หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 215 : หวนคืนกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมชัยชนะ!!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 215 : หวนคืนกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมชัยชนะ!!
Prev
Next

บทที่ 215 : หวนคืนกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมชัยชนะ!!

 

 

"หมดชาม!" ต้วนหลิงเทียนเองก็ปล่อยตัวไปตามบรรยากาศเช่นกัน  ยามนี้เขาแสดงความอหังการด้วยการยกสุราชามใหญ่ยกซดรวดเดียวหมดจอกด้วยท่วงท่าทระนงองอาจทะลวงฟ้า

ชีวิตที่แล้วของเขาเองก็กล่าวได้ว่าเติบโตมากับกลิ่นดินปืนและทหารกับการรบ เขาถึงสามารถเข้ากันได้กับทหารนับ 100,000 ได้ไม่ยากเย็นอะไรนัก เขาร่วมดื่มสังสรรค์กับทหารทั้งกองทัพอยู่จนดึกดื่น ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันไปนอน

เช้าวันรุ่งขึ้นกองทหารกองหนึ่งก็กำลังเดินทัพออกจากเมืองชัยชนะมุ่งหน้าไปยังทิศทางของอาณาจักรนภาล่อง

ทัพนี้ย่อมเป็น กองกำลังมังกรเหิน!

ตอนนี้ในเมื่อเมืองชัยชนะล้วนถูกตีแตกแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของกองทหารประจำชายแดนที่จะจัดการเรื่องราว

ส่วนพวกเขาในฐานะที่เป็นกองกำลังสนับสนุนก็กล่าวได้ว่า พวกเขาได้ทำหน้าที่ลุล่วงแล้ว ถึงเวลาที่พวกเขาต้องเดินทางกลับเมืองหลวงเสียที!

กองกำลังมังกรเหินนั้นทั้งหมดล้วนเป็นทหารม้า และมีจำนวนเพียงแค่ 10,000 คนเท่านั้น ทำให้การเคลื่อนทัพเป็นไปด้วยความเร็วสูง  พริบตาเดียวก็เคลื่อนทัพผ่านหุบเขากางเขนใต้ไป และมุ่งหน้าสู่เมืองรุ่งโรจน์ อันเป็นเมืองประจำชายแดนของอาณาจักรนภาล่อง

ยามนี้ประชาชนของเมืองรุ่งโรจน์ล้วนมาออกันที่ประตูทางเข้าเมืองทิศเหนือ และมองไปยังกองกำลังมังกรเหินที่กำลังเคลื่อนพลมาจากที่ไกลๆอย่างตื่นเต้น

นี่เพราะว่ามีม้าเร็วอันเป็นหน่วยสอดแนมของกองทหารประจำเมืองรุ่งโรจน์ได้นำข่าวการรบที่เมืองชัยชนะมากล่าวรายงานตั้งแต่ยามค่ำคืนของเมื่อวาน และแน่นอนว่าข่าวนี้ย่อมกระจายไปได้รวดเร็วกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก ประชาชนทั้งหมดของเมืองรุ่งโรจน์ตื่นเต้นกันจนแทบไม่ได้นอน

"กองกำลังมังกรเหินอันยิ่งใหญ่ได้สำแดงเดชอีกครั้ง พวกเข้านับเป็นกองกำลังไร้ผู้ต้านอย่างแท้จริง!"

"ที่กองกำลังมังกรเหินสามารถแสดงความแข็งแกร่งและจู่โจมได้อย่างเต็มกำลังครานี้  ล้วนต้องขอบคุณกุนซือหนุ่มอัจฉริยะนามต้วนหลิงเทียน ที่ทำให้พวกเขาสามารถปลดปล่อยความสามารถได้อย่างเต็มที่!"

"นี่ช่างน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง … ชายหนุ่มวัยเยาว์อายุเพียง 18 ปี กลับสามารถดำเนินแผนการวางกลยุทธ์เลิศล้ำ ควบคุมสั่งการณ์กองทัพนับ 100,000 ให้เข้ายึดเมืองชัยชนะได้โดยไร้การสูญเสีย!”

“นับตั้งแต่วันนี้ไป ข้าว่านาม ต้วนหลิงเทียนนี้ จะต้องเป็นที่ร่ำลือไปทั่วอาณาจักรนภาล่องของเรา และนามของเขาจะต้องถูกจารึกลงไปในประวัติศาสตร์”

"ข้าอดนึกถึงบุตรชายของอัครมหาเสนาบดีขึ้นมาไม่ได้  ตัวบัดซบนี่ไม่อาจเปรียบเทียบกับต้วนหลิงเทียนได้แม้แต่น้อย ยามนั้นมันควบคุมกองทัพกว่า 110,000 คน ภายใต้กลยุทธ์และแผนการของมัน ไม่เพียงแต่ไม่อาจทะลวงฝ่าปราการป้องกันและประชิดเมืองชัยชนะได้สำเร็จ กระทั่งชีวิตพี่น้องทหารยังต้องตกตายไปอย่างไร้ค่ากว่า 10,000 ชีวิต"

"ตัวบัดซบกู้เชวียนน่ะรึ หึ! ชีวิตมันยังไร้ค่ากว้าขนหน้าแข้งเพียง 1 เส้นของต้วนหลิงเทียนเสียอีก บุตรชายอัครมหาเสนาบดีแล้วจะอย่างไร? มันเป็นตัวอัปยศที่ทำให้อาณาจักรนภาล่องของพวกเราขายขี้หน้าอย่างแท้จริง! "

…

ชาวเมืองรุ่งโรจน์นั้นล้วนจดจำนาม ต้วนหลิงเทียน และ กู้เชวียน ได้เป็นอย่างดี และคงไม่มีวันลืม

นามแรกนั้นทำให้พวกเขาบังเกิดความเคารพเทิดทูนหมดใจ ส่วนนามที่ 2 นั้น…มันน่ารังเกียจหยามหยันและน่าเอาอุจาระไปปาใส่นัก!

กองกำลังมังกรเหินนั้นเดินทัพมาอย่างเป็นระเบียบและพร้อมเพรียง ขบวนทัพของพวกเขานั้นแข็งแกร่งดุดัน และเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างว่องไวสมชื่อมังกรเหิน ทั้งยามนี้สภาวะทัพยังเต็มไปด้วยความฮึกเหิม กล่าวได้ว่าพวกเขาประสบความสำเร็จกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ก็ไม่ผิด! พวกเขาไม่ได้หยุดพักในเมืองแต่อย่างใด เพียงควบขี่ตัดผ่านเมืองไปอย่างว่องไว ทิ้งเพียงความเข้มแข็งอันน่าประทับใจสลักไว้ในสายตาของชาวเมืองรุ่งโรจน์

ที่ด้านหน้าของกองกำลังมังกรเหิน 10,000 นายนั้น เป็นต้วนหลิงเทียนและนี่เฝินที่ควบขี่อาชานำมาเคียงข้างกัน แน่นอนว่าชายชราที่สงวนวาจา คนนั้นก็ควบขี่อาชาตามติดนี่เฝินมาด้านหลังเช่นกัน…

….

คืนวันผันผ่านไป…ในที่สุด

"พวกเรากลับมาถึงแล้ว!"

"พวกเรากลับมายามนี้ ข้าอยากรู้นักว่าองค์ราชาจะประทานรางวัลอันใดให้แก่พวกเรา"

"ของรางวัลสำหรับพวกเราน่าจะเหมือนๆกัน …แต่สิ่งที่ข้าอยากรู้ก็คือ องค์ราชาจะประทานสิ่งใดให้แก่ต้วนหลิงเทียนมากกว่า"

…

นักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลล้วนจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน

อาจกล่าวได้ว่าหัวใจสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้คือต้วนหลิงเทียน หากไม่มีเขาแล้วล่ะก็เกรงว่าต่อให้หลับยังคงไม่อาจฝันถึง เรื่องที่จะสามารถตีหักชิงเมืองชัยชนะได้อย่างง่ายดายไร้การสูญเสียเช่นนี้… กล่าวได้ว่าหากไร้ต้วนหลิงเทียนแล้วเกียรติยศครั้งนี้ อาณาจักรนภาล่องคงไม่มีวันได้รับ แน่นอนว่ารางวัลที่องค์ราชาจะประทานให้ต้วนหลิงเทียนนั้น ย่อมต้องมีคุณค่ามหาศาลแน่นอน และเป็นสิ่งที่พวกมันอยากรู้นัก ว่าจะเป็นอะไร!

เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินที่ควบขี่อาชามาเคียงคู่กัน ใบหน้าของพวกมันนั้น ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มจากใจ การเดินทางครานี้นับว่าทำให้เลือดเนื้อของพวกมันเดือดพล่าน และได้ต่อสู้ตามใจปรารถนาอย่างองอาจท่ามกลางสนามรบอย่างแท้จริง!

"เกรงว่าสหายเทียนหูคงต้องอิจฉาพวกเราจนตายแล้ว มิแคล้วต้องโดนมันงอแงใส่จนหูฉีกแน่"

"ฮ่าๆ นั่นย่อมไม่ผิดแน่"

ทั้งสองคนต่างแย้มยิ้มออกมาอย่างสนุกสนาน

หลังจากผ่านการเดินทางมากว่า 2 เดือนในที่สุดพวกเขาก็กลับมาถึงเมืองหลวงเสียที

"เทียนน้อย คนของสถาบันบ่มเพาะขุนพลนั้น เจ้าเป็นผู้นำพวกมันกลับไปแล้วกัน  ส่วนข้าจะนำกองกำลังมังกรเหิน กลับไปที่ค่ายพัก แล้วก็คงเข้าวังหลวงไปพร้อมกับท่านพ่อ เพื่อเข้าเฝ้าองค์ราชารายงานผลการศึกครั้งนี้ " นี่เฝินกล่าวกับต้วนหลิงเทียน นอกประตูทางเข้าเมืองหลวง

เพราะว่าที่ตั้งค่ายของกองกำลังมังกรเหินนั้นอยู่นอกเมืองหลวงนั่นเอง

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ

"เอาล่ะ นักศึกษาสถาบันบ่มเพาะขุนพล  พวกเจ้าติดตามต้วนหลิงเทียนกลับสถาบันบ่มเพาะขุนพลไป!" นี่เฝินกล่าวสั่งเสียงดังก้อง

หลังจากสิ้นคำ ต้วนหลิงเทียนก็ควบขี่อาชานำนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลกลับเข้าเมืองหลวงทันที ขบวนทัพแลดูองอาจเข้มแข็งและยิ่งใหญ่ไม่น้อย

ในตอนที่พวกเขาออกจากสถาบันบ่มเพาะขุนพลไปนั้น มีนักศึกษาทั้งสิ้น 312 ชีวิต แต่ยามกลับมานั้นมีเพียง 311 ชีวิตเท่านั้น

แน่นอนว่าคนที่หายตัวไปนั้นย่อมไม่พ้น กู้เชวียน บุตรชายคนเดียวของอัครมหาเสนาบดีแห่งอาณาจักรนภาล่อง กู้โหย่วถิง ที่เดินทางออกจากเมืองรุ่งโรจน์กลับเมืองหลวงเพียงลำพังเมื่อ 2 เดือนก่อน

ด้วยการที่ต้วนหลิงเทียนนำหน้า ขบวนนักศึกษากลับมายังสถาบันบ่มเพาะขุนพล  ทำให้นักศึกษาทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจและสงสัยไม่น้อย

"เหตุใดพวกเขาจึงกลับมารวดเร็วนักเล่า?"

"นั่นน่ะสิ จากที่นี่ไปยังเมืองรุ่งโรจน์ แม้ว่าพวกเขาจะควบขี่อาชาตลอดการเดินทาง อย่างน้อยๆ พวกเขาสมควรใช้เวลาไปกลับถึง 4 เดือน…แต่นี่ยังมิทันถึง 5 เดือนดีแต่พวกเขากลับมาแล้วเช่นนี้?  นั่นหมายความว่าพวกเขานั้นอยู่ที่เมืองรุ่งโรจน์ไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ "

"อะไร หรือกองทัพแดนใต้ของอาณาจักรหนานหมันจะใช้การไม่ได้ถึงเพียงนี้?"

…

ตอนนี้เป็นเวลาช่วงเที่ยงย่างบ่าย ทำให้เหล่านักศึกษาหลายคนล้วนเริ่มว่างและมานั่งจับกลุ่มคุยกัน ทั้งหมดต่างสนทนาถึงเรื่องการรบอย่างสนุกสนาน

หลังจากที่กลับมาถึงกลุ่มนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลที่ควบม้าตามต้วนหลิงเทียนมา ก็แยกย้ายไปหาสหาย เพื่อแบ่งปันเรื่องราวการรบ ไม่นานทั้งหมดก็ได้รับรู้สถานการณ์คร่าวๆ

กองทัพของอาณาจักรนภาล่อง ได้ยึดเมืองชัยชนะของอาณาจักรหนานหมัน โดยไม่สูญเสียทหารแม้แต่คนเดียว

เรื่องนี้ทำให้นักศึกษาที่ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์รบที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือล้วนสมองอื้ออึงราวกับถูกอัสนีบาตฟาดผ่าลงมา พวกมันแม้แต่นอนยังไม่เคยฝันถึง ว่าจะมีเรื่องราวอภินิหารเช่นนี้

และเมื่อพวกมันทั้งหมด ล้วนรับรู้ว่า ทั้งหมดเป็นเพราะกลยุทธ์ของต้วนหลิงเทียน ทำให้พวกมันตกตะลึง หันไปจ้องมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเคารพบูชาทันที   

และนี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนัก ที่จะมีนักศึกษาชั้นปีสูงๆมองนักศึกษาชั้นปีแรกด้วยสายตาเคารพถึงขนาดนี้

ต้วนหลิงเทียนที่เป็นจุดสนใจของคนทั้งหมด ได้กล่าวลาเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวิน ก่อนที่จะแอบกลับบ้าน หลังจากที่เห็นว่ายามนี้นักศึกษาในสถาบันบ่มเพาะขุนพลคนสุดท้ายได้เข้ามาถึงสถาบันบ่มเพาะขุนพลแล้ว เป็นอันว่าหน้าที่ของเขาก็จบสิ้นลงแล้ว

เมื่อกลับมาถึงหน้าประตูบ้าน ต้วนหลิงเทียนระบายลมหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะเคาะประตูหน้าเบาๆ

‘ข้ากลับถึงบ้านแล้ว!’

ไม่นานฉงเฉวียนก็รุดมาเปิดประตู  ต้วนหลิงเทียนก็เดินเข้าบ้านไปอย่างคิดถึง

"นายน้อย!"

"นายน้อย!"

…

เมื่อเดินมาถึงลานบ้านด้านหน้า ชิ่งหรูและสตรีรับใช้อีก 2 คนก็เดินออกมาทำความเคารพต้วนหลิงเทียน

ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มรับพวกนาง ก่อนที่จะรีบเดินไปยังลานบ้านด้านหลังด้วยใจที่โหยหา

ภายในลานบ้านด้านหลังนั้น สตรีทั้ง 2 กำลังนั่งสนทนากับลี่หลัว และด้วยตำแหน่งของพวกนางนั้นทำให้ไม่เห็นต้วนหลิงเทียนเดินเข้ามา

"ลูกเทียน" มีเพียงลี่หลัวเท่านั้นที่สังเกตเห็นต้วนหลิงเทียน และเมื่อนางเอ่ยเรียกชื่อออกมา สตรีทั้ง 2 คนพลันชะงักไปราวกับได้ยินเสียงฟ้าร้อง

"ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว!" สีหน้าของต้วนหลิงเทียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

อีกไม่กี่วันก็จะครบ 5 เดือนแล้ว ที่เขาเดินทางจากไป

"เจ้ากลับมาแล้ว! ช่างดีนัก! ช่างดียิ่งนัก!" ใบหน้าของลี่หลัวเองก็ฉีกยิ้มกว้างออกมา นางระบายลมหายใจออกมาลึกยาว ต่อไปนี้นางโล่งอกได้เสียที

"นายน้อย!"

"ตัวเลวร้าย!"

สาวน้อยทั้งสองราวกับเปลี่ยนร่างเป็นลมพายุหอบใหญ่ พวกนางพุ่งมาด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะโยนร่างบอบบางเข้าหาอ้อมกอดชายหนุ่มที่พวกนางคิดคำนึงถึงทุกเวลา …โหยหาหนักหนาแล้ว

ต้วนหลิงเทียนเองก็คิดถึงพวกนาง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เขารีบโอบกอดพวกนางเอาไว้ทั้งซ้ายขวาอย่างอบอุ่น

"ข้ากลับมาแล้ว" ต้วนหลิงเทียนโอบกอดสาวน้อยทั้งสองไว้ในอ้อมแขน ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจและสุขใจฉายชัดออกมาที่หว่างคิ้วของเขา

และทันใดนั้นเอง มีประกายแสงสายฟ้า สีขาว และดำ แลบลั่นวูบขึ้นมา ก่อนที่จะปรากฏร่างบนแขนของต้วนหลิงเทียน และทำการโยกหัวน้อยๆทักทายต้วนหลิงเทียน ราวกับพวกมันกำลังต้อนรับการกลับมาของเขา

"ฮ่าๆ! เสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ พวกเจ้าคิดถึงข้าด้วยหรือ" ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมาอย่างสบายใจ ก่อนที่จะเล่นกับอสรพิษน้อยทั้ง 2 ตัว

ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนโยนเรื่องราวหนักหัวทุกอย่างทิ้งเอาไว้ด้านหลัง และใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายเล่นกับอสรพิษน้อย และกล่าวสนทนากับมารดาและสาวน้อยทั้ง 2…

เมื่อค่ำคืนมาเยือน แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมโอบกอดสตรีทั้ง 2 อยู่บนเตียงด้วยความรักและความโหยหา เขาระดมจูบพรมไปบนร่างของพวกนางทุกส่วนสัด ลูบไล้บีบคลึงไปทั่วร่างของพวกนางด้วยความคิดถึง กลิ่นหอมจากร่างพวกนางที่เขาโหยหานานนับ 5 เดือน อดไม่ได้ที่จะสูดดมพวกมันอย่างสุขใจ ก่อนที่จะทำการร่วมรักกับพวกนางทุกท่วงท่าที่เขารู้ จนพวกนางขึ้นสวรรค์ไปนับครั้งไม่ถ้วน…

ศึกรักดุเดือดร้อนเร่าบนเตียงล่วงเลยไปจนดึกดื่นค่อนคืน… ในที่สุด สาวน้อยทั้ง 2 คนเองก็สิ้นไร้เรี่ยวแรงหลับใหลคาอ้อมอกของต้วนหลิงเทียนไป ตัวเขาเองก็กอดสตรีสองคนไว้ในอ้อมอกก่อนที่จะหลับตานอนไปอย่างเป็นสุข

ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนก็หลับใหลไปอย่างมีความสุข โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ยังมีอีกหลายคนที่ยากจะหลับตาลงได้ในค่ำคืนนี้

ในช่วงบ่ายนั้นหลังจากที่พระยาเรืองฤทธิ์นี่เหวี่ย และลูกชายของเขา นี่เฝิน ได้เข้าวังหลวงไปรายงานเรื่องผลการศึก บริเวณชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือนั้นนับว่าสร้างความตื่นเต้นต่อองค์ราชายิ่งนัก และในที่สุดข่าวที่น่ายินดีอย่างหาที่สุดไม่ได้นี้ ก็ถูกประกาศไปทั่วทั้งเมืองหลวง

กองทัพของอาณาจักรนภาล่อง ได้ถล่มทัพทหารแดนใต้แห่งอาณาจักรหนานหมันจนย่อยยับ ด้วยการบุกโจมตีเพียงครั้งเดียว และใช้เวลาเพียงครึ่งวัน!

และยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ทำผลงานได้เลิศล้ำและยอดเยี่ยมที่สุด หาใช่ผู้บัญชาการนี่เฝินแห่งกองกำลังมังกรเหิน ยิ่งไม่ใช่แม่ทัพเหอเหว่ยอัน รวมถึงทหารคนใดของกองทัพประจำชายแดน

แต่มันคือ ต้วนหลิงเทียน!

ยามนี้นามต้วนหลิงเทียนกวาดผ่านระบือไปทุกหย่อมหญ้า ทั่วทั้งเมืองหลวงนามนี้เป็นนามที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งที่สุดในบทสนทนา ตามเหลาอาหารและโรงเตี๊ยมทั้งหลายต่างกล่าววาจาเรื่องนี้กันไม่หยุด

"ข้าไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนผู้นี้จะหาได้เป็นเพียงอัจฉริยะไร้ผู้ต้านในเชิงยุทธ์ ที่มีศักยภาพท้าทายสวรรค์เพียงอย่างเดียว! กระทั่งในด้านภูมิปัญญาความคิดอ่านและการวางกลยุทธ์ยังเลิศล้ำนัก … เขาสามารถวางกลยุทธ์และแผนการอันเลิศล้ำไร้พ่ายเช่นนี้ออกมาได้!”

“กล่าวได้ว่าเขาเป็นอัจฉริยะในทุกด้านจริงๆ!  นี่นับเป็นความโชคดีของอาณาจักรนภาล่องเราที่มีตัวตนอย่าง ต้วนหลิงเทียนถือกำเนิดขึ้น!”

"แน่นอนว่ายามนี้ต้วนหลิงเทียนั้นกล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะอันโดดเด่นเหนือผู้ใด แต่พวกเจ้าก็อย่าได้ลืมว่ามีอีกบุคคลที่ยากจะลืมได้ และมันมีนามว่ากู้เชวียน  นับว่ามันเองก็โดดเด่น ไม่แพ้กัน  แต่ตัวอุบาทว์นี่กลับโดดเด่นในด้านบัดซบนัก!'"

"ใช่ มันช่างอุบาทว์และน่าทึ่งได้อย่างบัดซบนัก ควบคุมทหาร 110,000 คน กล่าวได้ว่ามากกว่าต้วนหลิงเทียนเสียอีก แต่มันไม่อาจนำพาทหารไปสัมผัสกำแพงเมืองอีกฝ่ายได้เสียด้วยซ้ำ และยังต้องตกตายไปอย่างไร้ค่ากว่า 10,000 ชีวิต … ที่บัดซบที่สุดคือ มันทำทหารฝั่งเราตกตายไปขนาดนั้นกลับมีปัญญาเข่นฆ่าศัตรูได้ไม่ถึง 1,000 คนนรก!"

"บุตรชายของอัครมหาเสนาบดีงั้นเรอะ?  เพ้ย!"

…

ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงชั้นนอก หรือเมืองหลวงชั้นใน ตามสถานที่ต่างๆ ก็ล้วนเต็มไปด้วยบทสนทนาลักษณะนี้ บทสนทนาทั้งหมดล้วนกล่าวสรรเสริญเยินยอต้วนหลิงเทียน ส่วนทางด้านกู้เชวียนกลับโดนด่าทอ รุมประณามราวกับไม่ใช่คน!

ด้วยเหตุนี้ความต่างกันของทั้ง 2 คนเห็นได้ชัดเจนอย่างมาก

ภายในจวนอัครเสนาบดีกลับเงียบเชียบผิดจากในตัวเมืองมากนัก มันเงียบเสียจนราวกับนึกว่าคนที่อยู่อาศัยตกตายไปหมดสิ้นแล้ว

ภายในหองโถงกว้าง มีชายวัยกลางคนแต่งตัวด้วยชุดราวกับนักปราชญ์ยืนอยู่อย่างสง่างาม

"ท่านอัครมหาเสนบดี!" ไมนานชายชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องโถงด้วยท่วงท่าสง่างามเจือความรีบเร่งเล็กน้อย

แววตาของชายชราคนนี้นับว่าส่องประกายคล้ายหมู่ดาว ท่วงท่าย่างก้าวอย่างมั่นคง เห็นได้ชัดว่าระดับบ่มเพาะคงสูงส่งไม่น้อย

"เรื่องราวเป็นเช่นไรบ้าง?" ชายวัยกลางคนกล่าวถามออกมาด้วยเสียงต่ำ แม้ว่าสีหน้าของเขาจะไม่ได้ออกอาการสักเท่าไร แต่เห็นได้ชัดว่าในแววตาของเขาแฝงความเป็นห่วงและกระวนกระวายเอาไว้ไม่น้อย

"เรียนท่านอัครมหาเสนาบดี ตัวข้าได้ไปถามข่าวมาจากพวกมัน… พวกมันล้วนกล่าวว่านายน้อยได้ออกเดินทางจากเมืองรุ่งโรจน์เพื่อกลับมายังเมืองหลวงด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่ 2 เดือนก่อน!" ชายชราค่อยๆกล่าววาจาออกมาอย่างช้าๆ

"อะไรนะ?!" ชายวัยกลางคนมีสีหน้าเคร่งขรึม ม่านตาของเขาหดแคบลง "มันเกิดเรื่องราวอันใดขึ้น?"

"เรียนท่านอัครมหาเสนาบดี ทหารกว่า 90,000 คนได้ทำการปิดล้อมและกล่าวตะโกนให้แม่ทัพเหอเหว่ยอันสังหารนายน้อย … ต่อมาเพื่อความปลอดภัยของนายน้อย แม่ทัพเหอเหว่ยอันจึงให้นายน้อยเดินทางกลับมาก่อน" ชายชรากล่าว

"ลูกเชวียน… เหตุใดเจ้าถึงปลีกตัวไปอยู่คนเดียวเช่นนี้?" ม่านตาของชายวัยกลางคนหดแคบลง ยามนี้แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความเสียใจและหดหู่ …

ในฐานะอัครมหาเสนาบดีของอาณาจักรนภาล่อง แน่นอนว่ากู้โหย่วถิงผู้นี้ย่อมมีความคิดอ่านไม่น้อย กล่าวได้ง่ายๆว่าคนธรรมดาโดยทั่วไปไม่อาจเทียบชั้นกับมันได้ในแง่ของปัญญา

มันฟังดูก็รู้ว่าบุตรชายของมันถูกสังหาร!

อย่างไรก็ตามตัวมันทำได้เพียงอดทนกล้ำกลืนความเจ็บปวดครั้งนี้เอาไว้ เพราะเรื่องนี้ไม่อาจไปเอาเรื่องราว ไถ่ถามหาความผิดได้จากกองทหารประจำชายแดนได้อีกต่อไป …

"แล้วข่าวที่เล่าลือกันตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?" กู้โหย่วถิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาของเขาทอประกายเต็มไปด้วยปัญญา เขาพยายามเก็บความเศร้าโศกเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

ชายชราลังเลใจเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำถามของกู้โหย่วถิง

"เจ้ากล่าวมาเถอะ อย่าได้กังวล!" กู้โหย่วถิงจ้องมองชายชราด้วยสายตาเรืองวูบราวกับแสงอัสนี ชายชราไม่อาจต้านทานแววตาเช่นนี้ได้

"ขอรับ" ชายชราพยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะกล่าววาจาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด รวมทั้งบทสนทนาที่อื้ออึงภายในเมืองหลวงออกไปแก่กู้โหยวถิง

หลังจากที่ชายชรากล่าวจบ มุมปากของกู้โหย่วถิงก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มขมขื่น

"ต้วนหลิงเทียนผู้นี้นับว่าเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นอย่างแท้จริง" กู้โหย่วถิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาว ประกายตาของเขาเรืองวูบออกมา เต็มไปด้วยจิตสังหาร "แต่จะอย่างไรก็ตาม จากที่ข้ารู้มา ต้วนหลิงเทียนผู้นี้ มันมีเรื่องราวความขัดแย้งกับลูกเชวียนของข้านานแล้วใช่หรือไม่?"

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 215 : หวนคืนกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมชัยชนะ!!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
Godly Empress Doctor
Godly Empress Doctor
มีนาคม 12, 2022
Dragon Kings Son-In-Law
Dragon Kings Son-In-Law
มีนาคม 12, 2022
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
มีนาคม 12, 2022
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
มีนาคม 12, 2022
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz