หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 202 ออกเดินทาง

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 202 ออกเดินทาง
Prev
Next

แม้ต้วนหลิงเทียนจะยื่นแหวนมิติมาให้พร้อมรอยยิ้ม …แต่อย่างไรก็ตามเซี่ยวหยูไม่ได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติที่ต้วนหลิงเทียนยื่นส่งมาให้ เขาส่ายหัวไปมาพร้อมกล่าวคำด้วยความเกรงใจ  “ต้วนหลิงเทียน สิงนี้มันมีค่ามากเกินไป ข้าไม่กล้ารับไว้หรอก เจ้าเก็บไว้ใช้เองหรือให้แม่นางลี่เฟยจะดีเสียกว่า”

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับมือเซี่ยวหยู ก่อนที่จะยัดแหวมิติลงกลางฝ่ามือ จัดแจงพับมือมันให้กำไว้เรียบร้อย ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “ข้าบอกให้เจ้าก็เอาไปซี่ …ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเล่า ที่เจ้าหัดกระทำตัวยึกยักเช่นนี้”

ดวงตาของเซี่ยวหยูสะท้อนอารมณ์ขอบคุณออกมา  ไมตรีครั้งนี้ของสหาย ตัวเขาจะจดจำเอาไว้ ตอนนี้เขาไม่คิดกล่าวคำปฏิเสธอีกต่อไป เพราะจะอย่างไรเขาก็อยากได้จริงๆ หากปฏิเสธตอนนี้ ก็เป็นการเสแสร้งแกล้งทำแล้ว

"ขอบใจเจ้ามาก" เซี่ยวหยูยิ้มให้ต้วนหลิงเทียน ในหัวใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเพราะคำว่ามิตรภาพ

แหวนมิติ เป็นสิ่งของที่มีเพียงผู้หลอมศาสตราระดับ 7 ขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถหลอมสร้างได้

และแม้ว่ามันจะไม่ใช่อาวุธวิญญาณ แต่มันก็ค่อนข้างหาได้ยากอย่างยิ่ง สนนราคาต่ำๆ ก็ตกอยู่ที่ 2-3 ล้านเหรียญเข้าไปแล้วสำหรับแหวนมิติระดับต่ำสุด! อีกทั้งยังมีแต่คนต้องการหาได้มีสินค้าสำหรับขายที่เพียงพอไม่

"รองผู้อำนวยการมาถึงแล้ว!" ทันใดนั้นเสียงของใครสักคนก็ดังขึ้นแจ้งเตือนการมาถึงของรองผู้อำนวยการ ทั้งลานฝึกซ้อมล้วนเงียบเสียงลง ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างชายชราที่สวมชุดคลุมสีเทาที่กำลังเดินเข้ามา

ชายชราสวมชุดคลุมสีเทาผู้นี้ระหว่างคิ้วเผยให้เห็นร่องรอยความน่าพรั่นพรึง สองเท้าก้าวอย่างสง่างามราวกับจะทะลวงผ่านชั้นฟ้า เขาคือรองผู้อำนวยการสถาบันบ่มเพาะขุนพล จ่านฉง

หลังจากที่จ่านฉงมาถึง เขาก็กล่าวออกมาด้วยวาจาเสียงดัง  "นักศึกฝ่ายดาวขุนพลย้ายมายืนทางด้านขวา ส่วนฝ่ายดาวกุนซือไปยืนด้านซ้ายมือ"

สิ้นคำจ่านฉงนักศึกษาทั้งหมดล้วนขยับตัวจัดแถวด้วยความเร็วสูง

นักศึกษาจากฝ่ายดาวขุนพลนั้นมีจำนวนมากถึง 300 คน ยามจัดแถวรวมตัวกันอย่างมีระเบียบแลไป ก็ดูทรงพลังไม่น้อย

ในขณะที่ฝ่ายดาวกุนซือนั้นมีจำนวนเพียง 12 คนเท่านั้น…

แค่กลุ่มต้วนหลิงเทียนเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวิน 3 คนก็กล่าวได้ว่า เป็นกลุ่มใหญ่จำนวน 1 ใน 4 ของทั้งหมดแล้ว

ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตได้ว่ากู้เชวียนเองก็เข้าแถวอยู่ด้วยเช่นกัน และนอกจากมันก็มีชายคุ้นหน้าอีก 2 คนที่ยืนใกล้ๆกันกับมัน

ต้วนหลิงเทียนจดจำได้ว่า ชายทั้ง 2 นั้นก็อยู่ด้วยกันกับมันเมื่อวานนี้

และตอนนี้เองเมื่อกู้เชวียนสังเกตเห็นกลุ่มของต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 สีหน้าของมันก็ดิ่งลงโดยพลัน

"รองผู้อำนวยการ!" กู้เชวียนพลันโพล่งคำออกมาด้วยน้ำเสียงดังกึกก้อง ระงับเสียงสนทนาเซ็งแซ่ทั้งลานฝึกซ้อมได้เงียบกริบ

"หืม?" จ่านฉงหันไปมองกู้เชวียนทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงตะโกนของมัน แน่นอนว่าตัวเขาเองย่อมรู้จักบุตรชายของอัครมหาเสนาบดีอยู่แล้ว "กู้เชวียนเจ้ามีเรื่องอันใดคิดกล่าวงั้นหรือ?"

"รองผู้อำนวยการจากความรู้ของข้า ข้าจดจำได้ดีว่า เกณฑ์ขั้นต่ำสุดของสถาบันบ่มเพาะของเรานั้น สำหรับการเข้าสู่สนามรบ หากเป็นนักศึกษาฝ่ายดาวขุนพล ขั้นต่ำคือต้องเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2  ส่วนฝ่ายดาวกุนซือนั้นขั้นต่ำต้องอยู่ในระดับชั้นปีการศึกษาที่ 4 … แต่ 3 คนนั่น มันเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของฝ่ายดาวกุนซือ ข้าสงสัยว่าพวกมันต้องการใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายแอบลอบเข้ามาปะปนกับพวกเรา เพื่อหวังติดสอยห้อยตามไปยังแนวรบที่ชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ" กู้เชวียนชี้ไปยังกลุ่ม 3 คนของต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดังกังวาน แววตาของมันฉายชัดออกมาถึงความดูแคลน

ไม่นานทุกสายตาของนักศึกษาล้วนจับจ้องมายังกลุ่มของต้วนหลิงเทียน

"หืม นั่นไม่ใช่ต้วนหลิงเทียนหรือไร?"

"มิผิด และ 2 คนที่อยู่ด้านข้างของต้วนหลิงเทียนนั่น  ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ฝ่ายดาวกุนซือเช่นเดียวกัน"

"มันจะเป็นไปได้หรือ ที่พวกเขาวางแผนคิดใช้ประโยชน์จริงดังกล่าว  พวกเขากล้าแอบปะปนไปกับพวกเรา ลอบไปแนวรบที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือเช่นนี้จริงๆ?"

"ฮึ่ม! ตราบใดที่พวกมันไม่มีชื่อในรายชื่อเรียกกำลังพล พวกมันไม่มีวันได้ใช้ประโยชน์จากการปะปนไปเป็นแน่!"

…

นักศึกษาหลายต่อหลายคนล้วนชี้และมองมายังกลุ่มของต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะสนทนากันอย่างออกรส

กู้เชวียนเหลือบมองกลุ่มของต้วนหลิงเทียนด้วยความพึงพอใจ มุมปากของมันแสยะยิ้มขึ้นมาด้วยความเย็นชา ราวกับว่ามันเห็นภาพรองผู้อำนวยการไล่ตะเพิดกลุ่ม 3 คนของต้วนหลิงเทียนให้ไสหัวไปอย่างไรอย่างนั้น

"ไอกู้เชวียนบัดซบนี้น่ารังเกียจนัก ชั่งอุบาทว์ราวแมลงวันในกองอาจมสุนัข!" สีหน้าของเซี่ยวฉวินเคร่งขึ้น สายตาของมันกระพริบวูบวาบออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

"เหอะ!" ต้วนหลิงเทียนจ้องมันด้วยสายตาเย็นชาก่อนที่จะก้าวออกไปข้างหน้า

ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาก่อนที่กู้เชวียนจะได้กล่าวอะไรต่อ ซ้ำเขายังกล่าวด้วยเสียงดังลั่นราวกับจะตะโกนให้ถึงชั้นฟ้า  "กู้เชวียนในเมื่อเจ้าเอ่ยถึงเรื่องกฎเกณฑ์  เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินว่ามันมีกฎเกณฑ์บัดซบข้อใดที่ห้ามไม่ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของฝ่ายดาวกุนซือเข้าร่วมสนามรบ ระบุไว้ในข้อบังคับกันเล่า? "

"เฮอะ!" กู้เชวียนหันไปสบถใส่ต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะกล่าวทัดทานออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพร้อมท่าทางเยาะเย้ย "แม้ว่ามันจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรนี่ก็เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลแต่ครั้งอดีต…ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าทั้ง 3 คน ย่อมหวังมาเสี่ยงโชคโดยอาศัยการปะปนไปกับผู้คน!"

"ประเพณีงั้นรึ?" ประกายตาของต้วนหลิงเทียนเรืองวูบออกมาด้วยความเย็นชา ก่อนที่จะกล่าวสวนไปอย่างเผ็ดร้อน “เจ้ากล่าวถึงเรื่องประเพณี แต่ประเพณีมันก็เท่านั้น หรือประเพณีบัดซบนี่ไม่อาจฝ่าฝืนได้? เจ้ากล่าวว่าพวกข้าคิดอาศัยจังหวะชุลมุนปะปนหาผลประโยชน์งั้นหรือ… เหอะๆ เจ้าอาศัยอะไรถึงกล้ากล่าววาจาเหลวไหลบัดซบไร้หลักฐานเช่นนี้!! ใช่เพียงเพราะเจ้าเห็นพวกข้าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เจ้าจึงคิดว่าพวกข้าด้อยกว่าเจ้าเช่นนั้นหรือไร? เจ้าคิดว่าพวกเราไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าร่วมเช่นนั้นรึ?”

 

"เรื่องนั้นมันย่อมแน่นอนอยู่แล้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายดาวกุนซือเช่นนี้… เจ้าจักรู้เรื่องราววิถีแห่งกลยุทธ์สักเท่าใดกัน แม้เจ้าจะกระเสือกระสนจนเข้าร่วมรบได้สำเร็จ แต่จะอย่างไรเจ้าก็เป็นได้เพียงภาระผู้อื่นเท่านั้นล่ะ พวกเด็กน้อย!" กู้เชวียนกล่าวออกมาพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยัน วาจาของมันเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและรังเกียจกลุ่ม 3 คนของต้วนหลิงเทียน

"พอได้แล้ว!" ตอนนี้เองจ่านฉงพลันกล่าวขัดจังหวะออกมา "กู้เชวียนกลุ่มของต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 นี้มีอยู่ในรายชื่อกำลังพลสำรอง เจ้าอย่าได้สงสัยอีกเลย … ต้วนหลิงเทียนนั้นได้รับการเสนอชื่อและแนะนำจากอาจารย์ซือหม่าฉางฟงโดยตรง ส่วนทางด้านเซี่ยวหยูกับเซี่ยวฉวินนั้น พวกมันได้รับการเลือกโดยเฉพาะเจาะจง ให้เข้าร่วมกองกำลังสำรอง ด้วยความต้องการของแม่ทัพควบคุมกองกำลังสำรอง นี่เฝินแห่งจวนเจ้าพระยาเรืองฤทธิ์ "

"เหอะ! ก็แค่เด็กน้อย 3 คนที่เข้ามาได้เพราะอาศัยเส้นสาย" กูเชวียนหันไปมองกลุ่มของต้วนหลิงเทียนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดูแคลนหยามเหยียด เมื่อได้ฟังคำกล่าวของจ่านฉง

สีหน้าของเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินเองก็จมลงทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของกู้เชวียน

ต้วนหลิงเทียนมองไปยังกู้เชวียน ด้วยรอยยิ้มเย็นชา ก่อนที่จะค่อยๆถ่มน้ำลายออกมาแล้วกล่าววาจาด้วยสายตารังเกียจ "ตัวโง่งมปัญญาอ่อน!"

"เจ้ากล่าวอันใด?!" สีหน้าของกู้เชวียนเปลี่ยนเป็นดุร้ายเกรี้ยวกราด ต้วนหลิงเทียนมันกล้าเรียกเขาตัวโง่งมปัญญาอ่อน?

ในฐานะบุตรของอัครมหาเสนาบดีแห่งอาณาจักรนภาล่อง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของมันที่ถูกคนด่าทอหยามหยันต่อหน้าผู้คนเช่นนี้!

หน้าอกของมันกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงด้วยโทสะ!

ต้วนหลิงเทียนนั้นด่าทอมันเสร็จก็หันหน้าไปทางอื่นไม่คิดใยดีอะไรมัน  มันอยากจะโกรธจะแค้นจะทำอะไรก็ให้มันเป็นบ้าไปแต่เพียงผู้เดียว ปล่อยให้มันจมอยู่กับโทสะของมันไป เขาคร้านจะไปต่อล้อต่อเถียงกับสุนัข!

"ต้วนหลิงเทียน!" สีหน้าของกู้เชวียนแดงก่ำเพราะโทสะที่สุมในอก เขากล่าวพึมพำออกมาพร้อมกับจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่จะสาปแช่งในใจ "รอไปก่อนเถอะ ข้าจะให้เจ้าได้ตายไร้ที่ฝังในไม่ช้า!!"

ถึงแม้ตอนนี้มันจะไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า พุ่งไปซัดต้วนหลิงเทียนให้ตกตาย แต่มันก็มีความประหวั่นอยู่ในใจ…

เรื่องแรกคือตอนนี้รองผู้อำนวยการอยู่ที่นี่ด้วย หากมันผลีผลามลงมือต่อหน้าไม่แคล้วต้องถูกขับไล่ ออกจากสถาบันจนหมดสิ้นอนาคต

ประการที่ 2 หากต้วนหลิงเทียนใช้จารึกอาคมแปลกประหลาดอันใดออกมา มันก็คงไม่อาจต้านทานได้

เพราะจากเรื่องราวที่มันเคยได้ยินมา กระทั่งชวีลั่งบุตรชายของผู้บัญชาการกองกำลังทหารองครักษ์ชวีลู่ ที่มีระดับบ่มเพาะอยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 2 ยังถูกทำลายตันเถียนเพราะจารึกอาคมของต้วนหลิงเทียน

นั่นทำให้มันบังเกิดความหวาดกลัว อาคมจารึกของต้วนหลิงเทียนอยู่ในใจ  หากมันไม่มีความมั่นใจวาจะสามารถสังหารต้วนหลิงเทียนลงได้อย่างแน่นอน มันไม่คิดที่จะลงมือวู่วามเด็ดขาด

ในฐานะบุตรชายของอัครมหาเสนาบดีแน่นอนว่ามันไม่ใช่คนงี่เง่าโง่งมอะไร เพราะมันยังพอมีสมองเช่นนี้ ถึงแม้มันจะรังเกียจต้วนหลิงเทียนถึงขนาดไหน มันก็ไม่คิดลงมืออะไรผลีผลาม

"กู้เชวียนนี่นับว่ามีความอดทนไม่น้อย" ต้วนหลิงเทียนเหลือบไปมองกู้เชวียนที่นิ่งอยู่กับที่ไปด้วยหางตา เขาอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อยที่มันไม่แสดงท่าทางอะไรออกมามากเกินกว่านั้น

สำหรับเขาดูเหมือนกู้เชวียนผู้นี้ค่อนข้างอันตรายมากกว่าซูถงและชวีลั่ง … เพราะมันยังรู้จักอดกลั้น

บุคคลประเภทนี้ย่อมมีความน่ากลัวไม่น้อย เพราะพวกมันจะเฝ้ารอโอกาสจากที่ลับ เมื่อได้จังหวะเหมาะสมแล้วมันถึงจะลงมือ

"เอาล่ะพวกเจ้าทุกคนให้เดินเรียงแถวไปยังประตูทางออกได้ ตอนนี้แม่ทัพนี่เฝิน ได้สั่งให้คนจัดเตรียมม้าชั้นดีสำหรับพวกเจ้าเอาไว้แล้ว และตอนนี้ทั้งหมดกำลังรอพวกเจ้าอยู่" ไม่นานนั้นแถวของนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลทั้ง 312 คนก็เคลื่อนตัวไปยังประตูทางออกด้วยการนำของรองผู้อำนวยการจ่านฉง

ด้านนอกประตูมีทหารกว่า 300 คนสวมชุดเกราะเต็มยศกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสง่างม แต่ละคนลากจูงม้าไว้อีก 1 ตัว

แน่นอนว่าม้าชั้นเลิศเหล่านี้ล้วนตระเตรียมเอาไว้ให้กลุ่มนักศึกษาจากสถาบันบ่มเพาะขุนพล

“รองผู้อำนวยการจ่าน” ชายร่างกายกำยำสวมชุดเกราะหนักควบม้ามาทางรองผู้อำนวยการอย่างช้าๆ ก่อนที่จะมาถึงหน้าจ่านฉงและทำการคำนับลงเล็กน้อย

ต้วนหลิงเทียนเองก็หันไปมองชายที่มีหนวดเคราครึ้มและขนคิ้วสีน้ำตาลคนนั้นด้วยเช่น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะสัมผัสได้ว่าชายผู้นี้มีระดับบ่มเพาะที่สูงไม่เบา เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง

"รองแม่ทัพเจียว ทั้งหมดนี่เป็นนักศึกษาที่มีรายชื่อเข้าร่วมกองกำลัง" จ่านฉงกล่าวออกมาอย่างช้าๆ

"อ่า… ลำบากท่านแล้วรองผู้อำนวยการ" ชายเคราครึ้มพยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะกล่าวสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง  "นักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพล มารับม้าของพวกเจ้า!"

ทันใดนั้นเหล่านักศึกษาทั้ง 312 คนก็แยกย้ายกันไปกระโดขึ้นม้าของใครของมัน ต้วนหลิงเทียนและสหายเองก็ด้วย

ม้าทั้งหมดมีเพียง 312 ตัวพอดีไม่ขาดไม่เกิน

"เอาล่ะ เช่นนั้นข้าก็คงต้องขอลาก่อนแล้ว ท่านรองผู้อำนวยการ!" ชายเคราครึ้มประสานมืออำลาจ่านฉงก่อนที่จะดึงบังเหียน  ตบเท้าข้างลำตัวม้า เคลื่อนที่ไปด้านหน้า "ออกเดินทางได้!"

ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนกับเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินก็ควบม้าติดตามไปอยู่ในขบวนอย่างมีระเบียบ พวกเขาตามหลังชายเคราครึ้มไป แถวทัพแลดูแข็งแกร่งองอาจนัก

ในระหว่างทางขบวนม้าเอิกเกริกเช่นนี้ย่อมดึงดูดความสนใจของเหล่าชาวเมือง อีกทั้งกองกำลังทหารนี่นับว่าเป็นสิ่งที่ชาวเมือง รวมถึงคนทั้งอาณาจักรภาคภูมิใจ ชาติบ้านเมืองล้วนแลกมาด้วยเลือดเนื้อของทหารทั้งสิ้น!

"หืม นี่เป็นกองกำลังสำรองของสถาบันบ่มเพาะขุนพลที่จะถูกส่งไปเสริมแนวรบที่บริเวณชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือใช่หรือไม่?"

"อาอย่างที่ข้าคาดเอาไว้ไม่มีผิด เหล่านักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลช่างสง่างาม องอาจ เข้มแข็งนัก"

"เอ๊ะ เหตุใดถึงมีเด็กน้อยอยู่ด้วยเล่า … หืม ใส่เสื้อสีม่วงซ้ำยังวัยเยาว์เช่นนี้  …นั่นเขาใช่ต้วนหลิงเทียน ชายหนุ่มมากพรสวรรค์! อัจฉริยะไร้ผู้ต้านของตระกูลต้วนที่ร่ำลือหรือไม่?

"น่าจะเป็นเขานี่ล่ะ! นอกจากเขาแล้วนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลคงหามีผู้ใดเยาว์วัยเช่นนี้"

…

ไม่นานผู้คนทั้งหมดก็ล้วนให้ความสนใจ และจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียน

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็กลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจแต่เพียงผู้เดียวของขบวน

"ฮึ่ม!" สีหน้าท่าทางของกู้เฉวียนยิ่งมายิ่งอัปลักษณ์ เมื่อมันเห็นว่าต้วนหลิงเทียนได้รับความสนใจมากมาย แววตาของมันก็ยิ่งดุร้ายมากยิ่งขึ้น

วังองค์ชาย 5

ชายหนุ่มที่มีท่วงท่าสง่างามกำลังนั่งอยู่กับผู้บัญชาการสวมชุดเกราะอ่อน

ชายหนุ่มคนนั้นจ้องมองไปยังผู้บัญชาการก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างช้าๆว่า  "ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนน่าจะออกเดินทางแล้ว"

"คราวนี้ข้าจะให้มันไปได้ แต่กลับไม่ได้!" สายตาของผู้บัญชาการแลดูดุร้าย เต็มเปี่ยมไปด้วยความอำมหิตและความแค้น

"ผู้บัญชาการชวี ท่านอย่าได้กล่าวเร็วไปนัก …ท่านอย่าได้ลืมว่าต้วนหลิงเทียนมีอาคมจารึกที่ร้ายกาจที่สามารถสังหารเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้เอาไว้ในครอบครอง  จากที่ข้ารู้มา กระทั่งสุดยอดอัจฉริยะของตระกูลซูอย่างซูถงที่มีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 3 ยังถูกอาคมร้ายกาจของต้วนหลิงเทียนทำลายตันเถียนจนพิการ " ใบหน้าชายหนุ่มปรากฏความหวาดกลัวออกมาเล็กน้อย

"เรื่องนี้องค์ชาย 5 อย่าได้กังวล ผู้ฝึกยุทธ์ที่ข้าส่งไปนั้น มันอยู่อยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง! การลงมือครั้งนี้แน่นอนว่าย่อมประสบผลสำเร็จเป็นแน่!!" ผู้บัญชาการชวีคนนี้แน่นอนว่าย่อมเป็นผู้บัญชาการกองกำลังทหารองครักษ์ชวีลู่

ตั้งแต่ที่เขาพบว่าต้วนหลิงเทียนนั้นได้เข้าร่วมกองกำลังสำรองที่จะเสริมทัพที่แนวรบทางด้านชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ เขาก็วางแผนการณ์ที่เรียกได้ว่าอุกอาจอย่างมากขึ้นมา และนั่นคือการส่งคนไปแฝงตัวไปในกองกำลังสำรอง เพื่อลอบสังหารต้วนหลิงเทียน!!

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 202 ออกเดินทาง"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

The Inverted dragons scale
The Inverted dragons scale
มีนาคม 12, 2022
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
มีนาคม 12, 2022
Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
都市:我!反派富二代他爹-193×278
เกิดใหม่เป็นพ่อของตัวร้ายรุ่นที่สอง
พฤษภาคม 3, 2023
มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz