สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 299 : 3 เดือนต่อมา
บทที่ 299 : 3 เดือนต่อมา
"มิผิด มีเรื่องอันใดรึ?" จงปิงย่อมสังเกตเห็นถึงสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเต็มไปด้วยโทสะของฉีฮ่าวได้ จึงกล่าวถามออกมาด้วยความอยากรู้
"อายุประมาณ 20 สังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 ทั้ง 2 คนในกระบี่เดียว …ระดับบ่มเพาะของมันคืออันใด?" ฉีฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกล่าวถามออกมา
"ดูเหมือนว่ามันจะมีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5" จงปิงถอนหายใจ “ผู้ที่ตกตายภายใต้เงื้อมมือมันหาได้มีเพียงเท่านั้น กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ของขุนเขาเทียนจียังถูกมันสังหาร ”
"อะไร?!" ม่านตาของฉีฮ่าวหดแคบลง มันประหลาดใจไม่น้อย "อาวุโสจงปิง มิใช่เมื่อครู่ท่านพึ่งกล่าวว่ามันอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 หรือไร?"
"มิผิด เจ้าได้ยินถูกแล้ว…มันอยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 …แต่มันสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้จริงๆ! …ศิษย์ที่ตกตายเจ้าเองก็น่าจะรู้จัก มันคือเช่าอิง ศิษย์โดดเด่นของขุนเขาเทียนจี” จงปิงกล่าวออกมาอย่างช้าๆ ทุกครั้งที่กล่าวเรื่องนี้อดไม่ได้ที่มันจะสะท้านในใจ
กระทั่งมันยังคิดว่าฝันละเมอไปด้วยซ้ำ!
"เช่าอิง?" ฉีฮ่าวแน่นอนว่าย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามเช่าอิงนี้มาก่อน เพราะมันเป็นศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของขุนเขาเทียนจี
นอกจากนี้มันยังได้ยินมาว่า อีกไม่นานเช่าอิงยังจะก้าวไปถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 แล้วด้วยซ้ำ
แล้วหลังจากนั้นมันก็จะได้กลายเป็นศิษย์สายในคนใหม่!
"เป็นไปได้หรือไม่ที่เช่าอิงมิได้ใช้อาวุธวิญญาณ ส่วน เจ้านั่นมันใช้อาวุธวิญญาณ?" ฉีฮ่าว กล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำยากจะเชื่อ เพราะมันเป็นเรื่องยากจะเชื่อ และเหนือจินตนาการสำหรับมันนัก ที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 จะลงมือสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้
“ไม่ …เช่าอิงใช้อาวุธวิญญาณระดับ 7 และลงมือสุดกำลังแล้ว … ทางด้านเจ้าผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 นั่นมันก็ใช้อาวุธวิญญาณระดับ 7 เช่นกัน ความแข็งแกร่งของพวกมันต่างกัน มากกว่า 10 ช้างแมมมอธโบราณ แต่มันก็ยังอาศัยวิชากระบี่ไว จู่โจมสวนกลับได้ ทว่าก็ได้แค่ปัดป้องเท่านั้น”
"แต่ทว่าในช่วงจังหวะสำคัญ เจ้าผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 นั่น กลับใช้อีกมือหนึ่งจี้ออกด้วยหนึ่งดัชนี ทำลายกระดูกของเช่าอิงทั่วทั้งร่างจนตกตาย กล่าวไปแล้ว…ข้าสงสัยนักว่ามันใช้สุดยอดวิชาอันใดกันแน่" ในขณะที่กล่าวถึงเรื่องนี้ กระทั่งจงปิงที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ ยังอดไม่ได้ที่จะหนาวสะท้าน
สำหรับตัวมันนั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 อันเป็นศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนั้น ประหลาดเกินไป
"แล้วมันได้ใช้อาคมจารึกสังหารเช่าอิงหรือไม่?" ฉีฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย มันยังไม่อยากจะเชื่อ
โลกนี้มีวิชายุทธ์ท้าทายสวรรค์เช่นนั้นด้วยหรือ?
แม้จะเป็นวิชายุทธ์ระดับพิภพ ยังเป็นไปไม่ได้!
เพราะนอกเหนือจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติที่เข้าใจ พลัง แล้วมิฉะนั้นก็ไม่อาจฝึกวิชาระดับพิภพได้!
ส่วนวิชาระดับสวรรค์นั้น เรียกได้ว่าเป็นวิชายุทธ์ระดับตำนาน เงื่อนไขที่จำเป็นต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้น
ดังนั้นวิชายุทธ์ที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ฝึกฝนได้ ก็มีระดับวิชามากที่สุดแค่ ห้วงมหรรณพขั้นสูงเท่านั้น
แล้ววิชายุทธ์จู่โจมระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงมันมีวิชาร้ายกาจขนาดนั้นด้วยหรือ?
ฉีฮ่าวรู้สึกสงสัยอย่างหนักหน่วงในหัวใจ
"มันมิได้ใช้แน่นอน" จงปิงส่ายหัว "หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เหล่าผู้อาวุโสของขุนเขาเทียนจีที่คาใจเอง ก็ไปตรวจสอบเรื่องราวดูแล้ว … สุดท้ายก็สรุปได้อย่างแน่ชัดว่า กระดูกทั่วร่างของเช่าอิงนั้น ถูกป่นทำลายด้วยพลังงานต้นกำเนิดจริงๆ! แต่มิรู้ว่าเป็นวิชาเลิศล้ำอันใด!"
"อายุเพียง 20 ปี แต่สังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้?" ฉีฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตา 3 เหลี่ยมดั่งอสรพิษมันเรืองวูบขึ้นมาด้วยประกายเย็นชา ใจมันสั่นเล็กน้อย "น่าจะเป็นมันไม่ผิดแน่!"
"อะไร? ฉีฮ่าวเจ้ารู้จักมันด้วย?" จงปิงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่เล็ดรอดออกมาจากร่างฉีฮ่าว นี่ทำให้มันบังเกิดความสงสัยนัก
"อาวุโสจงปิง นอกเหนือจากมันแล้ว มีศิษย์สายนอกคนใหม่ของนิกายกระบี่ 7 ดาวเรา ที่มีอายุราว 20 ปีแล้วมีระดับกำเนิดแก่นแท้มากกว่าขั้นที่ 4 อีกหรือไม่ ?” ฉีฮ่าวต้องการยืนยันอีกครั้ง
“อืม…นอกจากเจ้าหนุ่มนั่นแล้วข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เรื่องนี้กล่าวไปยังนับว่ายากที่จะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ…นิกายกระบี่ 7 ดาวเราไม่เคยมีศิษย์อัจฉริยะระดับนี้มาก่อน ครั้งนี้นับว่าโชคดีนัก! ศิษย์อัจฉริยะเช่นนี้หาได้มีมากมายเหมือนกะหล่ำปลีในตลาดไม่” จงปิงส่ายศีรษะ มันคิดว่าคำถามฉีฮ่าวนี้ไร้สาระเกินไป
"อาวุโสจงปิง ศิษย์คนนั้นมันชื่อว่าอะไร" ฉีฮ่าวกล่าวถามอีกครั้ง
"มันเรียกว่าต้วนหลิงเทียน" จงปิงกล่าวออกมาทันที นามนี้มันจำได้แม่นยำนัก
เพราะนี่เป็นนามของสุดยอดอัจฉริยะ!
“ขอบคุณท่านมากอาวุโสจงปิง” ฉีฮ่าวพยักหน้าให้อาวุโสจงปิง ก่อนที่จะหันหลังจากไป …คราวนี้มันมุ่งหน้าไปยังขุนเขาเทียนชู
"เฮ่อ…ใยข้ารู้สึกว่าเจ้าฉีฮ่าวนี้มันแปลกๆไปพิกล หรือมันไปเจออันใดตอนฝึกฝนหาประสบการณ์ในป่า?"จงปิงยืนมองหลังไวๆ ของฉีฮ่าวพร้อมขมวดคิ้ว
"เป็นมันไม่ผิดตัวแน่! บนสะพานโซ่ร่างฉีฮ่าวกำลังเดินไปอย่างรวดเร็วดั่งเหินลม ประกายตามันเรืองวูบด้วยจิตฆ่าฟัน "ต้วนหลิงเทียนเจ้ากล้าทำลายตันเถียนน้องสาวข้า … เจ้าต้องตายไร้ที่ฝัง!"
ด้วยโทสะอารมณ์อันรุนแรงนี้ ทำให้ใบหน้าของฉีฮ่าวยิ่งมายิ่งอัปลักษณ์ ทำให้เหล่าศิษย์ขุนเขาอวี้เหิงที่เดินสวนผ่านไปผ่านมาบังเกิดความสยดสยองจนแทบไม่กล้ามอง ซ้ำยังรีบถอยห่างราวกับมันเป็นโรคติดต่อ ในใจทั้งหมดบังเกิดความเหน็บหนาว จนมันผ่านไปไกลค่อยรู้สึกดีขึ้น
"ศะ… ศิษย์พี่ฉีฮ่าว" บางคนที่ยังกล้าทักทายก็มีบ้าง แต่น้ำเสียงของพวกมันนั้นสั่นกลัวนัก
ฉีฮ่าวไม่หยุดยั้ง เมื่อก้าวข้ามสะพานมาถึงขุนเขาเทียนชูแล้วมันก็มุ่งหน้าไปยังขุนเขาเทียนเฉวียนทันที
มันต้องการไปขุนเขาเทียนเฉวียนเพื่อลากคอต้วนหลิงเทียน คนที่ทำร้ายตันเถียนน้องสาวมันออกมา!
มันต้องการล้างแค้น!
มันต้องล้างแค้นให้น้องสาวสุดที่รักของมัน!
ต้วนหลิงเทียนแน่นอนว่าไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรทั้งสิ้น ว่าหลังจากที่เขากลับมาจากขุนเขาเหยากวง ขุนเขาเทียนเฉวียนนั้นก็แทบระเบิด!
เพราะตอนนี้ ศิษย์ขุนเขาอวี้เหิงอย่างฉีฮ่าวมาป่าวประกาศดังสนั่น! กระจายไปทั่วขุนเขาเทียนเฉวียน ใจความประกาศกล่าวว่า มันต้องการท้าต้วนหลิงเทียนขึ้นเวทีประลองเป็นตาย ต่อสู้กันจนกว่าจะตกตายกันไปข้าง!
แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนไม่ได้ล่วงรู้คำท้านี้เลย! เพราะเขากลับมาถึง ก็นั่งบ่มเพาะพลังในถ้ำ!
และเมื่อผู้คนของขุนเขาเทียนเฉวียนเห็นต้วนหลิงเทียนไม่ปรากฏตัวเสียทีแม้จะผ่านไปเป็นเวลานาน ทั้งหมดก็คิดว่าต้วนหลิงเทียนหวาดกลัวฉีฮ่าว
“จริงๆจักว่าไปแล้ว ที่ต้วนหลิงเทียนไม่ออกมาก็มิแปลกอันใด ฉีฮ่าวนั้นกล่าวไปมันก็เป็นถึงศิษย์สายนอกอันดับหนึ่ง ของนิกายกระบี่ 7 ดาวเราตอนนี้เสียด้วย ต้วนหลิงเทียนจักเกรงกลัวไม่เผยตัวก็ถูกแล้ว”
"เจ้ากล่าวถูก หากข้าเป็นต้วนหลิงเทียนก็คงมิแสดงตัวออกมาเช่นกัน"
“ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะสังหารเช่าอิงอันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้ แต่ศิษย์พี่ฉีฮ่าวนั้นเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 7 แล้ว นับว่ามีความแตกต่างด้านความแข็งแกร่งสูงถึง 20 ช้างแมมมอธโบราณ…แล้วยิ่งใช้อาวุธวิญญาณความแตกต่างยิ่งมากขึ้นไปอีก”
"เป็นไปได้หรือไม่ ที่ต้วนหลิงเทียนคิดจะหลบซ่อนไปตลอด และมิออกมาเข้าร่วมการประลองศิษย์สายนอกที่จะเริ่มขึ้น 3 เดือนหลังจากนี้?"
"ยิ่งรางวัลของการประลองศิษย์สายนอกครานี้นับว่าล้ำค่าอย่างยิ่ง! ได้ยินมาว่ากระทั่งผู้ชนะเลิศ ปีนี้จะได้รับผลไม้วิญญาณที่หาได้ยากยิ่งเป็นของรางวัลด้วยซ้ำ"
"หืม? แล้วนี่เจ้าไปรู้มาได้อย่างไร?"
"ฮ่าๆ นี่เป็นเพราะพี่ชายคนโตของข้าเป็นศิษย์สายใน แล้วเขาก็มีความสัมพันธ์กับผู้อาวุโสสายนอกไม่น้อย จึงได้รับรู้เรื่อวงในนี้มาอย่างไรเล่า"
…
ด้วยการมาถึงของฉีฮ่าวที่ป่าวประกาศไปทั่วขุนเขาเทียนเฉวียน ทำให้ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนแตกตื่นไม่น้อย
แต่แม้ฉีฮ่าวจะป่าวประกาศอยู่หลายวัน ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา สุดท้ายฉีฮ่าวก็จำต้องกลับไปอย่างหงุดหงิด
อย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะกลับไป มันได้กล่าววาจาทิ้งท้ายเอาไว้อย่างเกรี้ยวกราด “ต้วนหลิงเทียน! ข้า ฉีฮ่าว พี่ชายของฉีเยี่ยน ข้าขอสาบานว่าข้าจักมิหยุดจนกว่าจะสังหารเจ้าได้! นิกายกระบี่ 7 ดาวนี้ หากมีเจ้าต้องไม่มีข้า หากมีข้าต้องไม่มีเจ้า!”
แต่กว่าต้วนหลิงเทียนจะได้รับข้อความนี้เวลาก็ล่วงเลยไปแล้ว 3 เดือน…
ริมหน้าผาของขุนเขาเทียนเฉวียน ต้นไม้เอียงด้านหน้าถ้ำหินย้อยที่อยู่ใต้ทะเลหมอก
มีร่างหนึ่งพุ่งมาปราดเปรียวดั่งอสรพิษจากด้านในถ้ำ พุ่งร่างมาหยุดยืนนิ่งบนต้นไม้เอียง
ต้นไม้สั่นไหวเล็กน้อย
"อา นี่ก็ 3 เดือนกว่าแล้วสินะ…" ต้วนหลิงเทียนมองทะลุทะเลหมอกไปยังทิศทางป่าแรกเริ่ม
หลังจากมองอยู่พักใหญ่ เขาก็ระบายลมหายใจออกมา “ทำไมป่านนี้แล้วเจ้า 2 ตัวน้อยยังไม่กลับมาอีก…”
หลังจากที่กลับมาจากขุนเขาเหยากวงครั้งสุดท้าย ต้วนหลิงเทียนก็ปิดด่านบ่มเพาะพลังภายในถ้ำหินย้อยอย่างสันโดษ เขาไม่ได้ออกไปไหนเลย…เพียงพริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยไป 3 เดือนแล้ว…
วูบ!
ร่างของต้วนหลิงเทียนกระโดดถีบตัวจากต้นไม้เอียงขึ้นไปยืนบนยอดเขาเทียนเฉวียน
"เอ…ถ้าข้าจำไม่ผิด การประลองศิษย์สายนอก น่าจะใกล้จะเริ่มแล้วใช่หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนรีบลงจากยอดเขามุ่งหน้าไปหาข่าวที่หอแลกเปลี่ยนทันที
สำหรับเขาแล้ว หากต้องการรู้เรื่องราวต่างๆ มาถามหาเอาที่หอแลกเปลี่ยนนี่ล่ะ รวดเร็วที่สุดแล้ว …
ทว่าเพียงแค่เขามาถึงหอแลกเปลี่ยน ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนทุกคนก็ล้วนหันขวับ จับจ้องมาที่เขาด้วยสายตาแปลกประหลาดอย่างพร้อมเพรียง!
"อะไรกันหว่า หรือหน้าข้ามีอะไรติดอยู่?" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเมื่อเห็นภาพนี้
ในขณะที่ในใจเต็มไปด้วยคำถาม ก็มีร่างหนึ่งตะโกนออกมา "เฮ่ ต้วนหลิงเทียน!"
"หือ? อ้าว! เฮ่อชวนนี่ มีอะไรรึ?" ต้วนหลิงเทียนย่อมจดจำชายคนนี้ได้ มันเป็นสหายสนิทของหูลี่ มีนามว่าเฮ่อชวน
"เฮ่อ…ต้วนหลิงเทียน ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัวออกมาได้เสียที ข้าหลงคิดว่าเจ้าจะซ่อนตัวจนไม่ออกมาเข้าร่วมการประลองแข่งขันศิษย์สายนอกเสียแล้ว" เฮ่อชวนกล่าวกับต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะส่ายหน้าพร้อมแย้มยิ้ม
"ซ่อน? ซ่อนอะไรหรือ"แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมงงกับคำกล่าวนี้ของเฮ่อชวน
เฮ่อชวนมันหมายความว่าอะไร?
ซ่อนอะไรกัน?
"หืม?" เฮ่อชวนรีบถามออกมาเมื่อเห็นท่าทางไม่รู้เรื่องราวของต้วนหลิงเทียน "อ้าว ที่เจ้าหายไป กว่า 3 เดือนนี่ มิใช่เจ้าไปซ่อนตัวจากฉีฮ่าวหรอกหรือ?"
"ฉีฮ่าว?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว "แล้วมันเป็นใครกันล่ะ? ข้าจำไม่ได้เลยว่า เคยรู้จักมันนะ"
เฮ่อชวนอึ้งไป พูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง "เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่รู้จักมัน? เป็นไปไม่ได้ …หากเจ้าไม่รู้จักมัน แล้วมันจะมาท้าเจ้าไปประลองเป็นตายทำอะไร?"
"ท้าข้าไปประลองเป็นตาย?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว
ใจเขาดิ่งวูบลงไปเล็กน้อย
หรือมันเป็นผลงานของจ้าวหลินอีกแล้ว?
"ใช่แล้ว มันมาถึงขุนเขาเทียนเฉวียนนี่ แล้วก็ประกาศไปทั่วขุนเขา เอ่ยคำท้าประลองเป็นตายต่อเจ้า กระทั่งมันยอมค้างบนขุนเขานี้หลายวันเพื่อรอเจ้า …แต่เมื่อมันรอเจอเจ้านานๆ แต่ไม่ได้เจอมันก็กลับไปพักบ้าง แต่หลายวันผ่านไปมันก็มาประกาศท้าเจ้าอีก แต่จะอย่างไรสุดท้ายเจ้าก็ไม่ได้ออกมา.. พวกเราก็นึกว่าเจ้าจงใจซ่อนตัวจากมัน” เฮ่อชวนพยักหน้าพร้อมกล่าวออกมาช้าๆ
"เดี๋ยวนะ ที่เจ้ากล่าวนี่ … มันไม่ใช่คนของขุนเขาเทียนเฉวียนเรางั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนเอะใจคำพูดบางคำของเฮ่อชวน
เป็นไปได้ไหมที่จ้าวหลินนั่นมันไปตามศิษย์สายในมาลงมือกับเขา?
"ต้วนหลิงเทียน นี่เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อฉีฮ่าวมาก่อนจริงๆ หรือ!" เฮ่อชวนมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย เขาจำได้ว่าต้วนหลิงเทียนเข้าร่วมนิกายกระบี่ 7 ดาวมากว่าครึ่งปีแล้ว…แต่เขาไม่รู้จักศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายกระบี่ 7 ดาวอย่าง ฉีฮ่าว!
เหลือเชื่อนัก