หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 220 : ความตายของชวีลู่!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 220 : ความตายของชวีลู่!
Prev
Next

บทที่ 220 : ความตายของชวีลู่!

 

 

เกณฑ์ขั้นต่ำที่สุดในการเข้าร่วมกองกำลังทหารองครักษ์เสื้อแพร คือระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7!

เรื่องนี้ กลับกลายเป็นเรื่องขำขันภายในเมืองหลวงอยู่พักหนึ่ง  พวกเขารู้สึกว่าผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรอย่างต้วนหลิงเทียน บังเกิดอารมณ์นึกสนุกและคาดหวังไปไกลมากเกินไปแล้ว

ตัวตนที่อยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 หรือเหนือชั้นกว่า เป็นอะไรที่ตัวเขาคิดรับสมัครอยากได้ ก็จะมีมาอย่างงั้นหรือ?!

ยามโพล้เพล้ใกล้ค่ำผืนนภาทอสีส้มแดง

บริเวณค่ายที่พักของกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวง

มีม้าขนาดใหญ่ 13 ตัวควบขี่มาพร้อมร่าง 13 ร่างพุ่งเข้าค่ายทหารองครักษ์ไปอย่างไม่หวาดหวั่น

ทั้ง 13 ร่างสวมชุดคลุมปลาบิน เครื่องหมายการค้าขององครักษ์เสื้อแพร ไม่ผิดแน่!

แต่ละคนมีป้ายแสดงฐานะห้อยไว้ที่เอว ยังมีดาบใบแคบยาวปลายตัดเหน็บเอาไว้ใกล้ๆกัน!

มองไปผู้นำที่ควบม้านำหน้ามา ยังเป็นเพียงชายหนุ่มวัยเยาว์เท่านั้น

รอยยิ้มที่แลดูซุกซนคล้ายคนยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถูกเผยให้เห็นบนใบหน้าอ่อนวัยหล่อเหลา

ผู้คนที่มองใบหน้านี้ สามารถบอกได้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้สมควรมีอายุย่างเข้า 19 ปีเท่านั้น

"พวกเจ้าเป็นใคร?" ทหารทั้ง 10 คนที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังหน้าค่ายทหาร รีบก้าวออกมาขวางทางพร้อมกระชับอาวุธเตรียมพร้อมเอาไว้ เมื่อเห็นกลุ่มคนควบขี่อาชามาฝุ่นตลบ

"ล่วงเกินแล้ว!" ชายหนุ่มวัยเยาว์ที่นำหน้าเพียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา สายตาไม่แยแสของเขากวาดไปทั่วทหารองครักษ์ เขาไม่ได้สนใจที่จะฟังข้อห้ามหรือหยุดอะไรทั้งสิ้น เพียงเดินผ่านเหล่าทหารองครักษ์หน้าค่ายไปเสียเฉยๆ

"พวกเจ้า…." ทหารองครักษ์คนหนึ่งก้าวไปด้านหน้าหมายสกัดกั้นผู้บุกรุก  อย่างไรก็ตามร่างของเขาพลันถูกสหายทหารคนหนึ่งรั้งดึงกลับหลังไว้

"นี่เจ้าคิดทำอะไร เจ้าไม่เห็นหรือไรว่ามีกลุ่มคน คิดบุกรุกฝ่าด่านเข้าค่ายทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงของพวกเรา?" ทหารที่คิดไปสกัดกลุ่มคนขุ่นเคือง

"บัดซบ! เจ้านั่นล่ะ เสียสติไปแล้วหรือไร เจ้ามิเห็นป้ายแสดงตัวที่เอวพวกเขาหรือไร?  นั่นคือกลุ่มองครักษ์เสื้อแพร!" ทหารที่ดึงร่างเพื่อนทหารเข้ามาเมื่อคู่สูดลมหายใจหนาวเหน็บก่อนที่จะกล่าววาจาร้องเตือนเพื่อนสหายออกมาด้วยความหวาดกลัว

“อะไรนะ องครักษ์เสื้อแพร! ไม่ใช่ว่าเกณฑ์ต่ำสุดในการคัดเลือกเข้าร่วมกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรจะอยู่ที่ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 หรอกหรือ  …กลุ่มคนพวกนี้ เป็นผู้ที่สมัครมาเข้าร่วมกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรจริงๆ?”

"ผู้ใดจะไปรู้เล่า …แต่หากข้าดูมิผิด ชายหนุ่มวัยเยาว์ที่นำหน้ามาเมื่อครู่  สมควรเป็นผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรที่มีนามว่าต้วนหลิงเทียน"

"สถานะของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรยิ่งใหญ่ปานใดเล่า?  ยามนี้ตัวเขาเพียงรับคำสั่งองค์ราชาเพียงผู้เดียว เท่านั้นนับว่าอยู่ใต้หนึ่งอยู่เหนือทั้งอาณาจักร  อย่าว่าแต่ข้ากับเจ้าเลย ต่อให้ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงของพวกเรา เจอเขายามนี้ต้องยำเกรงเขาอยู่หลายส่วน "

…

ต้วนหลิงเทียนเดินเข้ามายังค่ายศูนย์บัญชาการกองทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงอย่างง่ายดาย  เขาเดินมุ่งตรงไปยังใจกลางศูนย์บัญชาการโดยไม่คิดแวะพัก  ทหารองครักษ์ที่พบเห็นเขาล้วนหลีกทางให้ทั้งสิ้น

ต้วนหลิงเทียนเดินนำหน้าโดยมีชายชรา 2 คนเดินตาม ส่วนด้านหลังอีก 10 คนล้วนเป็นชายวัยกลางคนทั้งสิ้น

จางเฉวียนและจ้าวกังเองก็เป็นชายวัยกลางคนในกลุ่มด้านหลังนี้ด้วย

ต้วนหลิงเทียนได้เดินทางไปยังจวนเจ้าพระยาเรืองฤทธิ์ตั้งแต่เช้า  และคัดเลือกผู้คนที่แลดูแล้วถูกชะตา จากผู้คนที่ท่านลุงนี่พามาให้เขาเลือกเข้าร่วมกองกำลังของเขา

สุดท้ายคนจากเจ้าจวนเจ้าพระยาที่เข้าร่วมกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร  ก็มีเพิ่มมาอีก 10 คน และหากนับรวมตัวเขาและจางเฉวียนจ้าวกัง กององครักษ์เสื้อแพรก็มีทั้งสิ้น 13 คนพอดี

ร่างหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปยังห้องโถงของศูนย์บัญชาการหลัก ก่อนที่จะกล่าวรายงานออกมาอย่างร้อนรน "ท่านผู้บัญชาการขอรับ องครักษ์เสื้อแพร …พวกองครักษ์เสื้อแพรมาแล้ว! "

"อะไรนะ?!" ผู้บัญชาการกองกำลังทหารองค์รักษ์ประจำเมืองหลวง ชวีลู่ แสดงสีหน้ามืดลงเล็กน้อย "พวกมันมากันกี่คน?"

"นับรวมผู้บัญชาการต้วนแล้ว มีทั้งสิ้น 13 คนขอรับ" ร่างที่วิ่งเข้ามารายงานกล่าวตอบ

"13 คน  เช่นนั้นก็กล่าวได้ว่านอกจากมันแล้ว ยังมีอีก 12 คนที่มีระดับบ่มเพาะวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 หรือสูงกว่าสินะ หึ! จวนเจ้าพระยาช่างใจกว้างนัก ดูท่าคนในจวนเจ้าพระยาจะให้ความสำคัญไอเด็กนั่นไม่น้อย…ไม่พ้นเป็นเพราะพระยาเรืองฤทธิ์นี่เหวี่ยที่เป็นสหายกับบิดาของไอเด็กนั่นจัดหาให้เป็นแน่! เอาล่ะ! เจ้าไปแจ้งนายกองทั้งหมดที่อยู่ในศูนย์บัญชาการให้มารวมตัวกันที่นี่ … ข้าจะให้ไอเด็กบัดซบนั่นรู้ว่า ศูนย์บัญชาการกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงของข้า ไม่ใช่ที่ๆมันคิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไปได้ตามใจชอบ! "

"ขอรับ!" ร่างที่เข้ามาก่อนหนี้รับคำสั่งและเร่งรุดออกไปทันใด

“ต้วนหลิงเทียน! โชคดีนักที่เจ้ามาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง แม้เจ้าจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งคุ้มกะลาหัว…วันนี้ในเมื่อเจ้าหาญกล้าพาคนมาบุกรุกศูนย์บัญชาการกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงของข้า และยังกล้าทำตัววางก้ามเขื่องโขที่นี่  เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าการเดินทางนี้ เป็นเรื่องโอหังเรื่องสุดท้ายที่เจ้าจะได้กระทำในชีวิต! " ประกายตาเย็นเยือกเต็มไปด้วยความอำมหิตส่องออกมาจากดวงตาของชวีลู่

ด้านนอก

เมื่อเข้าใกล้กระโจมใหญ่กลางค่าย ต้วนหลิงเทียนก็หยุดเท้าลง เหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่ติดตามมาทั้ง 12 คนก็หยุดลงเช่นกัน

ตอนนี้เองกองทหารองครักษ์ก็กรูออกมาจากด้านในกระโจม รวมทั้งแห่มาจากทั่วทุกสารทิศ เสียงย่ำเท้าของพวกมันพาลให้แผ่นดินสะเทือน

ตอนนี้กองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวง ได้ปิดล้อมกลุ่มของต้วนหลิงเทียนเอาไว้คล้ายกับถังที่เหนียวแน่นไร้หนทางหลบหนี

ต่อมาต้วนหลิงเทียนก็ได้เผชิญหน้ากับชวีลู่อีกครั้ง

ชวีลู่ก้าวเดินออกมาข้างหน้า ยามนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแฝงความกระหายเลือดเอาไว้ "ต้วนหลิงเทียน ข้ามิคิดเลยวาเจ้าจะเสนอหน้าแส่มาหาขาถึงที่ด้วยตัวเองเช่นนี้ …หากอยู่ภายนอกด้วยสถานะผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรของเจ้า ข้าอาจจะต้องวิตกเล็กน้อยหากคิดลงมือสังหารเจ้า แต่มายามนี้เจ้าได้บุกรุกเข้ามาในเขตค่ายของกองกำลังทหารองครักษ์ของข้าด้วยตัวเอง องค์ราชาเองก็คงไม่ตำหนิอะไรข้า หากจะฆ่าเจ้าทิ้งเสีย! "

ต้วนหลิงเทียนตกตะลึงเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าแค่เจอหน้า ชวีลู่ก็ขู่ฆ่าเขาต่อหน้าผู้คนแล้ว

ดูเหมือนการเดินทางมาที่นี่วันนี้ นับเป็นเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุดแล้ว!!

"ชวีลู่ เจ้านี่ก็ยังโอหังดั่งวันวานไม่เปลี่ยน …ไม่ใช่วันนั้นเป็นเจ้าที่กล่าวออกมาเองหรือไงที่อวดอ้างว่าจะสังหารข้าอย่างนู้นอย่างนี้  ตอนนี้ข้าเองก็ยังอยู่ดีมีสุขไม่ใช่หรือไร?" มุมปากของต้วนหลิงเทียนยกขึ้น แสยะยิ้มออกมา ก่อนที่จะกล่าววาจาเย้ยหยันอย่างยียวน

"เจ้า!" สีหน้าชวีลู่หมองคล้ำลงโดยพลัน "เหอะ! หากไม่ใช่ผู้อาวุโสหลักของตระกูลต้วนมาด้วยตัวเอง เกรงว่าเจ้าจะต้องเป็นศพไปแล้ว!  อย่างไรก็ตามในวันนี้ … ข้าต้องกล่าวบอกเจ้าก่อนเลยว่าข้าประหลาดใจไม่น้อยจริงๆ   ขนาดเกณฑ์รับคนของเจ้าสูงถึงเพียงนั้น พระยาเรืองฤทธิ์ยังให้คนมาถึง 12 คน นับว่าใจกว้างอย่างยิ่ง!"

"หืม นี่เจ้ารู้ด้วยเหรอ ว่าพวกเขาเป็นที่พระยาเรืองฤทธิ์มอบให้ข้า?" ต้วนหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

"เหอะ! เรื่องที่ข้ารู้ยังมีอีกเยอะ อย่างที่เจ้าคาดคิดไม่ถึง"ชวีลู่กล่าวออกมาพร้อมหัวเราะ

ต้วนหลิงเทียนหรี่ตาก่อนที่จะจับจ้องไปยังชวีลู่แล้วกล่าววา "ผู้บัญชาการชวี ข้ามาถึงที่นี่วันนี้ เพื่อกล่าวถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง 5 เดือนที่แล้วเสียหน่อย … คนที่เจ้าส่งไปฆ่าข้ายามเดินทางไปยังชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือถูกข้าสังหารไปแล้ว  ข้ามาที่นี่เพื่อชำระบัญชีนี้ระหว่างพวกเรา …อันตัวข้าเองก็ไม่ใช่คนโลภมากอะไร  ขอเพียงเจ้าชำระเงินค่าทำขวัญมาสัก 10,000,000 เหรียญเงิน ข้าก็ไม่คิดสืบสาวเอาความใดๆเจ้าอีกต่อไป เรื่องนี้เจ้าว่าไงบ้างเล่า"

ทั้งกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร และทหารองครักษ์ประจำเมืองที่อยู่รอบๆ ล้วนอึ้งไปทันที เมื่อได้ยินวาจาของต้วนหลิงเทียน

คนไม่โลภเขาเรียกร้องกัน 10,000,000  เหรียญเงินเลยหรือ ?

ท่านผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรต้วนหลิงเทียน ล้อกันเล่นหรือไร!?

"ต้วนหลิงเทียน ดูเหมือนเจ้าเองจะรู้เรื่องราวแต่แรกแล้ว … " ประกายตาของชวีลู่คมขึ้นเล็กน้อย "นับว่าเจ้ามีความสามารถไม่น้อยเลยทีเดียว ทีสามารถง้างปากคนของข้าได้"

"อะไร ผู้บัญชาการชวี นี่เจ้ายอมรับ สารภาพออกมาเองเลยรึ?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ

"ข้ายอมรับแล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้กันเล่า?" ชวีลู่หัวเราะเยาะออกมา เผยให้เห็นแววตาเย็นชาและจิตสังหารที่เริ่มแผ่ซ่านออกมา  มันคิดฆ่าฟันผู้คนแล้ว

"ในเมื่อเจ้ายอมรับแล้วก็ดี รีบๆหยิบเงินมาชำระค่าทำขวัญข้าได้แล้ว  ข้าจะได้พากองกำลังองครักษ์เสื้อแพรของข้าไปหาสุราเลิศรสดื่มสักคนละไหสองไห " มุมปากของต้วนหลิงเทียนยกขึ้นอย่างมีเลศนัย

"อะไร ถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังคิดเก็บค่าทำขวัญบัดซบนั่นกับข้า!?"ชวีลู่ลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ซ้ำยังหัวเราะอย่างต่อเนื่องราวกับนี่เป็นเรื่องขบขันที่สุดที่มันเคยได้ยิน "ต้วนหลิงเทียน ดูเหมือนเจ้ายังดูสถานการณ์ไม่ออก  เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าคิดว่าอาศัยคนของเจ้าไม่กี่คน สามารถต้านทานกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงของข้าได้? ข้าขอกล่าวให้เจ้าเข้าใจง่ายๆเอาไว้  ขอเพียงทุกคนถ่มถุยน้ำลายใส่เจ้าคนละคำ เกรงว่าเจ้าและคนของเจ้าทั้งหมดต้องจมน้ำตายแล้ว!

"โอ้ ขนาดนั้นเลย ผู้บัญชาการชวีดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจไม่น้อยเลยนะ" ต้วนหลิงเทียนยังแสดงท่าทีไม่ยี่หระ แม้กระทั่งยามนี้ท่าทางของเขายังแสดงความเย้ยหยันออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“เหอะ! ต้วนหลิงเทียน เจ้าอย่าได้ประเมินค่าตัวเองให้สูงเกินไปนัก แค่เพียงเจ้าได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรก็โอหังถึงเพียงนี้  … ข้าขอบอกต่อเจ้าให้ชัด ต่อหน้าข้าเจ้าก็ไม่นับเป็นตัวอะไร!” ชวีลู่ชี้หน้ากล่าวเสียงดังก้องออกมาอย่างน้ำลายแตกฟอง  น้ำเสียงของเขายามนี้แลดูวางก้ามนัก

สีหน้าของต้วนหลิงเทียนเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชา  ไม่ว่าจะ เป็นช่วงชีวิตนี้หรือก่อนหน้า สิ่งที่ตัวเขาเกลียดที่สุดคือการทีมีคนมาชี้หน้ากล่าววาจาสามหาวใส่เขา!

ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังเป็นทหารรับจ้าง เคยมีหน่วยนาวีซีลระดับหัวกะทิที่ผ่านการฝึกพิเศษจากประเทศ M มากล่าววาจาวางท่าชี้หน้าหยามหยันเขากลางร้านเหล้า หลิงเทียนจึงจัดการเปิดกะโหลกให้สมองมันรับลมเล่นเสียตอนนั้น!

"ฆ่ามัน!" ทันใดนั้นเองจิตสังหารของต้วนหลิงเทียนก็ปะทุออกมาทะลวงชั้นฟ้า ก่อนที่น้ำเสียงเย็นชาไม่แยแสจะดังขึ้น

"ฆ่าข้า?" ชวีลูเริ่มหัวเราะ พร้อมแสดงใบหน้าดูถูกเย้ยหยันออกมา

อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มของมันพลันต้องชะงักค้าง … เพราะยามนี้ภาพที่มันมองเห็นคือ ร่างกายหนึ่งที่ไร้ศีรษะ …

ตุบ ขลุกๆ

น้ำพุโลหิตฉีดพวยพุ่งสวยงามเป็นละอองฝอย กองกำลังทหารองครักษ์ยังไม่มีผู้ใดสามารถขยับตัวตอบสนองได้ทัน พวกมันรู้ตัวอีกทีหัวของผู้บัญชาการพวกมันก็กลิ้งหลุนๆ สองตาเบิกกว้างเสียแล้ว

พริบตาต่อมาพวกเขาก็เบนสายตาไปมอง ด้านข้างของต้วนหลิงเทียน  ยามนี้มีชายชราคนหนึ่งกำลังถือดาบที่มีโลหิตเปรอะเปื้อนไหลหยดลงพื้นดังติ๋งๆ…

กองกำลังทหารองครักษ์ทุกคนมองไปยังชายชราด้วยสายตาหวาดกลัว สองตาและใบหน้าของพวกมันฉายชัดออกมาถึงความยากจะเชื่อ

ตอนแรกนั้นพวกมันเห็นเพียงชายชราเริ่มขยับร่างเท่านั้น และทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วมาก พวกมันไม่รู้ว่าชายชราตวัดดาบด้วยท่วงท่าอันใด หรือมีความแข็งแกร่งเท่าไร เพราะเงาร่างช้างแมมมอธโบราณเพียงกระพริบออกมาวูบเดียวเท่านั้น สุดท้ายพวกมันก็เห็น หัวผู้บัญชาการถูกแยกออกจากตัวเรียบร้อยแล้ว

แต่สิ่งที่พวกเขามั่นใจอย่างยิ่งก็คือ ระดับบ่มเพาะของชายชราผู้นี้สมควรไม่ด้อยไปกว่าระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 9 … กล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งชายชราไม่มีทางด้อยกว่าผู้บัญชาการของพวกเขา! นี่เป็นเพราะชายชราคนนี้สามารถสังหารผู้บัญชาการของพวกเขาด้วยการจู่โจมเพียงดาบเดียว!

"ฮึ่ม!" ต้วนหลิงเทียนสบถออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา หลังจากนั้นเขาก็หันหลังไป พร้อมกับนำกองกำลัง 12 คนในชุดเครื่องแบบปลาบิน พร้อมดาบยาวปลายตัดที่สะพายอยู่ตรงเอว เดิออกจากกระโจมอย่างสง่าผ่าเผย ด้วยท่วงท่าเด็ดเดี่ยวองอาจ

ทุกที่ๆพวกเขาเดินผ่านเหล่าทหารองครักษ์ล้วนเปิดทางให้ได้เดินอย่างสะดวก  ตอนนี้ผู้บัญชาการของพวกมันตกตายลงแล้ว พวกมันไม่โง่พอที่จะแสวงหาความตาย

ดูเหมือนผู้คนที่ผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรนำมานี้ไม่เพียง แต่มีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 เท่านั้น  แต่กระทั่งผู้แข็งแกร่งระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 9 ก็ยังมี

ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งคนที่ 9 นั้น  กล่าวได้ว่าหากมองแคความแข็งแกร่งอย่างเดียวก็สมควรได้เป็นผู้บัญชาการ หรือแม่ทัพใหญ่คนหนึ่งแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามพวกเขากลับเลือกที่จะติดตามผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรวัยเยาว์นี้!

หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกระโดดขึ้นหลังม้า และควบขี่ออกจากค่ายบัญชาการของกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงแล้ว เขาก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา …

ความรู้สึกเช่นนี้ช่างเท่ห์ และน่าสมใจมากมายนัก ดูสายตาตกตะลึงและยำเกรงของพวกมันสิ!

วันนี้นับว่า เขาละเล่นได้สนุกสนานอย่างแท้จริง!

หากมีใครล่วงรู้ความคิดที่อยู่ในหัวต้วนหลิงเทียนตอนนี้  ไม่รู้สีหน้าท่าทางของพวกมันจะน่าดูชมขนาดไหน…

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็พากองกำลังองครักษ์เสื้อแพรทั้ง 12 คนกลับบ้านลาน ที่เป็นที่ทำการของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร

ไม่นานข่าวเรื่องราวอันน่าตกตะลึงที่เกิดขึ้นกลางค่ายกองกำลังทหารองครักษ์ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง

ผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรต้วนหลิงเทียน ได้นำองครักษ์เสื้อแพร 12 คน บุกฝ่าเข้าไปหา ผู้บัญชาการกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวง ก่อนที่จะตัดศีรษะผู้บัญชาการอย่างชวีลู่ท่ามกลางกองกำลังทหารองครักษ์นับร้อย

ข่าวนี้นับว่าสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนจำนวนมาก รวมถึงผู้คนที่คิดว่าคงไม่มีใครบ้าพอที่จะเข้าร่วมกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรเพราะเกณฑ์คัดเลือกสมาชิกสูงเกินไป  และแม้กระทั่งกล่าววาจาเยาะเย้ยว่าไม่แคล้วผู้บัญชาการต้วนคงต้องเป็นผู้บัญชาการที่ไร้ผู้ใต้บังคับบัญชาคนแรกเป็นแน่!

"อะไรนะ เกณฑ์การรับสมัครคัดเลือกที่สูงถึงขนาดรับแต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 ขึ้นไปเช่นนั้น  กลับมีผู้คนเข้าร่วมกองกำลังถึง 12 คน?"

"ถูกแล้ว 12 คนไม่ผิดเพี้ยน ซ้ำทุกคนยังอยู่ในระดับ 7 วิญญาณแรกก่อตั้งเป็นอย่างต่ำอีกด้วย…กล่าวได้ว่ากองกำลังองครักษ์เสื้อแพรนี้ เน้นที่คุณภาพหาใช่ที่ปริมานโดยแท้!"

"ข้าได้ยินมาว่า ผู้ที่ลงมือสังหารผู้บัญชาการชวีลู่นั้น ลงมือหลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวสั่งเพียงแค่หนึ่งคำเท่านั้น  เขาลงมือโดยไร้ซึ่งความลังเล… ทั้งเขายังสังหารผู้บัญชาการชวีลู่ได้ด้วยการลงมือเพียง 1 กระบวนท่า!"

“ข้าเองก็ได้ยินเรื่องนี้มาเช่นกัน จากที่ข้าประมาณความแข็งแกร่งของผู้ที่ลงมือนั้นเกรงว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 9 เป็นแน่”

"เพ้ย เรื่องนี้ผู้ใดก็รู้ หากเขาไม่อยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 9 แล้วเข้าจะจู่โจมสังหารผู้บัญชาการชวีลู่ที่อยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 9 เพียงกระบวนท่าเดียวได้อย่างไร?"

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 220 : ความตายของชวีลู่!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

都市:我!反派富二代他爹-193×278
เกิดใหม่เป็นพ่อของตัวร้ายรุ่นที่สอง
พฤษภาคม 3, 2023
Gate of God
Gate of God
พฤษภาคม 17, 2022
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
มีนาคม 12, 2022
Naruto-Time-Control
ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล)
ตุลาคม 23, 2024
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz