หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 293 : ความโลภของจ้าวหลิน

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 293 : ความโลภของจ้าวหลิน
Prev
Next

บทที่ 293 : ความโลภของจ้าวหลิน

ตะวันลอยเด่นเป็นสง่า ส่องสว่างอยู่กลางนภาบ่งบอกเวลายามเที่ยง

บนเวทีประลองเป็นตายที่กว้างใหญ่ ยังคงเงียบสงบไร้ความเคลื่อนไหว

"ถังไป๋นั่น ยังไม่มาอีกรึ?" ต้วนหลิงเทียนลืมตาออกมา แววตาของเขาทอประกายระยิบระยับดั่งธารดารา สายตาของเขากวาดไปรอบๆเวทีประลองเป็นตาย น่าเสียดายแต่เป้าหมายอย่างถังไป๋นั้น เขาไม่เห็นแม้แต่เงา

"นี่ก็ยามเที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว แต่ถังไป๋ยังไม่มาอีก … ข้าว่ามันไร้ความกล้าที่จะมาแล้วล่ะ!"

"หึ! ข้าเองก็เดาเอาไว้แต่แรกแล้ว มันมิมีความกล้ามาหรอก"

"เหอะๆ ต้วนหลิงเทียนพึ่งลงมือสังหารเช่าอิงไปเมื่อวานนี้ ซ้ำความแข็งแกร่งของเช่าอิงยังเหนือกว่าถังไป๋เสียอีก มันไม่มาก็มิได้แปลกอันใด"

“เหอะๆ เมื่อวานมันยังกำชับต้วนหลิงเทียนเสียดิบดี ซ้ำยังกล่าวราวกับกลัวต้วนหลิงเทียนจะเบี้ยวประลอง … สุดท้ายมันกลับปอดแหกไม่มาเสียเอง”

"นี่มันต่างอันใดกับกล่าววาจาตบหน้าตัวเองกัน!"

"น่าละอายยิ่งนัก!"

…

ตอนนี้รอบเวทีประลองเป็นตายก็ก่นด่าถังไป๋ผู้ขลาดเขลากันยกใหญ่

"อะไร กระทั่งศิษย์สตรียังมาด้วยหรือ" สายตาต้วนหลิงเทียนที่กวาดมองรอบๆ ตกตะลึงไม่น้อย เมื่อมันเห็นศิษย์สตรีของขุนเขาเหยากวงมาชมดูอยู่ด้านข้างเวทีประลองเป็นตายด้วยเช่นกัน  ที่รู้ว่าเป็นศิษย์ของขุนเขาเหยากวงนั้นเพราะศิษย์สายนอกนี้ สตรีทั้งหมดล้วนเป็นคนของขุนเขาเหยากวงทั้งสิ้น

"ดูเหมือนศิษย์จากขุนเขาอื่นๆเองก็คิดมาชมดูเรื่องราวสนุกสนานถึงขุนเขาเทียนเฉวียนเช่นกัน” ต้วนหลิงเทียนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

แต่น่าเสียดายที่ผู้คนที่อุตส่าห์มากลับต้องผิดหวังแล้ว

หลังจากที่รออยู่อีกพักใหญ่ เมื่อถังไป๋ยังไม่มา คิ้วของต้วนหลิงเทียนก็ขมวดเป็นปม เขาไม่ได้ว่างรอมันทั้งวัน …เขากระโดดลงจากเวทีประลองเป็นตาย แล้วก็จากไปโดยไม่คิดเสียเวลาอะไรอีก

เขาเองก็ไม่แปลกใจเท่าไรที่ถังไป๋ไม่มา

เพราะหลังจากที่มันขึ้นเวทีประลองเป็นตายแล้ว มีเพียง 2 หนทางเท่านั้น ไม่มันตาย ก็เขาตาย!

แล้วถังไป๋ก็ไม่ได้มีความแค้นลึกซึ้งอะไรกับเขาด้วยซ้ำ  ที่มันเห็นด้วยกับการขึ้นเวทีประลองเป็นตายเมื่อวาน เพราะมันมั่นใจในตัวเอง และคิดว่าสามารถสังหารเขา แย่งชิงวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกฉบับเก๊ได้ง่ายๆ

แต่ตอนนี้ข่าวเรื่องที่เขาสังหารศิษย์อันโดดเด่นของขุนเขาเทียนจีอย่างเช่าอิงที่มีระดับบ่มเพาะกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้ง่ายๆ ทำให้ถังไป๋ไม่เหลือความมั่นใจอะไรอีก นี่เลยทำให้มันไม่กล้าปรากฏตัว

อารมณ์ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมากนัก เพราะเขาไม่ได้เก็บถังไป๋อะไรนั่นมาใส่ใจสักนิด

ยิ่งไปกว่านั้นต้วนหลิงเทียนก็รู้ดี หลังจากวันนี้ไปถังไป๋ต้องอยู่อย่างอับอาย เพราะไม่มีวันที่มันจะหนีคำครหาจากทุกผู้คนบนขุนเขาเทียนเฉวียนนี้ได้

คนที่กล่าวคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ ตอบรับคำท้าประลองเป็นตายแล้ว แต่กลับขลาดเขลาไม่กล้ามา! กลางหน้าผากมันก็เสมือนมีคำว่าขี้ขลาดเขียนบ่งบอกเอาไว้อย่างชัดเจน!

ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนจากมา เขาก็ได้ยินคำด่าถังไป๋ดังระงมจากด้านหลัง…

ผู้คนที่มาแล้วผิดหวัง แน่นอนล่ะ ว่าต้องนำอารมณ์ทั้งหมดไปลงกับการด่าทอมัน!

ภายในหุบเขาแห่งหนึ่งที่กว้างใหญ่ไร้ผู้คน แสงแดดแรงกล้าทอลงมา ทำให้ทุกสิ่งอย่างในขุนเขาแลดูเสมือนถูกปูด้วยทองคำ

"อาวุโสจ้าวหลิน ใยท่านไม่บอกข้าก่อนเล่า ว่ามันสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ได้!" ชายหนุ่มอายุประมาณ 25 ปีใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสมส่วนตอนนี้กำลังแสดงท่าทีไม่พอใจ รวมถึงมีอาการสั่นระริกไปทั่งร่างราวกับหวาดกลัว กำลังจ้องหน้าชายวัยกลางคนพร้อมกล่าวถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ

มันรู้ตัวดี ว่าหลังจากวันนี้ไป ชื่อมันต้องระบือลือลั่นไปทั้งนิกายกระบี่ 7 ดาว…

ตอนนี้เสมือนมันถูกตีตราให้กลายเป็นตัวขี้ขลาด!  เป็นเป้าให้ผู้คนด่าทอ!

นี่ทำให้มันคับแค้นใจและบังเกิดความไม่ยินยอมถึงขีดสุด!

และทั้งหมดนี่! เป็นเพราะชายวัยกลางคนตรงหน้า  หากไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเรื่องราวทั้งหมดนี้คงไม่เป็นเช่นนี้

"ถังไป๋ ใช่เจ้าคิดว่าข้าจ้าวหลินจงใจส่งเจ้าไปให้ต้วนหลิงเทียนฆ่า?" ใบหน้าจ้าวหลินจมลงเล็กน้อย  เพลิงโทสะอันแสนเย็นชาลุกโชนในประกายตาของมัน ซ้ำยังเจือไปด้วยจิตสังหารที่เริ่มระอุขึ้น

กระทั่งมันเองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องราวเมื่อวานจะอุบัติขึ้น!

ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นกลับสังหารได้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6!  เรื่องราวนี้สะท้านใจผู้คนนัก …

ตอนนี้มันเองก็ตระหนักแล้วว่า การที่จะได้วิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกจากต้วนหลิงเทียน ไม่ใช่เรื่องง่ายดายอีกต่อไป

"ขออภัยด้วยผู้อาวุโสจ้าวหลิน เป็นข้าอารมณ์เสียมากไปหน่อย" ถังไป๋รีบกล่าววาจาออกมาทันที เพราะมันสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าคิดฆ่ามัน

อีกทั้งมันยังรู้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นผู้เชี่ยวชาญแรกสัมผัสธรรมชาติ การฆ่ามันก็ง่ายดายไม่ต่างจากดายหญ้า

มันไม่กล้าสร้างความขุ่นเคืองให้จ้าวหลิน…

เช่นนั้นมันจึงนำโทสะนี้ไปลงที่อื่น "ต้วนหลิงเทียน!"

หลังจากที่ถังไป๋จากไป ประกายตาของจ้าวหลินก็เรืองวูบขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความน่าพรั่นพรึง น้ำเสียงเองยังฟังดูหนาวยะเยือกน่าหวาดกลัว "ต้วนหลิงเทียน ข้าไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยวัย 20 อย่างเจ้าจักมีพิษสงร้ายกาจถึงเพียงนี้..ดูเหมือนเรื่องที่ข้าคิดเอาไว้จักมิผิดเสียแล้ว วิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกที่เจ้าครอบครองอยู่ มีค่ายิ่งกว่านมผา 10,000 ปีมากนัก! " ตอนนี้ในใจของจ้าวหลินเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนายากจะดับ

ในความเข้าใจของมัน  ที่ต้วนหลิงเทียนมีความสามารถสูงล้ำด้วยวัยเพียงเท่านี้ ทั้งหมดต้องเป็นเพราะวิชาบ่มเพาะ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกนั่น!

"ในเมื่อศิษย์สายนอกมิอาจจัดการเจ้าได้ …เช่นนั้นข้าก็จักลงมือด้วยตัวเอง ข้าไม่เชื่อว่าข้าจักฆ่าเจ้าไม่ได้!  เมื่อข้าฆ่าเจ้าแล้วแค่เผาศพทำลายหลักฐานเสีย ผู้ใดยังจักล่วงรู้ว่าเป็นฝีมือข้า? " จ้าวหลินบ่นพึมพำออกมา ยิ่งมาประกายตามันยิ่งท่วมท้นไปด้วยความโลภและอำมหิต จิตฆ่าฟันพุ่งพล่านออกมา

หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนจากเวทีประลองของขุนเขาเทียนเฉวียนมา เขาก็ไม่ได้กลับไปยอดเขาเทียนเฉวียนแต่อย่างไร เขาเลือกที่จะมายังที่พักของหูลี่ ในขุนเขาเทียนจี

"หูลี่ เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไป?" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังหูลี่ด้วยสายตาห่วงใย พร้อมกล่าวถามออกมา

ตอนนี้หูลี่กลายเป็นคนหดหู่แลดูอนาถา หาได้มีเปี่ยมไปด้วยความกล้าเหมือนก่อนพิการอีกต่อไป “ตอนนี้ข้าก็กลายเป็นคนพิการแล้ว ถึงแม้นิกายกระบี่ 7 ดาวไม่ได้คิดขับไล่ข้าออก แต่เมื่อข้าอายุ 30 ปีแล้วยังมิได้เป็นศิษย์สายใน ข้าก็ต้องจากไปอยู่ดี เช่นนั้นข้าคิดว่าจะกลับบ้านไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า”

"เจ้าจะกลับ เช่นนั้นหรือ " ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะคิดว่าทางเลือกนี้ของหูลี่ก็นับว่าดีแล้ว  แต่พอมองไปยังขาข้างที่ขาดหายไปของหูลี่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนลมหายใจ

เขาเองก็นึกภาพออกได้ว่า คนในครอบครัวของหูลี่ดีใจแค่ไหนยามที่รู้ว่าหูลี่ได้เป็นศิษย์นิกายกระบี่ 7 ดาว …ไม่พ้นทั้งหมดล้วนต้องคิดว่าหูลี่จะต้องเป็นดั่งมังกรท่องทะยานไปทั่วผืนฟ้าสักวัน …

แต่ตอนนี้หูลี่กลับมาพร้อมร่างกายที่พิกลพิการ…แน่นอนว่ามันต้องเผชิญแรงกดดันบีบคั้นไม่น้อย

"เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก" หูลี่ยิ้มออกมา เมื่อเห็นถึงความกังวลบนใบหน้าต้วนหลิงเทียน "ไม่ใช่ข้าแค่ไร้ขาข้างนึงหรือไร เว้นแต่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันกับข้า หรือเป็นตัวประหลาดผิดมนุษย์อย่างเจ้า ก็มิใช่เรื่องง่ายที่คิดจะเอาชนะข้า"

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำ เขาสบายใจขึ้น เมื่อเห็นว่าหูลี่ยังมองโลกในแง่ดี

"ข้าจะไปส่งเจ้าถึงบ้าน ดีหรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่นึ่ง ค่อยกล่าวออกมา

"เรื่องนี้หาได้จำเป็นไม่ ข้าได้เขียนจดหมายบอกต่อคนในครอบครัวไว้แล้ว และคนในครอบครัวข้าคงมาถึงในอีกไม่กี่วัน … ต้วนหลิงเทียนเจ้ากลับไปขยันบ่มเพาะพลังต่อเถิด การประลองศิษย์สายนอกเหลืออีกแค่เพียง 3 เดือนเท่านั้น เจ้าต้องเอาอันดับที่ 1 มาให้ได้ ข้าจะได้ไปกล่าววาจาโอ้อวดกับคนที่บ้านได้ "เมื่อหูลี่กล่าวจบเขาก็หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ ราวกับไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ต้องไร้ขา

แม้จะรู้ดีว่าคำกล่าวนี้ของหูลี่เป็นเพียงการกล่าวเล่นตามประสา แต่ต้วนหลิงเทียนนั้นจริงจังและกล่าวรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ  "เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าต้องได้อันดับชนะเลิศของศิษย์สายนอกอย่างแน่นอน! ไม่มีใครมาหยุดยั้งหนทางก้าวเดินของข้าได้"

กล่าวจบดวงตาของต้วนหลงิเทียนก็ทอประกายมั่นใจออกมา

นี่เป็นคำมั่นที่เขาให้ต่อหูลี่!

“อะไร ใยเจ้าต้องจริงจังถึงขนาดนั้นเล่า? อย่าได้กังวลไป ตราบใดที่นิกายกระบี่ 7 ดาวมิได้เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การประลองศิษย์สายนอก เช่นนั้นศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งที่สุดที่เข้าร่วมได้ก็มีเพียงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 เท่านั้น…เจ้าสังหารเช่าอิงได้ เจ้ายังต้องกลัวผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 คนอื่นอีกหรือ”

หูลี่ค่อนข้างมั่นใจในตัวต้วนหลิงเทียนอย่างมาก "เช่นนั้นตำแหน่งชนะเลิศของศิษย์สายนอก ย่อมต้องเป็นเจ้าอย่างแน่นอน!"

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า แล้วก็นั่งคุยอยู่กับหูลี่อีกสักพัก… สุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป เขาก็หยิบขวดโอสถขวดหนึ่งออกจากแหวนมิติแล้วยื่นส่งให้หูลี่ “หูลี่เจ้ารับนี่ไป”

"นี่มันเป็นโอสถสมุนไพรอะไรรึ?" หูลี่รับขวดโอสถไปพร้อมแสดงท่าทีสงสัยไม่น้อย

"ไม่ใช่โอสถสมุนไพรอะไรหรอก เป็นสุรา 1 หยด" ต้วนหลิงเทียนส่ายหน้า พร้อมกล่าวออกมาอย่างช้าๆ

"สุรา 1 หยด?" หูลี่ตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน เขาหัวเราะออกมาก่อนที่จะเริ่มกล่าวอย่างสนุกสนาน “ใยเจ้าขี้เหนียวนักเล่า? กับสหายยังให้สุราเพียงหยด?”หูลี่เปิดขวดโอสถก่อนที่จะลองดมดู

ทันใดนั้นกลิ่นหอมล้ำของสุราก็โชยออกมาจนทำให้ร่างของหูลี่สั่นสะท้าน เขารีบปิดขวดพร้อมหันไปกล่าวคำกับต้วนหลิงเทียนทันที "ต้วนหลิงเทียน สิ่งนี้ … มันเป็นสุราอะไรกันแน่?"

เมื่อครู่นี้เพียงแค่ได้สูดดมกลิ่นหอมจากสุรา หูลี่รู้สึกว่าพลังงานต้นกำเนิดในร่างปั่นป่วนขึ้นมา มันแทบจะทำให้เขาทะลวงคอขวดระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 3 เพื่อตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 ด้วยซ้ำ

ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ตัดผ่านระดับแต่หูลี่มั่นใจว่าหากกินสุราหยดนี้ลงไปเขาต้องตัดผ่านระดับได้แน่นอน

"สุราวานรจักรพรรดิ" ดวงตาต้วนพลิงเทียนทประกายเรืองวูบออกมาในขณะที่กล่าวคำ

"สุราวานรจักรพรรดิ" หูลี่งุนงงในทันใด

ต้วนหลิงเทียนมองแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า หูลี่ไม่เคยได้ยินเรื่องสุราวานรจักรพรรดิมาก่อน "แล้วเจ้าเคยได้ยินเรื่องของสุราวานรมาหรือไม่?"

"แน่นอนว่าข้าเคย สุรานั่นนับว่าเป็นของดีมาก… หรือสุราวานรจักรพรรดินี่กลับสุราวานรจักเกี่ยวข้องกัน?" ดวงตาของหูลี่ทอประกายขึ้นมาเล็กน้อย

สุราวานรนี้มันเป็นเพียงเรื่องในตำนานที่พบเจอแต่ในบันทึกเก่าแก่เท่านั้น

"เมื่อกี้ไม่ใช่เจ้าบอกว่าข้าขี้เหนียวหรอกหรือ เอาล่ะ เช่นนี้สุราในเหยือกนี้ข้าจะให้เจ้าดื่มจนหนำใจ" ต้วนหลิงเทียนหยิบสุราออกมาเหยอกหนึ่งก่อนที่จะส่งให้หูลี่

"กลิ่นหอมของสุรานี้มัน … " ตาของหูลี่ทอประกายเรืองวูบขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นหอมของสุรานี้ แม้จะด้อยกว่าเมื่อครู่ แต่มันก็ยังทำให้พลังงานต้นกำเนิดในร่างเขาปั่นป่วนได้เช่นกัน

"นั่นเป็นสุราวานร" ต้วนหลิงเทียนยิ้มออกมา "เจ้าลองดื่มดู"

"อะไร นี่หรือสุราวานร?" สองตาของหูลี่เบิกกว้าง แต่เขายังไม่ได้ดื่มสุราวานรลงไป เขากลับหันไปมองสุราวานรจักรพรรดิในขวดโอสถเล็กๆแทน

ถึงแม้เขาจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวของสุราวานรจักรพรรดิมาก่อน แต่จากกลิ่นแล้ว เขาบอกได้ว่ามันเหนือกว่าสุราวานรหลายขุม

ต้วนหลิงเทียนแน่นอนว่าย่อมเดาความคิดของหูลี่ตอนนี้ได้ เขาจึงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม "หูลี่ตอนนี้เจ้าดื่มสุราวานรไปได้เลย และแน่นอนมันเป็นดั่งที่เจ้าคิด เจ้าจะสามารถตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 ได้ในทันที … ส่วนสุราวานรจักรพรรดินั้น ตอนนี้เจ้าต้องเก็บมันเอาไว้ให้ดี"

"ต้วนหลิงเทียนอย่าได้อ้อมค้อมแล้ว สุราวานรจักรพรรดิคืออะไร" หูลี่ถลึงตามองต้วนหลิงเทียนอย่างเร่งร้อน

"สุราวานรจักรพรรดิ ….มีสรรพคุณเหมือนกับโอสถสู่ธรรมชาติ แต่สุราวานรจักรพรรดินี้ ไม่มีผลข้างเคียงอันเป็นข้อเสียเหมือนโอสถสู่ธรรมชาติ" ต้วนหลิงเทียนไม่คิดลากถ่วงอีกต่อไปเมื่อเห็นว่ายามนี้หูลี่ร้อนใจไม่น้อย

เมื่อใช้โอสถสู่ธรรมชาติแล้วผู้ฝึกยุทธ์คนนั้น จะสิ้นวาสนาเหยียบย่างไปสู่ระดับหยั่งรู้ธรรมชาติไปตลอดการ  ชั่วชีวิตนี้ระดับสูงสุดที่ไปถึงได้คือระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 9 เท่านั้น

ทว่าหากดื่มสุราวานรจักรพรรดินี้ จะไม่มีผลเช่นนั้น

"อะไร?!" เมื่อได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียนม่านตาของหูลี่พลันหดแคบลง ทั่งร่างสั่นสะท้านตอนนี้ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อาจคิดฝันว่าจะพบเจออะไรเช่นนี้

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 293 : ความโลภของจ้าวหลิน"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Tales of Herding Gods
Tales of Herding Gods
มีนาคม 12, 2022
จอมดาบพิฆาตสวรรค์
จอมดาบพิฆาตสวรรค์
มีนาคม 12, 2022
INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz