หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 185 5 พยัคฆ์สีชาดแห่งเมืองหลวง!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 185 5 พยัคฆ์สีชาดแห่งเมืองหลวง!
Prev
Next

ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มบางๆ เป็นการตอบคำถามของเทียนหู

ในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปความแข็งแกร่งของเขา มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่ตัดผ่านระดับกำเนิดแก่นแท้ไปแล้วเท่านั้นถึงจะแสดงออกมาได้ … แต่ในหัวข้อนี้เขาไม่คิดกล่าววาจาอะไรเพื่ออธิบายมันออกมา

เพราะจะอย่างไรนี่เป็นเรื่องวิชาบ่มเพาะอันเป็นเอกลักษณ์ อย่างวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม

และนั่นคือความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา หากมันถูกเปิดเผยออกมาแล้วล่ะก็ เขาต้องเจอกับปัญหายิ่งใหญ่และถูกผู้คนจ้องล้างผลาญอย่างสมบูรณ์!

ตอนนี้ตัวเขาเองก็ได้ฝึกฝนวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงครามมาถึงรูปแบบที่ 2 อย่างรูปแบบงูเหลือมคลั่งแล้ว และเขาก็ได้พบว่าวิชาบ่มเพาะนี่เป็นวิชาระดับสวรรค์อย่างแท้จริง

เขาสามารถนึกภาพออกได้เลยว่าหากวิชาบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามนี้ของเขาถูกเปิดเผยออกไปแก่สายตาผู้คนแล้ว แม้กระทั่งตัวตนอย่างผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติ ก็คงต้องลงมือแย่งชิงจากเขาเป็นแน่

ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินมาถึงทางแยก และเขาก็ได้แยกย้ายกับเทียนหูเพื่อไปเข้าชั้นเรียน

ภายในชั้นเรียนของดาวกุนซือนั้นนักเรียนคนอื่นๆ ทั้ง 17 คนนอกเหนือจากต้วนหลิงเทียนล้วนนั่งที่กันเรียบร้อยแล้ว

"อาจารย์" ต้วนหลิงเทียนมาถึงหน้าห้องเรียนก่อนที่จะกล่าววาจา พร้อมส่งรอยยิ้มเป็นการขออภัยให้แกอาจารย์ซื่อหม่าฉางฟง

ซื่อหม่าฉางฟงไม่คิดซักไว้ไล่เรียงอะไรเพียงกล่าวคำสั้น "เข้ามา"

แล้วต้วนหลิงเทียนก็เข้าไปนั่งที่ของเขา

เซี่ยวฉวินที่นั่งด้านหลังต้วนหลิงเทียน ได้สะกิดพร้อมเอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้มราวกับรู้ทัน "ต้วนหลิงเทียนถึงแม้ว่าเจ้าจะเคยมาสายไปบ้าง แต่เจ้าก็ไม่เคยสายขนาดชั้นเรียนเริ่มต้นไปแล้วเช่นนี้มาก่อนเลย…คายความจริงออกมาเถิดพ่อหนุ่มไฟแรง เจ้ากระทำเรื่องราวหักโหมบางอย่างมากเกินไปกับสาวน้อยของเจ้าใช่หรือไม่เมื่อคืนนี้? "

ต้วนหลิงเทียนกลอกตาหันมาจ้องเซี่ยวฉวินตาเขม็งอย่างเหนื่อยหน่าย “นี่ในหัวเจ้าสามารถคิดได้เพียงเท่านี้งั้นหรือ?”

เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ ไม่นานชั้นเรียนก็สิ้นสุดลง

และเมื่อเที่ยงวันก็เป็นอันได้เวลาที่ต้วนหลิงเทียน,เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร ในขณะที่พวกเขาทั้ง 3 คนกำลังเดินไปโรงอาหารนั้น ระหว่างทางก็ถูกสายตาของผู้คนมองมา ราวกับพวกมันล้วนทักทายพวกเขาด้วยสายตาอย่างไรอย่างนั้น …

เซี่ยวฉวินพลันหันมองไปยังเซี่ยวหยูและต้วนหลิงเทียนก่อนจะเอ่ยถามออกมา "มีอันใด ติดอยู่บนใบหน้าของพวกเราหรือไม่"

"บนหน้าเจ้ากับต้วนหลิงเทียนก็ไม่มีอะไรนะ แล้วบนหน้าข้าเล่ามีอะไรติดอยู่หรือไม่?" เซี่ยวหยูเองก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน เขาไม่รู้ว่าทำไมผู้คนถึงต้องจ้องมองมาทางพวกเขาด้วยสายตาแบบนี้?

เซี่ยวฉวินหันไปมองตามใบหน้าของเซี่ยวหยูอย่างจริงจังก่อนที่จะเอ่ยออกมา "ไม่มีอะไรอยู่บนหน้าเจ้าเช่นกัน"

ในบรรดาทั้ง 3 คนนั้นกล่าวได้ว่ามีเพียงต้วนหลิงเทียนเท่านั้นที่ยังคงความสงบเอาไว้ได้ นั่นเพราะเขารู้เหตุผลดี …

"นั่นน่ะหรือต้วนหลิงเทียน …นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่สามารถตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ด้วยวัยเพียง 18 ปี!"

"บัดซบ เรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้เป็นไปได้จริงๆอย่างนั้นหรือ? เพียงอยู่ชั้นปีที่ 1 ก็มีระดับกำเนิดแก่นแท้แล้ว? "

ทันใดนั้นเองระหว่างทางก็มีชาย 2 คนหยุดและมองมายังต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะกระซิบกระซาบสนทนากัน

เนื่องจากระยะทางมันไม่ห่างสักเท่าไร เสียงพูดคุยของทั้งสองคนจึงถูกเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินได้ยิน และทั้งสองคนก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที ….

ดังนั้นเรื่องราวที่ผู้คนจ้องมองมาด้วยสายตาแปลกตลอดเวลานี้ ไม่ได้เป็นเพราะมีอะไรติดอยู่บนใบหน้าของพวกเขาแต่อย่างใด แต่ทั้งหมดแล้วแล้วแต่เป็นเพราะการกระทำของต้วนหลิงเทียน!

"ต้วนหลิงเทียน… นี่เจ้าตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้แล้วเช่นนั้นหรือ" เซี่ยวฉวินและเซี่ยวหยูเองก็แสดงสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจออกมา แววตาของพวกมันล้วนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

นี่เป็นเรื่องน่าตื่นตระหนกอย่างแท้จริง!

ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มบางๆรับคำกล่าว ด้วยท่าทีสงบเรียบนิ่ง

"ให้ตายสิ! ข้าก็ไม่รู้ว่า เจ้าจะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ได้จริงหรือไม่… แต่เพราะเหตุใด พวกคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความเข้าใจและรับรู้ว่าเจ้าตัดผ่านระดับกำเนิดแก่นแท้ไปแล้วเช่นนี้ แต่พวกเรากลับไม่รู้? นี่…หรือว่าที่เจ้าเข้าชั้นเรียนสาย เพราะเจ้าไปทำอันใดมาใช่หรือไม่? " เซี่ยวฉวินสบถออกมาก่อนที่จะกล่าวคำถามออกมามากมาย

แม้ว่าเซี่ยวหยูจะไม่ได้กล่าวคำอะไร แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องมายังต้วนหลิงเทียนเขม็ง

"เอาล่ะๆ เมื่อพวกเจ้าเจอเทียนหู พวกเจ้าไปถามมันดูเองแล้วกัน" ต้วนหลิงเทียนยักไหล่ออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ภายในโรงอาหาร กลุ่มของต้วนหลิงเทียนพึ่งมาถึงและนั่งลง เทียนหูก็มาถึงหลังจากนั้นเพียงไม่นาน

และแน่นอนว่ายังไม่ทันได้นั่งเทียนหูก็โดนเซี่ยวฉวินกับเซี่ยวหยูกระหน่ำคำถามใส่ทันที … และไม่นานหลังจากที่ได้รับฟังเรื่องราวที่เทียนหูเล่าออกมาพร้อมท่าทางประกอบอย่างออกรส เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินก็เข้าใจสาเหตุความเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมด

พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ที่ต้วนหลิงเทียนเข้าชั้นเรียนสายวันนี้จะเป็นเพราะฉวีชิง

สำหรับนามฉวีชิงนี้ พวกเขารู้ว่ามันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 และได้รับการยอมรับและขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ของสถาบันบ่มเพาะขุนพล ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะปรากฏตัว

“เฮ่อ ต้วนหลิงเทียน…เจ้านี่น้า นอกจากจะแย่งชิงตำแหน่งและเกียรติยศของอัจฉริยะอันดับ 1 แห่งสถาบันบ่มเพาะขุนพลของมันมาแล้ว เจ้ายังลงมือทุบตีมันต่อหน้าต่อตาผู้คนเยอะแยะมากมายเช่นนี้ ทำให้มันต้องยอมรับความพ่ายแพ้เจ้าทั้งกายใจ ต่อไปมันก็ต้องเผชิญกับความรู้สึกต่ำต้อยกว่าตลอดเวลาที่อยู่ในสถาบันบ่มเพาะขุนพล” เซี่ยวฉวินส่ายหัวก่อนที่จะกล่าวออกมา เขาเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะน่าเกรงขามถึงขั้นตบตีฉวีชิงได้ง่ายดายเช่นนี้

และแน่นอนว่าเขาต้องตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อรับรู้ระดับบ่มเพาะของต้วนหลิงเทียน …

เหยียบย่างในระดับกำเนิดแก่นแท้ ด้วยวัยเพียง 18 ปี!

เพียงแค่คิดก็ทำให้สมองของเขาอื้ออึงแล้ว

ต้วนหลิงเทียนเพียงส่ายหัวและยิ้มออกมาอย่างไม่ได้สนใจอะไรนัก "ข้าก็ให้โอกาสมันแล้วนะ แต่มันดันดื้อรั้นไม่ยอมหยุดเองนี่นา"

"ข้าว่าเจ้าทุบตีมันเช่นนี้ ประเสริฐสุดแล้ว ทุบตีได้ดี!" เทียนหูมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข และรู้สึกสะใจที่ฉวีชิงถูกทุบตี

เซี่ยวหยูมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนที่รอยยิ้มขมขื่นจะเผยออกมาที่มุมปากของเขา อย่างไม่รู้ตัว

ปัจจุบันตัวเขายังอยู่ห่างไกลจากระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 7 แต่ต้วนหลิงเทียนได้ตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้เสียแล้ว…ถึงแม้ว่าเขาจะล้มเลิกความคิดนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับต้วนหลิงเทียนนานแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกท้อแท้ในใจบ้างอยู่ดี

"อ๊ะ จริงสิ" ทันใดนั้นเองเทียนหูพลันโพล่งขึ้นมากลางโต๊ะ ท่าทางเหมือนคนคิดอะไรบางอย่างออก และมันก็หันไปจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาจริงจัง "นี่ต้วนหลิงเทียน ข้าเคยได้ยินมาว่าพื้นเพของฉวีชิงผู้นี้หาได้ธรรมดาไม่! มันเป็นถึงบุตรชายของผู้ว่าการมณฑลเพลิงอนันต์!"

"ลูกชายของผู้ว่าการมณฑลงั้นหรือ" คิ้วของต้วนหลิงเทียนขมวดขึ้นเล็กน้อยและเมื่อเขาหวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อตอนเช้าเขาก็พลันเข้าใจอะไรขึ้นมา

เมื่อเช้านั้น…เขาสังเกตุได้ว่าในมือของฉวีชิงไม่ได้ถือดาบเอาไว้ตั้งแต่แรก และอยู่ๆมันก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า นั่นเห็นได้ชัดว่ามันต้องนำออกมาจากแหวนมิติแน่นอน … ตอนนั้นต้วนหลิงเทียนยังรู้สึกประหลาดใจที่ฉวีชิงมีแหวนมิติไว้ใช้งาน มากกว่ามันมีอาวุธวิญญาณระดับ 7 เสียอีก

แต่เมื่อตอนนี้เขารู้ถึงอัตลักษณ์มันแล้วก็เข้าใจเรื่องราวโดยพลัน

บุตรชายของผู้ว่าการมณฑลแล้วจะทำไมล่ะ? ม่านตาของต้วนหลิงเทียนหรี่ลงเล็กน้อย

ในอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้มีเพียง 18 มณฑลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เขาได้ตัดแขนบุตรชายของผู้ว่าการมณฑลผานางแอ่นเหิน นามว่าเป่ยซัน …นับว่าเป็นคนแรก

หลังจากนั้นเขาก็ทุบตีบุตรตรีของผู้ว่าการมณฑลตะวันฉายถงลี่ จนใบหน้านางเละราวกับหมูถึง 2 ครั้งสองครา นั่นนับเป็นคนที่ 2

มาตอนนี้เขาเอาชนะ ฉวีชิงบุตรชายของผู้ว่าการมณฑลเพลิงอนันต์และทำลายความภาคภูมิใจของมันจนย่อยยับต่อหน้าผู้คน นับว่าเป็นการล่วงเกินบุตรของผู้ว่าการมณฑลคนที่ 3

ภายใน 18 มณฑลนี้นับว่าเขาได้ล่วงเกินไป 3 มณฑลแล้ว ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

ภายใต้การจ้องมองอย่างเคร่งเครียดของเซี่ยวหยูและคนอื่นๆ ต้วนหลิงเทียนเพียงแย้มยิ้มออกมาอย่างสบายอารมณ์ “เฮ่ๆ พวกเจ้าจะเครียดทำอะไรกันเล่า พวกเจ้าอย่าได้ลืมสิ ก่อนหน้านี้ข้าล่วงเกินลูกสาวของผู้ว่าการมณฑลตะวันฉาย จนนางเคียดแค้นข้าเข้ากระดูกดำ และทั้งๆ ที่นางเองก็เป็นถึงลูกพี่ลูกน้องขององค์ชาย 5 หากเทียบกับฉวีชิงแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวแม้แต่น้อย” เมื่อต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมา เซี่ยวหยูและคนอื่นๆพลันนึกออกทันที และจำได้ว่าสหายของพวกเขาคนนี้ได้ก่อเรื่องราวกับชาวบ้านเขาไปทั่ว พวกมันจึงทำได้เพียงยิ้มออกมาอย่างเจื่อนๆ

"อันที่จริงมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เพราะเจ้าก็แค่เอาชนะฉวีชิงเท่านั้น หาได้ทำร้ายเขาสาหัสแต่อย่างใด ผู้ว่าการมณฑลเพลิงอนันต์ก็คงมองว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นล่ะ " เซี่ยวฉวินยิ้มออกมาอย่างสบายๆ สลายบรรยากาศอึมครึมภายในโต๊ะอาหาร

เซี่ยวหยูกับเทียนหูเองก็พยักหน้าเห็นด้วย

ส่วนต้วนหลิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว …

มณฑลเพลิงอนันต์?

เขาไม่ได้หวาดกลัวกระทั่งองค์ชาย 3 และองค์ชาย 5 แล้วเขาจะไปหวาดกลัวผู้ว่าการมณฑลได้อย่างไร!?

และตอนนี้ทั่วทั้งโรงอาหารก็เต็มไปด้วยหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับการประลองกันระหว่างฉวีชิงและต้วนหลิงเทียน รวมทั้งเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนระเบิดความแข็งแกร่งระดับกำเนิดแก่นแท้ออกมา …

อีกครั้งที่ต้วนหลิงเทียนกลายเป็นจุดสนใจของผู้คน

ต้วนหลิงเทียนรู้สึกหงุดหงิดและอึดอัดเล็กน้อย เพราะเขาไม่ค่อยชอบให้ผู้คนจ้องมองมายังเขาราวกับตัวประหลาด เพราะมันราวกับเขาเป็นสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์อย่างไรอย่างนั้น เมื่อเขากินนู่นนี่นั่นจนอิ่ม เขาก็ออกจากโรงอาหาร มุ่งหน้าไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างลานฝึกซ้อมเพื่อบ่มเพาะพลังต่อ

บนชั้นลอยของโรงอาหาร

ชายชราที่สวมชุดคลุมสีเทากำลังแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ "เจ้าเด็กนั่น ตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดแล้ว?"

ยามโพล้เพล้ ต้วนหลิงเทียนก็แยกจากเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินหน้าประตูทางเข้าสถาบันบ่มเพาะขุ่นพล

หลังจากเดินออกจากประตูของสถาบันบ่มเพาะขุนพล ต้วนหลิงเทียนพลันสัมผัสได้ถึงผู้ที่จับตาเขาดูอยู่ทันที นอกจากจางเฉวียนกับจ้าวกังแล้ว…

ส่วนคนอื่นๆ 5 คนนั้น เขาไม่รู้จัก

แต่อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของกลุ่มคนทั้ง 5 นี่ยังไม่อยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้งด้วยซ้ำ

รอยยิ้มเย็นชาเริ่มปรากฏที่บริเวณมุมปากของต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะรุดไปยังซอยเปลี่ยวร้างซอยเดิม

มีผู้คนมากมายหลายต่อหลายคนที่นำชีวิตมาทิ้งเอาไว้ในซอยแห่งนี้ และผู้ใดที่คิดทำร้ายต้วนหลิงเทียนล้วนต้องสลายกลายเป็นผงที่ซอยแห่งนี้แทบทั้งสิ้น

ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเริ่มเดินเข้าซอย ก็บังเกิดคลื่นอากาศกระเพื่อมจากการเคลื่อนไหว พัดโชยมาทางด้านหลังเขาเย็นฉ่ำไม่น้อย …

เพียงพริบตาเดียวก็มีชาย 5 คนล้อมรอบเขาเอาไว้ทุกทิศทาง

ต้วนหลิงเทียนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนและแทบจะในทันทีว่าชายทั้ง 5 นั้นจ้องมองเขาด้วยความโลภในสมบัติเท่านั้นหาได้มีจิตใจแค้นเคืองชิงชังหรืออาฆาตแต่อย่างใด ดูเหมือนคนพวกนี้จะได้รับการจ้างวานมา และเห็นได้ชัดว่าพวกมันมีความจำเป็นบางอย่าง

‘ดูเหมือนกลุ่มคนพวกนี้จะถูกผู้อื่นจ้างวานมาอีกที พวกมันน่าจะทำเพียงเพราะเหรียญเงินเท่านั้น’ ต้วนหลิงเทียนคิดในใจ คนอย่างเขาผ่านโลกมามากแค่มองแววตาก็สืบทราบได้ถึงเจตนา

“เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งหมดรับงานนี้มาเพราะต้องการเหรียญเงินใช่หรือไม่ …ข้าจะให้พวกเจ้าเป็น 2 เท่าของผู้ที่จ้างวานให้มาฆ่าข้า” ต้วนหลิงเทียนมองไปยังชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางมีวุฒิภาวะสูงที่สุดและน่าจะเป็นผู้นำ ชายคนนี้มีรอยแผลเป็นพาดขวางบนใบหน้า แลดูน่าหวาดกลัวและเหมือนคนชั่วร้าย …แต่คนเรานั้น ก็ไม่อาจตัดสินกันได้ว่าผู้ใดดีหรือเลวด้วยการอาศัยมองรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว

ทั้ง 5 คนรวมทั้งชายหน้าบากคนนั้นอดไม่ได้ที่จะต้องตกตะลึง เมื่อได้ฟังวาจาที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมา

"เด็กน้อย หนทางสายนี้ล้วนมีกฏของมัน… เนื่องจากพวกเรา 5 พยัคฆ์สีชาดแห่งเมืองหลวง ได้รับเงินค่าจ้างและมีการตกลงรับงานนี้มาแล้ว ต่อให้เจ้าจะจ่ายพวกเรามากกว่านายจ้างเรา 10 เท่า พวกเราก็ไม่อาจตระบัดสัตย์ได้!" ชายหน้าบากกล่าวออกมาอย่างทระนงและเด็ดเดียว แต่เมื่อกล่าวจบท่าทีของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย "แต่เจ้าหนู แน่นอนว่าเจ้าไม่อาจซื้อชีวิตของตัวเจ้าเองได้…แต่หากเจ้าอยากให้คนที่ว่าจ้างมาสังหารเจ้าตกตาย พวกข้ายินดีรับค่าจ้างจากเจ้าและสัญญาว่าจะพยายามทำตามคำขอของเจ้าอย่างดีที่สุด พวกข้าจะรับประกันว่าผู้ที่จ้างวานมาฆ่าเจ้าจะถูกพวกข้าดูแลอย่างดี!"

ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา หลังจากที่ได้ยินชายหน้าบากกล่าว “แบบนี้ก็มีด้วยหรือ?”

"แน่นอน พวกเราทำงานเพื่อเงิน หาได้ทำงานเพื่อคน" คนชายหน้าบากกล่าวออกมาราวกับมันเป็นสัจธรรม

"แล้วข้าต้องจ่ายเท่าไรหรือ หากต้องการว่าจ้างไปฆ่าชายคนนั้น?" ต้วนหลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามออกมาพร้อมรอยยิ้ม

ชายหน้าบากไม่ลังเลแม้แต่น้อย มันกล่าวออกมาเสียงดังฟังชัด "100,000 เหรียญเงิน"

"100,000 เหรียญเงิน?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว "แล้วมันจ่ายค่าจ้างเอาชีวิตข้าเท่าไรหรือ?"

"เจ้าเป็นนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพล เช่นนั้นชีวิตเจ้าจึงมีราคาแพงกว่ามัน ค่าหัวเจ้าคือ 200,000 เหรียญเงิน" ชายหน้าบากกล่าวต่อออกมา

"อะไร 200,000 เหรียญเงิน?" ต้วนหลิงเทียนตกตะลึง ก่อนที่จะเสียการควบคุมความสงบของตัวเองและเผยสีหน้าโง่งมอยู่ครู่หนึ่ง และกล่าววาจาออกมาอย่างหัวเสีย "บัดซบชีวิตของนายน้อยผู้นี้มีราคาแค่ 200,000 เหรียญเงินงั้นหรือ?"

"แค่อันใดเล่า….200,000 เหรียญเงินก็มากมายแล้วนะ … " ชายคนหนึ่งในกลุ่มของชายหน้าบากกล่าวออกมา

“200,000 เหรียญเงินนี้เจ้าว่ามากมายแล้วหรือ?” ต้วนหลิงเทียนหัวเราะเยาะก่อนที่จะสะบัดมือขึ้นกลางอากาศ ตั๋วเงินปึกหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกทั้งตัวเงินแต่ละใบยังมีมูลค่า 10,000 เหรียญเงิน "เอาล่ะในมือของนายน้อยผู้นี้มีตั๋วเงินมูลค่า 1,000,000 เหรียญเงิน… ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถสังหารนายน้อยผู้นี้ได้ นายน้อยผู้นี้จะมอบเหรียญเงินนี้ให้เพิ่มอีก 1,000,000 เหรียญ ดีหรือไม่?"

กลุ่มชายหน้าบากล้วนตกตะลึงทำสีหน้าอึ้งเมื่อได้ฟังวาจาของต้วนหลิงเทียน

พวกเขาเองก็ตกลงทำการค้ารับจ้างเช่นนี้มาเป็นเวลานาน แต่สถานการณ์เช่นนี้พึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก …เหยื่อไม่พอใจค่าหัวตัวเองถึงกับเพิ่มค่าจ้างให้ โลกนี้เป็นอะไรไปแล้ว?

"เจ้า … เจ้ากล่าวจริงหรือ?" ชายหน้าบากนั้นแทบกล่าววาจากไม่ออก มันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ดังเอื๊อก และแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา "คงเป็นเรื่องที่จักประเสริฐกว่า ที่เจ้าจะไม่หลอกลวงข้าหวังต้าหู่ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจ นามหวังต้าหู่ของข้าผู้คนบนหนทางสายนี้ล้วนรู้จักกันดี… ."

"รู้จักกันดีถึงเพียงไหนเล่า?" ในตอนนี้เองเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นหลังชายหน้าบาก

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 185 5 พยัคฆ์สีชาดแห่งเมืองหลวง!"

3.7 232 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
มีนาคม 12, 2022
ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
The Divine Nine-Dragon Cauldron
The Divine Nine-Dragon Cauldron
พฤษภาคม 17, 2022
Gate of God
Gate of God
พฤษภาคม 17, 2022
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
มิถุนายน 26, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (5)
  • แฟนตาซี (161)

© 2025 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz