หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 225 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 225 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8!
Prev
Next

บทที่ 225 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8!

 

 

“เหอะ! เหลวไหลสิ้นดี กระทั่งผู้หลอมโอสถระดับ 6 ยังมิอาจทำกระไรได้กับพิษของพังพอนทมิฬไร้ลักษณ์ แล้วเด็กปากไม้สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเจ้ายังกล้ากล่าวว่า พิษจะถูกขจัดจนหมดจด?” สายตาเย็นชาของชวีอวิ๋นกวาดมาหยุดที่ต้วนหลิงเทียน พร้อมกล่าวเย้ยหยันออกมา

สำหรับเขา ต้วนหลิงเทียนเป็นเพียงเด็กน้อยโง่งมไม่รู้เรื่องราว

ต้วนหลิงเทียนไม่คิดเสียเวลากับชวีอวิ๋นสืบไป เขาหันไปกล่าวคำ "ผู้เฒ่าหง ผู้เฒ่าฉิน … พวกท่านคงจดจำคำกล่าวของท่านปู่เจ้าพระยาที่กำชับมาได้เป็นอย่างดีก่อนที่พวกท่านจะจากจวนเจ้าพระยามาใช่หรือไม่?  ข้าไม่สนใจว่ามันจะเป็นองครักษ์ผีสางนางไม้อะไร ข้าต้องการให้มันตกตาย ตอนนี้!"

ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำของมาอย่างไม่ลังเล น้ำเสียงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตฆ่าฟัน

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวธรรมชาติ นับว่าเป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่ไม่น้อยสำหรับเขา…ยิ่งไปกว่านั้นความแค้นระหว่างตัวเขากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวธรรมชาติคนนี้ ก็กล่าวได้ว่าอยู่ในจุดที่ไร้วันประนีประนอมกันได้อีกแล้ว

หากชวีอวิ๋นไม่ตกตายเกรงว่าใจของเขาคงไม่อาจสงบลง

"ขอรับผู้บัญชาการ!" ผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉินพยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะลงมือจู่โจมด้วยกำลังทั้งหมดทันที

"ฮึ่ม!" ใบหน้าของชวีอวิ๋นหมองคล้ำลง ดาบ 3 ฉื่อ ปรากฏขึ้นในมือของมันในทันใด และเมื่อมันวาดดาบออกมา

พลังงานต้นกำเนิดพลันแผ่พุ่งทะลักออกมาจากตัวดาบ ยามนี้ตัวดาบ 3 ฉื่อราวกับกู่ก้องร้องคำราม มั่นสันสะเทือนส่งเสียง เวิง เวิง ออกมา เงาร่างช้างแมมมอธโบราณเหนือศีรษะชวีอวิ๋นพลันเพิ่มพูนไปอยู่ที่ 1,900 ตัว!

เห็นได้ชัดว่าในมือมันกลับเป็นถึงอาวุธวิญญาณระดับ 7!

แต่หาใช่มันเพียงผู้เดียวไม่ที่มีอาวุธวิญญาณระดับ 7!

ผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉินเอง ก็เผยอาวุธวิญญาณระดับ 7 ของตัวเองออกมา เงาร่างช้างแมมมอธโบราณเหนือศีรษะพวกเขายามนี้ก็เพิ่มพูนเป็น 1,900 ตัวด้วยเช่นกัน!!

อาวุธวิญญาณระดับ 7 ในมือของผู้เฒ่าหงนั้นเป็นหอกเล่มหนึ่ง!

ส่วนอาวุธวิญญาณระดับ 7 ในมือของผู้เฒ่าฉิน นั้นเป็น พัดกระดูก!

ฟุ่บ!

ชวีอวิ๋นออกกระบวนท่าจู่โจม ดาบในมือของมันเคลื่อนไหววูบวาบราวกับจะแปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายอัสนี เงาดาบพร่างพราวไปทั่วผืนนภา ประกายดาบแต่ละเล่มคมกล้าราวกับจะฉีกกระชากชั้นฟ้า เสียงหวีดหวิวของคมดาบที่ฟาดแหวกอากาศมายังผู้เฒ่าฉินดังขึ้น

สำหรับมันแล้วศัตรูตัวฉกาจนั้นย่อมเป็นผู้เฒ่าฉิน เพราะตราบใดที่มันทำร้ายผู้เฒ่าฉินที่เหนือชั้นกว่ามันในเรื่องวิชาท่าร่างได้สำเร็จ ตัวมันก็จะบังเกิดหนทางรอดตายสายหนึ่งแล้ว

ผู้เฒ่าฉินมิคิดหลบหลีกเขาเพียงยกมือขึ้น พัดกระดูกในมือของเขาหมุนวนกรีดกราย ก่อเกิดเป็นวังวนอัดแน่นไปด้วยคลื่นพลังไร้สภาพประการหนึ่ง เสียงลมที่หมุนวนเป็นวังวนดัง วู้ม วู้ม ขึ้น  สั่นสะท้านอากาศโดยรอบจนสั่นไหว

วู้มมมม!

พลังงานต้นกำเนิดที่ถูกหมุนวนควบแน่นลงไปในพัดกระดูกยามนี้มันถูกบีบอัด จนราวกับใต้ฝุ่นขนาดเล็ก ก่อนที่ผู้เฒ่าฉินจะสะบัดพัดกระดูก ปลดปล่อยใต้ฝุ่นพลังงานต้นกำเนิด พร้อมซัดพัดออกไป หมายระเบิดศีรษะผ่าร่างของชวีอวิ๋นในกระบวนท่าเดียว

ผู้เฒ่าฉินหาได้หวาดหวั่นกระบวนท่าดาบที่ฟาดฟันของชวีอวิ๋นแม้แต่น้อย เขาโจมตีสวนกลับไปราวกับไม่หวั่นเกรงดาบ 3 ฉื่อที่ฟาดมาดั่งเส้นสายอัสนีแม้แต่น้อย

ฝุ่บ!

ทันใดนั้นเองในห้วงเวลาเป็นตาย หอกในมือของผู้เฒ่าหงพลันสั่นไหว ตวัดฟาดออกไปราวกับหางนาคาโผล่พ้นน้ำ มันพุ่งทะลวงฝ่าอากาศไปสกัดกั้นดาบของชวีอวิ๋นได้ทันท่วงที

"ไม่!" ชวีอวิ๋นกล่าวตะโกนออกมาดังก้อง และนั่นเป็นการเปล่งเสียงเอื้อนเอ่ยวาจาครั้งสุดท้ายในชีวิตของมัน

หัวของมันถูก พายุใต้ฝุ่นที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานต้นกำเนิด ที่ก่อเกิดจากพัดกระดูกผู้เฒ่าฉิน ปั่นทำลายจนกะโหลกระเบิด มันสมองแตกซ่านกระเซ็น

ตาย!

ซ้ำร่างไร้หัวของมันยังถูกสภาวะแผ่พุ่งทำลายของพัดกระดูกที่ผู้เฒ่าฉินซัดออก ตัดฝ่าเป็นสองเสี่ยง ตกลงบนพื้นกลายเป็นซากร่างเลอะเลือน อวัยวะภายในและโลหิตชโลมทั่วลานบ้าน ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง

ผู้เฒ่าฉินเพียงสะบัดมือเล็กน้อยพัดกระดูกที่บินออกไปพลันวกกลับมาสู่มือ โดยปราศจากคราบโลหิตแม้เพียงหยด

"น่าสะพรึงนัก!" ประกายตาของต้วนหลิงเทียนเรืองวูบขึ้นมา เขาจ้องมองและอดไม่ได้ที่ตะลึงเล็กน้อย

อีกทั้งในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกตกตะลึงกับการลงมือสอดประสานกันของผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉิน … กล่าวได้ว่าทั้ง 2 สอดประสานลงมือกันเป็นอย่างดี ซ้ำยังมีความไว้วางใจในตัวของอีกฝ่ายถึงขีดสุด

เพราะไม่เพียงแต่ กระบวนท่าดาบร้ายกาจของชวีอวิ๋นที่บังคับให้ผู้เฒ่าฉวินจำต้องหลบหนี เขากลับมิหลบ ยังเลือกฉวยโอกาสลงมือจู่โจมสวนกลับ ออกกระบวนท่ารุนแรง ด้วยพลังงานต้นกำเนิดที่โคจรใช้ออกบีบอัดจนแทบหมดร่าง ซ้ำยังซัดสละอาวุธออกไปเช่นนั้น …เช่นนี้ทำให้ชวีอวิ๋นไม่อาจป้องกันได้

และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะความเชื่อใจผู้เฒ่าหงทั้งสิ้น ผู้เฒ่าฉินถึงกล้าลงมือ  นอกจากนี้ผู้เฒ่าหงเองก็หาได้ทำให้เขาผิดหวังแต่อย่างใด เขาลงมือขวางหอกในช่วงเวลาที่อวีอวิ๋นไม่อาจรั้งกระบวนท่า และหยุดการจู่โจมของมันได้ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ดาบที่ควรทะลวงผ่าอกกลับสิ้นท่าลงไปในลักษณะนี้

ต้วนหลิงเทียนเชื่อว่าคงมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวธรรมชาติจำนวนไม่มากที่สามารถต้านรับการลงมือสอดประสานกันของ ผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉินได้

"ด้วยความแข็งแกร่งของผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉินที่สูงถึงเพียงนี้ พวกเขาคงมีสถานะในจวนเจ้าพระยาไม่ธรรมดาแน่ …ไม่คิดเลยว่าท่านลุงจะให้คนที่มีความสามารถเช่นนี้กับข้า" ต้วนหลิงเทียนพลันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่บังเกิดขึ้นได้ในหัวใจ

อีกทั้ง 8 องครักษ์เสื้อแพร ที่ทางจวนเจ้าพระยาส่งมาให้ต้วนหลิงเทียน ก็ยังไม่มีท่าทีประหลาดใจใดๆ ราวกับพวกเขาล่วงรู้อยู่แตกแรกแล้ว ว่าผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉินมีความแข็งแกร่งถึงขีดขั้นนี้

ต้วนหลิงเทียนหยิบแหวนมิติของชวีอวิ๋นขึ้นมา พร้อมกับดาบ วิญญาณระดับ 7

ดาบของชวีอวิ๋นเล่มนี้มีสีดำสนิท รูปร่างเรียบง่ายแลดูโบราณ

วู้ม!

มือของต้วนหลิงเทียนสั่นไหวเล็กน้อย แสงสีดำจากใบดาบกระพริบวูบวาบออกมา ก่อนที่เงาร่างช้างแมมมอธโบราณจะปรากฏขึ้นเหนือหัวต้วนหลิงเทียน 39 ตัว …

‘สามารถเสริมพลังได้ 27% งั้นรึ นับว่าไม่เลว ดีกว่าอาวุธวิญญาณระดับ 8 ที่ข้าสามารถหลอมสร้างได้ซะอีก’ ต้วนหลิงเทียนครุ่นคิดในใจ ก่อนที่จะตวัดดาบสีดำวูบวาบไปมาครู่หนึ่งแล้วก็เก็บมันเอาไว้

ตอนนี้เองผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉิน รวมถึงกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรทั้งหมดล้วน อ้าปากค้าง ราวกับรอแมลงวันมาบินเยี่ยมชม

ยามที่ผู้บัญชาการของพวกมันหยิบดาบวิญญาณระดับ 7 ขึ้นมาแกว่งไกว ความแข็งแกร่งที่แสดงออกหลังจากเสริมกำลังด้วยความสามารถดาบแล้ว กลับมีถึง 39 ช้างแมมมอธโบราณ …

อาวุธวิญญาณระดับ 7 นั้นสามารถเพิ่มพูนพลังได้สูงสุด 30%

นั่นกล่าวได้ว่าแม้จะไม่พึ่งพาอาวุธวิญญาณเขาก็ยังสามารถใช้ออกด้วยความแข็งแกร่งสูงถึง 30 ช้างแมมมอธโบราณ

นั่นมัน ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 2!

ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเขาแม้แต่คนเดียวที่คิดฝันว่า …ผู้บัญชาการของพวกเขา จะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 2 แล้ว!…อายุเพียง 18 ปี อยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 2!!

พวกเขารู้สึกอื้ออึงจนหนังศีรษะด้านชาแล้ว!

หลังจากที่ออกคำสั่งให้องครักษ์เสื้อแพรเผาทำลายซากศพของชวีอวิ๋น ต้วนหลิงเทียนก็เรียกผู้เฒ่าหงและผู้เฒ่าฉินให้ติดตามเขามาที่ลานบ้านด้านหลัง

ต้วนหลิงเทียนมองไปยังชายชราทั้ง 2 ก่อจะกล่าวถามออกมา "ผู้เฒ่าหง ผู้เฒ่าฉิน …ที่ชวีอวิ๋นมันกล่าวก่อนหน้านี้ว่าตัวมันเป็น ผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์ผี รับใช้องค์ราชามรรตัย  คำที่มันกล่าวนี่มันหมายความว่าอะไรบ้างหรือ? พวกท่านสามารถกล่าวอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่?"

"ย่อมได้ขอรับ" ผู้เฒ่าหงพยักหน้า ก่อนที่สีหน้าเขาจะดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย “องค์ราชามรรตัยที่ว่านั้น กล่าวได้ว่าเป็นตัวตายตัวแทนขององค์ราชา มีนามว่า องค์ราชามรรตัยฉู่ ซ้ำเขายังเป็นน้องชายแท้ๆของราชาองค์ปัจจุบัน พวกเขามีบิดาคนเดียวกัน แต่ทว่าคนละมารดา  อีกทั้งองค์ราชามรรตัยฉู่ผู้นี้ ยังกล่าวได้ว่าเป็น คนที่อายุรุ่นราวคราวเดียว กับบิดาของเจ้า ต้วนหรูเฟิง   ในปีนั้นรุ่นเยาว์ทั้งทั้งอาณาจักรนภาล่อง  พรสวรรค์ตามธรรมชาติในเชิงยุทธ์ของเขา เพียงด้อยกว่าบิดาของเจ้าคนเดียวเท่านั้น”

“ต่อมาไม่นาน องค์ราชามรรตัยฉู่ด้วยความคิดอยากก้าวหน้าจึงออกเดินทางจากอาณาจักรนภาล่อง ไปยัง อาณาจักรพนาคราม… เป็นเวลากว่า 10 ปี ในที่สุดเขาก็กลับมา และยามนั้นระดับบ่มเพาะของเขาก็ตัดผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และในตอนนั้นเอง ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติรุ่นก่อนหน้าได้ถึงแก่อายุขัยตกตายจากไป  เช่นนั้นองค์ราชามรรตัยจึงยินยอมรับบทบาทที่สำคัญที่สุดในการปกป้องตระกูลราชวงศ์ ยินยอมเป็นองค์ราชามรรตัย ซ่อนตัวคุ้มครองอาณาจักรแห่งนี้จากเงามืด  ส่วนองครักษ์ผีนั้น เป็นองครักษ์ที่คอยรับใช้องค์ราชามรรตัย พวกเขามีกันทั้งสิ้น 9 คน และทั้งหมดเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวธรรมชาติทั้งสิ้น” ผู้เฒ่าหงกล่าวอธิบายออกมารวดเดียวจบ

ต้วนหลิงเทียนพลันเข้าใจได้ทันที

องค์ราชามรรตัยฉู่!

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติของตระกูลราชวงศ์!

เขาจดจำเรื่องนี้เอาไว้ในใจ

"ท่านผู้บัญชาการ ท่านพระยาส่งคนมาแจ้งให้ท่านเดินทางไปยังจวนเจ้าพระยาขอรับ" ทันใดนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหน้า

ต้วนหลิงเทียนที่อยู่ลานด้านหลังย่อมได้ยินอย่างชัดเจน เขายิ้มให้กับชายชราทั้งสอง "ผู้เฒ่าฉิน ผู้เฒ่าหง พวกท่านมากับข้า"

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินทางมาถึงจวนเจ้าพระยา

"เทียนน้อย วัตถุดิบที่เจ้าต้องการ ข้าได้ให้คนไปรวบรวมจนครบถ้วนแล้ว" สีหน้าพระยานี่เหวี่ยเผยความยินดีออกมา เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนมาถึง

"รวดเร็วถึงเพียงนี้?" ต้วนหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เนื่องจากวัตถุดิบหลักที่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับหลอมปรุงโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8 นั้น เป็นวัตถุดิบที่หาได้ยากอย่างยิ่ง  แม้จะเป็นเมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังกล่าวได้ว่าหายากเย็นนัก

เขาไม่คิดเลยว่าท่านลุงนี่ของเขาจะสามารถรวบรวมพวกมันได้ครบเพียงเวลาไม่กี่วันเช่นนี้

ความสามารถของจวนเจ้าพระยานี่คงมีอันใดพิเศษไม่น้อย

นี่เหวี่ยกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม “มีวัตถุดิบตัวหนึ่งในรายการ ที่กล่าวได้ว่าหายากเย็นยิ่งนัก … อย่างไรก็ตามข้ามีสหายผู้หลอมโอสถที่มีวัตถุดิบชิ้นนี้ไว้ในครอบครองอยู่พอดี ข้าจึงไปขอซื้อขายกับเขามา”

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า ก่อนที่จะเดินไปยังลานด้านหลังของจวนเจ้าพระยา พร้อมกันกับนี่เหวี่ย

หลังจากนั้นไม่นานต้วนหลิงเทียน ก็หยิบเตาหลอมโอสถออกมา ก่อนที่จะจุดเพลิงหลอมโอสถระดับ 8 แล้วเริ่มทำการหลอมกลั่นโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8

ต้วนหลิงเทียนเริ่มหยิบวัตถุดิบลงเตาหลอมทีละชิ้นด้วยปริมาณและจังหวะเวลาที่แม่นยำ สุดท้ายก็ใส่วัตถุดิบลงไปทั้งหมด หลังจากที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วยามครึ่งตามที่เขาคาดการณ์ไว้ โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ก็หลอมปรุงเสร็จสิ้น

"ท่านปู่นี่ โอสถเม็ดนี้คือโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8 และมันก็เป็นเช่นเดียวกันกับโอสถครั้งที่แล้ว กินเดือนละ 1 เม็ด จนครบ 3 เม็ด… และหลังจาก 3 เดือนผ่านไป พิษของพังพอนทมิฬไร้ลักษณ์ของท่านก็จะถูกขจัดออกไปจนหมดจด!" หลี่ต้วนหลิงเทียนหยิบโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8 ส่งยื่นมอบให้ชายชราไป 3 เม็ด

ชายชราเมื่อรับไปก็กลืนลงท้องไปก่อนทันที 1 เม็ด พร้อมรอยยิ้มที่ไม่มีความกังวล "เทียนน้อยทั้งหมดล้วนต้องขอบคุณเจ้า"

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ท่านปู่นี่ท่านกล่าวเกรงใจไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะท่านเมตตาส่งผู้เฒ่าหงกับผู้เฒ่าฉินไปช่วยเหลือข้า เกรงว่าวันนี้ข้าคงไม่มีชีวิตมาหาท่านแล้ว"

หากไม่มีผู้เฒ่าทั้ง 2 คนแล้วล่ะก็ สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้เลย ว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่ต้วนหลิงเทียนจะรอดพ้นเงื้อมมือของชวีอวิ๋น

"อะไร! มันเกิดอันใดขึ้นกับเจ้า?" ใบหน้าชายชราแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ประกายตาทั้งคู่ส่องแสงดุร้าย จิตสังหารจากภายในร่างเริ่มเอ่อล้นออกมา

"เทียนน้อย ผู้ใดมันหาญกล้าแตะต้องเจ้า?" ใบหน้าของนี่เหวี่ยเองก็เต็มไปด้วยโทสะเช่นกัน

"ท่านปู่กับท่านลุงนี่ ไม่ต้องเป็นห่วง เขาตายไปแล้ว … คนๆนี้เรียกว่าชวีอวิ๋น มันเป็นบิดาของผู้บัญชาการกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงชวีลู่" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาช้าๆ

"ชวีอวิ๋นเช่นนั้นรึ จากที่ข้ารู้มา มันเป็น องครักษ์ผี …แต่มันจะเป็นอันใดก็ช่างหัวมันปะไร มันกล้าแตะต้องเจ้ามันต้องตาย " ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ดูราวกับว่าหากเขาไม่ได้ฉีกร่างชวีอวิ๋นด้วยตัวเองคงไม่คิดเลิกรา

นี่เหวี่ยเองก็มีอาการเช่นเดียวกัน

"เอ๋ ท่านลุงนี่ ท่านยังไม่ดื่ม สุราวานรจักรพรรดิอีกรึ?" ต้วนหลิงเทียนหันไปมองนี่เหวี่ยพร้อมกล่าวเปลี่ยนเรื่องสลายบรรยากาศตึงเครียดออกมาทันที

"อ่า ข้าตั้งใจจะใช้มันหลังจากนี้อีก 2 วัน …เมื่อถึงเวลานั้น ข้าตั้งใจจะออกเดินทางจากเมืองหลวงไปชั่วคราว เพื่อเสาะหาสถานที่ รอรับทัณฑ์สายฟ้า 6 หายนะ 9 ภัยพิบัติ!" นี่เหวี่ยกล่าวออกมาพร้อมยิ้มบางๆ

ต้วนหลิงเทียนกระพริบตาพร้อมกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม  "ดูเหมือนว่าท่านลุงนี่จะมีความมั่นใจอย่างมาก ในการเข้าสู่ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติในเร็วๆนี้ "

"ฮ่า ๆ … หากลุงนี่ผู้นี้สามารถตัดผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติได้ ทั้งหมดล้วนเป็นผลงานของเจ้าทั้งสิ้น หากข้าไม่ได้รับสุราวานรจักรพรรดิ มิรู้ข้าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรถึงจะมีโอกาสบุกทะลวงระดับเช่นนี้ มันอาจจะเป็นก้าวสุดท้ายที่ข้าอาจไม่มีวันไปถึงอีกเลยชั่วชีวิตก็เป็นได้" หลังจากที่กล่าววาจาจบ นี่เหวี่ยพลันส่ายหน้าถอนหายใจออกมา

ถึงแม้ว่าเขาเหลืออีกเพียงก้าวเล็กๆนิดเดียวที่จะทะลวงผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ อันเรียกว่าครึ่งก้าวนั้น  แต่อาณาจักรนภาล่องแห่งนี้ไม่รู้มีผู้ฝึกยุทธ์มากน้อยเท่าไรแล้วที่ติดอยู่ในระดับครึ้งก้าวนี้จวบจนวันตาย

สุดท้ายแล้วกว่า 90% ของผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้น ล้วนต้องจบสิ้นชีวิตลงด้วยโรคชรา หมดสิ้นอายุขัยเสียก่อน

กล่าวได้ว่าหากผู้ใดหวังที่จะตัดผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาตินั้น ต้องพึ่งพรสวรรค์แต่กำเนิดที่ไม่ธรรมดา

และแน่นอนมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ทีมีพรสวรรค์เล็กน้อยหรือมีพรสวรรค์อยู่ในระดับธรรมจะสามารถตัดผ่านระดับไปได้

แต่ตราบใดที่ มีโอสถสู่ธรรมชาติ หรือความช่วยเหลือจากอย่างอื่น อย่างเช่นสุราวานรจักรพรรดิ แน่นอนคนๆนั้นยังสามารถตัดผ่านระดับแรกสัมผัสธรรมชาติไปได้อย่างราบรื่น

"ลุงนี่ท่านก็กล่าววาจาเกินจริงไปแล้ว ท่านปู่นี่ยังสามารถตัดผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติได้เลย แล้วท่านจะมีปัญหาได้อย่างไร?" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวพร้อมหัวเราะออกมา

อย่างไรก็ตามนี่เหวี่ยยังไม่ทันได้กล่าวคำ ชายชราก็กล่าววาจาออกมาเสียก่อน "เทียนน้อยมีบางเรื่องที่เจ้ายังไม่ล่วงรู้…ปู่ของเจ้าคนนี้ที่สามารถทะลวงไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติได้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะโอสถสู่ธรรมชาติเช่นกัน  หากข้าไม่ได้รับโอสถสู่ธรรมชาติแล้วล่ะก็ คงเป็นเรื่องยากที่ข้าจะทะลวงผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติได้ในชั่วชีวิตนี้"

ต้วนหลิงเทียนตกตะลึงไม่น้อย เข้าไม่คิดเลยว่าชายชราจะตัดผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติด้วยความช่วยเหลือจากโอสถสู่ธรรมชาติเช่นนี้

หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนเดินทางออกจากจวนเจ้าพระยาแล้ว เขาก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที และเมื่อถึงบ้านเขาก็เรียกฉงเฉวียนให้มาหา

"นายน้อย!" ฉงเฉวียนทำการคารวะต้วนหลิงเทียน

"ฉงเฉวียนเจ้าเอานี่ไปสิ" ต้วนหลิงเทียนไม่คิดเสียเวลากล่าวคำอะไรเขาล้วงหยิบโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8 ออกจากแหวนมิติทั้ง 3 เม็ด แล้วยื่นส่งให้ฉงเฉวียนทันที

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 225 : โอสถกวาดจิตพิสุทธิ์ระดับ 8!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
กลืนดารา (Renew)
กลืนดารา (Renew)
พฤษภาคม 17, 2022
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
มิถุนายน 26, 2022
จอมดาบพิฆาตสวรรค์
จอมดาบพิฆาตสวรรค์
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz