สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 300 : การประลองศิษย์สายนอก
บทที่ 300 : การประลองศิษย์สายนอก
"อะไร หรือฉีฮ่าวนี้ มันมีชื่อเสียงมากรึไง?" ต้วนหลิงเทียนย่อมสังเกตเห็นสีหน้าประหลาดใจของเฮ่อชวน เขาจึงกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย…
ฉีฮ่าว?
เดี๋ยวนะ!
ดูเหมือนเขาจะเคยได้ยินแซ่ฉีนี้จากที่ไหนสักแห่ง… แต่หลังจากนึกอยู่สักพักเขาก็ยังนึกไม่ออก
"แน่นอนว่าย่อมมีชื่อเสียง!" เฮ่อชวนมองท่าทางต้วนหลิงเทียนแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าต้วนหลิงเทียนไม่รู้จักจริงๆ จึงกล่าวอธิบายออกมา "ฉีฮ่าวคนนี้ได้รับการขนานนามจากพวกเราเหล่าศิษย์สายนอกว่า…เป็นศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุด … ไม่มีศิษย์สายนอกคนใดที่เอาชนะมันได้!"
ศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุด?!
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ในที่สุดเขาก็นึกออก!
เขานึกขึ้นได้ว่าวันนั้นฉีเยี่ยนเคยกล่าวเรื่องอะไรทำนองนี้ ในวันที่เขาทำลายตันเถียนนาง! นางกล่าวถึงเรื่องที่พี่ชายนางเป็นศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุด และกำลังจะได้เป็นศิษย์สายในอะไรสักอย่าง!
หลังจากนั้นอาวุโสไป่ยังกล่าวให้เขาระวังพี่ชายของฉีเยี่ยน!
ดังนั้นคนที่เฮ่อชวนกล่าวถึง ที่ดั้นด้นมาท้าประลองเป็นตายกับเขาที่มีนามว่าฉีฮ่าวนี้
มันน่าจะเป็นพี่ชายของฉีเยี่ยน!
เฮ่อชวนคิดว่าต้วนหลิงเทียนหวาดกลัว หลังจากเห็นสีหน้าต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มันก็กล่าวเตือนออกมาด้วยความหวังดี “ต้วนหลิงเทียน…ถ้าเจ้าไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไร เจ้าไปหลบซ่อนก่อนเถิด … เพราะหากฉีฮ่าวรู้ว่าเจ้าปรากฏตัวออกมาแล้วล่ะก็ มันต้องรีบมาหาเจ้าแน่… และคงใช้เวลาไม่นานหรอก”
"ถ้ามันอยากมาก็ให้มันมาเถอะ!" ต้วนหลิงเทียนยิ้มออกมาอย่างไม่แยแส ก่อนที่จะมองไปยังเฮ่อชวนแล้วกล่าวถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ"เฮ่อชวน หูลีพึ่งกลับบ้านไปใช่หรือไม่?"
"เอ่อ?" เมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของต้วนหลิงเทียนเฮ่อชวนก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น มันคิดว่าต้วนหลิงเทียนคงเป็นโคหนุ่มไม่หวาดพยัคฆ์ "ใช่เขาพึ่งกลับไป เขายังฝากข้ามาบอกเจ้าอีกว่า ต้องได้พบกันอีกในอนาคต ไม่ต้องห่วงเขาไม่คิดท้อแท้อะไรแล้ว…จริงสินอกจากนั้น ตระกูลหูของหูลี่ก็ตั้งอยู่ที่เมืองกงหมิง"
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าและจดจำเอาไว้ในใจ …เป็นเรื่องดีแล้วที่หูลี่ยังมองโลกในแง่ดีได้อีกครั้ง
เพราอย่างน้อยมันก็ไม่ได้จมปลักกับความสูญเสีย
"ต้วนหลิงเทียน ข้าว่าเจ้าไปซ่อนตัวสักระยะไม่ดีกว่าหรือ?" เฮ่อชวนนั้นรู้สึกหนังศีรษะด้านชาไม่น้อยยามคิดถึงฉีฮ่าว สำหรับตัวมันนั้นฉีฮ่าวนี่น่ากลัวเกินไป และไม่ใช่อะไรที่ต้วนหลิงเทียนจะไปล่วงเกินได้
"คนเราอาจหลบซ่อนได้เป็นบางครั้ง แต่ยังไงก็ไม่อาจซ่อนไปตลอดชีวิตไม่ได้…เรื่องราวบางอย่างก็ต้องเผชิญหน้ากับมันตรงๆ" ต้วนหลิงยักไหล่เล็กน้อยพร้อมกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
เฮ่อชวนถึงกับเงียบไป
"จริงสิเฮ่อชวน แล้วการประลองศิษย์สายนอกนี่มันเริ่มเมื่อไหร่หรือ? แล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้างหากข้าจะเข้าร่วม?" ไหนๆก็เจอเฮ่อชวนแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ถามเรื่องนี้ซะเลย
ที่เขาออกมาจากถ้ำหินย้อยนี้แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักคือการเข้าร่วมการประลองศิษย์สายนอก!
และไม่เพียงแต่เข้าประลองเท่านั้น เขาต้องคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาให้ได้!
นี่เป็นคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับหูลี่!
คำสัญญาลูกผู้ชาย!
"การประลองรอบแรกจะเริ่มใน 3 วันหลังจากนี้ … ตราบใดที่เจ้าเป็นศิษย์สายนอก เจ้าเข้าร่วมประลองได้เลยโดยไม่ต้องทำอะไร ถึงเวลาเจ้าก็แค่ไปยังเวทีประจำขุนเขา แล้วรับป้ายหมายเลข หลังจากนั้นก็จะทำการประลองตามหมายเลขกระทั่ง คัดเลือกศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่ง 10 คนได้" เฮ่อชวนกล่าวสืบต่อ "แต่การประลองศิษย์สายนอกปีนี้ จะไม่มีข้อจำกัดดั่งกาลก่อน…ยามนี้กระทั่งศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ก็อาจจะเข้าร่วมประลองด้วย " ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้เขาได้ยินลี่เฟยบอกมาแล้ว
ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7?
แล้วยังไง!?
เขาให้คำมั่นหูลี่ไว้อย่างไร เขาก็ต้องกระทำให้ได้อย่างนั้น!!
สายตาต้วนหลิงเทียนเผยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ไม่หวาดหวั่นสั่นคลอน
"เอาล่ะ ขอบใจเจ้ามากเฮ่อชวน งั้นข้ากลับก่อนแล้วกัน … อีก 3 วันเจอกัน" ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำลาเฮ่อชวน หลังจากนั้นเขาก็เคลื่อนร่างหายลับไปจากสายตาของศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียน
ผ่านมาแล้วก็จากไปอย่างไร้ร่องรอย!
ไม่นานร่างหนึ่งก็มุ่งหน้ามายังขุนเขาเทียนเฉวียนด้วยความเร็วดั่งสายลม และด้วยการกล่าวถามศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียน ไม่นานร่างนั้นก็พุ่งมาหาเฮ่อชวน!
"เจ้ารู้จักต้วนหลิงเทียน ใช่หรือไม่?" ร่างชายหนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ ตา 3 เหลี่ยมดั่งอสรพิษแลดูไม่น่าคบหา จับจ้องมายังเฮ่อชวนเขม็ง
เฮ่อชวนไม่คิดเลยว่าฉีฮ่าวจะพุ่งเป้ามาที่มัน และกล่าวถามเช่นนี้ มันทำได้เพียงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
"พาข้าไปหามัน!" ประกายฉีฮ่าวเรืองวูบออกมาอย่างเย็นชา กล่าวคำด้วยน้ำเสียงเหน็บหนาว
"เอ่อ…แต่ข้าไม่รู้ว่าสถานที่บ่มเพาะของต้วนหลิงเทียน อยู่ที่ไหนน่ะสิ" เฮ่อชวนส่ายหน้า
"หืม?" ใบหน้าของฉีฮ่าวลดต่ำลงเล็กน้อย มันจับจ้องเฮ่อชวนอย่างลึกซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อพบว่าอีกฝ่ายมีท่าทางไม่เหมือนคนโกหก ก็ถามต่อออกมา "แล้วมันมาหาเจ้าทำอะไร?"
"เขาแค่มาถามข้าเรื่องการประลองศิษย์สายนอกที่จะเกิดขึ้นเทานั้นเอง" เฮ่อชวนไม่ได้คิดปิดบังอะไร เพราะจะอย่างไรเรื่องนี้อีก 3 วันศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนทุกคนก็ได้รู้อยู่แล้ว
"เช่นนั้นกล่าวได้ว่า มันคิดจะเข้าร่วมการประลองศิษย์สายนอกครั้งนี้ใช่หรือไม่?" ฉีฮ่าวกล่าวถามออกมาพร้อมแสยะยิ้ม ประกายตามันเย็นชาเรืองวูบขึ้นมาเต็มไปด้วยอำมหิต ราวกับต้วนหลิงเทียนอยู่ในกำมือมันแล้ว
"ก็ใช่" เฮ่อชวนพยักหน้า เรื่องนี้มันมั่นใจมาก
มันย่อมรู้ได้ทันทีว่าที่ต้วนหลิงเทียนโผล่มาที่หอแลกเปลี่ยนวันนี้ เพราะเขามาหาข้อมูลเรื่องการประลอง
"เช่นนั้นก็ดี" ประกายตาฉีฮ่าวเรืองวูบขึ้นมาอีกครั้ง แล้วอยู่ๆมันก็ยกมือขึ้นมาตบซัดไปที่เฮ่อชวนจนปลิวกระเด็น! ก่อนที่จะมองด้วยสายตาเย็นชา แล้วก็จากไป ไม่แยแสเฮ่อชวนที่ล้มกลิ้งบนพื้น
"พรวด ถล่มมารดามันเถอะ ช่างดุร้ายนัก!" เฮ่อชวนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องกระอักโลหิต มันทำได้เพียงยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
ฉีฮ่าวผู้นี้เผด็จการสมคำร่ำลือนัก!
3 วันต่อมา
การประลองรอบแรกของการประลองศิษย์สายในเริ่มขึ้น
วันนี่ศิษย์สายนอกของทั้ง 6 ขุนเขาจะทำการประลองที่ขุนเขาตัวเอง เพื่อเฟ้นหา ศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่ง 10 คนของแต่ละขุนเขา เพื่อไปประลองแข่งขันหาศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุดร่วมกันพรุ่งนี้!
กล่าวได้ว่า รอบที่ 2 นี้ถือเป็นการประลองแข่งขันศิษย์สายนอกที่แท้จริง!
ศิษย์ที่ชนะเลิศในการประลองรอบที่ 2 จะได้รับรางวัลมากมายจากนิกายกระบี่ 7 ดาว …
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ศิษย์สายนอกทุกคนที่มั่นใจ ล้วนมาเข้าร่วมแข่งขันประลอง
วูบ!
ร่างหนึ่งพุ่งมาจากยอดเขาเทียนเฉวียนดั่งสายลม ไม่นานก็มาถึงหอแลกเปลี่ยน
"เฮ่…เวทีของขุนเขาเทียนเฉวียนอยู่ที่ใดรึ?"
คนที่ลงมาจากยอดเขาแน่นอนว่าคือต้วนหลิงเทียน…ร้อยถี่มีหนึ่งห่าง เขาดันลืมถามเฮ่อชวนว่าเวทีที่ว่ามันอยู่ตรงไหน…
"อ๊อ จะไปประลองล่ะสิ นู่นๆเจ้าตามพวกด้านหน้าไปสิ พวกนั้นกำลังไปเวทีพอดี"
ต้วนหลิงเทียนผู้ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวทีประจำขุนเขาอยู่ที่ไหน ทำได้เพียงฉีกยิ้มกว้างๆ ตบบ่าศิษย์ตรงหน้าก่อนที่จะก้าวอาดๆ ตามหลังผู้คนกลุ่มหนึ่งไป
ตอนนี้เองที่ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนรอบๆ บางคนเริ่มจดจำต้วนหลิงเทียนได้
"เฮ่ นั่นต้วนหลิงเทียนนี่นา!"
"นี่! ต้วนหลิงเทียน เจ้ายังกล้าปรากฏตัวออกมาอีกรึ!…หรือเจ้าไม่กลัวฉีฮ่าวกัน?"
"ใช่แล้วต้วนหลิงเทียน หากศิษย์พี่ฉีฮ่าวรู้ว่าเจ้ามาแล้ว เขาต้องไม่เลิกรากับเจ้าแน่ รีบไปเถิด"
…
คำกล่าวทำนองเดียวกันนี้ล้วนประดังเข้ามาที่ต้วนหลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนเพียงแย้มยิ้มอย่างเฉยเมย เขาไม่ได้แยแสเรื่องฉีฮ่าวอะไรนั่นสักนิด เคลื่อนร่างพลิ้วไหวดั่งสายลมมุ่งหน้าไปตามทาง แหวกฝ่าฝูงคนที่หนาแน่นขึ้นไป
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็มาถึงเวทีประลองประลองเป็นตาย…
เขาหันไปมองมันเล็กน้อย แล้วเขาก็เดินผ่านไป
ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงเวทีประลองประจำขุนเขาเทียนเฉวียน!
ต้วนหลิงเทียนมองเวทีประลองตรงหน้าด้วยสายตาทึ่งเล็กน้อย เพราะเวทีประลองประจำขุนเขาเทียนเฉวียนนี้ นับว่าใหญ่โตกว่าเวทีประลองเป็นตายหลายเท่า! อดไม่ได้ที่เขาจะกล่าวออกมา "เวทีประลองประจำขุนเขาเทียนเฉวียนนี่ ช่างใหญ่โตนัก!"
เวทีประลองของขุนเขาเทียนเฉวียนนี้นับว่าใหญ่โตมาก และมันยังมีเวทีแยกย่อยอีก 10 เวทีรอบๆ
หนึ่งในเวทีย่อยนั้นไม่ได้เล็กกว่าเวทีประลองเป็นตายด้วยซ้ำ!
ต้วนหลิงเทียนพอเดาได้คร่าวๆว่าเวทีย่อยทั้ง 10 เวทีนี้ควรจะเป็นเวทีประลองย่อยที่มีไว้เพื่อเฟ้นหาศิษย์ สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุด ประจำขุนเขาเทียนเฉวียน ทั้ง 10 คน
ไม่นานศิษย์สายนอกมากมายก็มารวมตัวกันยังเวทีประลองนี้
เหล่าศิษย์สายนอกที่มาส่วนมากจะแลดูแข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ บางคนก็ถูมือหักนิ้วราวกับกระสัน ร่างกายอยากปะทะ พวกมันล้วนมุ่งหวังเป็น 10 ศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุดประจำขุนเขาเทียนเฉวียน
เพราะมีเพียงกระทำเช่นนี้เท่านั้นถึงจะมีโอกาสไปประลองเพื่อชิงรางวัลจากนิกาย
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนอยู่นั้น แน่นอนว่าย่อมเด่นไม่น้อย ผู้คนล้วนให้ความสนใจ
ในขุนเขาเทียนเฉวียนแห่งนี้ กล่าวได้ว่าต้วนหลิงเทียนนั้นโด่งดังอย่างมาก …
แต่ก็มีบ้าง บางคนที่จับจ้องมายังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข เพราะต้วนหลิงเทียนกำลังจะประสบกับคราเคราะห์ "ต้วนหลิงเทียนนี่มันยังกล้ามาร่วมประลองศิษย์สายนอกอีก …ถึงแม้มันจะประสบผลสำเร็จอย่างไรก็ตาม สุดท้ายมันก็ต้องเผชิญหน้ากับฉีฮ่าว และแน่นอนหากดูจากความแค้นที่ฉีฮ่าวมีต่อมันแล้ว ต่อให้มันไม่ตายก็ต้องถูกทำลายตันเถียน!”
"ถ้าข้าเป็นเขา ข้าจะไม่เข้าร่วมประลองนี่เด็ดขาด"
"ใช่แล้ว ยามนี้สิ่งที่เขาควรทำคือซ่อนตัวและบ่มเพาะ … เขาควรจะออกมาเมื่อระดับบ่มเพาะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 ด้วยพรสวรรค์ของเขาแล้วไม่น่าจะใช้เวลานานสักเท่าไร ถึงยามนั้นฉีฮ่าวก็คงไม่อาจทำอะไรเขาได้ "
"ข้าล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าเขาคิดอันใดของเขากัน"
…
ศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนเริ่มจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องต้วนหลิงเทียน
ซ่อนตัว?
ถ้าเขาทำแบบนั้น ก็อย่าได้เรียกเขาต้วนหลิงเทียนแล้ว!
"ต้วนหลิงเทียน เจ้ามาแล้ว!" ไม่นานเฮ่อชวนก็ปรากฏตัวขึ้นมาและกล่าวทักต้วนหลิงเทียน ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนก็เห็นสภาพเฮ่อชวนที่มีร่องรอยบาดเจ็บไม่น้อย "เฮ่อชวน เจ้าไปโดนใครทำร้ายมากัน?"
"จะมีใครอีก ก็ฉีฮ่าวนั่นล่ะ แต่เจ้าอย่าได้คิดมาก ไม่มีอันใดหรอกแค่บาดแผลเล็กๆน้อยเท่านั้นเอง อย่าไปยุ่งกับมันเลย" เฮ่อชวนส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้ม ราวกับไม่อยากให้ต้วนหลิงเทียนไปมีเรื่องอะไร
"อะไร ฉีฮ่าวเป็นคนทำเจ้า?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วด้วยความปลกใจ "แล้วทำไมมันถึงทำร้ายเจ้ากัน เจ้าไปมีเรื่องอะไรกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เฮ่อชวนส่ายหัว "ข้าเองก็ไม่ได้ไปมีเรื่องอะไรกับมันหรอก แต่วันก่อนมีคนเห็นข้าอยู่กับเจ้าหน้าหอแลกเปลี่ยน แล้วดันไปบอกฉีฮ่าวน่ะ … ฉีฮ่าวก็เลยมาหาข้า เพื่อถามหาสถานที่บ่มเพาะของเจ้า และยังถามเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าด้วยว่ามาทำไม… ข้าเองก็จำต้องบอกมันไปว่าเจ้าจะเข้าร่วมการประลองศิษย์สายนอกครั้งนี้ด้วย …เรื่องนี้จะว่าไปก็ต้องขอโทษเจ้าด้วย" ในขณะที่กล่าวนี้เฮ่อชวนก็รู้สึกผิดไม่น้อย
"ไม่เป็นไรหรอกแค่เรื่องเล็กน้อย เพราะจะยังไงวันนี้มันก็ต้องรู้อยู่ดี" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ เรื่องนี้เขาไม่คิดโทษเฮ่อชวนสักนิด “แล้วนี่ระดับบ่มเพาะเจ้าก้าวหน้าขึ้นแล้วหรือ ถึงมาร่วมประลองด้วย?”
"เฮ่ อย่าได้ล้อข้าเล่นหน่า…อย่างข้าจะเอาอะไรไปสู้เขา ข้ามาที่นี่เพื่อมาชมดูเจ้าแสดงฝีมือแล้วก็ให้กำลังใจเจ้าเท่านั้นล่ะ… แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าเกรงว่าถึงไม่ต้องมีข้าให้กำลังใจก็คงเข้ารอบสบายๆ ฮ่าๆ!" คำกล่าวของเฮ่อชวนนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจในฝีมือของต้วนหลิงเทียน
"อ๊ะ ศิษย์พี่ เหอตง!" ตอนนี้เองมีเสียงประหลาดใจดังขึ้น ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนจึงหันไปมองตามทิศทางเสียงนั้น
ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองเช่นกัน
เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ 25 ปีกำลังย่างสามขุมมาตามเส้นทางขึ้นเขา
เหล่าศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนตามรายทางล้วนกล่าวคำต้อนรับอย่างกระฉับกระเฉง "ศิษย์พี่เหอตง!"
"ศิษย์พี่เหอตง!"
"ศิษย์พี่เหอตง!"
…
หลังจากที่ชายหนุ่มคนนั้นเดินทางมาถึงเวทีประลองประจำขุนเขาเทียนเฉวียนแล้ว เขาก็ไปยืนด้านข้างเวทีประลองพร้อมหลับตาพักผ่อนจิตใจ ไม่แยแสเรื่องราววุ่นวายใดๆรอบตัว