิษย์ทั้ง 300 คนนี้ ล้วนมีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 ขึ้นไป!
ต้วนหลิงเทียนกลับมาจ้องยังเวทีประลองหมายเลข 7
ตอนนี้ผลการประลองระหว่างศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 ทั้ง 2 คนก็ปรากฏ เมื่อศิษย์คนหนึ่งที่ถือดาบวิญญาณระดับ 7 ได้ฟาดอาวุธอีกฝ่ายจนกระเด็นหลุดมือ …ซึ่งอีกฝ่ายใช้เพียงอาวุธวิญญาณระดับ 8 เท่านั้น
"น่าเสียดายนัก … ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคนที่แพ้หาได้ด้อยกว่าอีกฝ่ายไม่ แต่เพราะอาวุธวิญญาณมันด้อยกว่าจึงพ่ายแพ้เช่นนี้" เฮ่อชวนถอนหายใจออกมา เขารู้สึกเสียดายแทนศิษย์คนนั้นเล็กน้อย
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆออกมาพร้อมกล่าวคำ “อาวุธวิญญาณก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งเช่นกัน.”
ไม่นานการประลองของเวทีที่ 7 ก็ผ่านพ้นไป 3 คู่
ในเวทีประลอง ทั้ง 10 นั้นจะมีผู้อาวุโสสายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียนยืนเฝ้าเอาไว้ เพื่อทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เหล่าศิษย์สาวกลงมือรุนแรงกันจนอีกฝ่ายตกตาย…
เพราะจะอย่างไร ดาบกระบี่ย่อมไร้นัยน์ตา!
"เอาล่ะดูเหมือน ถึงตาข้าแล้ว" ต้วนหลิงเทียนโค้งคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าถึงหมายเลขของเขา
"ต้วนหลิงเทียน!" ประกายตาของผู้อาวุโสประจำเวทีเรืองวูบขึ้นเมื่อเห็นชื่อต้วนหลิงเทียน
ตอนนี้เองศิษย์สายนอกที่เป็นคู่ประลองของต้วนหลิงเทียนนั้น ก็เริ่มลุกลี้ลุกลนขึ้นมา มันหวาดกลัวต้วนหลิงเทียนไม่น้อย…ถึงแม้ว่ามันจะมีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ก็ตาม…
จะให้มันทำอย่างไรได้เล่า เมื่อ 3 เดือนที่แล้วต้วนหลิงเทียนผู้นี้ ถึงกับลงมือสังหารศิษย์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ไปแล้วคามือ!
เมื่อต้วนหลิงเทียนขึ้นเวที ย่อมดึงดูดสายตาของทุกผู้คนได้ทันที
ศิษย์สายนอกรอบๆ เริ่มกล่าวคำขึ้นมา พร้อมเดินมาล้อมรอบเวทีประลองหมายเลข 7 “เฮ่ๆ ต้วนหลิงเทียนขึ้นประลองแล้ว มาชมดูกันเร็ว!”
"จริงรึ บัดซบ หลีกทางให้ข้าเร็วเข้า เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ข้าพลาดชมดูต้วนหลิงเทียนประลองเป็นตายกับเช่าอิงที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 บนขุนเขาเทียนจี วันนี้จะอย่างไรข้าต้องดูให้ชัดถนัดตา ข้าอยากเห็นความแข็งแกร่งของเขา ว่ามันสมคำร่ำลือหรือไม่! "
"ร่ำลือมานานแล้วว่า อาศัยระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 แต่สังหารขั้นที่ 6 ได้ ท้าทายสวรรค์เช่นนี้ …ข้าขอชมดูหน่อยเถิดว่ามันจักเลิศล้ำปานใดกัน"
"ยามนี้เจ้าคงหายอยากแล้วล่ะ เพราะกำลังจะได้ดูแล้วนี่"
…
ตอนนี้ผู้คนเริ่มแห่กันมารอบๆเวทีประลองที่ 7 เพื่อชมดูการประลองของต้วนหลิงเทียน
"ผู้อาวุโส พวกเราพักประลองกันก่อนได้หรือไม่ …พวกเราเองก็อยากเห็นต้วนหลิงเทียนต่อสู้" ศิษย์ที่กำลังจะประลองกันในเวทีประลองที่ 6 หันไปมองผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังด้านข้างพร้อมกล่าวบอกความต้องการออกมา
“ย่อมได้ อันที่จริงข้าเองก็อยากชมดูเช่นกัน” ผู้อาวุโสคนนั้นพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เรื่องนี้มันเห็นด้วยทันที
แล้วศิษย์สายนอกกระทั่งผู้อาวุโสคนอื่นๆ ของเวทีประลองที่ 8 , 9 และ 10 ก็ล้วนเลียนแบบเวทีประลอง ที่ 6 พวกมันต่างหยุดประลองแล้วมารอชมดูต้วนหลิงเทียนลงมือทั้งสิ้น….