สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 293 : ความโลภของจ้าวหลิน
บทที่ 293 : ความโลภของจ้าวหลิน
ตะวันลอยเด่นเป็นสง่า ส่องสว่างอยู่กลางนภาบ่งบอกเวลายามเที่ยง
บนเวทีประลองเป็นตายที่กว้างใหญ่ ยังคงเงียบสงบไร้ความเคลื่อนไหว
"ถังไป๋นั่น ยังไม่มาอีกรึ?" ต้วนหลิงเทียนลืมตาออกมา แววตาของเขาทอประกายระยิบระยับดั่งธารดารา สายตาของเขากวาดไปรอบๆเวทีประลองเป็นตาย น่าเสียดายแต่เป้าหมายอย่างถังไป๋นั้น เขาไม่เห็นแม้แต่เงา
"นี่ก็ยามเที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว แต่ถังไป๋ยังไม่มาอีก … ข้าว่ามันไร้ความกล้าที่จะมาแล้วล่ะ!"
"หึ! ข้าเองก็เดาเอาไว้แต่แรกแล้ว มันมิมีความกล้ามาหรอก"
"เหอะๆ ต้วนหลิงเทียนพึ่งลงมือสังหารเช่าอิงไปเมื่อวานนี้ ซ้ำความแข็งแกร่งของเช่าอิงยังเหนือกว่าถังไป๋เสียอีก มันไม่มาก็มิได้แปลกอันใด"
“เหอะๆ เมื่อวานมันยังกำชับต้วนหลิงเทียนเสียดิบดี ซ้ำยังกล่าวราวกับกลัวต้วนหลิงเทียนจะเบี้ยวประลอง … สุดท้ายมันกลับปอดแหกไม่มาเสียเอง”
"นี่มันต่างอันใดกับกล่าววาจาตบหน้าตัวเองกัน!"
"น่าละอายยิ่งนัก!"
…
ตอนนี้รอบเวทีประลองเป็นตายก็ก่นด่าถังไป๋ผู้ขลาดเขลากันยกใหญ่
"อะไร กระทั่งศิษย์สตรียังมาด้วยหรือ" สายตาต้วนหลิงเทียนที่กวาดมองรอบๆ ตกตะลึงไม่น้อย เมื่อมันเห็นศิษย์สตรีของขุนเขาเหยากวงมาชมดูอยู่ด้านข้างเวทีประลองเป็นตายด้วยเช่นกัน ที่รู้ว่าเป็นศิษย์ของขุนเขาเหยากวงนั้นเพราะศิษย์สายนอกนี้ สตรีทั้งหมดล้วนเป็นคนของขุนเขาเหยากวงทั้งสิ้น
"ดูเหมือนศิษย์จากขุนเขาอื่นๆเองก็คิดมาชมดูเรื่องราวสนุกสนานถึงขุนเขาเทียนเฉวียนเช่นกัน” ต้วนหลิงเทียนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
แต่น่าเสียดายที่ผู้คนที่อุตส่าห์มากลับต้องผิดหวังแล้ว
หลังจากที่รออยู่อีกพักใหญ่ เมื่อถังไป๋ยังไม่มา คิ้วของต้วนหลิงเทียนก็ขมวดเป็นปม เขาไม่ได้ว่างรอมันทั้งวัน …เขากระโดดลงจากเวทีประลองเป็นตาย แล้วก็จากไปโดยไม่คิดเสียเวลาอะไรอีก
เขาเองก็ไม่แปลกใจเท่าไรที่ถังไป๋ไม่มา
เพราะหลังจากที่มันขึ้นเวทีประลองเป็นตายแล้ว มีเพียง 2 หนทางเท่านั้น ไม่มันตาย ก็เขาตาย!
แล้วถังไป๋ก็ไม่ได้มีความแค้นลึกซึ้งอะไรกับเขาด้วยซ้ำ ที่มันเห็นด้วยกับการขึ้นเวทีประลองเป็นตายเมื่อวาน เพราะมันมั่นใจในตัวเอง และคิดว่าสามารถสังหารเขา แย่งชิงวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกฉบับเก๊ได้ง่ายๆ
แต่ตอนนี้ข่าวเรื่องที่เขาสังหารศิษย์อันโดดเด่นของขุนเขาเทียนจีอย่างเช่าอิงที่มีระดับบ่มเพาะกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้ง่ายๆ ทำให้ถังไป๋ไม่เหลือความมั่นใจอะไรอีก นี่เลยทำให้มันไม่กล้าปรากฏตัว
อารมณ์ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมากนัก เพราะเขาไม่ได้เก็บถังไป๋อะไรนั่นมาใส่ใจสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้นต้วนหลิงเทียนก็รู้ดี หลังจากวันนี้ไปถังไป๋ต้องอยู่อย่างอับอาย เพราะไม่มีวันที่มันจะหนีคำครหาจากทุกผู้คนบนขุนเขาเทียนเฉวียนนี้ได้
คนที่กล่าวคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ ตอบรับคำท้าประลองเป็นตายแล้ว แต่กลับขลาดเขลาไม่กล้ามา! กลางหน้าผากมันก็เสมือนมีคำว่าขี้ขลาดเขียนบ่งบอกเอาไว้อย่างชัดเจน!
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนจากมา เขาก็ได้ยินคำด่าถังไป๋ดังระงมจากด้านหลัง…
ผู้คนที่มาแล้วผิดหวัง แน่นอนล่ะ ว่าต้องนำอารมณ์ทั้งหมดไปลงกับการด่าทอมัน!
ภายในหุบเขาแห่งหนึ่งที่กว้างใหญ่ไร้ผู้คน แสงแดดแรงกล้าทอลงมา ทำให้ทุกสิ่งอย่างในขุนเขาแลดูเสมือนถูกปูด้วยทองคำ
"อาวุโสจ้าวหลิน ใยท่านไม่บอกข้าก่อนเล่า ว่ามันสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้!" ชายหนุ่มอายุประมาณ 25 ปีใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสมส่วนตอนนี้กำลังแสดงท่าทีไม่พอใจ รวมถึงมีอาการสั่นระริกไปทั่งร่างราวกับหวาดกลัว กำลังจ้องหน้าชายวัยกลางคนพร้อมกล่าวถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
มันรู้ตัวดี ว่าหลังจากวันนี้ไป ชื่อมันต้องระบือลือลั่นไปทั้งนิกายกระบี่ 7 ดาว…
ตอนนี้เสมือนมันถูกตีตราให้กลายเป็นตัวขี้ขลาด! เป็นเป้าให้ผู้คนด่าทอ!
นี่ทำให้มันคับแค้นใจและบังเกิดความไม่ยินยอมถึงขีดสุด!
และทั้งหมดนี่! เป็นเพราะชายวัยกลางคนตรงหน้า หากไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเรื่องราวทั้งหมดนี้คงไม่เป็นเช่นนี้
"ถังไป๋ ใช่เจ้าคิดว่าข้าจ้าวหลินจงใจส่งเจ้าไปให้ต้วนหลิงเทียนฆ่า?" ใบหน้าจ้าวหลินจมลงเล็กน้อย เพลิงโทสะอันแสนเย็นชาลุกโชนในประกายตาของมัน ซ้ำยังเจือไปด้วยจิตสังหารที่เริ่มระอุขึ้น
กระทั่งมันเองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องราวเมื่อวานจะอุบัติขึ้น!
ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นกลับสังหารได้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6! เรื่องราวนี้สะท้านใจผู้คนนัก …
ตอนนี้มันเองก็ตระหนักแล้วว่า การที่จะได้วิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกจากต้วนหลิงเทียน ไม่ใช่เรื่องง่ายดายอีกต่อไป
"ขออภัยด้วยผู้อาวุโสจ้าวหลิน เป็นข้าอารมณ์เสียมากไปหน่อย" ถังไป๋รีบกล่าววาจาออกมาทันที เพราะมันสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าคิดฆ่ามัน
อีกทั้งมันยังรู้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นผู้เชี่ยวชาญแรกสัมผัสธรรมชาติ การฆ่ามันก็ง่ายดายไม่ต่างจากดายหญ้า
มันไม่กล้าสร้างความขุ่นเคืองให้จ้าวหลิน…
เช่นนั้นมันจึงนำโทสะนี้ไปลงที่อื่น "ต้วนหลิงเทียน!"
หลังจากที่ถังไป๋จากไป ประกายตาของจ้าวหลินก็เรืองวูบขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความน่าพรั่นพรึง น้ำเสียงเองยังฟังดูหนาวยะเยือกน่าหวาดกลัว "ต้วนหลิงเทียน ข้าไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยวัย 20 อย่างเจ้าจักมีพิษสงร้ายกาจถึงเพียงนี้..ดูเหมือนเรื่องที่ข้าคิดเอาไว้จักมิผิดเสียแล้ว วิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกที่เจ้าครอบครองอยู่ มีค่ายิ่งกว่านมผา 10,000 ปีมากนัก! " ตอนนี้ในใจของจ้าวหลินเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนายากจะดับ
ในความเข้าใจของมัน ที่ต้วนหลิงเทียนมีความสามารถสูงล้ำด้วยวัยเพียงเท่านี้ ทั้งหมดต้องเป็นเพราะวิชาบ่มเพาะ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกนั่น!
"ในเมื่อศิษย์สายนอกมิอาจจัดการเจ้าได้ …เช่นนั้นข้าก็จักลงมือด้วยตัวเอง ข้าไม่เชื่อว่าข้าจักฆ่าเจ้าไม่ได้! เมื่อข้าฆ่าเจ้าแล้วแค่เผาศพทำลายหลักฐานเสีย ผู้ใดยังจักล่วงรู้ว่าเป็นฝีมือข้า? " จ้าวหลินบ่นพึมพำออกมา ยิ่งมาประกายตามันยิ่งท่วมท้นไปด้วยความโลภและอำมหิต จิตฆ่าฟันพุ่งพล่านออกมา
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนจากเวทีประลองของขุนเขาเทียนเฉวียนมา เขาก็ไม่ได้กลับไปยอดเขาเทียนเฉวียนแต่อย่างไร เขาเลือกที่จะมายังที่พักของหูลี่ ในขุนเขาเทียนจี
"หูลี่ เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไป?" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังหูลี่ด้วยสายตาห่วงใย พร้อมกล่าวถามออกมา
ตอนนี้หูลี่กลายเป็นคนหดหู่แลดูอนาถา หาได้มีเปี่ยมไปด้วยความกล้าเหมือนก่อนพิการอีกต่อไป “ตอนนี้ข้าก็กลายเป็นคนพิการแล้ว ถึงแม้นิกายกระบี่ 7 ดาวไม่ได้คิดขับไล่ข้าออก แต่เมื่อข้าอายุ 30 ปีแล้วยังมิได้เป็นศิษย์สายใน ข้าก็ต้องจากไปอยู่ดี เช่นนั้นข้าคิดว่าจะกลับบ้านไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า”
"เจ้าจะกลับ เช่นนั้นหรือ " ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะคิดว่าทางเลือกนี้ของหูลี่ก็นับว่าดีแล้ว แต่พอมองไปยังขาข้างที่ขาดหายไปของหูลี่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนลมหายใจ
เขาเองก็นึกภาพออกได้ว่า คนในครอบครัวของหูลี่ดีใจแค่ไหนยามที่รู้ว่าหูลี่ได้เป็นศิษย์นิกายกระบี่ 7 ดาว …ไม่พ้นทั้งหมดล้วนต้องคิดว่าหูลี่จะต้องเป็นดั่งมังกรท่องทะยานไปทั่วผืนฟ้าสักวัน …
แต่ตอนนี้หูลี่กลับมาพร้อมร่างกายที่พิกลพิการ…แน่นอนว่ามันต้องเผชิญแรงกดดันบีบคั้นไม่น้อย
"เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก" หูลี่ยิ้มออกมา เมื่อเห็นถึงความกังวลบนใบหน้าต้วนหลิงเทียน "ไม่ใช่ข้าแค่ไร้ขาข้างนึงหรือไร เว้นแต่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันกับข้า หรือเป็นตัวประหลาดผิดมนุษย์อย่างเจ้า ก็มิใช่เรื่องง่ายที่คิดจะเอาชนะข้า"
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำ เขาสบายใจขึ้น เมื่อเห็นว่าหูลี่ยังมองโลกในแง่ดี
"ข้าจะไปส่งเจ้าถึงบ้าน ดีหรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่นึ่ง ค่อยกล่าวออกมา
"เรื่องนี้หาได้จำเป็นไม่ ข้าได้เขียนจดหมายบอกต่อคนในครอบครัวไว้แล้ว และคนในครอบครัวข้าคงมาถึงในอีกไม่กี่วัน … ต้วนหลิงเทียนเจ้ากลับไปขยันบ่มเพาะพลังต่อเถิด การประลองศิษย์สายนอกเหลืออีกแค่เพียง 3 เดือนเท่านั้น เจ้าต้องเอาอันดับที่ 1 มาให้ได้ ข้าจะได้ไปกล่าววาจาโอ้อวดกับคนที่บ้านได้ "เมื่อหูลี่กล่าวจบเขาก็หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ ราวกับไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ต้องไร้ขา
แม้จะรู้ดีว่าคำกล่าวนี้ของหูลี่เป็นเพียงการกล่าวเล่นตามประสา แต่ต้วนหลิงเทียนนั้นจริงจังและกล่าวรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ "เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าต้องได้อันดับชนะเลิศของศิษย์สายนอกอย่างแน่นอน! ไม่มีใครมาหยุดยั้งหนทางก้าวเดินของข้าได้"
กล่าวจบดวงตาของต้วนหลงิเทียนก็ทอประกายมั่นใจออกมา
นี่เป็นคำมั่นที่เขาให้ต่อหูลี่!
“อะไร ใยเจ้าต้องจริงจังถึงขนาดนั้นเล่า? อย่าได้กังวลไป ตราบใดที่นิกายกระบี่ 7 ดาวมิได้เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การประลองศิษย์สายนอก เช่นนั้นศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุดที่เข้าร่วมได้ก็มีเพียงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 เท่านั้น…เจ้าสังหารเช่าอิงได้ เจ้ายังต้องกลัวผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 คนอื่นอีกหรือ”
หูลี่ค่อนข้างมั่นใจในตัวต้วนหลิงเทียนอย่างมาก "เช่นนั้นตำแหน่งชนะเลิศของศิษย์สายนอก ย่อมต้องเป็นเจ้าอย่างแน่นอน!"
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า แล้วก็นั่งคุยอยู่กับหูลี่อีกสักพัก… สุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป เขาก็หยิบขวดโอสถขวดหนึ่งออกจากแหวนมิติแล้วยื่นส่งให้หูลี่ “หูลี่เจ้ารับนี่ไป”
"นี่มันเป็นโอสถสมุนไพรอะไรรึ?" หูลี่รับขวดโอสถไปพร้อมแสดงท่าทีสงสัยไม่น้อย
"ไม่ใช่โอสถสมุนไพรอะไรหรอก เป็นสุรา 1 หยด" ต้วนหลิงเทียนส่ายหน้า พร้อมกล่าวออกมาอย่างช้าๆ
"สุรา 1 หยด?" หูลี่ตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน เขาหัวเราะออกมาก่อนที่จะเริ่มกล่าวอย่างสนุกสนาน “ใยเจ้าขี้เหนียวนักเล่า? กับสหายยังให้สุราเพียงหยด?”หูลี่เปิดขวดโอสถก่อนที่จะลองดมดู
ทันใดนั้นกลิ่นหอมล้ำของสุราก็โชยออกมาจนทำให้ร่างของหูลี่สั่นสะท้าน เขารีบปิดขวดพร้อมหันไปกล่าวคำกับต้วนหลิงเทียนทันที "ต้วนหลิงเทียน สิ่งนี้ … มันเป็นสุราอะไรกันแน่?"
เมื่อครู่นี้เพียงแค่ได้สูดดมกลิ่นหอมจากสุรา หูลี่รู้สึกว่าพลังงานต้นกำเนิดในร่างปั่นป่วนขึ้นมา มันแทบจะทำให้เขาทะลวงคอขวดระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 3 เพื่อตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 ด้วยซ้ำ
ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ตัดผ่านระดับแต่หูลี่มั่นใจว่าหากกินสุราหยดนี้ลงไปเขาต้องตัดผ่านระดับได้แน่นอน
"สุราวานรจักรพรรดิ" ดวงตาต้วนพลิงเทียนทประกายเรืองวูบออกมาในขณะที่กล่าวคำ
"สุราวานรจักรพรรดิ" หูลี่งุนงงในทันใด
ต้วนหลิงเทียนมองแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า หูลี่ไม่เคยได้ยินเรื่องสุราวานรจักรพรรดิมาก่อน "แล้วเจ้าเคยได้ยินเรื่องของสุราวานรมาหรือไม่?"
"แน่นอนว่าข้าเคย สุรานั่นนับว่าเป็นของดีมาก… หรือสุราวานรจักรพรรดินี่กลับสุราวานรจักเกี่ยวข้องกัน?" ดวงตาของหูลี่ทอประกายขึ้นมาเล็กน้อย
สุราวานรนี้มันเป็นเพียงเรื่องในตำนานที่พบเจอแต่ในบันทึกเก่าแก่เท่านั้น
"เมื่อกี้ไม่ใช่เจ้าบอกว่าข้าขี้เหนียวหรอกหรือ เอาล่ะ เช่นนี้สุราในเหยือกนี้ข้าจะให้เจ้าดื่มจนหนำใจ" ต้วนหลิงเทียนหยิบสุราออกมาเหยอกหนึ่งก่อนที่จะส่งให้หูลี่
"กลิ่นหอมของสุรานี้มัน … " ตาของหูลี่ทอประกายเรืองวูบขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นหอมของสุรานี้ แม้จะด้อยกว่าเมื่อครู่ แต่มันก็ยังทำให้พลังงานต้นกำเนิดในร่างเขาปั่นป่วนได้เช่นกัน
"นั่นเป็นสุราวานร" ต้วนหลิงเทียนยิ้มออกมา "เจ้าลองดื่มดู"
"อะไร นี่หรือสุราวานร?" สองตาของหูลี่เบิกกว้าง แต่เขายังไม่ได้ดื่มสุราวานรลงไป เขากลับหันไปมองสุราวานรจักรพรรดิในขวดโอสถเล็กๆแทน
ถึงแม้เขาจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวของสุราวานรจักรพรรดิมาก่อน แต่จากกลิ่นแล้ว เขาบอกได้ว่ามันเหนือกว่าสุราวานรหลายขุม
ต้วนหลิงเทียนแน่นอนว่าย่อมเดาความคิดของหูลี่ตอนนี้ได้ เขาจึงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม "หูลี่ตอนนี้เจ้าดื่มสุราวานรไปได้เลย และแน่นอนมันเป็นดั่งที่เจ้าคิด เจ้าจะสามารถตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 ได้ในทันที … ส่วนสุราวานรจักรพรรดินั้น ตอนนี้เจ้าต้องเก็บมันเอาไว้ให้ดี"
"ต้วนหลิงเทียนอย่าได้อ้อมค้อมแล้ว สุราวานรจักรพรรดิคืออะไร" หูลี่ถลึงตามองต้วนหลิงเทียนอย่างเร่งร้อน
"สุราวานรจักรพรรดิ ….มีสรรพคุณเหมือนกับโอสถสู่ธรรมชาติ แต่สุราวานรจักรพรรดินี้ ไม่มีผลข้างเคียงอันเป็นข้อเสียเหมือนโอสถสู่ธรรมชาติ" ต้วนหลิงเทียนไม่คิดลากถ่วงอีกต่อไปเมื่อเห็นว่ายามนี้หูลี่ร้อนใจไม่น้อย
เมื่อใช้โอสถสู่ธรรมชาติแล้วผู้ฝึกยุทธ์คนนั้น จะสิ้นวาสนาเหยียบย่างไปสู่ระดับหยั่งรู้ธรรมชาติไปตลอดการ ชั่วชีวิตนี้ระดับสูงสุดที่ไปถึงได้คือระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 9 เท่านั้น
ทว่าหากดื่มสุราวานรจักรพรรดินี้ จะไม่มีผลเช่นนั้น
"อะไร?!" เมื่อได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียนม่านตาของหูลี่พลันหดแคบลง ทั่งร่างสั่นสะท้านตอนนี้ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อาจคิดฝันว่าจะพบเจออะไรเช่นนี้