หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 292 : ทะลวงผ่าน

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 292 : ทะลวงผ่าน
Prev
Next

บทที่ 292 : ทะลวงผ่าน

แต่ต้วนหลิงเทียนน่ะหรือ จะเห็นใจคนอย่างเช่าเฟย?

สายตาที่ต้วนหลิงเทียนจับจ้องไปยังเช่าเฟยนั้นไร้อารมณ์ ราวกับไม่ได้มองสิ่งมีชีวิตด้วยซ้ำ มันเย็นชาอย่างถึงที่สุด โลหิตอุ่นๆที่หลั่งออกมาจากศีรษะเช่าเฟยนั้นหาได้ อุ่นพอที่จะเปลี่ยนใจที่เย็นชาของต้วนหลิงเทียนไม่…

ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนก็เตะให้หน้ามันเผยอมองตาเขา พร้อมสะบัดมือออกไป

ฟุ่บ!

กระบี่ที่โผล่ในมือต้วนหลิงเทียนอย่างฉับพลัน ปาดเฉือนเส้นเลือดแดงที่คอของมันฉีกขาดไปเล็กน้อย…โลหิตของเช่าเฟยค่อยๆหลั่งไหลออกมาอย่างช้าๆ เขาให้มันได้ใช้ช่วงเวลาสุดท้าย ซึมซับความกลัวและจมอยู่กับความเสียใจ และพบพานกับความสิ้นหวังอย่างถึงขีดสุด

ฟู่วววว!

เปลวเพลิงพลันลุกโชนขึ้นเหนือฝ่ามือของต้วนหลิงเทียน ก่อนที่เขาจะใช้เผาร่างเช่าเฟยจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า …ตกตายอย่างไร้ที่ฝังโดยแท้จริง

ต้วนหลิงเทียนไม่ได้มีความสุขหรือมีอารมณ์ยินดีอะไรมากมายกับการสังหารเช่าเฟย หรือกระทั่งเช่าอิงพี่ชายของมัน อารมณ์ของเขามีเพียงความหนักอึ้งเท่านั้น

เขาไม่อาจขจัดความเสียใจในเรื่องชีหลันได้…

สตรีบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยจิตใจอันดีงามและอนาคตอันสดใส ต้องมาสิ้นชีวิตและพบพานกับความทรมานบีบคั้นจิตใจก่อนตายถึงเพียงนั้น

ในสายตาของต้วนหลิงเทียน ต่อให้เช่าอิงและเช่าเฟยตกตายอีกร้อยครั้งพันครั้ง ก็ไม่อาจชดใช้ในเรื่องนี้ได้

ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะค่อยๆระบายออกมาอย่างช้าๆ ปลดเปลื้องมวลอารมณ์หนักอึ้ง ก่อนที่จะออกจากหุบเขา

ในระหว่างทางเขาไม่ได้พบเจอใคร

กล่าวได้ว่ากระทั่งตอนนี้ ผู้คนทั้งหมดของขุนเขาเทียนจียังคงจับกลุ่มสนทนาเรื่องราวน่าตกตะลึงนี้กันอยู่แถวๆเวทีประลองเป็นตาย

หลังจากกลับจากขุนเขาเทียนจีแล้วต้วนหลิงเทียนก็เดินผ่านขุนเขาเทียนชู ก่อนที่จะขึ้นสะพานโซ่มุ่งหน้าไปยังขุนเขาเหยากวง

เขาย่อมคุ้นเคยกับสถานที่บ่มเพาะของสตรีทั้ง 2 ดี  แต่เมื่อไปถึงเขาก็พบว่าไม่มีใครอยู่ซ้ำรอบๆ ยังเต็มไปด้วยวัชพืช

ในบ้านมีฝุ่นไม่น้อยเผยให้เห็นว่าไม่มีใครอาศัยอยู่นานแล้ว

"อ่าจริงสิ ดูเหมือนทั้ง 2 จะไปบ่มเพาะในที่ๆดีที่สุดแล้ว" ต้วนหลิงเทียนออกจากหุบเขาที่พักนี้ ก่อนที่จะไปถามศิษย์สตรีแถวนั้น เพื่อตามหาที่อยู่ของอาวุโสไป่

ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็ได้พบกับผู้อาวุโสที่เขาตามหา "อาวุโสไป่"

อาวุโสไป่ส่ายหัวออกมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นต้วนหลิงเทียน "หากไม่ใช่เพราะลี่เฟยบอกข้า ข้าเองก็ยังคงไม่ทราบว่าตัวประหลาดที่สร้างเรื่องราวสั่นสะท้านขุนเขาเทียนเฉวียนเมื่อ 2 เดือนก่อนเป็นเจ้า"

ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมาอย่างเขินอายเล็กน้อย ก่อนที่จะนึกถึงเรื่องที่เขามาวันนี้ แล้วกล่าวอกไป "อาวุโสไป่ ข้าไปหาลี่เฟยกับเค่อเอ๋อที่บ้านพักที่พวกนางคิดใช้บ่มเพาะตอนแรก แต่ไม่เจอพวกนาง แล้ว … "

"เฟยอยู่ที่นี่กับข้า แต่ว่าตอนนี้นางปิดด่านบ่มเพาะพลังถึงช่วงสำคัญอยู่  ส่วนเค่อเอ๋อนั้นนางอยู่วิหารภูผา บนยอดเขาเทียนชู" อาวุโสไป่กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"วิหารภูผา?" ต้วนหลิงเทียนสงสัยเล็กน้อย

"วิหารภูผานั้น เป็นวิหารบ่มเพาะของปรมาจารย์ขุนเขาเหยากวง และมันตั้งอยู่บนตำแหน่งชีพจรวิญญาณของขุนเขาเทียนชู … อ่าจุดชีพจรวิญญาณคือสถานที่ๆมีพลังวิญญาณหนาแน่น และจุดนั้นนับว่าสามารถบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วที่สุดในนิกายกระบี่ 7 ดาว  ปรมาจารย์ขุนเขาคนอื่นๆเองก็มีวิหารส่วนตัวนี้เช่นกัน " อาวุโสไป่ค่อยๆกล่าวอธิบายออกมา "ปรมาจารย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนของเจ้าเองก็มีวิหารนี้ด้วย"

ต้วนหลิงเทียนเข้าใจได้ในทันที เขาจึงพยักหน้ารับ

ส่วนสำหรับเรื่องสถานที่นั้นจะดีหรือไม่ดี ต้วนหลิงเทียนไม่ได้คิดสนใจ

สถานที่ๆ เรียกว่าจุดชีพจรวิญญาณนั้น มันไม่อาจเทียบได้เลยกับถ้ำหินย้อย 10,000 ปีของเขา

"แล้วเค่อเอ๋อนางเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังอาวุโสไป่ด้วยสายตากังวล

"เจ้าอย่าได้กังวลปรมาจารย์ขุนเขาข้า ชอบนางอย่างยิ่ง … จริงสิเรื่องที่เจ้ากล่าวนั้นมิผิดเลย เมื่อ 1 เดือนที่แล้วเค่อเอ๋อได้ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 จริงๆด้วย!" เมื่ออาวุโสไป่กล่าวถึงตรงนี้ นางก็มองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกซึ้ง

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม "อาวุโสไป่ เสี่ยวเฟยเองก็ กำลังจะทะลวงผ่านแล้วใช่หรือไม่?"

"มิผิด" ใบหน้าของอาวุโสไป่เผยรอยยิ้มยินดีออกมา นางรู้สึกพึงพอใจกับศิษย์คนนี้นัก "ที่เฟยปิดด่านช่วงนี้ เพราะนางกำลังจะเริ่มทะลวงจุดชีพจรตัดผ่านระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 … ถ้าหากเจ้ามิมีเรื่องเร่งด่วน… "

ถึงแม้ว่าอาวุโสไป่ยังกล่าวไม่จบคำ แต่ต้วนหลิงเทียนก็รู้ดีว่านางคิดกล่าวอะไร "อาวุโสไป่ อย่าได้กังวลแล้ว ข้าไม่ได้มีเรื่องเร่งด่วนอะไร เมื่อเสี่ยวเฟยอยู่ในช่วงสำคัญข้าก็ไม่คิดจะรบกวนนาง เอาไว้ข้าค่อยมาหานางวันหลังก็ได้"

"อื้ม" อาวุโสไป่พยักหน้าอย่างพอใจ เมื่อเห็นถึงความฉลาดเข้าใจอะไรง่ายๆของต้วนหลิงเทียน

"อาวุโสไป่" ทันใดนั้น ต้วนหลิงเทียนเหมือนจะนึกเรื่องบางอย่างออก เขากล่าวถามออกมาพร้อมจับจ้องไปยังดวงตาของอาวุโสไป่ "ทานรู้หรือไม่ว่าศิษย์สตรีคนหนึ่งของท่านโดนบังคับขืนใจ  จนต้องโดดเขาฆ่าตัวตายหนีความอัปยศ”

อาวุโสไป่พยักหน้า "ข้ารู้"

"แล้วขุนเขาเหยากวงไม่คิดจัดการอะไรเลยหรือ สำหรับเรื่องเช่นนี้?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เช่าอิงมันบีบคั้นให้ชีหลันฆ่าตัวตาย แต่ดูเหมือนมันจะใช้ชีวิตต่อได้อย่างสบายไร้สิ่งใดไปรบกวนด้วยซ้ำ ราวกับเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้น

"ข้าเองก็มีโทสะในเรื่องนี้ไม่น้อย … แต่คนก็กระโดดเขาตกตายไปแล้ว จะอย่างไรก็ถือว่าศิษย์ขุนเขาเทียนจีคนนั้นมิได้ลงมือสังหารนางด้วยตัวเอง ซ้ำมันยังเป็นศิษย์ที่โดดเด่น มีระดับบ่มเพาะถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6..นั่นทำให้อาวุโสของขุนเขาเทียนจีเองก็ให้ท้ายมันไม่น้อย … " อาวุโสไป่เพียงถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา "ในโลกที่ยึดถือเพียงความแข็งแกร่งนี้ สตรีที่มีระดับบ่มเพาะเพียงขั้นที่ 3 ตกตายเพราะคับแค้นใจจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 แล้วจะทำอย่างไรได้…หากมันมีระดับต่ำต้อยกว่านี้ หรือนางมีระดับเท่าเทียม ขุนเขาเหยากวงเราคงเอาเรื่องมันถึงที่สุด"

"เพียงเพราะว่านางมิได้เป็นศิษย์โดดเด่นอันใด ขุนเขาเหยากวงจึงยอมแพ้ในการทวงความเป็นธรรมให้นางสินะ?"ในใจต้วนหลิงเทียนเริ่มบังเกิดความเย็นชาประการหนึ่งค่อยๆท่วมท้นขึ้นมา

และตอนนี้ใจของเขาเย็นเยือกดั่งน้ำแข็ง

"นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจกระทำอันใดได้ แม้ว่าข้าจะเห็นใจนาง แต่ก็เป็นเพียงความเห็นใจเท่านั้น  ข้าเองก็ไม่ได้มีอำนาจในเรื่องนี้… อะไร? หรือเจ้ารู้จักนาง?เมื่อกล่าวจบอาวุโสไป่ ก็เอ่ยถามออกมา

"ใช่ ข้ารู้จักนาง" ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบออกมา

"หากนางเป็นเพื่อนเจ้า…ส่วนเจ้าเองก็มีสัมพันธ์กับเค่อเอ๋อ  เช่นนั้นหากเจ้าไปบอกเค่อเอ๋อให้นางไปร้องเรียนต่อปรมาจารย์ขุนเขาเหยากวง  ก็สามารถลงโทษบุรุษผู้นั้นได้" อาวุโสไป่มองไปยังต้วนหลิงเทียน  ค่อยๆกล่าวคำ

"เรื่องนี้ ไม่จำเป็นแล้วล่ะ" ต้วนหลิงเทียนเพียงส่ายหน้าออกมาพร้อมแสยะยิ้ม ตัวเขารู้ดี ต่อให้ปรมาจารย์ขุนเขาออกหน้า จะอย่างไรก็เพียงทำโทษเช่าอิงให้หนักขึ้นเท่านั้น คงไม่อาจบีบให้มันชดใช้ด้วยชีวิตอะไรได้

แต่ตอนนี้เขาได้สังหารเช่าอิงด้วยสองมือแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยอะไรใครอีก

"ไม่จำเป็นแล้ว?" อาวุโสไป่ไม่เข้าใจว่าต้วนหลิงเทียนหมายความว่าอะไร

"เดี๋ยวท่านก็ได้รู้เอง ไม่นานนี้หรอก  เอาล่ะ…ในเมื่อเสี่ยวเฟยบ่มเพาะอยู่เช่นนั้น ข้าคงต้องขอตัวลาก่อน"ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำอำลาเสร็จก็หันหลังจากมาโดยไม่คิดสนทนาอะไรเพิ่มเติม

เขาปล่อยให้อาวุโสไป่ยืนงงอยู่ตรงนั้นแต่เพียงผู้เดียว "สหายน้อยคนนี้ หมายความว่าอันใดกัน?  คำกล่าวเมื่อครู่เขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่?"

ทว่าหลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมงข่าวเรื่องต้วนหลิงเทียนสังหารเช่าอิงก็แพร่กระจายมายังขุนเขาเหยากวง และนั่นทำให้อาวุโสไป่ ถึงกับตะลึงตาค้าง

“ศิษย์สายนอกของขุนเขาเทียนเฉวียน ที่กำลังเป็นที่โจษจันกันอย่างกว้างขวาง ต้วนหลิงเทียน อัจฉริยะวัย 20 ปี ที่แท้มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5!  และเขาได้สังหารเช่าอิงศิษย์โดดเด่นของขุนเขาเทียนจี ที่มีระดับบ่มเพาะระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 บนเวทีประลองเป็นตาย ประจำขุนเขาเทียนจี… ” ตอนนี้อาวุโสไป่ก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ว่าเพราะอะไรต้วนหลิงเทียนถึงกล่าวคำ …ไม่จำเป็นแล้ว

ที่แท้เขาได้แก้แค้นให้ศิษย์สตรีของขุนเขาเหยากวงนางนั้นด้วยตัวเองแล้ว!

นางย่อมจดจำได้ดีว่าศิษย์บุรุษที่บีบคั้นให้ศิษย์สตรีนางนั้นฆ่าตัวตายมีนามว่าเช่าอิง!

เช่าอิงกลับตกตายเช่นนี้?

"สมคำร่ำลือนัก ตัวประหลาดของขุนเขาเทียนเฉวียน" รอยยิ้มขื่นขมปรากฏที่มุมปากของอาวุโสไป่ นางทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ "เฟย เจ้าได้พานพบบุรุษที่พิเศษนัก"

มีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 ด้วยวัยเพียง 20 ปี!

เขย่าขวัญผู้คนจนขนหัวลุกแล้ว!

ในเวลาเดียวกันกับที่ข่าวของต้วนหลิงเทียนแพร่กระจายไปยังขุนเขาเหยากวงและขุนเขาอื่นๆ แน่นอนว่าขุนเขาเทียนเฉวียนเองย่อม ระเบิดขึ้นด้วยเสียงตื่นตะลึงเช่นกัน …

"มารดามันเถอะ! ตัวประหลาดต้วนหลิงเทียน บุกไปสังหารผู้คน ยันขุนเขาเทียนจี!?"

"เรื่องเช่นนี้ …อา สวรรค์ เขากระทำไปได้ … รังแกผู้คนเกินไปแล้ว!"

"เหลือเชื่อยิ่งนัก!"

"เช่นนี้ก็มิต้องสงสัยแม้แต่นิด ว่าเหตุใดเขาถึงกลาท้าทายศิษย์พี่ถังไป๋ให้มาประลองเป็นตาย!  ยามนี้ข้ากลับสงสัยแล้ว ว่า…ศิษย์พี่ถังไป๋ ยังจะกล้าขึ้นเวทีประลองเป็นตายกับต้วนหลิงเทียนหรือไม่"

"ข้าคิดว่าเรื่องนี้กลับกลายเป็นศิษย์พี่ถังไป๋อันตรายไม่น้อยแล้ว … ศิษย์พี่นั้น…หากกล่าวไป เขาหาได้แข็งแกร่งไปกว่าเช่าอิงของขุนเขาเทียนจีไม่  เอาตรงๆยังด้อยกว่าหลายส่วนด้วยซ้ำ"

"เอาล่ะ เดี๋ยววันพรุ่งนี้พวกเราก็จักได้รู้กันแล้ว ว่าศิษย์พี่ไป๋จะกล้าขึ้นเวทีประลองเป็นตายกับต้วนหลิงเทียนหรือไม่…แต่ข้าว่าไม่ หมดตัวเลยเอ๊า ผู้ใดคิดเล่นกับข้าบ้าง"

…

ตอนนี้ขุนเขาเทียนเฉวียนใกล้ระเบิดเพราะข่าวน่าตื่นตระหนกนี้แล้ว

เหล่าศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนล้วนเต็มไปด้วยความคึกคักและพลังใจ

การกรทำของต้วนหลิงเทียนนับว่าเร่งเร้ากำลังใจของศิษย์ขุนเขาเทียนเฉวียนให้ทะยานไปสูงสุดแล้ว  พวกมันที่เป็นศิษย์ของขุนเขาเทียนเฉวียนเองย่อมได้หน้ากับเรื่องนี้ไม่น้อย

อย่างน้อยที่สุด ต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อพวกมันต้องไปพบเจอหรือยืนเผชิญหน้ากับศิษย์จากขุนเขาเทียนจี  อีกฝ่ายก็ต้องถูกสะกดข่มให้ต้อยต่ำกว่าเพราะเรื่องนี้

 

ภายในถ้ำหินย้อย 10,000 ปี บนยอดเขาเทียนเฉวียน

ต้วนหลิงเทียนนั่งขัดสมาธิบนก้อนศิลาแกร่งขนาดใหญ่ ปิดตาลงบ่มเพาะพลัง ไม่สนใดๆในโลก …

วิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม รูปแบบนาคาพิโรธ!

พลังงานต้นกำเนิดในร่างของต้วนหลิงเทียนเพิ่มพูนขึ้นจนถึงจุดสูงสุด มันโคจรด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะบีบอัดพุ่งทะลวงไปยังจุดชีพจร เพื่อทำลายคอขวดระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4

หลังจากเนินนานผ่านไป

ปงงงง!

ในที่สุดจุดชีพจรก็ถูกทะลวง คอขวดนี้เป็นอันถูกตัทะลวงผ่าน  พลังงานต้นกำเนิดที่โคจรไปทั่วร่างพลันยกระดับเพิ่มพูนขึ้นไปอีกขีดขั้น

และในเวลานี้ต้วนหลิงเทียนที่นั่งบ่มเพาะก็เปิดตาขึ้นมา ประกายตาของเขาเรืองวูบระยับราวกับธารดารา เต็มไปด้วยพลังแข็งแกร่งและชีวิตชีวา

"ข้าทะลวงผ่านแล้ว!" รอยยิ้มร่าเริงปรากฏขึ้นที่มุมปากของต้วนหลิงเทียน

เขาค่อยๆยกมือขึ้นก่อนที่จะกำหมัด!

เหนือศีรษะต้วนหลิงเทียน พลังงานฟ้าดินตอบรับกับความแข็งแกร่งของพลังงานต้นกำเนิด จนฉายเงาร่างช้างแมมมอธโบราณออกมา 81 ตัว…

และก็เป็นดั่งเช่นก่อนหน้านี้ เมื่อเขาตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 ความแข็งแกร่งที่แสดงออกก็ยังมากกว่าระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 ทั่วไปอยู่ 11 ช้างแมมมอธโบราณ!

"ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้า ให้นำไปเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 6 ก็ยังนับว่ามากกว่าพวกมันอยู่ 1 ช้างแมมมอธโบราณ" รอยยิ้มที่มุมปากของต้วนหลิงเทียนฉีกกว้างขึ้น

"อ๊ะจริงสิ วันนี้ข้ามีนัดประลองเป็นตายกับ ถังไป๋อะไรนั่นนี่นา คงใกล้ได้เวลาแล้วล่ะมั้ง" ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนพลันนึกขึ้นได้ว่าตนมีนัดประลองเป็นตาย ก็รีบออกจากถ้ำ กระโดดกลับขึ้นไปบนยอดเขาทันที

และเมื่อเหลือบมองท้องฟ้า ก็ยังพบว่าเขายังพอเหลือเวลาอีกเล็กน้อยกว่าจะถึงยามเที่ยง

"ฟู่ว!" ต้วนหลิงเทียนระบายลมหายใจโล่งอกออกมา "เฮ่อ โชคดีนักที่ยังทัน ข้ายังไม่สาย!"

แล้วต้วนหลิงเทียนก็รีบพุ่งลงจากยอดเขาเทียนเฉวียน ราวกับประกายแสง มุ่งหน้าไปยังเวทีประลองเป็นตายที่อยู่กึ่งกลางขุนเขาด้วยความเร็วสูงสุด

‘อ่า ตอนนี้ข้าตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 แล้ว เช่นนั้นพลังงานสั่นสะเทือนของข้าเองก็สมควรเพิ่มพูนมากขึ้นด้วยเช่นกัน…แต่สงสัยนักว่ามันจะแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไรกัน’ ระหว่างทางเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ อารมณ์ของต้วนหลิงเทียนยิ่งดีมากขึ้นไปอีก  ‘เอาล่ะ ตราบใดที่วันนี้จั้งไป๋นั่นเหยียบขึ้นเวทีประลองเป็นตาย ข้าจะใช้ความแข็งแกร่งระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5 และพลังสั่นสะเทือนเล่นกับมันให้นานสักหน่อย’ ต้วนหลิงเทียนคิดในใจอย่างคึกคัก

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินทางมาถึงกึ่งกลางขุนเขา อันเป็นตำแหน่งที่ตั้งของเวทีประลองเป็นตาย

ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว

ต้วนหลิงเทียนมองไปรอบๆ ก็พบว่ามีผู้คนมากมายหลั่งไหลจากทั่วสารทิศ แออัดเนืองแน่นไปรอบๆ เวทีประลองเป็นตาย …

มีแม้กระทั่งผู้คนที่ไม่คุ้นหน้าตาเลยแม้แต่น้อย

"อะไร คนในขุนเขาเทียนเฉวียนมีมากมายถึงเพียงนี้?" ต้วนหลิงเทียนตกตะลึงเมื่อเห็นผู้คนมากมายถึงเพียงนี้            ตอนนี้รอบๆ ไม่เหลือที่นั่งอะไรแล้ว ซ้ำยังล้นออกไปตนต้องยืนรอบนอกไกลๆ อีกด้วย

"ทำไมต้วนหลิงเทียนกับศิษย์พี่ถังไป๋ยังมิมากันอีกเล่า?"

"นั่นสิ นี่ก็ใกล้ถึงเวลานัดหมายแล้วใยพวกเขายังมิมากันนะ"

…

ต้วนหลิงเทียนเพียงเดินมาถึงรอบๆ ขอบเวทีก็ได้ยินคำสนทนากันหนาหู… เขาเองก็อยากเข้าไปแสดงตัวบนเวที เพื่อบอกให้รู้ว่ามาแล้ว …แต่ปัญหาคือเขาเข้าไปไม่ได้เพราะผู้คนอัดกันจนแน่นไปหมด…

"เฮ่! นั่นต้วนหลิงเทียนนี่ บัดซบ ที่แท้เขามาแล้ว แต่เข้าไปยังเวทีไม่ได้  เอ๊าพวกเจ้ายังยืนทำอันใด! หลีกทางให้เขาเร็วเข้า!!" ครู่ต่อมาก็มีคนสายตาดี จดจำต้วนหลิงเทียนได้ รีบชี้มาทางเขาแล้วกล่าวตะโกนดังกึกก้องออกมา

ตอนนี้เองกลุ่มคนที่ยืนแออัด ก็รีบกุลีกุจอหลีกทางให้ต้วนหลิงเทียนเป็นการด่วน  ไม่นานฝูงชนก็แยกออกเป็นทางสายหนึ่งให้ต้วนหลิงเทียนได้เดินสะดวก

หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนขึ้นไปยืนบนเวทีประลองได้แล้ว เขาก็หลับตาลงและเริ่มยืนรออย่างสงบนิ่ง

เขารอคอยการมาถึงของถังไป๋อย่างเงียบสงบ

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 292 : ทะลวงผ่าน"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
มีนาคม 12, 2022
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
กลืนดารา (Renew)
กลืนดารา (Renew)
พฤษภาคม 17, 2022
都市:我!反派富二代他爹-193×278
เกิดใหม่เป็นพ่อของตัวร้ายรุ่นที่สอง
พฤษภาคม 3, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz