หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 194 ผู้สนับสนุนถงลี่!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 194 ผู้สนับสนุนถงลี่!
Prev
Next

เช้าวันรุ่งขึ้น ต้วนหลิงเทียนก็เดินทางไปยังสถาบันบ่มเพาะขุนพลตามปกติ

"อ่า วันหยุด 2 วันช่างผ่านไปรวดเร็วนัก … " ต้วนหลิงเทียนเผยแววตาเสียดาย เล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าสถาบันบ่มเพาะขุนพลไปอย่างช้าๆ

และตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนก็ต้องพบกับสายตาของผู้คนที่จ้องมองเขามาอย่างล้นหลาม แต่จะอย่างไรต้วนหลิงเทียนก็คุ้นชินกับสายตาเช่นนี้ดีอยู่แล้วเขาจึงเดินไปชั้นเรียนอย่างไม่สะทกสะท้าน

และเมื่อต้วนหลิงเทียนเข้าห้องเรียนมาสิ่งแรกที่ได้รับก็คือ สายตาของคนทั้งห้องที่มองเขามาด้วยความชื่นชมยินดี …

"ต้วนหลิงเทียน พวกเราขอแสดงความยินดีด้วย!" เซี่ยวฉวินมองไปยังต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะแสดงความยินดีออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างจริงใจ

"อะไร นี่เจ้าเองก็มาแสดงยินดีกับข้าด้วย?" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งเล็กน้อย

"อะไร นี่นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งที่ข้าจะแสดงความยินดี ก็ในเมื่อเจ้ากลับไปรับฐานะที่ตระกูลต้วนเช่นนี้ เจ้าก็กล่าวได้ว่าเป็นสมาชิกหลักของตระกูลต้วนคนหนึ่งแล้ว…เรื่องราวพวกนั้น" เซี่ยวหยูกล่าวเสริมออกมา

เขาเองก็รู้สึกยินดีกับต้วนหลิงเทียนเช่นกัน หลังจากที่เกิดเรื่องราวมากมายก่อนหน้านี้ เขาก็อดหวาดหวั่นในใจแทนต้วนหลิงเทียนไม่ได้อยู่ทุกวี่วัน

เพราะองค์ชาย 5 กับตระกูลซูนั้นไม่ใช่อะไรที่จะตอแยได้โดยง่าย!

แต่ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนได้หวนกลับไปสู่ตระกูลต้วนแล้ว และด้วยพรสวรรค์ในเชิงยุทธ์ตามธรรมชาติของต้วนหลิงเทียนด้วยแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมได้รับความคุ้มครองจากตระกูลต้วนมากกว่าผู้อื่นไม่ต่ำกว่า 2 เท่า … สำหรับเรื่องนี้เซี่ยวหยูเองก็หมดห่วงได้เสียทีเพราะยามนี้แม้จะเป็นองค์ชาย 5 กับตระกูลซูเอง ก็ใช่ว่าจะทำอะไรต้วนหลิงเทียนได้ง่ายๆ

"อ่า เรื่องนี้นี่เองข้าเข้าใจแล้ว" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมาด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะมีความสำคัญสักเท่าไรก็เถอะ

อย่างไรก็ตามตัวเขาย่อมรับรู้ความรู้สึกเจตนาและความเป็นห่วงของเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินดี และเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ …พวกนี้นับว่าเป็นสหายที่แท้จริงของข้า ต้วนหลิงเทียน!

เวลาเรียนยามเช้าผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

ยามเที่ยง เมื่อสิ้นสุดชั้นเรียนแล้วกลุ่มของต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 ก็เดินทางไปโรงอาหารตามปกติ

ทว่ากลุ่มของต้วนหลิงเทียนเองก็ต้องหยุดเดินเมื่อพวกเขามาถึงโรงอาหาร และมันก็หาได้มีเหตุผลอื่นใดนอกจาก ยามนี้มีคนผู้หนึ่งยืนหยุดขวางเส้นทางของพวกเขาเอาไว้

นี่เป็นนักศึกษาหน้าตาธรรมดา และมีรูปร่างอ้วนกลม

แต่เรื่องที่ทำให้ทั้งกลุ่มของต้วนหลิงเทียนตกตะลึงก็คือ ยามนี้ใบหน้าของสตรีผู้นี้ ราวกับว่าไปกินรังแตนที่ใดมา เพราะใบหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงขีดสุด … ราวกับว่านางถูกผู้คนทำร้ายน้ำใจมา

"เอ่อ นึกศึกษาสตรีผู้นี้?" เซี่ยวฉวินอดไม่ได้ที่จะงุนงงเล็กน้อย เขามองไปยังเซี่ยวหยูและต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาแปลกประหลาด ก่อนที่เขาจะคิดเรื่องราวสัปดนขึ้นมา ‘อีหร็อบนี้ ดูท่าแล้วคงไม่พ้นความแค้นเรื่องรักๆใคร่ๆ ท่าทางพวกมันคนใดคนหนึ่งคงมีเรื่องราว ร้าวฉานบาดหมางน้ำใจของนางแล้ว แต่พวกมันก็ควรมีรสนิยมในการเลือกหาสตรีเสียบ้าง จะอย่างไรก็สมควรมีขอบเขต… แต่รูปร่างเช่นนี้…’

แน่นอนว่ายามนี้สีหน้าและท่าทางของต้วนหลิงเทียนและเซี่ยวหยูเองก็ย่อมเหมือนกันกับเซี่ยวฉวิน และแม้กระทั่งความคิดในหัวพวกมันล้วนเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน…

"ต้วนหลิงเทียน!" ทันใดนั้นเองนึกศึกษาสตรีผู้นี้พลันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าโศกที่เจือความแค้นใจเอาไว้อย่างถึงขีดสุด

ต้วนหลิงเทียนพลันสะดุ้งเผยแววตาตกตะลึงขึ้นมาเมื่อหวยออกที่ตน

เซี่ยวฉวินและเซี่ยวหยูอดไม่ได้ที่จะหันมามองต้วนหลิงเทียนด้วยสองตาเบิกกว้าง และท่าทางประหลาดใจราวกับพวกมันจะกล่าวว่า "แท้จริงแล้วเจ้าชอบเช่นนี้หรอกหรือ"

"เฮ่ๆๆ ข้าไม่รู้จักนางนะ ไม่ต้องมองข้าแบบนั้นเลย" ต้วนหลิงเทียนเห็นแววตาทั้งสองที่จับจ้องมา มีหรือว่ามันจะไม่รู้ว่าพวกมันคิดบัดซบอะไรอยู่

"แน่นอนว่าเจ้าย่อมไม่รู้จักข้า" สตรีคนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสะทกสะท้อนใจ และสะเทือนใจอย่างถึงขีดสุด "แต่เจ้าสมควรรู้จักถังกั่วใช่หรือไม่?"

ถังกั่ว?

ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย นามนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นหูเล็กน้อย แต่ยามเร่งรัดเช่นนี้กลับไม่สามารถนึกออกว่าเคยได้ยินที่ไหน

"เฮอะ … " นึกศึกษาสตรีผู้นั้นมองต้วนหลิงเทียนอย่างเหยียดหยามเล็กน้อย “เสียแรงที่นางยืนหยัด และยึดมั่นในเรื่องราวที่เจ้าฝากฝังให้นางกระทำเอาไว้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่เจ้าไม่คู่ควรเลยสักเพียงนิด ยามนี้ถั่งกั่วเพื่อเจ้าแล้วนางกลับต้องตายอย่างอนาถ แต่เจ้ากลับจำนางไม่ได้ด้วยซ้ำ!”

เมื่อสตรีผู้นี้เอ่ยเรื่องราวออกมา แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมจดจำเรื่องราวบางประการได้

เขาจดจำได้แล้วอย่างแม่นยำว่านามถังกั่วนี้เป็นสตรีใบหน้าสะอาดสะอ้านหมดจดผู้หนึ่ง ตอนนั้นถังกั่วถูกถงลี่และสตรีผู้ติดตามกลุ้มรุมทำร้าย ต้วนหลิงเทียนจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือนาง หลังจากนั้นเขาก็สะกดถงลี่รวมถึงบังคับให้สตรีผู้ติดตามของถงลี่คุกเข่าลงบนพื้นและกล่าวตะโกนออกมาว่า 'ถงลี่เป็นอีนังแพศยาสารเลวบัดซบ' …

หลังจากนั้นเขารู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อยจึงคิดจากมา โดยทิ้งให้ถังกั่ว เฝ้าสตรีผู้นั้นเอาไว้จนกว่านางจะเอ่ยวาจาครบ 100 ครั้ง

ทว่าหลังจากที่ได้ฟังวาจาจากสตรีอ้วนตรงหน้าที่เต็มไปด้วยความแค้นและเศร้าโศกแล้ว สีหน้าของต้วนหลิงเทียนพลันเปลี่ยนเป็นหมองคล้ำทันที "เจ้ากล่าวว่าอะไร ถังกั่วกลับตายแล้ว?" ประกายตาของต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัว จิตสังหารที่น่าพรั่นพรึงเริ่มเล็ดรอดแผ่ซ่านออกมาทั่วร่างกายของเขา

สตรีตรงหน้าพลันหวาดกลัวจนมีใบหน้าซีดลงโดยพลัน "เป็นเช่นนั้น"

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?" ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ เขาพยายามระงับอารมณ์และโทสะภายในใจ

“เมื่อวานนี้เป็นวันหยุด เช่นนั้นข้ากับถังกั่วจึงคิดไปเดินซื้อของเที่ยวเล่นรอบเมืองตามประสา แต่ระหว่างทางคนของถงลี่ได้จับตัวพวกเราไป และพาเข้าไปในซอยเปลี่ยวร้างห่างไกลผู้คน… เรื่องแรกที่มันกระทำคือตัดแขนของถังกั่วอย่างช้าๆ…ต่อมามันก็ตัดขาของนาง…จนนางสลบไปเพราะความเจ็บปวด แต่มันก็ใช้น้ำเย็นราดจนถั่งกั่วได้สติ …มันทรมานนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกคราที่นางสิ้นสติไป มันก็จะสาดน้ำปลุกนางขึ้นมา …นางถูกทรมานกว่าชั่วยาม จนในที่สุดมันก็ฆ่านางให้ตกตายลงอย่างอนาถ!” สีหน้าสตรียามกล่าวออกมาฉายชัดถึงความหวาดกลัวและหวาดหวั่น หยาดน้ำตาเริ่มหลั่งริน

เมื่อวานนี้นางหวาดกลัวจนตัวสั่นไม่อาจหลับลงได้ตลอดทั้งคืน แม้กระทั่งหลังจากกลับมายังสถานบันบ่มเพาะขุนพลแล้วนางก็ไม่อาจลบความหวาดกลัวและภาพสหายถูกทรมานได้ง่ายๆ นางยังคงหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา…

สีหน้าของต้วนหลิงเทียนมืดลง เขาไม่คิดเลยว่าการตัดสินใจชั่ววูบของเขา กลับทำลายชีวิตของถังกั่วเช่นนี้

ยามนี้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ เขาไม่ควรให้ถังกั่วทำหน้าที่นับคำกล่าวแทนเขา หาไม่แล้วถงลี่คงไม่สาดเทโทสะไปลงที่นาง จนไประบายโทสะกับนางจนถึงขั้นตายอย่างทรมานเช่นนี้

"ถงลี่! … " ดวงตาของต้วนหลิงเทียนแดงก่ำ จิตสังหารอำมหิตและกระหายเลือดแผ่ซ่านออกมาอย่างมหาศาลราวกับไร้ขอบเขต

และตอนนี้ต้วนหลิงเทียนเองก็ยืนอยู่ตรงกลาง เซี่ยวหยู,เซี่ยวฉวิน พลันหายใจติดขัด สองขาสั่นสะท้านประคองร่างแทบไม่ไหว พวกมันล้วนหันมามองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาหวาดกลัว ก่อนที่จะพยายามโคจรพลังงานต้นกำเนิดฝืนร่างเอาไว้อย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด

ส่วนสตรีผู้นั้นนางรู้สึกหวาดกลัวต้วนหลิงเทียนอย่างมาก ตั้งแต่เขาเริ่มแผ่จิตสังหารออกมาคราแรก เมื่อนางกล่าวจบนางก็รีบจากไปนานแล้ว

"ตะ..ต้วนหลิงเทียน!" เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินยามนี้เผยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลออกมา

แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าถังกั่วผู้นี้เป็นใคร แต่พวกเขาย่อมเดาได้ว่านางต้องมีความสำคัญกับต้วนหลิงเทียนอยู่บ้าง และยามนี้ถังกั่วผู้นี้กลับต้องตกตายอย่างอนาถเพราะน้ำมือถงลี่

ดวงตาของต้วนหลิงเทียนแดงฉานดั่งโลหิต ยามนี้เขาราวกับเทพอสูรกระหายโลหิต!

ตอนนี้เหล่านักศึกษาที่อยู่รอบๆเองก็อดไม่ได้ที่จะมองมายังต้วนหลิงเทียน

"นั่นไม่ใช่ต้วนหลิงเทียนหรอกหรือ?"

"ดูเหมือนยามนี้เขาจะมีโทสะอย่างยิ่ง"

"เมื่อครู่ไม่ใช่นักศึกษาสตรีที่เป็นสหายกับถังกั่วหรอกหรือ ดูเหมือนว่าต้วนหลิงเทียนจะบันดาลโทสะเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับถังกั่ว"

"แล้วผู้ใดคือถังกั่ว?"

…

เหล่านักศึกษาอดไม่ได้ที่จะหันมาจับกลุ่มสนทนากัน ทว่าในหมู่พวกเขาหามีใครรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ ได้แต่คาดเดากันไปต่างๆนาๆ

"จะว่าไป ถังกั่วเองก็ไม่ได้กลับมาสถาบันบ่มเพาะขุนพลตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่หรือ?"

"มีโอกาสมากกว่า 9 ส่วนที่ยามนี้นางน่าจะถูกถงลี่สังหาร เพราะความแค้นไปแล้ว!"

นักศึกษาบางคนเริ่มคาดเดาเรื่องราวได้ และยามนี้หัวใจของพวกมันเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ

มาบัดนี้เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินพลันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด หลังจากรับฟังบทสนทนาโดยรอบ … ที่แท้เรื่องราวเป็นเช่นนี้

ในที่สุดพวกเขาก็รู้เสียทีว่าเพราะอะไร ต้วนหลิงเทียนถึงมีโทสะเช่นนี้

"ผู้ใดรู้บ้างว่ายามนี้ถงลี่อยู่ที่ใด?" ดวงตาแดงฉานดั่งโลหิตของต้วนหลิงเทียนกวาดไปรอบๆ นักศึกษา น้ำเสียงของเขากล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความเย็นชาราวกับจะแช่แข็งได้ถึงวิญญาณ

ตอนนี้เองเหล่านักศึกษารอบๆ พลันเหน็บหนาวจับขั้วหัวใจ และเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"ตะ..ต้วนหลิงเทียน เกิดอันใดขึ้น?" ตอนนี้เองเทียนหูก็เดินทางมาถึงโรงอาหารและก็อดไม่ได้ที่จะต้องตกตะลึงเมื่อเห็นท่าทางเต็มไปด้วยโทสะราวเทพอสูรของต้วนหลิงเทียน

ต่อมาเทียนหูก็ได้รับฟังเรื่องราวจากปากของเซี่ยวฉวิน และเขาเองก็มีโทสะขึ้นมา "ถงลี่นี่มันนังแพศยาบัดซบนัก….มันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดียรัจฉานเสียอีก! ทรมานถังกั่วเพียงนั้นจนนางตกตาย!"

ตอนนี้เองสีหน้าของนักศึกษาที่อยู่รอบๆเองก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดโทสะขึ้นมาเพราะยามที่เทียนหูกล่าวถามนั้น เซี่ยวฉวินเองก็ไม่คิดเบาเสียงของเขา กลายเป็นว่ายามนี้ทั้งหมดล้วนเข้าใจเรื่องราวกันดี

ถังกั่วที่มีชีวิตชีวากลับต้องมาถูกพรากลมหายไปอย่างอนาถด้วยน้ำมือถงลี่?

นึกศึกษาสตรีที่อยู่รอบๆมีสีหน้าหวาดกลัวแสดงออกมา และมีบ้างที่พึ่งเดินออกจากโรงอาหารถึงขั้นอาเจียนคายสิ่งที่พึ่งกินเข้าไปออกมาเมื่อได้รับฟังเรื่องราว…

"ถ้าข้าเจออีบัดซบถงลี่นั่นล่ะก็ ข้าไม่สนใจแล้วว่ามันจะเป็นลูกพี่ลูกน้องขององค์ชาย 5 บัดซบอันใด ข้าจะตบมันให้เลือดกบปากก่อนที่จะพูดคุย!" ท่าทางของเทียนหูนั้นแลดูดุร้ายอย่างมาก และเต็มไปด้วยความตรงไปตรงมา หมายคืนความยุติธรรมให้แก่ถังกั่ว

ถึงแม้เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินจะไม่ได้กล่าววาจาอะไรออกมา ทว่าสายตาของพวกมันยามนี้ก็เย็นเยือกไม่แพ้ผู้ใด … ถงลี่มันเป็นตัวบัดซบสารเลวอย่างแท้จริง!

"เมื่อกี้ผู้ใดกล่าววาจา ว่าจะตบข้า?" ตอนนี้เองมีน้ำเสียงดุร้ายไม่แยแสของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น ออกมาจากเบื้องหลังกลุ่มคน

กลุ่มคนล้วนเปิดทางให้เจ้าของเสียงได้เดินมา ก็พบว่าเป็นสตรีสวมชุดแดงกำลังเดินเคียงไหล่มาพร้อมกับชายหนุ่มอายุราว 25 ปี

ชายหนุ่มผู้นั้นสวมชุดสีเขียวรูปร่างหน้าตาธรรมดา มีมีดดาบสั้นปลายทู่สะพายไว้ที่เอว กลิ่นอายจิตสังหารแผ่ซ่านออกมาจากทั่วร่างของมัน เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี สภาวะข่มขวัญสะกดผู้คนไม่น้อย

"นั่นไม่ใช่ชวีลั่งหรอกรึ?" นักศึกษาหลายคนอดไม่ได้ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆราวกับหวาดกลัว

“ชวีลั่งงั้นรึ?” สีหน้าของเทียนหูกลับกลายเป็นน่าเกลียด เขาไม่คิดว่าถงลี่จะอยู่กับชวีลั่ง

ชวีลั่งเป็นนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพล ชั้นปีที่ 6 มันมีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 2

ในแง่ของพรสวรรค์ตามธรรมชาติแล้ว ชวีลั่ง นั้นต่ำกว่าซูถงเล็กที่ต้วนหลิงเทียนทำลายตันเถียนไปน้อย

และเมื่อในขณะที่เทียนหูคิดถึงซูถงขึ้นมา เขาก็พลันสงบใจลงได้ ซูถงแข็งแกร่งกว่ามันแต่ต้วนหลิงเทียนหวาดกลัวหรือไม่ แล้วไม่ใช่สุดท้ายซูถงเองก็ถูกต้วนหลิงเทียนทำลายตันเถียนหรอกหรือ?

"ถงลี่!" ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตของต้วนหลิงเทียน กวาดไปที่ร่างของถงลี่ ทั้งจิตสังหารอันน่าหวาดหวั่นของเขาก็แผ่ซ่านออกมากดทับถงลี่เอาไว้

ถงลี่ที่ยังเดินเชิดศีรษะทำตัวหยิ่งยโสอยู่เมื่อครู่ สีหน้ากลับกลายเป็นซีดเผือดราวกับไร้โลหิตหล่อเลี้ยง ซ้ำทั่วทั้งร่างของนางยั่งสั่นระริกไม่ต่างอะไรกับลูกนกตกน้ำ

"ฮึ่ม!" ชวีลั่งที่ยืนอยู่ข้างๆถงลี่ได้เดินมาบังจิตสังหารของต้วนหลิงเทียนเอาไว้ ก่อนที่จะแค่นเสียงสบถเย็นชาออกมา

ทว่าม่านตาของชวีลั่งเองก็อดไม่ได้ที่จะต้องหดแคบลงโดยพลัน เมื่อเขาเดินมาบังจิตสังหารให้แก่ถงลี่ มันเป็นจิตสังหารที่น่าหวาดหวั่นอะไรเช่นนี้ เขาต้องลอบโคจรพลังงานต้นกำเนิดเพื่อต้านทานจิตสังหารนี้

"เจ้าน่ะหรือต้วนหลิงเทียน?" สายตาของชวีลั่งจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียน มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย

"ไส หัว ไป!" ดวงตาของต้วนหลิงเทียนกระพริบเรืองวูบปลดปล่อยความเย็นชาออกมาใส่ชวีลั่งที่ขวางทาง

"เจ้ากล้ากล่าวให้ข้าไสหัวไปงั้นรึ?" ท่าทางชวีลั่งราวกับได้ยินเรื่องราวที่ตลกขบขันที่สุดในชีวิตเมื่อได้ยินคำกล่าวของต้วนหลิงเทียน "ต้วนหลิงเทียน ข้าเองก็พอรู้มาอยู่บ้างว่าพรสวรรค์ตามธรรมชาติในเชิงยุทธ์ของเจ้าสูงล้ำขนาดไหน ซ้ำเจ้ายังกลับไปเข้าร่วมกับตระกูลต้วนแล้วอีกด้วย … แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังมีผู้คนในเมืองหลวงแห่งนี้ที่เจ้าไม่อาจตอแยด้วยได้" เมื่อกล่าววาจาจบใบหน้าของชวีลั่งก็เต็มไปด้วยความยโสโอหัง และภาคภูมิใจอย่างมาก

"หืม เป็นงั้นจริงหรือ?" ดวงตาของต้วนหลิงเทียนกลอกไปมองชวีลั่งอย่างไม่แยแสราวกับเหลือบแลหนอแมลง "คนอื่นข้าก็ไม่รู้หรอกนะ … แต่เจ้าไม่อยู่ในสายตาของข้า ต้วนหลิงเทียน!"

เมื่อโดนต้วนหลิงเทียนหยามหยันต่อหน้าผู้คน สีหน้าชวีลั่งกลับกลายเป็นอำมหิตขึ้นมา

"ต้วนหลิงเทียน!" ตอนนี้เองถงลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พี่ใหญ่ชวีลั่งเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านเสนาบดีชวีลู่ผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวง อย่าว่าแต่เจ้า แม้จะเป็นประมุขตระกูลต้วนเอง เมื่อเจอยังต้องก้มหัวให้บิดาของพี่ใหญ่ชวีลั่ง!"

"อ่อ งั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ไม่แปลกใจสักนิด ที่เจ้ากล้าวางก้ามเขื่องโขเช่นนี้เพราะเจ้ามีผู้หนุนหลังเช่นนี้สินะถงลี่ … "

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 194 ผู้สนับสนุนถงลี่!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
กลืนดารา (Renew)
กลืนดารา (Renew)
พฤษภาคม 17, 2022
ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
มีนาคม 12, 2022
วิถีสู่สวรรค์
วิถีสู่สวรรค์
มีนาคม 12, 2022
都市:我!反派富二代他爹-193×278
เกิดใหม่เป็นพ่อของตัวร้ายรุ่นที่สอง
พฤษภาคม 3, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz