หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 213 : สุราวานรจักรพรรดิ!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 213 : สุราวานรจักรพรรดิ!
Prev
Next

บทที่ 213 : สุราวานรจักรพรรดิ!

 

 

ต้วนหลิงเทียนตกตะลึงแล้ว ตกตะลึงพรึงเพริดอย่างแท้จริง!

นี่มันสุราอะไรกันแน่?

ต้วนหลิงเทียนก้มลงไปมองภายในน้ำเต้าอันเล็ก เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสุราที่อยู่ภายในน้ำเต้าครานี้หาได้มีสีอำพันดั่งสุราวานรธรรมดา แต่มันเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต… .

หลังจากที่รีบค้นในความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ต้วนหลิงเทียนก็เบิกตากว้างทันที …

"เป็นไปได้หรือไม่ นี่คือสุราวานรจักรพรรดิในตำนาน?" หัวใจของต้วนหลิงเทียนยามนี้เต้นระรัวดังตุบตับ อกของเขากระเพื่อมขึ้นลงราวกับลูกสูบลม

สุราวานรจักรพรรดินั้นมันมีคุณสมบัติแทบไม่แตกต่างไปจากโอสถสู่ธรรมชาติ และมันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมหาศาลสำหรับ วานรที่มีระดับครึ่งก้าวสู่ธรรมชาติ! เพราะสุรานี้จะช่วยสัตว์อสูรให้ยกระดับเป็นสัตว์อสูรปีศาจ หรือช่วยให้ตัดผ่านสู่ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ!

อย่างไรก็ตามสุราวานรจักรพรรดินี้ มันไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ดั่งโอสถสู่ธรรมชาติ!

นอกเหนือจากผลกระทบแบบโอสถสู่ธรรมชาติจะไม่มีแล้ว สุราวานรจักรพรรดินี่ยังสามารถเพิ่มพูนระดับบ่มเพาะได้อีก! ซึ่งนับว่ามันเลิศล้ำกว่าโอสถสู่ธรรมชาติอย่างสุดประมาณ

"ชะ…โชคของข้ามันดีถึงขนาดนี้ เลยหรือ?" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

เพราะแม้แต่กระทั่งจักรพรรดิมาเกิดเองที่กล่าวได้ว่าพบฝูงวานรศิลาหลายต่อหลายครั้ง แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้พบวานรวานรจักรพรรดิเช่นนี้ เพราะสุราวานรจักรพรรดินี่ส่วนมากจะไม่ค่อยเหลือ โดยมากแล้วมันจะถูกส่งให้วานรศิลาที่มีระดับบ่มเพาะครึ่งก้าวสู่ธรรมชาติดื่มกินทันทีตั้งแต่บ่มหมักเสร็จ

สุราวานรจักรพรรดินี้มีเพียงราชาวานรเท่านั้นที่ล่วงรู้กรรมวิธีในการบ่มหมัก

หากไม่ได้ทำด้วยความสมัครใจแล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนสูงส่งเทียมฟ้าระดับใด ก็อย่าหวังว่าราชาวานรจะบ่มหมักสุรานี้ให้ เพราะราชาวานรนี้ไม่ใช่ผู้ที่สามารถถูกบีบคั้นได้

สุราวานรจักรพรรดิ กระทั่งจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด 2 ชาติภพเองก็เคยได้ยินแต่เพียงตำนานของมันเท่านั้น

เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแล้ว จักรพรรดิกลับชาติมาเกิดถึงกับบุกไปจับราชาวานรมา เพื่อบีบบังคับให้มันบ่มหมักสุราวานรจักรพรรดินี้เอาไว้ในยามที่ตนต้องกลับชาติมาเกิด … อย่างไรก็ตามราชาวานรเลือกที่จะตกตายและถูกฆ่าล้างทั้งฝูงเสียดีกว่าที่จะบ่มหมักสุราวานรจักรพรรดิให้แก่จักรพรรดิกลับชาติมาเกิด!

นี่ทำให้จินตนาการได้เลย ว่าต้วนหลิงเทียนโชคดีขนาดไหน!

สุราวานรจักรพรรดินี่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดฝันว่าจะได้รับตั้งแต่แรก

ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นรองราชาวานรจับจ้องมายังน้ำเต้าเล็กๆในมือของเขาด้วยแววตาอาลัย และดูเหมือนมันจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไรที่ราชาวานรมอบน้ำเต้านี้ให้เขา …

ต้วนหลิงเทียนสามารถเดาได้ทันทีว่า ตอนแรกรองวาชาวานรคงคิดใช้สุราวานรจักรพรรดิในน้ำเต้านี้เพื่อตัดผ่านไปยังระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ และยกระดับเป็นสัตว์อสูรปีศาจ!

อย่างไรก็ตามสำหรับต้วนหลิงเทียนนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไรในเรื่องนี้ เพราะสำหรับเขาแล้ว น้ำเต้านี้ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ต้องพึ่งมหาโชคลาภอย่างแท้จริง

ส่วนสำหรับรองราชาวานรนั้น ไม่นานเดี๋ยวราชาวานรก็บ่มหมักให้มันใหม่ เมื่อไหร่ก็ได้!

"ดูเหมือนว่ายามนี้ข้าได้รับมิตรภาพอย่างแท้จริงจากวานรศิลา" ต้วนหลิงเทียนรับรู้ได้ด้วยใจทันที ว่าถ้าหากถึงขั้นที่ราชาวานรยินยอมมอบน้ำเต้าที่บรรจุสุราวานรจักรพรรดินี่ให้เป็นของขวัญแล้วล่ะก็  มันแสดงให้เห็นว่าตัวเขาได้ถูกมองว่าไม่ใช่คนนอกของฝูงวานรศิลานี่แล้ว

"ข้าต้องขอขอบคุณท่านมาก!" ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆให้กับราชาวานรก่อนที่จะคำนับเล็กน้อย แล้วค่อยๆเดินออกไปจากหุบเขาโดยมีฝูงวานรศิลาทั้งหมดติดตามไปส่ง

ทุกเรื่องราวที่เขาได้พานพบประสบในใจกลางหุบเขากางเขนใต้นี้ ทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกราวกับฝันไป

เพราะไม่ว่ายังไง ผลตอบแทนครานี้นับว่าสูงค่าอย่างมหาศาล

รอยยิ้มเริ่มปรากฏขึ้นที่มุมปากของต้วนหลิงเทียน

"นายน้อย!" หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนเดินออกมาจากใจกลางหุบเขา จางเฉวียนและจ้าวกังที่รออยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาต้อนรับทันที และทั้งสองก็ระบายลมหายใจหนักอึ้งออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนนั้นปลอดภัย

"นายน้อย ท่านไม่ถูกฝูงวานรศิลาทำร้ายหรือ?" ก่อนหน้านี้พวกเขาสังเกตได้ว่า ต้วนหลิงเทียนนั้นไม่เหมือนคนที่เร่งรีบออกจากหุบเขาแต่อย่างใด

"เจี๊ยกๆๆ ~" ทันใดนั้นจางเฉวียนและจ้าวกังพลันเห็น วานรศิลาขนสีทองเข้มตัวหนึ่ง ปรากฏตัวออกมาบนยอดไม้ มันแย้มยิ้มและโบกมือไปมาราวกับจะล่ำลาต้วนหลิงเทียน

หากมองให้ชัดแน่นอนว่ามันเป็นวานรตัวที่ถูกต้วนหลิงเทียนช่วยถอนพิษให้นั่นเอง

ต่อมา

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

…

กลุ่มวานรศิลาจำนวนมากล้วนปรากฏตัวออกมาตามยอดไม้ และทั้งหมดล้วนฉีกยิ้มเห็นฟันเหลืองๆ พร้อมโบกไม้โบกมือให้อย่างเป็นมิตร

"นี่มัน…." จางเฉวียนและจ้าวกังถึงกับตะลึงค้าง ยืนตัวแข็งราวกับก้อนหิน  จะมีผู้ใดสามารถบอกกล่าวพวกมันได้บ้าง ว่านี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่?

เพราะเหตุใดวานรศิลาเหล่านี้ถึงไม่หลงเหลือความดุร้าย ดั่งที่ไล่ล่าพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตายเลยเล่า?  แล้วใยทีกับนายน้อยพวกมันทำตัวเป็นมิตร ด้วยท่าทางสุภาพอ่อนโยน ราวกับลูกแมวน้อยขี้อ้อนเช่นนี้?

นอกจากนี้พวกเขายังสังเกตได้อีกว่าในกลุ่มวานรศิลานี้เต็มไปด้วยวานรศิลาที่มีขนสีทองเข้ม

จากที่นายน้อยได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ วานรศิลาที่มีขนสีทองเข้มนั้น เรียกได้ว่าเป็นสัตว์อสูรที่มีระดับบ่มเพาะไม่ต่ำกว่าวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7  กล่าวได้ว่าวานรศิลาพวกนี้ทั้งหมดล้วนแข็งแกร่งกว่าพวกเขา!…

ตอนนี้ทั้งสองรู้สึกตกตะลึงจนขนหัวลุกเกรียว!

และในไม่ช้า ม่านตาของพวกเขาก็ต้องหดแคบลงเพราะได้พานพบกับวานร ศิลาที่มีขนาดสูงราวๆ  1.7 เมตรหรืออาจจะมากกวา สวนอีกตัวนั้นมีความสูง 1 เมตรกับอีกเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเหล่าวานรศิลาตัวอื่นที่มีความสูงไม่ถึง ครึ่งเมตร พวกมันราวกับยักษ์ในหมู่คนแคระ!

"พวกมัน …คงมิใช่ ราชาวานรหรอกนะ?" ภายในใจของจางเฉวียนและจ้าวกังบังเกิดความประหวั่นหวาดขึ้นมา เพราะข้อสงสัยนี้ผุดขึ้นมาในใจ

พวกเขายังสังเกตได้อีกด้วยว่า ยามที่วานรศิลามองไปยังร่างวานรศิลาทั้ง 2 พวกมันล้วนเต็มไปด้วยความเคารพและยำเกรง นี่มันเป็นความเคารพยำเกรงที่ก่อเกิดมาจากหัวใจอย่างแท้จริง …

"ท่านราชาวานร แล้วก็รองราชาวานร รวมทั้งเหล่าวานรศิลาทุกตัว หากหนทางแห่งโชคชะตามาบรรจบกันอีกครา ครั้งหน้าคงได้พบกันใหม่" ต้วนหลิงเทียนรู้สึกอบอุ่นในหัวใจไม่น้อย เมื่อเห็นวานรศิลาทั้งฝูงติดตามมาส่งเขาถึงด้านนอก กระทั่ง ราชาและรองราชาเองก็มาด้วย  ต้วนหลิงเทียนโบกมือลาแก่เหล่าวานร

ราชาวานรและรองราชาวานรเองก็พยักหน้ารับ ราวกับมนุษย์คนหนึ่ง

"เอาล่ะ พวกเรารีบกลับกันเถอะ!" ต้วนหลิงเทียนส่งเสียงเรียก เพื่อดึงสติของจางเฉวียนและจ้าวกัง ก่อนที่จะรีบพุ่งตัวออกจากหุบเขากางเขนใต้ กลับค่ายที่พัก

จางเฉวียนจ้าวกังทำหน้าราวกับคนพึ่งตื่นจากฝัน เร่งรีบติดตามต้วนหลิงเทียนไปทันที

พวกเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองกลับไปเป็นระยะๆ  และพวกเขายังสังเกตได้ว่าทันทีที่ต้วนหลิงเทียนจากไป เหล่าวานรศิลาก็มองมาที่พวกเขาด้วยทีท่าดุร้ายอีกครั้ง

"นายน้อยพวกมัน… ท่าน … " จางเฉวียนกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างยากลำบาก ตอนนี้ในใจเขาบังเกิดคำถามผุดขึ้นมามากมาย

"โชคของข้ายังนับว่าไม่เลวร้ายอะไร ข้าบังเอิญไปเจอหนึ่งในพวกมันถูกพิษมา และข้าก็สามารถถอนพิษได้ … หลังจากนั้นพวกมันก็ปฏิบัติต่อข้าด้วยดีดั่งสมาชิกคนหนึ่งในฝูง เอาล่ะ พวกเจ้ามีภาชนะจำพวกขวด หรือโหลอะไรทำนองนั้นหรือไม่?" หลังจากที่กล่าวบอกเรื่องราวก่อนหน้านี้ ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวถามจางเฉวียนและจ้าวกังออกมา

แน่นอนว่าทั้ง 2 คนย่อมมิใช่ตัวโง่งม ทันทีที่พวกมันได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน แววตาของพวกมันก็ทอประกายเรืองวูบและเข้าใจความหมายในคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี พวกมันแต่ละคนรีบเอาขวดใบเล็กสำหรับบรรจุโอสถทองประสานกายออกมา… ทั้งตัวพวกมันมีเพียงภาชนะอย่างขวดเล็กๆใบนี้เท่านั้นแหล่ะ!

ต้วนหลิงเทียนหยิบเตาหลอมโอสถออกมา ก่อนจะนำขวดเล็กๆ ของพวกมันมาตักแบ่งสุราวานรไป

"นี่คือสุราวานรหรือนายน้อย?" จางเฉวียนและจ้าวกังสูดดมกลิ่นหอมของสุราอย่างดื่มด่ำ

"ใช่แล้ว นี่คือสุราวานร แต่ระดับบ่มเพาะของพวกเจ้าอยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 แล้ว พวกเจ้าคงไม่เห็นผลลัพธ์ในการเพิ่มพูนพลังงานต้นกำเนิดของสุรานี่สักเท่าไร" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าพร้อมกล่าวออกมา

ส่วนเรื่องที่ตัวเขาได้รับสุราวานรจักรพรรดิ แน่นอนว่าไม่ได้เผยออกมา

เพราะถึงแม้ตอนนี้จางเฉวียนและจ้าวกังจะเป็นคนใต้อาณัติของเขา แต่จะช้าเร็วสุดท้ายเขาก็ต้องปล่อยพวกมันให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม ยิ่งไปกว่านั้นสุราวานรจักรพรรดิยังมีจำนวนน้อยอย่างมาก เขาคิดที่จะแบ่งให้กับคนที่เขารักเท่านั้น

และเรื่องราวครานี้ยังนับว่าใหญ่หลวงไม่น้อย หากเรื่องที่เขาได้รับสุราวานรจักรพรรดินี่เล็ดลอดออกไปแล้วล่ะก็ …เกรงว่าผู้ฝึกยุทธ์ครึ่งก้าวสู่ธรรมชาติทั่วทั้งอาจักรนภาล่องแห่งนี้ต้องเพ่งเล็งมาที่เขา! และลงมือโดยไม่สนวิธีการใดๆทั้งสิ้น เป็นแน่!!

"มิมีปัญหาใดขอรับ พวกเราเพียงหวังได้ลองลิ้มรสดูเท่านั้น … พวกข้าอยากรู้นักว่าสุราในตำนานจักมีรสชาติแตกต่างไปจากสุราชั้นเลิศอย่างไร" จางเฉวียนส่ายหัวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

จ้าวกังเองก็พยักหน้าออกมาพร้อมรอยยิ้ม แสดงว่ามันเองก็คิดอ่านเช่นเดียวกัน

จางเฉวียนที่สุดแล้วก็ไม่อาจลืมภาพที่มันเห็นก่อนหน้านี้ได้ กล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยใครรู้  "จริงสิขอรับ นายน้อย…ก่อนหน้านี้มีวานรศิลาที่แตกต่างไปจากตัวอื่นๆ แล้วท่านยังเรียกพวกมันว่า ราชาวานรกับ รองราชา นี่พวกมันใช่…?"

"อ่า เป็นอย่างที่เจ้าคิดนั้นล่ะ แน่นอนว่าวานรศิลาตัวที่มีขนาดสูง 1เมตร และขนสีก้ำกึ่งระหว่างทองคำเข้มกับทองคำตัวนั้น มันเป็นรองชาวานร มีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ครึ่งก้าวสู่ธรรมชาติ…กล่าวได้ว่ามันกำลังจะยกระดับกลายเป็นสัตว์อสูรปีศาจแล้ว หากเทียบกับมนุษย์ มันก็นับว่าเข้มแข็งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวสู่ธรรมชาติทั่วไปเสียอีก" ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจาออกมา

"ครึ่งก้าวสู่ธรรมชาติ?" จางเฉวียนและจ้าวกังสูดลมหายใจเข้าด้วยความเหน็บหนาว

รองราชาวานรตัวนั้น หากคิดฆ่าพวกมันให้ตกตาย ย่อมง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ!

"นายน้อย เช่นนั้นอีกตัวนึงเล่า … " หัวใจของจางเฉวียนและจ้าวกังเต้นระรัวราวกลองศึก พวกมันเองก็คาดเดาได้ในใจ แต่ยังไม่กล้ายืนยัน

"วานรศิลาตัวที่มีขนสีทอง และมีความสูงด้อยกว่าข้าเพียงเล็กน้อยตัวนั้น เป็นราชาวานรผู้นำของฝูง! อีกทั้งราชาวานรตัวนั้น มันยังยกระดับตัวเองจนกลายเป็นสัตว์อสูรปีศาจไปแล้ว… และถ้าหากข้าคาดไม่ผิด จากสีขนทองสว่างนี้…ความแข็งแกร่งของมันนั้น สมควรมีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 4 หรือมากกว่า! "ต้วนหลิงเทียนกล่าวต่อออกมา

"สัตว์อสูรปีศาจ! ราชาวานร! มีระดับบ่มเพาะระดับแรกสัมผัสธรรมชาติขั้นที่ 4 หรือมากกว่านั้น?!" จางเฉวียนและจ้าวกังตกตะลึงจนแข็งทื่อเป็นหินอีกครั้ง ครานี้ใช้เวลาอยู่นานกว่าพวกมันจะดึงสติที่เตลิดกลับมาได้ พวกมันรู้แต่ในหัวมีเพียงความอื้ออึงเท่านั้น

ก่อนหน้านี้พวกมันกลับหาญกล้าขวัญเทียมฟ้า ร่วมมือกับนายน้อย เพื่อขโมยสุราวานร จากฝูงศิลาวานร ที่มีตัวตนระดับนี้?

ตอนนี้พวกมันพบว่าเสื้อผ้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อราวกับไปจมน้ำมา!

ต้วนหลิงเทียนถึงกับส่ายหัวออกมา เมื่อเห็นทีท่าของจางเฉวียนและจ้าวกังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "กระทั่งข้าเองยังไม่คิดเลยว่า ฝูงวานรศิลาที่อาศัยอยู่ในใจกลางหุบเขากางเขนใต้นั้นจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้…ตอนแรกข้าเองก็คิดว่าหากมีเพียงราชาวานรที่มีระดับบ่มเพาะเพียงครึ่งก้าวสู่ธรรมชาติ พวกเรายังคงสามารถล่าถอยได้อย่างปลอดภัยหลังจากที่ข้าขโมยสุราวานรได้แล้ว  แต่ใครจะไปรู้กันเล่า ว่าในขณะที่ข้ากำลังจะขโมยตักสุรา ราชาวานรตัวนั้นดันปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน!"ต้วนหลิงเทียนกล่าวถึงตรงนี้น้ำเสียงของเขาก็สั่นเล็กน้อย เมื่อย้อนนึกกลับไปยังอดหวาดกลัวไม่หาย

"นับว่าพวกเรายังมีโชคนัก ที่นายน้อยสามารถพบเจอวานรถูกพิษและ สามารถรักษามันจนหาย … มิฉะนั้นผลลัพธ์ที่ตามมาคงเลวร้ายยากคาดเดาแล้ว" จางเฉวียนและจ้าวกังกล่าวออกมา ความหวาดกลัวในใจของพวกมันนับว่ามีไม่น้อย

"เอาล่ะ จะยังไงก็กล่าวได้ว่าพวกเราประสบผลสำเร็จและได้สิ่งที่ต้องการแล้ว" ต้วนหลิงเทียนหยิบน้ำเต้าขนาดใหญ่ ของลิงที่ถูกพิษขึ้นมาเขย่าเบาๆ พร้อมหัวเราะ

จางเฉวียนและจ้าวกังเองก็เริ่มหัวเราะออกมาเช่นกัน

"จริงสิ พวกเจ้าอย่าได้แพร่งพรายเรื่องราวการคงอยู่ของวานรศิลานี่เด็ดขาด!" ทันใดนั้นเองสีหน้าของต้วนหลิงเทียนก็แปรเปลี่ยน เขาจับจ้องไปยังจางเฉวียนและจ้าวกังด้วยสายตาจริงจัง

แม้ว่าด้วยกำลังรบของฝูงวานรศิลาฝูงนี้ จะไม่ได้หวาดกลัวคนของอาณาจักรนภาล่องแม้แต่น้อย แต่ต้วนหลิงเทียนยังหวังว่าจะไม่มีผู้ใดไปรบกวนความสงสุขและชีวิตที่เรียบง่ายของพวกมัน

แม้ว่าจะน่าเหลือเชื่อ แต่ยามนี้ตัวเขาก็ยอมรับว่ารู้สึกดีไม่น้อยที่ตัวเองได้รับมิตรภาพจากวานรศิลาฝูงนี้ เขาเองก็มองว่ามันเป็นสหายเช่นเดียวกัน

"ขอรับ! เรื่องนี้นายน้อยอย่าได้กังวล" จางเฉวียนและจ้าวกังรีบพยักหน้ารับคำทันที

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินทางกลับมาถึงค่ายพัก ที่เชิงเขา และตอนนี้จางเฉวียนจ้าวกังเองก็แยกย้ายไปหลบซ่อนตัวอีกครั้ง

ต้วนหลิงเทียนยกสุราวานรออกมาจิบเล็กน้อยก่อนที่จะอมไว้ในปาก พร้อมเดินเข้าไปในกระโจม

หลังจากที่เข้ามาในกระโจมต้วนหลิงเทียนก็กลืนสุราวานรลงไปทันที

ทันใดนั้น ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ว่า พลังงานต้นกำเนิดพลันเพิ่มพูนขึ้นมาอย่างปั่นป่วน ไปทั่วเส้นโลหิต  กล้ามเนื้อ และกระดูก ของเขา…

โชคดีที่ความเหนียวแน่นและความยืดหยุ่นของเส้นโลหิต และเส้นพลัง รวมถึงความแข็งแกร่งของกระดูกเขาเหนือล้ำไปกว่าคนธรรมดา หาไม่แล้วด้วยพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมามหาศาลนี้อาจจะทำให้ร่างกายเขาระเบิดออกมา!

แม้กระทั่งต้วนหลิงเทียนยังรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย

เพียงพริบตา เขาก็เหงื่อไหลโชกราวกับน้ำตกอย่างไรอย่างนั้น

ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และไม่คิดรีรออีกต่อไปเขาเริ่มโคจรพลังงานต้นกำเนิด ตามแนวทางวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม รูปแบบงูเหลือมคลั่งทันที

ต้องขอบคุณที่ก่อนหน้านี้ต้วนหลิงเทียนนั้นขยันอย่างหนัก พลังงานจากสุราวานรนั้นสามารถเพิ่มพูนได้อย่างมีเสถียรภาพในที่สุด และยามนี้ พลังงานต้นกำเนิดที่โคจรไปทั่วร่างกายของเขาเองก็หมุนเวียนในรูปแบบเคล็ดงูเหลือมคลั่งอย่างคงที่…สุดท้ายระดับบ่มเพาะของต้วนหลิงเทียนก็พุ่งมาอยู่ในระดับ ก่อกำเนิดขั้นที่ 9 ระดับสูงด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง

กล่าวได้ว่าระดับบ่มเพาะของเขานั้นติดอะไรขวางกั้นอยู่เพียงนิดเดียวเท่านั้น!

และแม้กระทั่งตอนนี้ภายในร่างของต้วนหลิงเทียนยังคงเหลือพลังงานต้นกำเนิดของสุราวานรอีกกว่าครึ่ง…มันต้องทะลวงได้สิ แล้วเพราะเหตุใดกัน?

"อ่าจริงสิ! ข้าเกือบลืมไปข้ายังไม่ได้ใช้โอสถโลหิตมังกร เพื่อหลอมกลั่นร่างเนื้อด้วยพลังงานต้นกำเนิดระดับ 9 นี่ถ้าหากข้าบ่มเพาะร่างกายจนแข็งแกร่งตามระดับพลังงานต้นกำเนิดขั้นที่ 9 จนเสร็จสิ้นแล้ว.. ข้าคงสามารถทะลวงผ่านคอขวดของระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 ไปยังระดับกำเนิดแก่นได้ได้ภายในครั้งเดียว!! "

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 213 : สุราวานรจักรพรรดิ!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
มีนาคม 12, 2022
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
มีนาคม 12, 2022
ดาบจอมราชัน
ดาบจอมราชัน
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz