หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 206 : ไปกันเถอะ

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 206 : ไปกันเถอะ
Prev
Next

บทที่ 206 : ไปกันเถอะ!!

 

 

"ไม่ใช่เขาจริงๆงั้นหรือ?" เซี่ยวหยูยังลังเลอยู่ไม่น้อย หลังจากได้ยินคำกล่าวของเซี่ยวฉวิน เพราะเขาเองก็ค่อนข้างมั่นใจในสัญชาตญาณของตัวเองอย่างมาก

อย่างไรก็ตามเขาไม่อาจหาเหตุผลมารองรับได้ว่า เพราะอะไรเซี่ยวเหอ พี่ชายของเซี่ยวฉวินถึงบอกว่าหน้าตาผู้หลอมโอสถอัจฉริยะคนนั้นแลดูธรรมดาๆ ไม่โดดเด่น

แต่เซี่ยวหยูจะไปรู้ได้อย่างไร ว่าความสามารถในการปลอมแปลงโฉมของต้วนหลิงเทียนบรรลุเหนือระดับความเข้าใจคนในโลกนี้ไปไกลโขแล้ว!

3 วันผ่านไป กลุ่มของต้วนหลิงเทียนยังคงนั่งบ่มเพาะพลังภายในกระโจม

วันที่ 5 หลังจากที่มาถึง กลุ่มของต้วนหลิงเทียนและเหล่านึกศึกษาฝ่ายดาวกุนซือทั้งหมด ถูกเรียกมารวมตัวที่กระโจมใหญ่หลังหนึ่ง

ภายในกระโจมเมื่อเข้ามาถึง จะเห็นถึงกระดานขนาดใหญ่ ที่มีแบบจำลองของภูเขาแม่น้ำและหมากในรูปแบบต่างๆ เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นแบบจำลองภูมิประเทศแถวนี้ เพื่อเอาไว้วางแผนการรบ!

ตอนนี้นี่เฝินเองก็ยืนอยู่บริเวณแบบจำลอง ด้านข้างของนี่เฝินเป็นชายวัยกลางคน และชายชราที่ติดตามนี่เฝินมาตั้งแต่แรก ก็ยังคงยืนอยู่ด้านหลังนี่เฝินอย่างเงียบๆ

แม้ว่าต้วนหลิงเทียนจะไม่เคยเห็นชายชราคนนี้มาก่อน ตอนที่ไปเยือนจวนเจ้าพระยา แต่จากสัมผัสของวิญญาณอันละเอียดอ่อนของเขารวมทั้งความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด 2 ชาติภพ เขาสามารถระบุได้คร่าวๆทันทีว่า ชายชราผู้นี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวธรรมชาติคนหนึ่ง

‘ดูเหมือนว่าจวนเจ้าพระยาคงไม่ได้มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวธรรมชาติแค่คนเดียวซะแล้ว’ ต้วนหลิงเทียนคิดในใจ

หลังจากฉุกคิดขึ้นได้ ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจสถานะของจวนเจ้าพระยาภายในอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้ เกรงว่ากำลังพลและความแข็งแกร่งของจวนเจ้าพระยา จะด้อยกว่าเพียงแค่ตระกูลราชวงศ์อย่างเดียวเท่านั้น และสำหรับความจริงที่ว่าท่านเจ้าพระยาที่ถูกพิษนั้น เป็นตัวตนระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ เช่นนั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับครึ่งก้าวธรรมชาติคงมีไม่น้อยเป็นแน่

ถึงแม้ว่าเจ้าพระยาตอนนี้จะยังไม่ได้รุ่งโรจน์เหมือนเมื่อตอนที่ยังเปล่งประกาย เรืองรองดั่งวันวาน แต่ผู้ที่เคยเรืองอำนาจยามบาดเจ็บยังคงน่าหวาดหวั่นกว่าคนธรรมดา เช่นนั้นจึงไม่มีใครกล้าดูแคลนจวนเจ้าพระยาเรืองฤทธิ์

ชายชราที่คุ้มกันนี่เฝินเองก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของต้วนหลิงเทียนที่มองมา สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะพยักหน้าให้เล็กน้อย

ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม เขาย่อมให้ความสำคัญกับคนของจวนเจ้าพระยาอยู่แล้ว

ไม่นานนัก ชายหนุ่มทั้ง 12 คนจากฝ่ายดาวกุนซืของสถาบันบ่มเพาะขุนพลก็มารวมตัวกันครบถ้วน พวกเขาค่อยๆแยกย้ายประจำตำแหน่ง อีกทั้งยังมีชายชราวัยกลางคนท่าทางทรงภูมิอีก 2 คนในชุดราวกับนักปราชญ์เดินเข้ามา

‘พวกเขาคงจะเป็นกุนซือของกองทัพไม่ผิดแน่’ ต้วนหลิงเทียนคาดเดา

"ฮึ่ม!" ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนก็ได้ยินเสียงสบถอีกทั้งเมื่อหันตามไปก็พบกับสายตาที่จ้องมองมาอย่างเย็นชาไม่แยแส ต้วนหลิงเทียนเพียงหันหน้ากลับทันที ไม่ต้องดูให้ชัดเขาก็รู้ว่าใคร

"ท่านผู้บัญชาการนี่ ทั้ง 2 เป็นกุนซือของกองทัพข้า" แม่ทัพวัยกลางคนที่ยืนข้างๆนี่เฝิน ได้กล่าวแนะนำชายวัยกลางคน 2 คนที่พึ่งมาถึงออกมา

นี่เฝินพยักหน้าเบาๆให้กับชายวัยกลางคนทั้ง 2 พร้อมกล่าว "ยินดีที่ได้พบ กุนซือทั้ง 2 ท่าน"

ผู้คงแก่เรียนทั้ง 2 แสดงทีท่าเหนือคาดคิดเล็กน้อยเมื่อได้รับคำทักทายจากนี่เฝิน "พวกข้าขอทำความเคารพ ผู้บัญชาการนี่!"

แม้ว่านี่เฝินจะยังเยาว์วัยแต่พวกเขาเองก็ไม่กล้าดูแคลนชายผู้นี้เด็ดขาด เพราะนี่เฝินคนนี้คือบุตรชายคนเดียวของแม่ทัพใหญ่แห่งกองทหารม้าพระยาเรืองฤทธิ์ นี่เหวี่ย ซึ่งกล่าวได้ว่ามีอำนาจล้นพ้นในอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้ ทำให้ตัวนี่เฝินมีสถานะสูงส่ง ยากนักที่พวกเขาทั้ง 2 จะได้รับการปฏิบัติด้วยดีเช่นนี้!

"แม่ทัพ เหอ นี่คือเหล่านักศึกษาฝ่ายดาวกุนซือชั้นเลิศทั้ง 12 คนที่สถาบันบ่มเพาะขุนพลแนะนำมา" นี่เฝินมองไปยังต้วนหลิงเทียนพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะเบนไปมองกู้เชวียนและคนอื่นๆ

"โอ้?" แม่ทัพวัยกลางคนหรือที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพเหอเมื่อครู่ หรือต้องบอกว่าเขาเป็นแม่ทัพที่บัญชาการกองทัพที่ประจำแนวรบบริเวณชายแดนของเมืองรุ่งโรจน์แห่งนี้  ได้หันไปมองเหล่านักศึกษาทั้งหมดทีละคน

ยามที่เขาจ้องมองไปยังเซี่ยวฉวินและเซี่ยวหยูเขาถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อย

เขาประหลาดใจเล็กน้อย …นักศึกษาฝ่ายดาวกุนซือชั้นเลิศที่สถาบันบ่มเพาะขุนพลแนะนำมาคราวนี้ จะไม่เยาว์วัยไปหน่อยหรือ? เพราะดูแล้วทั้ง 2 คนนี้น่าจะอยู่เพียงชั้นปีที่ 1 หรือ 2 เท่านั้น?

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมาเพื่อช่วยเหลือ แต่เกรงว่านักศึกษาที่มีอายุน้อยเช่นนี้คงไม่อาจช่วยเหลืออะไรในการรบได้มากนัก

แต่จะอย่างไรก็ตามส่วนมากแล้วการประชุมวางแผนที่ผ่านมาทุกครั้ง ส่วนมากจะเป็นหน้าที่ของนักศึกษาฝ่ายดาวกุนซือระดับชั้นปีที่ 4 ขึ้นไปที่คอยปรึกษาหารือและวางกลยุทธ์กันอย่างจริงจัง

ทว่าเวลาต่อมาหน้าเขาถึงกับต้องชะงักค้าง … เพราะตอนนี้เขาสังเกตเห็นต้วนหลิงเทียนแล้ว!

แน่นอนว่าเขาย่อมเหมือนคนทั่วๆไป เมื่อมองเห็นต้วนหลิงเทียนเขาก็พลันขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาว่า  "นักศึกษา ดูแล้วปีนี้เจ้าคงมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้นใช่หรือไม่?"

สถาบันบ่มเพาะขุนพลจะไม่ประเมินสถานการณ์ทางชายแดนต่ำไปหน่อยหรือ?

"ใช่" ต้วนหลิงเทียนที่เห็นสายตาของแม่ทัพย่อมเดาได้… มันคงกำลังดูถูกเขาที่เยาว์วัยอยู่แน่นอน

แต่ต้วนหลิงเทียนไม่คิดแยแส เพราะเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง

นี่เฝินที่มองไปยังต้วนหลิงเทียน พลันโค้งคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า "แม่ทัพเหอ ท่านอย่าได้ดูแคลนเขาเชียว … เขาเป็นอัจฉริยะไร้ผู้ต้านที่กำลังมีชื่อเสียงมากที่สุดภายในอาณาจักรนภาล่องของเรา ที่กำลังกล่าวขานกันทั่วในเวลานี้"

"โอ้?" แม่ทัพเหอ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเบิกตากว้างคิ้วโค้งขึ้น พร้อมกล่าวออกมา “เช่นนั้นเขาคือต้วนหลิงเทียนใช่หรือไม่? สามารถเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ด้วยวัยเพียง 18 ปีคนนั้น?”

"ถูกต้องแล้ว" นี่เฝินพยักหน้า

"ข้าขออภัยด้วย" หลังจากที่ได้รับรู้ความเป็นมาของต้วนหลิงเทียนแล้ว มุมมองที่แม่ทัพเหอมีต่อต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ถึงแม้ว่าต้วนหลิงเทียนจะไม่มีความสามารถด้านวิถีกลยุทธ์มากสักเท่าไร แต่อาศัยแค่ความสามารรถในเชิงยุทธ์ของเขาก็เพียงพอให้ผู้คนต้องแหงนมองขึ้นไปแล้ว

ทวีปเมฆาล่องแห่งนี้นับถือผู้แข็งแกร่งมากที่สุด!

สำหรับทุกอย่างที่เขาคิดได้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่เหยียบบันไดระดับกำเนิดแก่นแท้ด้วยวัยเพียง 18 ปี อนาคตของคนผู้นั้นย่อมเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง!

"ท่านแม่ทัพเกรงใจไปแล้ว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าให้กับแม่ทัพเหอ เนื่องจากยามนี้เขาขออภัยและกระทำด้วยความสุภาพ ต้วนหลิงเทียนก็ไม่คิดจะก้าวร้าว

"ท่านคือแม่ทัพเหอ? แม่ทัพ เหอเหว่ยอัน?" ตอนนี้พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น และเป็นกู้เชวียนที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวคำออกมา

"นึกศึกษาผู้นี้คือ?" เหอเหว่ยอันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ชายหนุ่มคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ถึงกับล่วงรู้ชื่อเต็มของเขา

กู้เชวียนยิ้มบางๆ ก่อนที่จะค่อยๆกล่าววาจาออกมา"ชื่อเสียงของท่านแม่ทัพ ข้าได้ยินจากบิดามานานแล้ว ท่านแม่ทัพเหอนับได้ว่าเป็นเสาหลักของอาณาจักรนภาล่องของเรา… ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ทุกคนล้วนกล่าวกันว่าเพราะความสามารถท่านแม่ทัพ ทำให้ชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือเรา ไม่เคยเสียเปรียบด้านการรบ หรือถูกพวกกองทัพแดนใต้ของอาณาจักรชัยชนะตีฝ่ารุกรานเข้ามาได้"

"เหอะ ไอบัดซบนี่รู้จักวิธีประจบผู้อื่นนัก" เซี่ยวฉวินกล่าวค่อนแคะออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบิน

"น้องชายท่านนี้กล่าวชมข้าเกินไปแล้ว ข้าเกรงว่าไม่อาจรับคำกล่าวเช่นนี้เอาไว้ได้ ที่ชายแดนทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือนี้ สามารถป้องกันได้ทุกปี เป็นเพราะได้รับการสนับสนุนจากท่านแม่ทัพใหญ่แห่งกองทหารม้า พระยาเรืองฤทธิ์ นี่เหวี่ย  มิทราบว่าบิดาของน้องชายท่านนี้เป็นผู้ใดกันหรือ?" ถึงแม้ว่าเหอเหว่ยอันจะกล่าวออกมาอย่างถ่อมตัว แต่จะอย่างไรเมื่อถูกชมเชยเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่ใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

"บิดาของข้าคือ กู้โหย่วถิง" กู้เชวียนกล่าวออกมาอย่างสุภาพ

มุมปากของต้วนหลิงเทียนกระตุกเล็กน้อยก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา มีหรือเขาจะไม่รู้เจตนาของกู้เชวียน เห็นได้ชัดว่าที่มันกล่าววาจาประจบประแจงเหอเหว่ยอันเสียมากมาย เป็นเพราะมันต้องการให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้

"อัครมหาเสนาบดีกู้?" เหอเหว่ยอันถึงรู้สึกตกตะลึงครั้งใหญ่เมื่อได้ยินคำกล่าว "เช่นนั้นท่านคงเป็นนายน้อยแห่งจวนอัครเสนาบดีแล้ว ข้าขออภัยที่หยาบคายไปแล้ว"

"คารวะนายน้อย" ชายสวมชุดคงแก่เรียนทั้ง 2 เองก็อดไม่ได้ที่จะต้องก้าวออกมาทำความเคารพกู้เชวียน

ตอนนี้กู้เชวียนกลับกลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจในกระโจมทันที

แม้ว่ากู้เชวียนจะกล่าววาจาออกมาด้วยความสุภาพ แต่สีหน้าเย่อหยิ่งถือที่ปรากฏออกมานั้น แน่นอนว่าทุกคนย่อมเห็นมันได้ชัดเจน

"ข้าได้ยินคำร่ำลือมานานแล้ว ว่านายน้อยกู้ได้รับสืบทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาทั้งหมดของท่านอัครเสนาบดีกู้มาเป็นอย่างดี  คราวนี้นายน้อยกู้มาให้ความช่วยเหลือกองทัพของข้าเช่นนี้ ดูเหมือนว่ากองทัพข้าคงทลายทัพศัตรูและยึดเมืองชัยชนะ ไล่ต้อนพวกทัพฝ่ายใต้จนย่อยยับอัปรา!" เหอเหว่ยอัน หัวเราะออกมา

กุนซือวัยกลางคนทั้ง 2 คนเองก็แสดงท่าทีเห็นด้วยต่อกู้เชวียนด้วยเช่นกัน

"ท่านแม่ทัพเหอ กับกุนซือ 2 ท่านนี้ ยกย่องข้ามากเกินไปแล้ว ตัวข้าจะไปเทียบชั้นกับบิดาได้อย่างไร?" กู้เชวียนหัวเราะออกมาด้วยท่าทางสุภาพ ประกายตาของมันเต็มไปด้วยความพึงพอใจ บางครั้งมันก็เบนสายตาไปมองต้วนหลิงเทียน ราวกับจะโออ้วดตัวต่อต้วนหลิงเทียนอย่างไรอย่างนั้น

แต่เขาก็ต้องแสดงความขุ่นเคืองและโทสะออกมา เพราะดูเหมือนว่าต้วนหลิงเทียนจะไม่แยแสหรือสนใจเขาแม้แต่นิดเดียว … ราวกับอำนาจและสถานะของเขาไม่มีอะไรมีค่าให้ต้วนหลิงเทียนเหลือบแล!

"ต้วนหลิงเทียน!" กู้เชวียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟันโดยไม่มีใครได้ยินด้วยความเกลียดชัง แววตาของเขาวูบวาบด้วยความเย็นชา

คิ้วของต้วนหลิงเทียนกระตุกเล็กน้อยยามได้ยินคำกล่าวองแม่ทัพเหอ

ทลายทัพ ยึดเมืองชัยชนะ?

ดูเหมือนการเรียกกำลังเสริมครั้งนี้ จะมีเพื่อช่วยเพิ่มขวัญและกำลังใจของกองทัพอาณาจักรนภาล่องเสียมากกว่าเสริมแนวป้องกัน  มีกองกำลังเหิมคอยเสริมทัพเช่นนี้ พวกเขาจะได้หักด่านตีเมืองศัตรูด้วยความมั่นใจ

"นายน้อยกู้ และกุนซือทั้ง 2 ท่าน วมถึงนักศึกษาทุกคนลองมาดูตรงนี้สักเล็กน้อย มันเป็นรูปแบบการจัดทัพและตั้งรับของกองทัพใต้ของเมืองชัยชนะ!  ลองขบคิดกันดูว่ามีวิธีใดที่พวกมันจะได้ประจักษ์และสยบต่อแสนยานุภาพของทหารอาณาจักรนภาล่องเรา!" ตอนนี้เหอเหว่ยอันกลับมามองแบบจำลองสงครามบนโต๊ะอีกครั้ง ก่อนที่จะกล่าวเรียกนักศึกษาฝ่ายดาวกุนซือ รวมถึงกุนซือ 2 คนมาชมดูร่วมวางแผน

เมื่อได้ยินเสียงเรียก นักศึกษาฝ่ายดาวกุนซือรวมถึงต้วนหลิงเทียนและพรรคพวก ก็ลุกออกไปหมายชมดูด้วยทันที

"ฮึ่ม!" กู้เชวียนแค่นเสียงสบถเย็นชา เมื่อเห็นกลุ่มของต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 เดินเข้ามาดูแบบจำลอง "นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เจ้าจะขึ้นมาดูทำอะไร เจ้าไม่เห็นหรือไรว่าพื้นที่มันคับแคบยังจะเบียดเสียดขึ้นมาอีก หรือพวกเจ้ารู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้งั้นหรือ ว่าเมื่อพวกเจ้า 3 คนเดินแทรกเข้ามาเช่นนี้นักศึกษาปี 5 3 คนนั่นต้องถอยหลบไปด้านหลัง? "

"เจ้า!" สีหน้าของเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินแปรเปลี่ยนเป็นดุร้าย พวกมันหันไปจ้องกู้เชวียนด้วยความรังเกียจและเต็มไปด้วยโทสะ หลังจากได้ยินคำค่อนแคะของกู้เชวียน

ต้วนหลิงเทียนที่กำลังเหลือบมองแบบจำลอง และจดจำตำแหน่งกองทัพของเมืองชัยชนะเอาไว้ทั้งหมดด้วยความรวดเร็ว เงยหน้าขึ้นมาหลังได้ยินวาจาของกู้เชวียน  เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองกู้เชวียนด้วยแววตาไม่แยแสเย็นชา "นี่ใช่นายน้อยกู้ต้องการกล่าวว่า พวกเรานั้นไร้ประโยชน์และไม่อาจช่วยอะไรได้ รังแต่จะเกะกะ ในขณะที่ตัวเจ้าเองสามารถคิดแผนการที่สามารถชวยให้กองทัพของฝ่ายเราบุกถล่มทัพศัตรูจนย่อยยับได้ใช่หรือไม่?"

"เรื่องนั้นมันย่อมแน่นอนอยู่แล้ว และจริงที่สุดที่ว่าพวกเจ้าทั้ง 3 นั้นไร้ประโยชน์ในที่แห่งนี้" กู้เชวียนนั้นแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสในขณะที่กล่าววาจานี้

"แหม่ นายน้อยกู้ ที่แห่งนี้ไม่ใช่จวนอัครมหาเสนาบดีด้วยซ้ำ แต่ท่านกลับวางก้ามเขื่องโขออกคำสั่งข้ามหัวเจ้าบ้านเสียอย่างนั้น ไม่คิดว่าทำเกินเลยไปหน่อยหรือ?"ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามอย่างไม่แยแส

"ฮ่าๆ นี่เพราะข้าคิดถึงแต่สถานการณ์และผลประโยชน์โดยรวม  …ท่านแม่ทัพเหอคิดอย่างไรที่จะให้ 3 คนนี่ถอยออกไปและมอบที่ของพวกมันให้นักศึกษาชั้นปีที่ 5 ฝ่ายดาวกุนซือของสถาบันบ่มเพาะขุนพล?" กู้เชวียนเหลือบมองต้วนหลิงเทียนด้วยความรังเกียจก่อนที่จะหันกลับไปหาเหอเหว่ยอัน

"เรื่องนี้…." เหอเหว่ยอันหันไปมองต้วนหลิงเทียน และรู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดใบหน้าขงเขาก็ปรากฏสีหน้าที่ตัดสินใจเลือกข้าง "น้องชายต้วนหลิงเทียน ทำไมพวกเจ้าไม่ … "

พรสวรรค์ในเชิงยุทธ์ของต้วนหลิงเทียนนั้นเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะไร้ผู้ต้าน นับว่าเป็นเรื่องที่ตัวเขานับถืออย่างมาก แต่การวางแผนการรบนั้นมันไม่เกี่ยวกับความสามารถในการสู้รบหรือพรสวรรค์ด้านนี้

และเขาไม่คิดว่านักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ยังไม่ทันได้ร่ำเรียนอะไรมากมายทั้ง 3 คนนี่จะมีความเห็นหรือแผนการเลิศล้ำอะไร

"ข้าเข้าใจ" ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจาขัดคำของเหอเหว่ยอันออกมา ก่อนที่จะหันไปสบตากับนี่เฝินเพื่อให้นี่เฝินหยุดความคิดที่จะช่วยเหลือ  สุดท้ายเขาก็หันไปหาเซี่ยวหยูและเซียวฉวิน "เซี่ยวฉวิน เซี่ยวหยู ตั้งแต่ที่นี่ไม่ต้องการพวกเรา พวกเราก็ไร้ความจำเป็นที่จะอยู่…พวกเจ้าคิดว่าไง?"

"พวกเราไปกันเถอะ!" เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวิน กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส ก่อนที่จะพยักหน้าและเดินออกจากกระโมไปพร้อมต้วนหลิงเทียน

นี่เฝินเหลือบไปมองกู้เชวียนก่อนที่มุมปากของเขาจะแสยะยิ้มเย็นชาออกมา

กู้เชวียนคนนี้กล้ากล่าวว่าต้วนหลิงเทียนไร้ประโยชน์?

เช่นนั้นเป็นไปได้หรือไม่ ที่น้ำหน้าอย่างมันมีปัญญาสูงพอที่จะคิดค้นกลยุทธ์เลิศล้ำอย่าง ปิดฟ้าข้ามทะเล ได้?

แม้กระทั่งตัวเขานี่เฝินเองยังอดชื่นชมและประทับใจ กลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเลนี้ที่ต้วนหลิงเทียนคิดค้นขึ้นมาไม่ได้ เพราะสำหรับแม่ทัพเช่นเขาแล้วกลยุทธ์เลิศล้ำนี่มีค่า และสำคัญมากนัก!

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 206 : ไปกันเถอะ"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
Naruto-Time-Control
ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล)
ตุลาคม 23, 2024
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz