หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 297 : กลับไปขุนเขาเหยากวงอีกครั้ง

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 297 : กลับไปขุนเขาเหยากวงอีกครั้ง
Prev
Next

บทที่ 297 : กลับไปขุนเขาเหยากวงอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ต้วนหลิงเทียนก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการบ่มเพาะ หลังจากที่เขาได้ดูดซึมผลลัพธ์ของโอสถเร่งพลังกำเนิดจนหมดสิ้นสมบูรณ์

"ฟู่ว" ต้วนหลิงเทียนระบายลมหายใจออกมาลึกยาว ก่อนที่จะลึกขึ้นยืนและเดินออกไปด้านนอกถ้ำหินย้อย

"เฮ่อ…สงสัยนักว่าป่านนี้เจ้าตัวน้อยทั้ง 2 จะเป็นเช่นไรบ้าง มันจะถูกใครรังแกมั้ยนะ.." ต้วนหลิงเทียนยามนี้ยืนอยู่บนต้นไม้เฉียง และราวกับจะใช้ไอหมอกยามเช้าชำระจิตใจ สายตาของเขามองทอดยาวลงไปยังทิศทางของป่าแรกเริ่ม ในดวงตาเผยแววตาโหยหาประการหนึ่ง

ใจของเขานั้นไม่มีวันสงบ หากยังไมได้พบเจอเจ้าตัวน้อยทั้ง 2

"ข้าไปหาเสี่ยวเฟยกับเค่อเอ๋อดูดีกว่า … ตอนนี้เสี่ยวเฟยเองก็น่าจะทะลวงระดับได้แล้ว" มุมปากของต้วนหลิงเทียนยกขึ้นเผยรอยยิ้ม เขาเริ่มใช้พลังวิญญาณแผ่จิตสัมผัสไปตรวจสอบด้านบน เมื่อพบว่าไม่มีใครก็กระโดดขึ้นไปทันที แล้วลงจากยอดเขาเทียนเฉวียนไป

ในไม่ช้าเขาก็มาถึงลานหินหน้าหอแลกเปลี่ยน

เพียงแค่เขามาถึงหน้าหอแลกเปลี่ยนเขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาจำนวนหนึ่งที่มองมาที่เขาทันที

"ฮึ่ม!" รอยยิ้มเย็นชาปรากฏที่มุมปากต้วนหลิงเทียน หากเขาเดาไม่ผิด คนพวกนี้ไม่พ้นเป็นคนที่จ้าวหลินนั่นส่งมาติดตามเขาอีกเป็นแน่

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะคนพวกนี้ไม่ได้นับเป็นภัยคุกคามอะไร

"หืม?" ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนเหมือนจะสังเกตเห็นบางสิ่ง เขามองไปยังที่ไกลๆ

ตอนนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาซับซ้อน …

"หลิวอวี่?" ต้วนหลิงเทียนนึกชื่อชายคนนี้ไดอย่างรวดเร็ว ชายคนนี้เป็นศิษย์สายนอกที่ขวางเขาหน้าหอแลกเปลี่ยนวันนั้น และมันเป็นคนที่จ้าวหลินส่งมาเพื่อข่มขู่ให้เขาส่งมอบคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก

หลิวอวี่เป็นศิษย์สายนอกที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5

เขาจำได้ว่าวันนั้นเขาท้าหลิวอวี่ผู้นี้ให้ไปประลองเป็นตายกับเขา แต่มันก็ไม่กล้าและเลือกที่จะหันหลังเดินกลับไปอย่างขี้ขลาด

ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองมันครู่หนึ่งก่อนที่จะเลิกสนใจ และหันไปกลับไปเดินข้ามสะพานโซ่ต่อ

แต่ไหนแต่ไร เขาก็ไม่ได้แยแสหรือให้ความสนใจอะไรมันอยู่แล้ว

หลิวอวี่ที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นทำได้เพียงมองต้วนหลิงเทียนจากระยะห่างๆ มันเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา ตอนนี้สองขามันหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว กว่าจะขยับได้ก็ใช้เวลาพักใหญ่

"ขอบคุณสวรรค์! โชคดีแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่ตอบรับคำท้าประลองเป็นตายของมันวันนั้น … หาไม่แล้วข้าต้องตกตายแน่ๆ !" ในช่วงไม่กี่วันมานี้เขาได้ฝันถึงเรื่องราวในวันนั้นหลายครั้ง …เรื่องราวที่ต้วนหลิงเทียนเอ่ยคำท้าประลองเป็นตายกับเขา

ทุกครั้งเขาจะหวาดกลัวจนสะดุ้งตื่น!

ทั่วทั้งร่างจะเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น!

แต่พอหวนนึกลับไปวันนั้น นับว่าเขาเลือกหนทางได้ถูกแล้ว …ถึงจะถูกผู้คนมองว่าขี้ขลาด ก็ยังนับว่าดีกว่าตกตาย!

ต้วนหลิงเทียนสามารถสังหารได้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6! แล้วเขาที่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 เท่านั้น!

เขาสามารถจินตนาการได้เลย ว่าหากเขาขึ้นเวทีประลองเป็นตายกับต้วนหลิงเทียนแล้วจะเป็นอย่างไร… วันนั้นเขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

ต้วนหลิงเทียนคนนี้น่าหวาดกลัวเกินไป

เหล่าศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนที่เฝ้าจับตาดูต้วนหลิงเทียนก็เริ่มเคลื่อนไหว

"ต้วนหลิงเทียนข้ามสะพานโซ่ไปแล้ว ผู้ใดจะเป็นคนติดตามไป ส่วนข้าจะรีบไปรายงานผู้อาวุโสจ้าวหลิน?" หนึ่งในศิษย์กล่าวถามออกมา ซ้ำยังเลือกหนทางสบายก่อนใคร

ทั้งหมดเงียบไปไม่มีใครกล้ากล่าวอะไร

ต้วนหลิงเทียนคือตัวตนที่สังหารได้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้ขั้นที่ 6! พวกมันไม่กล้าเสี่ยงที่จะลอบติดตามเขาไป เพราะหากถูกอีกฝ่ายพบเจอมีหวังถูกทุบตีจนตาย!

"ข้าจะไปเอง" ทว่ากลับมีศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนหนึ่งกล่าวเสนอตัวออกมา

ต้วนหลิงเทียนพึ่งข้ามสะพานโซ่มาได้ไม่ทันไร ก็สัมผัสถึงคนที่กำลังเร่งรีบติดตามมาด้านหลัง

"อะไร! เป็นเจ้านี่อีกแล้ว! " ด้วยพลังวิญญาณที่แหลมคม ต้วนหลิงเทียนย่อมจับสัมผัสตัวตนของคนที่ลอบติดตามเขามาได้ และเขาพบว่ามันเป็นคนเดียวกันกับที่สะกดรอบตามเขาครั้งล่าสุด ซ้ำยังโดนเขาเปิดโปง

ดวงตาของต้วนหลิงเทียนเริ่มเย็นชาลงเล็กน้อย

ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนคนนี้ยังกล้ารับงานจ้าวหลินอีกหรือ?

นอกจากนี้ยังกล้าติดตามข้า?

ต้วนหลิงเทียนที่พึ่งมาถึงขุนเขาเทียนชูก็ใช้เวลาไม่นาน เขาก็หาเส้นทางเปลี่ยวร้างเส้นทางหนึ่ง

กล่าวให้ชัดก็คือ ต้วนหลิงเทียนคิดกระทำดั่งเช่นรอบที่แล้ว เขาจะแอบรอคอยมันมา แล้วกระทืบมันให้หนัก!

"ท่านต้วนหลิงเทียน ข้ารู้ว่าท่านสังเกตเห็นข้า ออกมาเถอะ แล้วอย่าพึ่งทุบตีข้า!" ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนที่เลี้ยวตามมารีบกล่าวคำออกมาอย่างร้อนรน มันสูดลมหายใจ ก่อนที่จะรีบกล่าวสืบต่อ "ข้าไม่ได้มีเจตนาสะกดรอยท่านแต่อย่างไร ข้าแค่จะมาเตือนท่านว่า ตอนนี้นอกจากข้าแล้ว อาวุโสจ้าวหลินยังใช้ให้คนติดตามท่านอีก 2-3 คน …แล้วตอนนี้ก็น่าจะมีคนรีบวิ่งไปแจ้งผู้อาวุโสจ้าวหลินแล้ว อีกไม่นานเขาจะมาที่นี่ "

"หืม?" ต้วนหลิงเทียนเดินออกมาพร้อมมองไปยังศิษย์คนนี้ด้วยสายตาประหลาดใจ "แล้วนี่ทำไมเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วยล่ะ?"

ศิษย์คนนั้นอายเล็กน้อย มันลูบหัวป้อยๆ พร้อมกล่าว "ก็เมื่อวานท่านจะฆ่าข้าก็ได้ แต่สุดท้ายท่านก็ไม่ได้ทำ… กล่าวไปข้าก็นับได้ว่าเป็นหนี้ชีวิตท่านแล้ว…"

ต้วนหลิงเทียนมองคนตรงหน้าด้วยสายตาลึกซึ้ง ในใจรู้สึกผิดคาดเล็กน้อย "โอ้…แล้วเจ้าชื่ออะไร?"

"ข้าชื่อ หวงจี้" ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนรีบกล่าวโดยไม่รอช้า

ผับ!

ต้วนหลิงเทียนยกมือขึ้นก่อนที่จะปรากฏตั๋วเงินจำนวน 12,000 เหรียญทอง "หวงจี้ข้ารู้ว่าเจ้าช่วยจ้าวหลินเพราะต้องการเงิน … ตอนนี้ข้าจะมอบให้เจ้า 12,000 เหรียญทอง ต่อไปในอนาคตถ้าจ้าวหลินถามถึงข้า ก็ให้พามันไปเดินวนรอบๆ นิกายกระบี่ 7 ดาวเล่นๆซะบ้าง เพื่อให้มันมีความหวังสักเล็กน้อย  แล้วค่อยให้มันกลับบ้านมือเปล่า" ในขณะที่กล่าวคำครั้งนี้ ต้วนหลิงเทียนแสยะยิ้มเล็กน้อย

หวงจี้รีบรับ 12,000 เหรียญทองพร้อมกล่าวตกลงทันที

ตั้งแต่เขาได้รับการละเว้นชีวิตจากต้วนหลิงเทียน เขาก็แค้นจ้าวหลินจับใจ

ตอนนี้เขามีโอกาสทำให้จ้าวหลินลำบากและทรมาน ซ้ำยังได้ทองตั้งมากมายทำไมเขาจะไม่กระทำ!

"เอาล่ะ…ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ไม่อย่างนั้นล่ะก็ … " ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนราวกับจะลูบหลังแล้วค่อยตบหัวอย่างไรอย่างนั้น มันเป็นการหยิบยื่นขนมหวานแล้วเอาดาบจี้คออย่างแท้จริง

"ไม่…ไม่กล้า ท่านอย่าได้กังวล ข้าจะทำให้ดีที่สุดไม่ให้ท่านผิดหวัง" หวงจี้รีบกล่าวคำออกมาอย่างจริงใจ

"ไปได้แล้ว" ต้วนหลิงเทียนส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนที่จะโบกมือ หลังจากนั้นเขาก็จากหวงจี้ไป …ไม่นานเขาก็เดินมาถึงสะพานโซ่ที่เชื่อมไปยังขุนเขาเหยากวง เขาข้ามมันไปไม่รอช้า

เมื่อต้วนหลิงเทียนมาถึงที่พักของอาวุโสไป่ เขาก็พบเจอศิษย์สตรีคนหนึ่งที่มีรูปร่างอ่อนแอ้นอรชร ซ้ำยังมีใบหน้างดงามไม่น้อย

เขาได้พบศิษย์สตรีคนนี้ 2 ครั้งแล้ว

ครั้งแรกก็เป็นวันที่ทดสอบรับศิษย์สายนอก นางได้ติดตามผู้อาวุโสไป่มาคัดเลือกศิษย์สายนอกด้วยเช่นกัน

ครั้งที่ 2 ก็เป็นที่ขุนเขาเหยากวงแห่งนี้ ตอนนั้นนางก็ยังติดตามอยู่ด้านหลังอาวุโสไป่เช่นกัน และดูเหมือนนางจะเป็นศิษย์ของอาวุโสไป่ นามว่าสั่วฉิง

กล่าวได้ว่านางเป็นศิษย์พี่ของลี่เฟย

"ศิษย์พี่สั่วฉิง" ต้วนหลิงเทียนยิ้มทักทายนางเล็กน้อย ในเมื่อนางเป็นศิษย์พี่ของลี่เฟยแล้ว ก็นับว่าเป็นศิษย์พี่ของเขาเช่นกัน

"ต้วนหลิงเทียน" ใบหน้าของสั่วฉิงเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อพบต้วนหลิงเทียน "ใช่เจ้ามาหาศิษย์น้องหรือไม่?"

"ใช่แล้ว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าพร้อมยิ้มบางๆ

"เอาล่ะ เจ้ารอสักครู่ ข้าจะไปเรียกนางให้" สั่วฉิงรับคำก่อนที่จะหันหลังจากไป ไม่นานนางก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้มีสตรีที่งดงามรูปร่างเย้ายวนเดินตามนางมาด้วยคนหนึ่ง

สตรีคนนั้นมีใบหน้าราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ทว่ามีรูปร่างเย้ายวนดังปีศาจ ทำให้ผู้คนที่จับจ้องไปยังร่างนางยากนักที่จะละสายตา ซ้ำยังอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความคิดกดขี่ข่มเหงนางบนเตียงสักครา

"ตัวเลวร้าย!" สตรีคนนั้นเมื่อเห็นต้วนหลิงเทียน ดวงตาคู่สวยของนางก็เบิกกว้าง รีบถลันร่างมาเข้าอ้อมอกต้วนหลิงเทียนทันที

ต้วนหลิงเทียนรู้เพียงมีกลิ่นหอมโชยเข้าจมูกวูบหนึ่ง ก่อนที่ร่างบอบบ่างนุ่มนวลจะกอดเขาอย่างอบอุ่น เขายิ้มเล็กน้อยพร้อมลูบหัวสตรีที่ทิ้งตัวเข้าอ้อมกอดของเขา "เสี่ยวเฟย เกือบ 3 เดือนแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน… "

ลี่เฟยพยักหน้ารับคำเบาๆ นางซุกศีรษะน้อยๆไว้ในอ้อมอกแกร่งของต้วนหลิงเทียน และค้างเอาไว้ไม่ยกขึ้นมาอยู่เป็นเวลานาน

ต้วนหลิงเทียนยื่นมือไปลูบแผ่นหลังเรียบเนียนของลี่เฟยก่อนที่จะเผยรอยยิ้มอบอุ่นออกมา

สั่วฉิงเหลือบมองไปยังลี่เฟยอย่างยินดีเมื่อเห็นภาพนี้ แล้วนางก็เลือกที่จะเดินจากไป

นางย่อมรู้ดีว่ายามนี่คู่รักต้องการเวลาส่วนตัว

ตัวนางนั้นรู้สึกยินดีกับศิษย์น้องมากนัก ที่มีวาสนาได้พานพบบุรุษที่ยอดเยี่ยมดั่งต้วนหลิงเทียน  เพียงชีวิตนี้ได้เคียงข้างบุรุษเช่นนี้นับว่าคุ้มค่าแล้ว

ต้วนหลิงเทียนได้กอดกับลี่เฟยอยู่เช่นนั้นอย่างเงียบๆเป็นเวลานาน … ภายในหุบเขาที่ร้างผู้คนนี้สองร่างอิงรับไออุ่นอย่างถวิลหา

"เสี่ยวเฟย อาวุโสไป่ไม่ได้อยู่ที่นี่ใช่หรือไม่?" ปากของต้วนหลิงเทียนเริ่มเลื้อยไปขบติ่งหูลี่เฟยเบาๆ ก่อนที่จะกล่าวคำออกมาข้างหูนาง พร้อมทั้งเป่าลมเบาๆ

ร่างที่บอบบางของลี่เฟยสั่นสะท้าน นางย่อมล่วงรู้ความนัยของวาจา "อาจารย์มีเรื่องราวต้องออกไปกระทำด้านนอก…มิมีผู้ใด"

ด้านล่างของต้วนหลิงเทียนพลันร้อนระอุแข็งเกร็งขึ้นมาโดยพลันเมื่อได้ยินคำกล่าวของลี่เฟย ลมหายใจของเขาเปลี่ยนเป็นเร่งร้อนไม่น้อย  ไม่รอช้ารีบก้มไปจับขา อุ้มลี่เฟยขึ้นมาด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงแล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้านไม้ที่ลี่เฟยอาศัยในบัดดล

ชายหนุ่มหญิงสาวที่ร้างรามานาน สานรักกันอย่างชุ่มฉ่ำ ปลอบประโลมความเหงาเปล่าเปลี่ยว เยียวยาจิตใจให้ชุ่มชื้น  สองร่างอิงแอบแนบชิดติดกัน หนึ่งบนหนึ่งล่างถาโถมเสพสมมิรู้เบื่อ…

หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาดุดันราวพายุโถมกระหน่ำ จนสายน้ำสาดซัดกระเด็นหลายระลอก ต้วนหลิงเทียนก็โอบกอดลี่เฟยที่ร่างระทวยอย่างพึงพอใจ ให้นางนอนหนุนอกเขาพร้อมก้มไปพรหมจูบศีรษะน้อยๆ  แล้วค่อยกล่าวคำ “เสี่ยวเฟย ยามข้ามาหาเจ้าครั้งที่แล้ว อาวุโสไป่บอกว่าเจ้ากำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการบ่มเพาะ …เจ้าทะลวงระดับแล้วใช่หรือไม่?”

ใบหน้าที่งดงามดั่งนางฟ้าขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะพึ่งผ่านความสุขสม เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความยินดี ค่อยๆพยักหน้ารับเบาๆ"อื้อ ข้าตัดผ่านระดับแล้ว"

"ช่วงนี้ เจ้าได้เจอเค่อเอ๋อบ้างหรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนอดคิดไปถึงสตรีอีกคนที่บอบบางน่าทะนุถนอมและให้ความรู้สึกอ่อนโยนราวสายน้ำยามสัมผัสอีกคนไม่ได้

"น้องหญิงเค่อเอ๋อติดตามปรมาจารย์ขุนเขาเหยากวงไปยังที่ห่างไกล … นางเคยมาหาข้า ก่อนที่พวกเราจะไปตามหาตัวท่าน แต่ศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนไม่มีใครรู้ว่าท่านอยู่ที่ไหน เลยไม่ได้พบเจอรล่ำลาท่าน" ลี่เฟยยื่นมือที่เนียนราวกับหยกมาลูบไปที่หน้าอกแกร่งของต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วขีดเขียนวนไปรอบๆ

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ

เค่อเอ๋อได้รับการคุ้มครองจากปรมาจารย์ขุนเขาเหยากวง เขาเองก็ไม่ค่อยห่วงเรื่องความปลอดภัยของนางแล้ว

ลี่เฟยมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาลึกซึ้ง "ตัวเลวร้าย แล้วเจ้าไปอยู่ที่ใดกันแน่ ใยข้ากับน้องหญิงไปถามหาที่อยู่เจ้าจากผู้คน แต่หามีผู้ใดที่ล่วงรู้ที่อยู่เจ้าสักคน ช่างลึกลับนัก"

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวออกมาพร้อมยิ้มบางๆ "ฮ่าๆ เจ้าอย่าว่าแต่เหล่าศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนเลย กระทั่งผู้อาวุโส,ปรมาจารย์ขุนเขา หรือต่อให้ประมุขนิกายก็เถอะ  ไม่มีทางที่จะมีใครล่วงรูว่าข้าอยู่ที่ไหน"

ใบหน้าที่งดงามของลี่เฟยเริ่มกลายเป็นซุกซน นางใคร่รู้นักว่าต้วนหลิงเทียนอยู่ที่ใดกันแน่

แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมไม่ปิดบังอะไรนาง เขาเริ่มเล่าเรื่องถ้ำหินย้อย 10,000 ปีที่พบเจอทันที

"เช่นนั้น ที่แท้มันเป็นถ้ำหินย้อย 10,000 ปีที่เจ้าพบเจอนมผา 10,000 ปี นี่เอง … ตัวเลวร้าย นี่เจ้าจะไม่มีโชควาสนาดีเกิดไปหน่อยหรือ ผู้อื่นอยู่ที่นี่มาเป็นพันๆปีแต่ไม่พบเจอ… นี่หากประมุขนิกายหรือพวกระดับสูงๆรู้เข้า พวกมันไม่อิจฉาเจ้าจนกระอักเลือดตายหรอกหรือ?” ลี่เฟยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนุกสนาน เมื่อกล่าวจบใบหน้าของนางก็เผยรอยยิ้มขบขันออกมา

"แน่นอน โชคข้านับว่ายังไม่เลว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับอย่างอารมณ์ดี เมื่อกล่าวถึงถ้ำหินย้อย เข้าก็อดคิดถึงเจ้าตัวน้อยทั้ง 2 ขึ้นมาไม่ได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกมันไปทำอะไรที่ไหน แล้วกินอยู่กันอย่างไรบ้าง

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 297 : กลับไปขุนเขาเหยากวงอีกครั้ง"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Crazy  Leveling  System
Crazy Leveling System
พฤษภาคม 17, 2022
กลืนดารา (Renew)
กลืนดารา (Renew)
พฤษภาคม 17, 2022
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
The Inverted dragons scale
The Inverted dragons scale
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz