หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 183 อดีตอัจฉริยะอันดับ 1

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 183 อดีตอัจฉริยะอันดับ 1
Prev
Next

ณ มุมหนึ่งของเมืองหลวงชั้นใน

ภายในลานบ้านที่มีขนาดกว้างขวาง มันบ่งบอกฐานะของเจ้าขอเป็นอย่างดี…

“ไอ้สวะเอ๊ย! คุกเข่า!” ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าดุร้ายกล่าววาจาออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนที่จะหวดขาเตะออกมาราวกับสายฟ้าฟาด ซัดไปยังชายวัยกลางคนฉี่แตกที่กำลังคุกเข่าอยู่ จนมันกลิ้งกระเด็นล้มลงไปกองที่พื้นอย่าน่าอนาถ

เมื่อถูกเตะจนล้มกลิ้งมันรีบลุกขึ้นมาคุกเข่าเหมือนเดิม ไม่กล้ากล่าววาจาอะไรแม้แต่ครึ่งคำ ซ้ำยังก้มหัวตัวสั่นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองผู้ลงมือ

"ท่านรองข้าต้องขออภัยท่าน…เป็นข้าเองที่ไม่ไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง กลับสั่งให้ไอ้สวะนี่ไปกระทำ จนทำให้ท่านต้องสูญเงินเปล่าไปถึง 200,000 เหรียญเงิน" ชายวัยกลางคนหน้าตาดุร้ายกล่าวกับร่างที่นั่งบนเก้าอี้ใต้ต้นไม้

"แค่เศษเงิน 200,000 เหรียญเงินช่างมันเถอะ … " ร่างที่นั่งบนแท่นสูงพลันลุกและเดินลงมาจากที่นั่ง ก่อนที่แสงไฟจะตกกระทบใบหน้าของเขาเผยให้เห็นรูปลักษณ์สง่างาม เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรามีระดับอย่างมาก

ชายวัยกลางคนผู้นี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องมีฐานะสูงส่ง กลิ่นอายบารมีแผ่ซ่านออกมา หว่างคิ้วฉายชัดออกมาถึงความหยิ่งผยอง

"องค์กรเงายมทูต ถึงกับบอกเจ้าว่า พวกมันไม่รับงานสังหารสารเลวน้อยนั่นเลยงั้นรึ?" ชายวัยกลางคนท่าทางสูงส่งมองไปยังชายฉี่แตกที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น เขาอดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้เพราะกลิ่นฉี่ของมันเหม็นโฉ่นัก

"ขอรับท่านรอง" ชายวัยกลางคนฉี่แตกที่คุกเข่าอยู่พยักหน้าพร้อมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งร่างของมันเองก็สั่นระริก

ชายวัยกลางคนท่าทางสูงส่งหันไปมองชายหน้าตาดุร้ายด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส "เก็บกวาดให้เรียบร้อย"

"ท่านรอง ไว้ชีวิตข้าด้วย ไว้ชีวิต…. " สีหน้าของชายวัยกลางคนซีดเผือดมันรีบกล่าวคำอ้อนวอนออกมาอย่างร้อนรน แต่น่าเสียดายที่มันไม่ทันได้กล่าวจนจบคำ ศีรษะของมันพลันถูกฟาดทุบแตกกระจายมันสมองสาดกระเซ็นลูกตากระเด็นแยกย้ายไปคนละทิศละทาง ตกตายคาที่! แน่นอนว่าผู้ที่ลงมือคือชายหน้าตาดุร้าย

"ท่านรองขอรับ ถึงขนาดเงายมทูตไม่รับงานเช่นนี้ เกรงว่าต้วนหลิงเทียนคงมีเบื้องหลัง … " ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาอย่างคาดเดา ใบหน้าของมันแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ฮึ่ม! แน่นอนข้าย่อมรู้ว่ามันมีเบื้องหลัง…ในเมื่อเงายมทูตไม่กล้ารับงานสังหารมัน เช่นนั้นเจ้าก็ไปหาผู้อื่นที่ยินดีรับงานนี้" ชายวัยกลางคนท่าทางสูงส่งพลันหยิบตั๋วเงินออกมาโยนทิ้งบนพื้นกองใหญ่ "นี่ 30,000,000 เหรียญเงิน เจ้าเอาไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย และข้าไม่ต้องการให้ใครในตระกูลรู้เรื่องนี้"

30,000,000 เหรียญเงิน?

ม่านตาของชายหน้าตาดุร้ายหดแคบลง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าชายตรงหน้า ถึงขั้นใช้เงินออกมามากมายมหาศาลถึงเพียงนี้โดยไม่เสียดายและลังเล เพื่อสังหารชายหนุ่มที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

"ขอรับท่านรอง" ชายวัยกลางคนหน้าตาดุร้ายรีบเก็บเงินและหอบหิ้วศพและออกจากลานบ้านไปด้วยความรวดเร็ว

หลังจากนั้นในลานบ้านที่กว้างขวางก็เหลือเพียงชายวัยกลางคนที่ท่าทางสูงส่งสวมใส่อาภรณ์หรูหรา ปากของเขาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำอาฆาตออกมาด้วยน้ำเสียงอำมหิตเย็นยะเยือกดังสะท้านลานบ้าน … "ต้วนหลิงเทียน เจ้ากล้าฆ่าลูกชายคนเดียวของข้า ข้าจะให้เจ้าตายไร้ที่ฝัง!"

เช้าตรูในขณะที่แสงแรกของอัสดงโผล่พ้นขอบฟ้าสาดส่องลงมาบนใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังนั่งขัดสมาธิบ่มเพาะพลังอยู่บนเตียง

"ฟู่ว!" หลังจากนั้นพักใหญ่ ชายหนุ่มก็ระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับลืมตาขึ้นมา "หากข้ายังคงมีความก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ ข้าควรตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 7 ก่อนที่จะออกเดินทาง!"

หลังจากหยิบชุดสีม่วงตัวเก่งที่แขวนอยู่เต็มตู้ออกมา 1 ชุดเขาก็ไปรับประทานอาหารเช้า เมื่อเสร็จสิ้นแล้วเขาก็ออกจากบ้านไป

ในขณะที่เขาเดินผ่านลานฝึกซ้อมของสถาบันบ่มเพาะขุนพล เขาก็เห็นนักศึกษามากมายหลายคนขยันฝึกซ้อม มีทั้งประลองยุทธ์และซ้อมรบเป็นทีม มากมายเต็มไปหมด

"ดูเหมือนพวกนี้จะเป็นนักศึกษาของฝ่ายดาวขุนพล" ต้วนหลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมจ้องไปในอากาศอย่างเหม่อลอย ดูเหมือนเรื่องที่กองทัพเรียกกำลังเสริมไปสนับสนุนในอีก 1 เดือนหลังจากนี้ จะปลุกจิตวิญญาณนักสู้ในตัวของพวกมันไม่น้อย ถึงได้คึกคักอักโขกันเช่นนี้

ทันใดนั้นเองก็มีร่างชายหนุ่ม 3 คนกำลังเดินมาหาเขาจากที่ไกลๆ

มุมปากของต้วนหลิงเทียนพลันปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา เนื่องจากใน 3 คนที่กำลังเดินมานั้น มีคนที่มีใบหน้าที่เขาคุ้นเคยดีอยู่ เมื่อเขาเห็นมันชัดถนัดตาเขาก็ระบุได้ว่ามัน คือต้วนหรง ลูกพี่ลูกน้องของต้วนหลิงซิ่ง ที่หายหน้าหายตาไปเสียนาน

ตั้งแต่ต้วนหลิงเทียนสังหารต้วนหลิงซิ่งอย่างอำมหิต เขาก็ไม่เห็นหน้าต้วนหรงอีกเลย วันนี้ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอมันที่นี่แบบนี้ …

ต้วนหรงทำได้เพียงก้มศีรษะลงต่ำเมื่อสังเกตเห็นต้วนหลิงเทียน เห็นได้ชัดว่ามันมีเจตนาจะหลบเลี่ยงต้วนหลิงเทียน

"เฮ่ต้วนหรง นี่เจ้ากลัวอันใดรึ?"ชายหนุ่มร่างสูงข้างต้วนหรงพลันมองไปยังชายหนุ่มชุดสีม่วงที่อยู่ไกลๆ ก่อนที่คิ้วรูปดาบของเขาจะขมวดเป็นปม แลดูจะสงสัยไมน้อย

"พี่ชายฉวีชิง ชายหนุ่มชุดสีม่วงคนนั้นคือต้วนหลิงเทียน"ชายอีกคนกล่าวออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ

"หืม? มันน่ะหรือ ต้วนหลิงเทียนที่ร่ำลือ?" แววตาของฉวีชิงพลันจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง มันหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่ประกายตาของมันจะเรืองวูบออกมา มันเอามือไปแตะบ่าต้วนหรงและกล่าววาจา "ต้วนหรง เจ้าเองก็มาจากเมืองประจำมณฑลเพลิงอนันต์ของข้า … เจ้าคิดว่ามันยังกล้าข่มขู่เจ้าต่อหน้าข้าได้หรือ?"

ต้วนหรงสั่นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะได้สติ

จริงด้วย เขาลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร?

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ข้างๆเขาตอนนี้ เป็นถึงบุตรชายของผู้ว่าการมณฑลเพลิงอนันต์อีกทั้งก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะปรากฏตัวขึ้นมา ตัวมันเองก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 แห่งสถาบันบ่มเพาะขุนพล ที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดในรอบ 20 ปี หลังจากต้วนหรูเฟิง

ต้วนหลิงเทียนที่อยู่ห่างๆ เมื่อเห็นว่าต้วนหรงทำท่าราวกับมุสิกหวาดวิฬาร ยามที่เห็นเขา ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้คิดจะไปสนใจอะไรมันมากนัก… แต่เพียงครู่เดียวอยู่ๆมันก็เชิดหน้าชูตาขึ้นมาราวกับ มีชีวิตชีวาและหายหวาดกลัว ซ้ำยังเดินตรงมาทางเขาพร้อมกับชายหนุ่มอีก 2 คนข้างๆ

นี่กลับทำให้ต้วนหลิงเทียนประหลาดใจเล็กน้อย

สติของต้วนหรงมันยังดีอยู่หรือไม่? เป็นไปได้หรือไม่ที่มันอยากเจ็บตัวจนต้องถูกหามกลับบ้านอีกครั้ง?

"เฮ่ เจ้าน่ะหรือ ที่เรียกว่าต้วนหลิงเทียน?" ต้วนหลิงเทียนพลันสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนข้างๆต้วนหรงใช้สายตาไม่เป็นมิตรจับจ้องมาทางเขา ทั้งน้ำเสียของมันยังเต็มไปด้วยความเย็นชา

ชายคนนี้รูปร่างสูง มีใบหน้าหล่อเหลาเอาการ ต้วนหลิงเทียนสามารถระบุได้ทันทีว่ามันน่าจะมาจากตระกูลที่มีพื้นหลังไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

"ถูกต้อง เป็นข้าเอง แล้วเจ้าล่ะ?" คิ้วของต้วนหลิงเทียนขมวดขึ้นเล็กน้อย เป็นไปได้หรือไม่ที่ชายคนนี้จะมาหาเรื่องเขา เพื่อกูหน้าให้ต้วนหรง?

"ข้ามีนามว่า ฉวีชิง" ฉวีชิงจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนตาเขม็ง ในแววตาของมันพลันฉายชัดออกมาถึงความขุ่นเคืองไม่พอใจและรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด …

ก่อนที่ชายหนุ่มในชุดสีม่วงนี่จะสังหารต้วนหลิงซิ่ง จนมีชื่อเสียงแพร่กระจายไปทั่วทั้งสถาบันบ่มเพาะขุนพลนั้น ตัวเขาได้รับการขานนามและการยอมรับจากทุกคนว่าเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 แห่งสถาบันบ่มเพาะขุนพล แต่หลังจากนั้นมา ชื่อเสียงและเกียรติยศนี้กลับถูกชายหนุ่มชุดสีม่วงตรงหน้าแย่งชิงไป!

นี่มันทำให้เขาที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงและหยิ่งยโส บังเกิดความไม่พอใจและยากที่จะยอมรับ

"ฉวีชิง?" ต้วนหลิงเทียนเมื่อได้ยิน ก็เอียงคอและครุ่นคิดเล็กน้อย

ชื่อนี้ไม่ค่อยคุ้นหูเขาเท่าไร แต่ดูเหมือนในวันที่เขามาถึงเมืองหลวงเป็นครั้งแรก เขาเคยได้ยินคนกล่าวถึงชื่อนี้ตอนที่อยู่ในเหลาอาหารแห่งหนึ่งในเขตเมืองหลวงชั้นนอก อีกทั้งเขายังได้ยินผู้คนกล่าวว่าคนๆนี้นั้นมีพรสวรรค์เป็นรองเพียงแค่บิดาเขา และมันได้รับการยอมรับจากทุกคนในเมืองหลวงว่า เป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ในรอบ 20 ปีอีกด้วย

ต่อมาหลังจากที่เข้ามายังสถาบันบ่มเพาะขุนพลแล้ว ก็ได้ยินคนอื่นกล่าวถึงนามฉวีชิงนี้อยู่ไม่น้อย

ฉวีชิงนักศึกษาชั้นปีที่ 2 แห่งสถาบันบ่มเพาะขุนพล มีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 อีกทั้งมันยังมีอาวุธวิญญาณระดับ 7 ไว้ในครอบครอง เหล่านักศึกษาที่มีระดับบ่มเพาะใต้ระดับกำเนิดแก่นแท้ภายในสถาบันบ่มเพาะขุนพลแห่งนี้ไม่มีใครสามารถนำไปเปรียบเทียบกับมันได้

"อะไร? หรือเจ้าคิดมาตอแยข้า เพราะต้วนหรงงั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนจ้องไปยังฉวีชิงด้วยสายตาเรียบๆ

"หากข้ากระทำเช่นนั้น แล้วเจ้ามีปัญหาอะไรไหมเล่า?" รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากฉวีชิง ประกายตาของมันส่องสว่างออกมาด้วยความเหน็บหนาว

และในตอนนี้เอง เมื่อมีคนเห็นการเผชิญหน้ากันระหว่างต้วนหลิงเทียนและฉวีชิง ก็รีบกล่าวบอกต่อกันทันที เรื่องนี้นับว่าดึงดูดความสนใจนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลไม่น้อย เหล่าผู้ที่ทำการฝึกซ้อมอยู่ล้วนรุดมารอชมดูเรื่องราวทั้งสิ้น …

"เฮ่ ต้วนหลิงเทียน!" ร่างแข็งแกร่งกำยำข้างหนึ่งเดินแหวกฝูงชนมาเคียงข้างต้วนหลิงเทียน

ต้วนหลิงเทียนมองไปยังเทียนหู ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่จะยิ้มอย่างนุ่มนวลและกล่าวออกมา "อ้าว เทียนหู เจ้าเองก็อยู่ฝึกซ้อมแถวนี้ด้วยหรือ"

"ต้วนหลิงเทียน เจ้ามีปัญหาอะไรกับฉวีชิงนี่งั้นหรือ?" เทียนหูมองไปยังฉวีชิงด้วยสายตากริ่งเกรงเล็กน้อย

"ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะมีปัญหาอะไรกับมันมากนักหรอก แต่ข้าเดินของข้าอยู่ดีๆแต่มันมาขวางทางข้า มิหนำซ้ำมันยังบอกว่าจะหาเรื่องข้าเพราะเพื่อต้วนหรงนั่น … " ต้วนหลิงเทียนยักไหล่ออกมาด้วยท่าทางช่วยไม่ได้

"อะไร เป็นเจ้าอีกแล้วรึ!" สายตาของเทียนหูเย็นชาลงก่อนที่จะจับจ้องไปยังต้วนหรงแล้วกล่าววาจาออกมาเสียงดังฟังชัด "ต้วนหรงหากเจ้ายังเป็นลูกผู้ชายก็อย่าได้หวังพึ่งพาผู้อื่นให้มันมากนัก อะไร? มองหน้าข้ามีปัญหาหรือ? หากเจ้ายังมีไข่ก็ออกมาสู้กับข้าตัวต่อตัว ไม่กล้าก็ตอนตนเป็นขันทีตามบิดาเจ้าไปเสีย! "

สีหน้าของต้วนหรงพลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือด แน่นอนว่าเขาย่อมไม่กล้ารับคำท้านี้ของเทียนหู เพราะแค่มองเขาก็สัมผัสได้ทันทีว่าเทียนหูนั้นมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าเขาหลายขุม เขาไม่อาจเทียบกับมันได้แม้แต่น้อย

"เฮ่ เทียนหู ช่างมันเถอะ ยามเจ้าโดนสุนัขมันเห่า เจ้าจะไปเห่าตอบกับมันด้วยไหมเล่า" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาก่อนที่จะกล่าวกับเทียนหูพร้อมรอยยิ้ม "นี่ใกล้ได้เวลาเริ่มชั้นเรียนแล้ว เจ้ารีบไปจะดีกว่าหรือไม่ หากไปสายเดี๋ยวได้โดนอาจารย์หนิวหมังทำโทษอีกหรอก!" ในขณะที่กล่าววาจา ต้วนหลิงเทียนก็เดินโอบไหล่เทียนหูออกไปโดยไม่แยแสกลุ่มจองฉวีชิงอะไรแม้แต่น้อย

"ต้วนหลิงเทียน ทั้งเจ้าและข้าล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 อีกทั้งพวกเราล้วนมีอาวุธวิญญาณระดับ 7 ด้วยกันทั้งคู่ … เจ้ากล้าประลองกับข้าหรือไม่" ฉวีชิงจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนตาเขม็ง ประกายตาของเขาฉายชัดออกมาถึงความต้องการประลองยุทธ์ เขาตั้งใจที่จะแสดงพลังของเขาให้ทุกคนในสถาบันบ่มเพาะขุนพลเห็นอีกครั้ง เพื่อเรียกคืนชื่อเสียงและเกียรติยศในฐานะอัจฉริยะอันดับ 1 ของสถาบันบ่มเพาะขุนพล

"เจ้าควรประมาณตนเอาไว้บ้าง!" ต้วนหลิงเทียนไม่คิดแยแสฉวีชิงแม้แต่น้อย และกล่าววาจาทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนที่จะเดินหน้าต่อพร้อมกับเทียนหู

"ช่างน่าสระพรึงนัก! ต้วนหลิงเทียนนี่เป็นบุรุษที่อหังการจริงๆ!"

"ฉวีชิงเป็นอดีตอัจฉริยะอันดับ 1 ของสถาบันบ่มเพาะขุนพลแห่งนี้ แต่ต้วนหลิงเทียนยังไม่คิดจะแยแสคำท้าประลองของมันสักนิด!"

"เขายังกล่าวให้ฉวีชิงรู้จักประมาณตนอีกด้วย ต้องมั่นใจถึงเพียงใด จึงกล่าววาจาเช่นนี้ใส่หน้าผู้คนได้"

…

กลุ่มนักศึกษาที่กำลังชมดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับตกตะลึง

ใบหน้าหล่อเหลาของฉวีชิพลันเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว ร่างกายของมันสั่นระริก ท่าทางของมันเริ่มแลดูดุร้ายอำมหิตมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวเขาฉวีชิงนั้นมาจากมณฑลเพลิงอนันต์ อีกทั้งยังเป็นถึงบุตรชายผู้ว่าการมณฑลเพลิงอนันต์ กล่าวได้ว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิด และเมื่อเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะพลังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เขาก็เริ่มแสดงอัจฉริยะภาพและพรสวรรค์เลิศล้ำออกมา อีกทั้งเขายังเคยได้รับการขนานนามว่าอัจฉริยะในรอบ 100 ปีของมณฑล

เมื่อเวลาผ่านไปตัวเขาก็สามารถผ่านการทดสอบประจำมณฑลเพลิงอนันต์ จนได้รับสิทธิ์เข้าสถาบันบ่มเพาะขุนพลได้อย่างราบรื่นสมภาคภูมิ ด้วยความสามารถตัวเอง

และแม้กระทั่งในสถาบันบ่มเพาะขุนพล เจาเองก็เป็นบุคคลที่โดดเด่น! เขาได้รับการยอมรับจากทุกคนว่าเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 แห่งสถาบันบ่มเพาะขุนพล

ในบรรดานักศึกษาในปัจจุบันจนย้อนกลับไปในอดีตนั้นกล่าวได้ว่ามีเพียงคนเดียวที่มีความสามารถเหนือล้ำกว่าเขา นั่นก็คือสุดยอดอัจฉริยะแห่งตระกูลต้วน เมื่อ 20 ปีที่แล้ว นาม ต้วนหรูเฟิง!

ต้วนหรูเฟิงนามนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ในอดีตมันเป็นนามที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งอาณาจักรนภาล่อง แต่จะอย่างไรก็ไม่ได้เป็นบุคคลในยุคเดียวกับเขา ซ้ำในปัจจุบัน ต้วนหรูเฟิงก็ได้หายตัวไปกว่า 20 ปีแล้ว… แต่เขาเองก็ไม่ได้ไม่พอใจสักเท่าไรหากจะถูกเปรียบเทียบกับคนที่ไม่อยู่แล้ว

แต่ทว่าวันหนึ่งเมื่อต้วนหลิงเทียนปรากฏตัวขึ้น ซ้ำยังเผยตัวตนออกมาในฐานะบุตรชายของต้วนหรูเฟิง อีกทั้งยังมีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 ด้วยอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น! และมันยังสามารสังหารต้วนหลิงซิ่งที่มีระดับบ่มเพาะก่อกำเนิดขั้นที่ 9เช่นเดียวกัน จนทำให้ชื่อเสียงของต้วนหลิงเทียนแพร่กระจายไปทั่วทั้งสถาบันบ่มเพาะขุนพล หรือแม้กระทั่งในเมืองหลวงนั้น…

มันทำให้รัศมีและบารมีรวมทั้งชื่อเสียงเกียรติยศของเขาสลายหายไปเพียงชั่วข้ามคืน!

และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาความเกลียดชังต้วนหลิงเทียนก็เริ่มเติบโตงอกเงยขึ้นในใจของเขา…

หากฟ้าส่งอัจฉริยะอย่างเขาลงมาเกิด แล้วเหตุใดต้องส่งต้วนหลิงเทียนลงมาบดบังเขาเช่นนี้?

ตอนแรกนั้นเขาก็มีแต่เพียงความเกลียดชังเท่านั้นไม่ได้คิดจะไปหาเรื่องอะไรกับต้วนหลิงเทียน แต่ในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้เจอกันแล้ว ตัวเขาก็คิดที่จะแสดงพลังให้ทุกคนได้ประจักษ์ โดยการเอาชนะต้วนหลิงเทียน พิสูจน์ตัวเองต่อทุกสายตา…

ว่าตัวเขาฉวีชิงยังคงเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 แห่งสถาบันบ่มเพาะขุนพล!

และเป็นตำนานที่ไม่มีผู้ใดสามารถก้าวข้ามไปได้ของสถาบันบ่มเพาะขุนพล!

ทว่าในยามนี้เมื่อเขาเริ่มต้นท้าทายต้วนหลิงเทียนให้มาประลองกับเขา ต้วนหลิงเทียนกลับไม่แยแส ซ้ำยังกล่าววาจาให้เขากลับไปพิจารณาตัวเอง … มันทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนโหมกระหน่ำขึ้นมาอย่างยากระงับ!

"ต้วนหลิงเทียน เจ้านี่มันช่างหน้าตัวเมียนัก!" สีหน้าของฉวีชิงนั้นดำมืดลงไปเพราะโทสะไม่น้อย เขากล่าวตะโกนคำเย้ยหยันด่ากราดต้วนหลิงเทียนที่เดินไปไกลแล้วออกมา

"หืม?" ต้วนหลิงเทียนที่กำลังเดินเคียงข้างเทียนหูอยู่ เมื่อได้ยินว่าฉวีชิงกล่าววาจาอะไร เขารั้งเท้าหยุดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะส่ายหัวไปมาพร้อมรอยยิ้ม และเดินหน้าต่อไป

"ถ้าเจ้าคิดว่า ส่งเสียงตะโกนโวยวายด่าทอเหยียดหยามข้า แล้วรู้สึกว่าจิตใจของเจ้าสูงส่งขึ้น หรือได้ระบายความอัดอั้นอันใด เจ้าก็เชิญกระทำได้อย่างเสรี … นี่ไม่ใช่ว่าข้าไม่กล้าสู้กับเจ้า แต่ข้ารังเกียจและขยะแขยงเหตุผลที่เจ้าคิดใช้ต่อสู้กับข้า ข้าไม่อยากลดตัวไปเสียเวลากับคนอย่างเจ้า" น้ำเสียงของต้วนหลิงเทียนพลันก้องกังวานขึ้นมาจากระยะไกล อีกทั้งน้ำเสียงนี้มันราวกับเหล็กแหลมร้อนลวกทะลวงรูหูของฉวีชิง

"ต้วนหลิงเทียน!" ฉวีชิงไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป …

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 183 อดีตอัจฉริยะอันดับ 1"

3.7 232 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
มิถุนายน 26, 2022
ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
Godly Empress Doctor
Godly Empress Doctor
มีนาคม 12, 2022
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
นักล่าปีศาจ
นักล่าปีศาจ
พฤศจิกายน 12, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (5)
  • แฟนตาซี (161)

© 2025 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz