หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 266 : สตรีแล้วจะอย่างไร?

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 266 : สตรีแล้วจะอย่างไร?
Prev
Next

บทที่ 266 : สตรีแล้วจะอย่างไร?

 

 

มุมปากจองต้วนหลิงเทียนกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มเผยยิ้มขมขื่นออกมาเมื่อเห็นสายตาและท่าทางของสาวน้อยทั้ง 2 ที่มองเขา

"อะไร นี่พวกเจ้าจำสามีไม่ได้หรือ?" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาพร้อมหัวเราะ  ทว่าในเสียงหัวเราะนี้แฝงความจนใจขื่นขมประการหนึ่งเอาไว้

ตัวเขาไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนี้สักกะนิด…

ตอนนี้เอง ลี่เฟยและเค่อเอ๋อพลันหายจากอาการตกตะลึง พวกนางรีบปราดร่างไปคนละข้างของต้วนหลิงเทียนทันที คำกล่าวเมื่อครู่อดทำให้พวกนางขวยเขินจนแทบอายม้วนไม่ได้

ครู่ต่อมา ดวงตากลมโตคู่สวยของลี่เฟยกระพริบปริบๆ นางกล่าวถามออกมาพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นถึงขีดสุด "นี่ตัวเลวร้าย! เจ้ารีบบอกข้ามาเลยนะ เจ้ากลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?!"

"นั่นสิเจ้าคะนายน้อย! ยามนี้ผิวของท่านขาวเนียนกระจ่างใส ยิ่งกว่าผิวของข้ากับพี่หญิงเฟยอีกนะเจ้าคะ ข้าอยากมีผิวเช่นนี้บ้างจังเจ้าค่ะ" เค่อเอ๋อเองก็กล่าวถามออกมาด้วยความจริงจังอย่างถึงขีดสุด

อันที่จริงแล้วในบรรดาที่ต้วนหลิงเทียนพบพานมา  มีเพียงองค์หญิงปี้เหยา และก็เซี่ยวหลันเท่านั้น ที่กล่าวได้ว่ามีผิวที่งดงามจนสามารถนำมาเทียบกับเค่อเอ๋อและลี่เฟยได้ … แต่เมื่อนำผิวของพวกนางมาเทียบกับตัวเขา ที่ชำระไขกระดูกผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นเกิดใหม่ด้วยผลอันเลิศล้ำของนมผา 10,000 ปีแล้วเช่นนี้…ก็ยังนับว่าด้อยกว่ามาก!!

เพราะจะอะไรยังไงตอนนี้ผิวของเขาก็ไม่ต่างอันใดไปจากผิวของเด็กทารก!!

ฉีเยี่ยนที่ยืนอยู่ด้านข้าง ยามนี้ใบหน้าของนางพลันบิดเบี้ยว ซ้ำยังเริ่มเต็มไปด้วยโทสะอารมณ์แล้ว …ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่มีคนกล้าไม่เห็นหัวนางเช่นนี้?

ตอนนี้สีหน้าของฉีเยี่ยนเริ่มหมองลง นางมองไปยังต้วนหลิงเทียน,ลี่เฟย และเค่อเอ๋อที่กำลังสนทนากันอย่างมีความสุข ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กระคายหูเจือไปด้วยความเย็นชาจับใจ "ไอเด็กหน้าหวาน! ข้ากำลังกล่าวถามเจ้าอยู่… ว่าเจ้าเป็นตัวบัดซบอันใด?"

น้ำเสียงน่ารำคาญของฉีเยี่ยนนั้นกล่าวแทรก บทสนทนาระหว่างต้วนหลิงเทียนและสาวน้อยทั้ง 2 ทำให้สีหน้าของต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะมืดครึ้มลง

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาหันไปมองลี่เฟยและเค่อเอ๋อ สีหน้าของเขาก็กลับกลายเป็นอ่อนโยนอบอุ่น

"เฮ่อ…ข้าก็ดันลืมไปซะได้ ว่ายามนี้ยังมีอีกาน่ารำคาญมาคอยรังควานพวกเจ้าอยู่" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆให้กับเค่อเอ๋อและลี่เฟย ก่อนที่จะหันกลับมามองฉีเยี่ยนด้วยใบหน้าที่มืดครึ้มลง ทั้งประกายตาของเขายังเรืองวูบออกมาด้วยความดุร้าย

อีกา?

ทั้งเค่อเอ๋อและลี่เฟย ที่ได้ยินคำเรียกหาฉีเยี่ยนว่าอีกาของต้วนหลิงเทียนนั้น  พวกนางพลันเข้าใจได้ทันที ว่าต้วนหลิงเทียนหมายถึงอะไร! พวกนางจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที ทวงท่ากริยาน่ารักน่าเอ็นดู น้ำเสียงไพเราะทรงเสน่ห์ ช่างมีความสามารถในการดึงดูดสรรพชีวิตให้รักใคร่นัก

"เจ้า!…เจ้ากล้าเรียกข้าว่าอีกา?" ฉีเยี่ยนนั้นบันดาลโทสะอย่างมาก นางหันไปถลึงตามองต้วนหลิงเทียนด้วยแววตายากเหลือเชื่อ "เจ้า …เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอีกา เช่นนั้นหรือ?" ฉีเยี่ยนไม่อาจเชื่อหูตัวเองจึงกล่าวซ้ำออกมา

ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขานึกไปถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างไม่ไว้หน้าฉีเยี่ยน "สมองเจ้าไม่ดีก็ทีนึงแล้วนี่หูของเจ้ามีปัญหาอีกหรือ? ถูกแล้วข้าเรียกเจ้าว่าอีกา  อ่อ…แต่เป็นเพียงแค่เสียงเจ้าเท่านั้นนะ ที่เหมือนอีกา  รูปร่างหน้าตาเจ้า …ยังไม่ดีพอที่จะนำไปเทียบกับอีกาได้!"

รูปร่างหน้าตายังไม่ดีพอที่จะนำไปเทียบกับอีกา?

ฉีเยี่ยนตะลึงค้างราวตัวโง่งมอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาดั่งอสรพิษร้ายเรืองวูบออกมาอย่างดุร้าย "ไอเด็กบัดซบ เจ้ากล้ากล่าวดูหมิ่นเหยียดหยามข้าเช่นนี้  หรือเจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร!?"

ตัวนางนั้นอยู่ในนิกายกระบี่ 7 ดาวมากว่า 2 ปีแล้ว… แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้ากล่าววาจาว่าร้ายดูหมิ่นเหยียดหยามอะไรนางเช่นนี้! … ยิ่งไปกว่านั้น ยังกล่าวว่านางต่อหน้าต่อตาด้วย!!

"อ่าว แล้วนี่เจ้าไม่ใช่ฉีเยี่ยนหรอกรึ?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมาพร้อมจับจ้องไปอย่างสงสัย

"เจ้ารู้จักข้า? แต่นี่เจ้ายังกล้าพูดจาดูหมิ่น ลูบคมข้าอีกงั้นรึ!?" ชิฉีเยี่ยนมองต้วนหลิงเทียนด้วยโทสะ

"ฮ่าๆๆๆ ดูหมิ่นลูบคมเจ้า?" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหัวร่องอหายออกมา  หลังจากที่เขาหัวเราะจนพอใจแล้ว สีหน้าของเขาก็ครึ้มลงก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่แยแส  "ข้าแค่บอกว่าเจ้าเป็นอีกาเท่านั้น เจ้ากลับบอกว่าข้าดูหมิ่นลูบคมเจ้า?  แล้วเจ้าไม่คิดบ้างหรือไร ว่ายามที่เจ้าดูหมิ่นสตรีของข้า พวกนางจะรู้สึกอย่างไร? "

"อะไร? สตรีของเจ้า?" ฉีเยี่ยนจับจ้องไปยังสตรีทั้ง 2 ที่ยืนเคียงข้างต้วนหลิงเทียน "พวกนางเป็นสตรีของเจ้างั้นรึ?"

"เหอะ!" ต้วนหลิงเทียนมองไปยังฉีเยี่ยนด้วยสายตาเย็นชา พร้อมสีหน้าไม่แยแส แต่เขาไม่คิดจะตอบคำถามอะไรนาง

ฉีเยี่ยนเองก็จ้องต้วนหลิงเทียนกลับมาเช่นกัน ประกายตาของนางก็เย็นเยือกไมแพ้กัน กล่าวด้วยน้ำเสียงระคายหู "เช่นนั้นกล่าวได้ว่า เจ้าเองก็เป็นศิษย์สายนอกที่พึ่งเข้านิกายมาพร้อมกับพวกนางเมื่อวาน?"

"ก็ใช่ แล้วจะอย่างไร?" น้ำเสียงของต้วนหลิงเทียนนั้นเรียบนิ่งอย่างมาก แต่คงมีเพียงคนที่รู้จักเขาดีพอเท่านั้น ว่านี่มันเป็นเพียงความสงบก่อนที่พายุจะบังเกิด …

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ…." ฉีเยี่ยนเริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง ด้วยใบหน้าที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว มืดมนและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ดวงตา 3 เหลี่ยม แลไปคล้ายดั่งอสรพิษนั้น ราวกับมันจะบ่งบอกได้ถึง จิตใจของนางว่ามันวิปริตบิดเบี้ยวเพียงใด

"นายน้อยเจ้าคะ"เค่อเอ๋อนั้นรู้สึกหวาดกลัวสตรีที่แลดูดั่งปีศาจผู้นี้ไม่น้อย นางเขยิบกายเข้ามาแนบชิดต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะกอดแขนเขาเอาไว้

ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ ก่อนที่จะจับไปที่มือน้อยๆของเค่อเอ๋อ ทำให้นางรู้สึกพึ่งพิงได้

เมื่อเค่อเอ๋อโดนกระทำเช่นนี้ ใบหน้าของนางก็เริ่มเผยยิ้มสดใสออกมา

ลี่เฟยเองก็ขมวดคิ้วและสะท้านในใจไม่น้อย เมื่อเห็นใบหน้าอัปลักษณ์ของฉีเยี่ยนที่กำลังหัวเราะอย่างน่ารังเกียจ

ในที่สุดฉีเยี่ยนก็หยุดหัวเราะ ก่อนที่จะใช้ดวงตา 3 เหลี่ยมจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนเขม็ง “เด็กน้อยที่พึ่งเข้ามาเป็นศิษย์สายนอกได้หยกๆ กลับกล้ายโสโอหังต่อหน้าข้า ฉีเยี่ยนผู้นี้! …ฮึ! ข้ารู้ดี ที่เจ้ากระทำเช่นนี้ ล้วนเพียงเพื่อโอ้อวดอีนางจิ้งจอกทั้ง 2 นั่นสินะ”

"ช่างน่าเสียดายนัก! ที่เจ้ากลับเลือกเป้าหมายในการหาเรื่องโอ้อวดผิดคน!..วันนี้ข้าฉีเยี่ยนจักทำให้เจ้าสำนึก ว่าหากแตะต้องผู้คนที่มิอาจล่วงเกินได้แล้วจักเป็นอย่างไร!  และเมื่อเจ้ากล้าล่วงเกินบุคคลเช่นนั้น แล้วเจ้าจักต้องจ่ายราคาด้วยความเสียใจไปตลอดชีวิต!"

ฉีเยี่ยนก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ ท่าทางของนางเผยความเย็นชาออกมา ดวงตา 3 เหลี่ยมดั่งอสรพิษจับจ้องต้วนหลิงเทียนมาอย่างเย้ยหยัน "ข้าอยากรู้นัก หากระดับบ่มเพาะของเจ้าถูกทำลาย! จนต้องกลับกลายเป็นตัวง่อยไร้ค่า ! อีนางจิ้งจอกแพศยาทั้ง 2 นี่ ยังจักยังเต็มใจอยู่กับเจ้าหรือไม่ ฮ่าๆๆๆ … "

ในขณะที่กล่าวคำฉีเยี่ยนก็เผยรอยยิ้มหยามหยัน  ซ้ำเมื่อกล่าวจบก็หัวเราะร่าออกมา ราวกับนางได้เห็นภาพต้วนหลิงเทียนถูกนายทำลายตันเถียน พร้อมต้องทนทุกข์ทรมานกับความเศร้าเมื่อสตรีทั้ง 2 ทิ้งมันไป….

ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย

ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนพลันเข้าใจแล้วว่า …คำกล่าวของศิษย์สตรีขุนเขาเหยากวงทั้ง 2 คนที่เขาเจอก่อนหน้านี้ นี่กล่าวถึงฉีเยี่ยน มันหมายความว่าอะไร

ฉีเยี่ยนผู้นี้เป็นคนจิตใจคับแคบ ขี้อิจฉา ไม่อาจทนเห็นผู้อื่นได้ดีกว่าตัว…

แม้ว่าตัวเขาเองจะอยู่มาจนชีวิตนี้เป็นชีวิตที่ 2 แต่นี่ก็ยังคงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสตรีนิสัยโรคจิตเช่นนี้

และนี่มันทำให้เขาบังเกิดความรังเกียจขยะแขยงนางจากก้นบึ้งของหัวใจ!

ใบหน้าของต้วนหลิงเทียนลดลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขู่ของฉีเยี่ยน "เจ้าต้องการทำลายระดับบ่มเพาะของข้างั้นเหรอ? ถ้างั้นข้าเองก็มีเรื่องที่อยากจะกล่าวถามเจ้านัก …ว่าอย่างเจ้าจะอาศัยอะไรในการทำเช่นนั้น?"

"หึหึ อาศัยอะไรงั้นรึ?" ฉีเยี่ยนแสยะยิ้มก่อนที่จะมองต้วนหลิงเทียน “เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าพี่ใหญ่ของข้านั้นเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 ? และตราบใดที่ข้าไม่ฆ่าเจ้า ทางนิกายก็มิคิดจะเอาโทษอันใดข้าหรอก!  อ่อ..จริงสิ! ข้าลืมบอกเจ้าไปอีกเรื่อง! เมื่อพี่ใหญ่ของข้ากลับมาจากการเดินทางฝึกฝนหาประสบการณ์ด้านนอกเมื่อใด พี่ใหญ่ของข้าจะได้เลื่อนระดับกลายเป็นศิษย์สายใน!”

"ข้าฉีเยี่ยนผู้นี้กำลังจักมีพี่ชายเป็นถึงศิษย์สายใน! … ถึงแม้วันนี้ข้าจักทำลายระดับบ่มเพาะเจ้า จนเจ้าต้องกลับกลายเป็นตัวพิการ  ทางนิกายก็มิมีวันลงโทษอันใดข้า หากข้ายังไม่ได้สังหารเจ้า …นี่เพราะนิกายย่อมเห็นแก่หน้าพี่ใหญ่ของข้า  ส่วนตัวเจ้ามันเป็นเพียงศิษย์สายนอกที่พึ่งมาใหม่เท่านั้น!  ต่อหน้าข้า เจ้าก็ไม่ต่างอันใดกับหญ้าไร้ราคาริมทาง! " กระบี่ใบแคบเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในอากาศที่ว่างเปล่า ก่อนที่ฉีเยี่ยนจะหยิบมันมาถือไว้ พลังงานต้นกำเนิดของนางแผ่ซ่านออกมาอย่างเย็นยะเยือก …

เหนือศีรษะของนางฉายเงาร่างช้างแมมมอธโบราณออกมา 75 ตัว!

"หืม ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 4 ? กับอาวุธวิญญาณระดับ 7 งั้นรึ?" คิ้วต้วนหลิงเทียนโค้งขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นความแข็งแกร่งของฉีเยี่ยน เขาก็สามารถบอกระดับบ่มเพาะ รวมถึงระดับอาวุธวิญญาณออกมาได้ทันที

"เจ้าว่าชีวิตข้านั้นต่ำต้อยไร้ราคาดั่งหญ้าใช่หรือไม่!?" ต้วนหลิงเทียนจ้องไปยังฉีเยี่ยนก่อนที่สีหน้าจะเคร่งขึ้นเล็กน้อย ประกายตาของเขาเริ่มฉายประกายยะเยือกออกมา "แล้วเจ้าคิดว่า…ชีวิตของเจ้านั้นมันมีราคามากนักหรือ?"

"เฮอะ! จะอย่างไรก็มีค่ามากกว่าเจ้าแล้วกัน!" น้ำเสียงของฉีเยี่ยนเย็นชาไม่แยแส ตา 3 เหลี่ยมราวงูพิษของนางจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนอย่างเย็นชา ก่อนที่จะโน้มตัวมาด้านหน้าและขยับเท้าทันที

ร่างฉีเยี่ยนพลันพุ่งมาทางต้วนหลิงเทียน ด้วยความเร็วดั่งสายลมกรรโชก

ฟุ่บ!

กระบี่ใบแคบในมือของนางตวัดออกมา พร้อมกับเงากระบี่นับ 10 พร่างพราวไปทั่ว!  นับว่าเป็นเรื่องยากเย็นไม่น้อยหากจะแยกแยะว่า เงากระบี่ใดเป็นเงากระบี่ที่แท้จริงของนาง …

ภาพเงากระบี่พร่างพราวปิดล้อมต้วนหลิงเทียนเอาไว้ก่อนที่จะถาโถมเข้ามา แลดูไปน่าหวาดกลัวนัก

ทั้งตอนนี้เอง ต้นไม้ใบ้หญ้ารอบๆร่างของต้วนหลิงเทียน ก็พลันปลิดปลิวลอยขึ้นมาดั่งถูกพายุกระหน่ำ

ลมนั้นยังพัดกรรมโชกจนชายเสื้อคลุมชุดประจำตัวของศิษย์สายนอกนิกายกระบี่ 7 ดาว จนกระพือโต้ลมขึ้นมา

"เหอะ!" ใบหน้าของต้วนหลิงเทียนลดต่ำลงเล็กน้อย เมื่อเผชิญกับเงากระบี่ของฉีเยี่ยนที่พุ่งเข้ามาปิดล้อมไว้รอบด้าน …ทันใดนั้นประกายตาของเขาพลันเจิดจ้าออกมาด้วยแสงเย็นชา ในมือปรากฏดาบเล่มนึ่งผุดออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า

หากยังจำได้ ดาบเล่มนี้เป็นของชวีอวิ๋น จากหน่วยองค์รักษ์ผีที่ตกตายในวันนั้น

ชวีอวิ๋นผู้นี้ เป็นบิดาของผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์ประจำเมืองหลวงของอาณาจักรนภาล่อง ชวีลู่

ตัวชวีอวิ๋นนั้นดั้นด้นมาหาต้วนหลิงเทียนถึงศูนย์บัญชาการกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร เพื่อสังหารต้วนหลิงเทียนกับมือแก้แค้นให้บุตรและหลานชาย … แต่น่าเสียดายที่สุดท้ายมันก็ต้องถูกสังหารโดยผู้เฒ่าทั้ง 2 ที่มีระดับบ่มเพาะ ครึ่งก้าวธรรมชาติ ที่คอยอยู่เคียงข้างต้วนหลิงเทียน!

และสุดท้าย ดาบวิญญาณระดับ 7 นี้ของมัน ก็เลยตกมาอยู่ในการครอบครองของต้วนหลิงเทียน

"ตาย!" น้ำเสียงฉีเยี่ยนดังเสียดหูราวกับจะทะลุไปถึงเมฆ เงากระบี่ที่พร่างพราวถาโถมเข้ามา พลันเปลี่ยนทิศทางมุ่งมายังจุดตันเถียนของต้วนหลิงเทียน ราวกับว่าการจู่โจมทั้งหมดนี้หมายแทงทะลวงไปที่ตันเถียนต้วนหลิงเทียนเท่านั้น!

มุมปากของต้วนหลิงเทียนพลันแสยะยิ้มออกมา

อีอัปลักษณ์ฉีเยี่ยนนี่นับว่าชั่วร้ายนัก!

ต้วนหลิงเทียนพลันลงมือทันที ทว่ามีเพียงมือของเขาเท่านั้นที่ขยับ ส่วนร่างของเขายังปักหลักอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายอะไร!

และทันใดนั้นเองพลังงานต้นกำเนิดพลันระเบิดพวยพุ่งออกมาจากร่างต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะถ่ายทอดไปยังดาบ 3 ฉื่อ!

พริบตาต่อมาไอฟ้าดินพลันตอบสนองต่อพลังงานต้นกำเนิด มันก่อเกิดเงาร่างเหนือศีรษะ บ่งบอกความแข็งแกร่งออกมาถึง 90 ช้างแมมมอธโบราณ …

"อะไร ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 5! ซ้ำยังมีอาวุธวิญญาณระดับ 7!" น้ำเสียงเล็กแหลมระคายหูของฉีเยี่ยนดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้ในน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความหวาดกลัว ที่ผุดออกมาจากห้วงลึกของหัวใจ

นางไม่คิดเลยว่าศิษย์สายนอกเข้าใหม่ที่ดูมีอายุประมาณ 20 ปี และบางทีอาจจะแม้กระทั่ง 20 ปีด้วยซ้ำ จะมีระดับบ่มเพาะที่น่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้

นางต้องการรั้งกระบี่ถอนกระบวนท่ายกเลิกการโจมตี และหลีกหนีไปให้ไกลแสนไกล …แต่น่าเสียดาย…มันสายไปแล้ว

ความรู้สึกเสียใจค่อยๆก่อเกิด ท่วมท้นขึ้นมาภายในหัวใจนาง!

"นี่เป็นเจ้าที่ขุดหลุมฝังตัวเอง !" ต้วนหลิงเทียนหัวเราะเย้ยหยันออกมาดาบ 3 ฉื่อในมือราวกับเป็นนกหวีด มันบังเกิดเสียงดังหวีดหวิวเพราะพลังงานต้นกำเนิดถ่ายเทไปควบรวมอัดแน่น

วิชาวาดกระบี่!

เพียงดาบเดียวที่วาดออกไปอย่างแยบยลและมีความว่องไวเลิศล้ำปานลำแสงอัสนี  ก็สามารถฟาดปะทะ 1 ในเงากระบี่ที่พร่างพราวมา ซ้ำเงานั่นมันกลับเป็นเงากระบี่ที่แท้จริงอีกด้วย!

เคร๊ง!!

เสียงปะทะกันดังสนั่นขึ้น

ความแข็งแกร่งระดับ 90 ช้างแมมมอธโบราณของต้วนหลิงเทียน แน่นอนว่ามันสะกดข่มและกำราบ ความแข็งแกร่งของฉีเยี่ยนที่มีเพียง 75 ช้างแมมมอธโบราณได้อย่างง่ายดาย

มือที่กุมกระบี่ของฉีเยี่ยนสั่นสะท้าน ก่อนที่ง่ามมือนางจะฉีกขาดจนหยาดโลหิตหลั่งไหล กระบี่ใบแคบถูกปัดกระเด็นจนหลุดมือลอยละลิ่วปลิวออกไปไกล

"ไม่!" ม่านตาของฉีเยี่ยนหดแคบลง เมื่อเห็นดาบ 3 ฉื่อของต้วนหลิงเทียน ยังคงวาดมายังลำคอนางด้วยความเร็วสูง ทำให้นางกรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมเสียดสะท้านแก้วหูด้วยความหวาดกลัว

ขวับ!

ทว่าต้วนหลิงเทียนกลับพลิกมือเบนขึ้น เปลี่ยนทิศทางกระบี่ในพริบตาสุดท้าย ให้มันเบนเฉียดปลายผมฉีเยี่ยนออกไป

ฉีเยี่ยนพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นางจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาหวาดกลัว ก่อนที่จะกล่าวออกมา "เจ้ากระทำเช่นนี้นับว่าถูกต้องแล้ว"

แต่ในพริบตาต่อมาสีหน้าของนางก็ต้องกลับกลายเป็นซีดเผือดโดยพลัน!

เพราะนางสังเกตเห็นว่าแม้ศิษย์สายนอกตรงหน้าจะเบนกระบี่ที่หมายคร่าชีวิตของนางออกไปแล้ว แต่เขายังคงเตะหวดขาออกมาด้วยความเร็วที่น่าพรั่นพรึง ซ้ำยังมุ่งไปยังจุดตันเถียนของนางอีกด้วย

และพริบตาที่ตวัดขาเตะออกมา แววตาของต้วนหลิงเทียนก็กลายเป็นไร้อารมณ์ ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายหนาวยะเยือกออกมา

ไม่ใช่ว่าฉีเยี่ยนคิดเล่นงานตันเถียนทำลายระดับบ่มเพาะเขาหรอกหรือ?

ตอนนี้เขาจะให้นางได้ลิ้มรสชาติของการเป็นคนพิการถูกทำลายระดับบ่มเพาะดูบ้าง!

"ไม่นะ ผลัก!!" ดวงตา3เหลี่ยมดั่งอสรพิษเบิกกว้าง นางบังเกิดความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจเมื่อเห็นขาที่เตะมารวดเร็วดั่งสายฟ้าของต้วนหลิงเทียน มันเป็นเวลาเพียงเสี้ยวพริบตาเท่านั้น นางยังไม่ทันได้ร้องออกมาจบคำด้วยซ้ำ  ร่างนางก็ถูกต้วนหลิงเทียนเตะหวดจนลอยละลิ่วดั่งว่าวสายป่านขาด

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 266 : สตรีแล้วจะอย่างไร?"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
Crazy  Leveling  System
Crazy Leveling System
พฤษภาคม 17, 2022
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
มิถุนายน 26, 2022
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
มีนาคม 12, 2022
The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
都市:我!反派富二代他爹-193×278
เกิดใหม่เป็นพ่อของตัวร้ายรุ่นที่สอง
พฤษภาคม 3, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz