หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 178 ต่ำกว่ากำเนิดแก่นแท้ ไม่แพ้ใคร

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 178 ต่ำกว่ากำเนิดแก่นแท้ ไม่แพ้ใคร
Prev
Next

เอาล่ะ ถ้าพวกเจ้าทั้ง 2 คนไม่อยากมีปัญหาบานปลายและไม่อยากตกตายอย่างโง่งม ก็อย่าให้มีคนที่ 4 รับรู้เรื่องราวในคืนนี้เป็นอันขาด อ่อ..นี่ย่อมไม่เว้นแม้แต่พระยาและก็ครอบครัวของพวกเจ้าด้วย" กล่าวจบคำต้วนหลิงเทียนก็เดินทางกลับบ้านทันที

"ขอรับนายน้อย" จางเฉวียนและจ้าวกัง รีบเก็บเงินแล้วก้าวตามต้วนหลิงเทียนไปทันที

ล้อกันเล่นหรือไร!

หากเรื่องในค่ำคืนนี้ถูกผู้อื่นล่วงรู้แล้วล่ะก็ พวกเขาคงไม่อาจหลีกหนีหายนะได้เป็นแน่ พวกเขาย่อมไม่มีวันคิดแพร่งพราย

เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นแม่ทัพที่มีผลงานมากมายในสนามรบ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นแม่ทัพคนสนิทของพระยา … แต่ตระกูลซูคงไม่สนเรื่องราวอะไรเช่นนั้น

เมื่อเวลานั้นมาถึงแม้แต่พระยาเองก็ไม่อาจช่วยเหลืออะไรพวกเขาได้

เมื่อต้วนหลิงเทียนกลับมาถึงบ้านพร้อมจางเฉวียนและจ้าวกัง ทั้งหมดก็แยกย้ายกลับไปนอนห้องใครห้องมันทันที …

ส่วนทางด้านตระกูลซูเองกำลังเต็มไปด้วยคำสนทนาคร่ำเคร่ง!

ตระกูลซูนั้นมีธุรกิจมากมายหลายอย่าง และแน่นอนว่าธุรกิจเกี่ยวกับโรงเตี๊ยมเองพวกเขาก็มีไม่น้อย …ทว่าวันนี้ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมเกษมสำราญของตระกูลซู กลับพบเจอกับภัยพิบัติ…

ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมเกษมสำราญคนดังกล่าวนั้น แน่นอนวาย่อมเป็นซูเลี่ยหลานชายคนหนึ่งของผู้อาวุโสหลักซูหนัน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หลานรักอย่างซูถงก็ตาม แต่มันก็โมโหไม่น้อยที่รับรู้ว่าหลานตนตกตายในห้องของตัวเอง ทั้งสภาพเปลือยเปล่า…

ปัง!!

ในห้องโถงของตระกูลซู ซูผอหยาประมุขของตระกูลซูระเบิดอารมณ์โดยการตบที่วางแขนของเก้าอี้ประมุขจนพังทลาย…อีกครั้ง อนิจจา…เก้าอี้มันพึ่งถูกเปลี่ยนเมื่อไม่นานนี้เอง ชะตาของมันช่างอาภัพนัก ไม่ทันไรก็พังทลายลงอีกแล้ว …การกระทำครั้งนี้ทำให้เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลซูเริ่มเบ้ปากพร้อมก่นด่าออกมาในใจ

ดูเหมือนว่าหลังจากจบประชุมวันนี้พวกมันต้องไปหาซื้อเก้าอี้ประมุขตัวใหม่อีกแล้ว…

"ผู้ใดสามารถบอกกข้าได้บ้างว่ามันเกิดเรื่องบัดซบอันใดขึ้น?" สีหน้าของซูผอหยาเคร่งขรึมขึ้น ก่อนจะกล่าวคำออกมาด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง สีหน้าท่าทางสง่างามของประมุขตระกูลซู มลายหายไปเหลือเพียงแต่ชายที่กำลังเต็มไปด้วยโทสะคนหนึ่ง

ตระกูลซูในช่วงนี้นั้นพบเจอแต่เรื่องราวบัดซบ และเต็มไปด้วยความสูญเสีย ราวกับผจญคลื่นมรสุม! ประการแรกสาวกอัจฉริยะมากพรสวรรค์ที่สุดในบรรดาสาวกหลักอย่างซูถงก็ต้องมาถูกทำลายตันเถียนกลับกลายเป็นคนพิการไร้สามารถ ประการที่สองก็เป็นเรื่องการถูกลดสิทธิ์เข้าศึกษาในสถาบันบ่มเพาะขุนพลลง และมายามนี้สาวกหลัก ที่เป็นผู้ดูแลกิจการโรงเตี๊ยม ดันถูกผู้คนสังหารอย่างลึกลับ!

"ประมุข หลานชายข้าตกตายอนาถนัก พวกเราต้องหาตัวคนร้ายและให้มันชดใช้ด้วยชีวิต!"อาวุโสหลักซูหนันที่นั่งเก้าอี้ต่ำกว่าประมุขตระกูลอย่างซูผอหยาหนึ่งขั้น กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะเจือความเศร้าโศก

ปัญหาแรกยังไม่ทันได้ถูกแก้ไข มายามนี้กลับเกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว!

แต่หากเป็นก่อนหน้านี้คำกล่าวนี้ของซูหนันคงมีผู้คนเห็นด้วยและสนับสนุนมันไม่น้อย

แต่ตอนนี้…

"ผู้อาวุโสหลัก จากที่ข้ารู้มา ซูเลี่ยหลานท่านคนนี้ มีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรนัก ได้ข่าวว่ามันนิยมข่มขืนกระทำชำเราอิสตรีสามัญ ซ้ำในห้องที่พบศพมันยังมีศพสตรีตกตายอยู่ด้วยคนหนึ่ง…ดูเหมือนว่านางจะตกตายเพราะขัดขืน … เป็นไปได้หรือไม่ ว่ามันได้กระทำการล่วงเกินสตรีของตัวตนที่กล้าแกร่งคนหนึ่งจนพบเจอวิบากกรรมนี้?" ชายชราที่นั่งฝั่งตรงข้ามของซูหนันกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส น้ำเสียงของเขาฟังดูเงียบสงบไร้เรื่องราว แต่ภายในใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความสุข เมื่อซูหนันประสบเรื่องร้าย

"ข้าคิดว่าที่ท่านผู้อาวุโสรองกล่าวก็มีเหตุผลไม่น้อย ท่านผู้อาวุโสหลัก ตัวท่านเองก็น่าจะรู้ซึ้งถึงการกระทำน่ารังเกียจนี้ของหลานชายท่านมานานแล้ว เหตุใดท่านจึงไม่คิดอบรมสั่งสอนมันเสียบ้างเล่า ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวเช่นนี้?"

"มิผิด หากท่านผู้อาวุโสหลักอบรมสั่งสอนซูเลี่ยเสียบ้าง ว่าสิ่งใดควรทำและสิ่งใดไม่ควรทำ แน่นอนว่ามันคงไม่ต้องตกตายอนาถเช่นนี้"

…

หลังจากนั้นผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็กล่าวในทำนองเห็นด้วยกับคำกล่าวของผู้อาวุโสรอง

ทั้งมีผู้อาวุโสบางคนที่กล่าววาจาด้วยน้ำเสียงแฝงความเย้ยหยันเอาไว้

นี่เพราะตั้งแต่พวกมันรับรู้ผลลัพธ์ของการกระทำวู่วามอย่างบัดซบของผู้อาวุโสหลัก จนเป็นเหตุทำให้ตระกูลซูสูญเสียสิทธิ์ในการส่งสาวกและคนของพวกมันเข้าสถาบันบ่มเพาะขุนพลถึง 2 คน! พวกมันจึงบังเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงขึ้นมาในหัวใจ

สิทธิ์ที่เหล่าผู้อาวุโสต่างช่วงชิงกันมาด้วยความยากลำบาก …มาบัดนี้มันกลับถูกทำให้ยากมาขึ้นเป็นเท่าตัว! และทั้งหมดนี้เป็นเพราะการกระทำสิ้นคิดของซูหนันทั้งสิ้น!

“พวกเจ้า….” ใบหน้าของซูหนันบิดเบี้ยวอย่างหนัก แต่ตัวมันเองย่อมรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไรตัวมันจึงถูกผู้คนรุมประณามเช่นนี้ และคำกล่าวของผู้อาวุโสเหล่านี้นั้น ล้วนมีเหตุผลจนมันไม่อาจโต้แย้งใดๆได้ทั้งสิ้น ทำให้มันรู้สึกอับจนหนทางนัก

"ประมุข แม้หลานชายข้าจะกระทำผิดจนต้องมีอันเป็นไป แต่จะอย่างไรมันก็เป็นถึงสาวกหลักของตระกูลซู เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะปล่อยให้มันตกตายไป…โดยไม่ต้องสนใจว่าผู้ใดเป็นคนร้าย?" ซูหนันมองไปยังซูผอหยาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด

"ฮึ่ม!" ซูผอหยาสบถออกมาอย่างเย็นชา “สังหารสาวกหลักของตระกูลซูคาที่พักเช่นนี้ หาได้แตกต่างอันใดกับการตบหน้าตระกูลซูของข้า…ถ่ายทอดคำสั่งของข้าออกไป ควาญหาตัวตนมือสังหารให้พบ หากแม้นมีผู้ใดให้เบาะแสะมือสังหารได้ ตบรางวัล 1,000,000 เหรียญเงิน!”

เช้าตรู่ของอีกวัน ต้วนหลิงเทียนตื่นขึ้นมาอย่างสดใส หลังจากที่เข้ามานั่งในชั้นเรียนของสถาบันบ่มเพาะขุนพลแล้ว เขาก็ได้ยินถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตระกูลซูเมื่อคืนทันที

"ตระกูลซูนี่นับว่าตระหนี่ไม่เบา ชีวิตของบุตรหลานสายหลักในสายตาของพวกมัน กลับมีราคาเพียงแค่ 1,000,000 เหรียญเงินเท่านั้น…น่าสงสารเจ้านักไออ้วนสารเลว" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ในใจเขาก็รู้สึกมีความสุขไม่น้อย

และพริบตาต่อมาประกายตาของต้วนหลิงเทียนพลันเต็มไปด้วยความเย็นชาแฝงอำมหิต "ซูหนันเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น… เมื่อเจ้ากล้าคิดตอแยและรังควาญจนสหายข้าเดือดร้อน ข้าจะเล่นงานเจ้าและตระกูลซูให้ย่อยยับ!"

ซูหนันอาวุโศหลักของตระกูลซู…มันคือตัวบัดซบที่ทำให้ซูหลี่ไร้ซึ่งหนทางจนต้องหลบหนีจากไป

ในช่วงบ่ายวันนั้น ต้วนหลิงเทียนก็ยังคงนั่งบ่มเพาะพลังงานบนกิ่งไม้ที่เดิมตามปกติ

ซู่มมม! วู้มมมมม!

คอขวดที่เขาคิดไว้ในตอนแรกว่าคงใช้เวลาอีกสักพักในการสั่งสมพลังงานต้นกำเนิดเพื่อทะลวงผ่าน อยู่ดีๆพลันทะลวงผ่านได้อย่างราบรื่น และตอนนี้ผลของการทะลวงผ่านก็ทำให้ต้วนหลิงเทียนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6

"เอ๋ อะไรกัน? ข้าตัดผ่านแล้ว?" ต้วนหลิงเทียนพลันลืมตาขึ้นมาและอดประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้ "ทำไมมันรวดเร็วแบบนี้ล่ะ?"

ต้วนหลิงเทียนนั้นไม่รู้เลยว่า วิชาบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามนั้น เป็นวิชาบ่มเพาะที่ขึ้นอยู่กับระดับจิตใจเป็นสำคัญ และอิทธิพลของความคิดนี้ก็นับว่ามีไม่น้อยเลยทีเดียว

เพราะเรื่องราวครั้งนี้ถึงขั้นทำให้ซูหลี่ต้องหลบหนีจากไป ทำให้ภายในใจของต้วนหลิงเทียนเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง ความอำมหิตและเด็ดเดี่ยว รวมทั้งความกระหายในพลังของทหารรับจ้างและหน่วยรบพิเศษที่ถูกความสงบสุขและครอบครัวสะกดเอาไว้ได้หวนคืนกลับมา…และตัวเขานั้นหากมีใครก็ตามที่มาคุกคามญาติพี่น้องแม้กระทั่งสหายของเขา เขาจะให้พวกมันได้ชดใช้กลับเป็นร้อยเท่าพันทวี!

และด้วยที่มีความคิดเช่นนี้ในใจ ทำให้เขาขวนขวายหนทางแห่งความแข็งแกร่ง และคิดล้างผลาญศัตรูให้ย่อยยับ ซึ่งบรรจงสอดคล้องกับแนวเส้นทางแห่งจักรพรรดิที่ต้องถากถางเส้นทางเลือดมุ่งสู่จุดสูงสุด เรียกได้ว่าจิตใจเขาเต็มไปด้วยรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดในการบ่มเพาะด้วยวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงครามอย่างแท้จริง ทำให้ระดับบ่มเพาะของต้วนหลิงเทียนพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็วที่เหนือกว่าเดิม สามารถทะลวงผ่านคอขวดระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 และก้าวเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6 ด้วยความพยายามเพียงนิดเดียวเท่านั้น!

และตราบใดที่ต้วนหลิงเทียนยังคงรักษาสภาวะจิตใจที่เต็มไปด้วยความกระหายที่จะล้างผลาญอริราชศัตรูและแสวงหาความแข็งแกร่งเช่นนี้แล้วล่ะก็ …ในอนาคตวิชาบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามจะรักษาระดับความรวดเร็วเช่นนี้เอาไว้และส่งผลอย่างมหาศาล

วิชาบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามนี้เป็นวิชาที่จักรพรรดิกลับชาติมาเกิดได้ใช้เวลาทั้ง 2 ชีวิตคิดค้นขึ้น และมันห่างไกลกับคำว่าสุดยอดวิชาบ่มเพาะไร้เทียมทานอยู่ไม่ไกลแล้ว มันเป็นวิชาบ่มเพาะที่ตัวจักรพรรดิสงครามคิดที่จะฝึกฝนในชีวิตที่ 3… กล่าวได้ว่ามันเป็นวิชาบ่มเพาะที่มีระดับสูงส่งกว่าสุดยอดวิชาบ่มเพาะในระดับสูงล้ำอย่าง กระบี่เทพเจ้าเหมันต์,เซียนอสูรสะคราญ และ เอกะดาราสะท้าน เสียอีก!

หลังจากที่ตัดผ่านมาถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6 ได้ต้วนหลิงเทียนก็บังเกิดความยินดีอย่างยิ่ง

"ฮ่าๆ หลังจากที่ข้ากลับบ้านไปคืนนี้ ข้าจะหลอมโอสถโลหิตมังกร และหลอมกลั่นร่างกายด้วยพลังงานก่อกำเนิดขั้นที่ 6 และเมื่อข้าเสร็จสิ้นการหลอมกลั่นบ่มเพาะร่างกาย… ข้าก็จะได้สั่งสมพลังงานก่อกำเนิดเพื่อทะลวงผ่านระดับ 7!" ต้วนหลิงเทียนบังเกิดความตื่นเต้นขึ้นมาภายในใจไม่น้อย

นี่เพราะเมื่อเขาสามารถผ่านกระบวนการหลอมกลั่นบ่มเพาะร่างกายด้วยพลังงานต้นกำเนิดระดับ 6 แล้วล่ะก็…ตัวเขาจะสามารถใช้ความแข็งแกร่งออกมาได้ถึง 16 ช้างแมมมอธโบราณโดยไม่ต้องพึ่งพากระบี่อ่อนดาราม่วงที่เป็นอาวุธวิญญาณของเขาแม้แต่น้อย!

และในฐานะที่กระบี่อ่อนดาราม่วงของเขาเป็นอาวุธวิญญาณระดับ 8 นั่นหมายความว่ามันมีความสามารถในการเพิ่มพลังให้แก่ผู้ถือครองถึง 20% …เมื่อเป็นเช่นนั้น ในยามที่เขาถือกระบี่อ่อนดาราม่วงและลงมือเต็มกำลัง เขาสามารถใช้ออกด้วยความแข็งแกร่งสูงถึง 19 ช้างแมมมอธโบราณ!

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 โดยทั่วๆไปในแผ่นดินนี้ มีความแข็งแกร่งแค่เพียง 12 ช้างแมมมอธโบราณเท่านั้น และพวกมันจะไม่มีวันมีความแข็งแกร่งสูงถึงระดับ 19 ช้างแมมมอธโบราณเป็นอันขาด หากไร้ซึ่งอาวุธวิญญาณระดับ 4 ในมือ!

แต่ไม่ต้องกล่าวถึงอาจักรนภาล่องแห่งนี้ เพราะต่อให้เป็นอาณาจักรพนาคราม ที่มีนิกาย ,ตระกูลและสำนักที่แข็งแกร่งมากมายดั่งต้นไม้ในป่า อีกทั้งยังมีผู้ฝึกยุทธ์ที่เชี่ยวชาญราวกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า ยังไม่มีผู้ใดที่ครอบครองอาวุธวิญญาณระดับ 4 ได้แม้แต่คนเดียว

อาจกล่าวได้ว่าหลังจากคืนนี้เป็นต้นไป เมื่อต้วนหลิงเทียนสามารถเสร็จสิ้นขั้นตอนบ่มเพาะหลอมกลั่นร่างกายไปแล้ว …ภายใต้อาณาจักรพนาครามและอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้ ต้วนหลิงเทียนจะเป็นตัวตนที่ไร้พ่ายใต้ระดับกำเนิดแก่นแท้โดยสมบูรณ์!

ตกเย็นในขณะที่ต้วนหลิงเทียนออกจากสถาบันบ่มเพาะขุนพลนั้น คิ้วของเขาพลันขมวดขึ้นเล็กน้อย

"น่าสนใจไม่เบา … ." รอยยิ้มหนาวเหน็บที่ยากจะปรากฏพลันฉายออกมาบริเวณมุมปากของต้วนหลิงเทียน

เขาสามารถตรวจพบได้ทันทีว่ายามนี้นอกจากจางเฉวียนและจ้าวกังที่กำลังติดตามและเฝ้ามองเขาอยู่ ยังมี อีก 3 ร่างลึกลับที่กำลังจับตาดูเขา …

"เฮ่อ…ผู้คนในโลกนี้มันจะไร้สามารถในการลอบติดตามผู้คนทั้งหมดจริงๆงั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนยักไหล่เล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปในซอยแคบซอยเดิม…

และคราวนี้เพียงแค่เขาย่างเข้ามาในซอยแคบและเปลี่ยวนี้ไม่นาน ร่าง 3 ร่างพลันแสดงตัวและปรากฏตัวออกมาโดยไม่ต้องให้เขารอคอยนาน พวกมันเมื่อออกมาก็แยกย้ายกันไปปิดทางหนีทั้งหมด และล้อมรอบตัวต้วนหลิงเทียนเอาไว้ 3 มุม

พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นชายวัยกลางคนที่มีท่าทางเย็นชาไร้อารมณ์ สายตาของพวกมันนั้นเหน็บหนาวนัก พวกมันมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาที่ราวกับเขาเป็นก้อนเนื้อที่ไร้ชีวิตไปแล้ว

"ลำพังพวกเจ้า 3 คน…คิดว่าสามารถเอาชีวิตข้าได้จริงๆหรือ?" รอยยิ้มเย้ยหยันโผล่ออกมาบริเวณมุมปากของต้วนหลิงเทียน เขาสามารถพบได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนทั้ง 3 คนที่ปิดล้อมเขาอยู่นั้นมีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้งราวๆขั้นที่ 1-3 เท่านั้น นับว่าพวกมันยังอ่อนด้อยกว่าไออ้วนระยำซูเลี่ย ที่เขาพบในโรงเตี๊ยมเกษมสำราญเมื่อคืนเสียอีก

"ยืนยันเป้าหมาย ฆ่า!" ชายวัยกลางคนๆหนึ่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา และเมื่อกล่าวจบคำร่างของมันพลันวูบวาบพุ่งตรงมายังต้วนหลิงเทียนโดยไม่คิดกล่าววาจา ส่วนชายวัยกลางคนอีก 2 คนก็ประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยมลงมือตามหลังกันมาติดๆ

เงาร่างช้างแมมมอธโบราณ 300 ตัวพลันปรากฏเหนือศีรษะชายวันกลางคนที่กล่าววาจาและลงมือคนแรก มันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขันที่ 2 เท่านั้น ส่วนอีก 2 คนนั้นมีระดับบ่มเพาะเพียงระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นแรกสุด

เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตี 3 ผสานของชายวัยกลางคนทั้ง 3 คนต้วนหลิงเทียนไม่มีความคิดที่จะต้องขยับตัวหลบหนีหรือทำอะไรแม้แต่น้อย แม้กระทั่งสะบัดแขนเสื้อให้อสรพิษน้อยทั้ง 2 จู่โจมก็ไม่คิดกระทำ

เพราะในขณะที่ชายวัยกลางคนทั้ง 3 เริ่มลงมือนั้น …

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ร่าง 2 ร่างที่มีความเร็วราวกับเส้นแสงและเหนือกว่าชายวัยกลางคนทั้ง 3 มากมายนักพลันปรากฏตัวออกมาข้างๆต้วนหลิงเทียนและปกป้องเขาทันที

เหนือศีรษะชายทั้ง 2 นั้นมีช้างแมมมอธโบราณฉายออกมา 1,000 เงาร่าง

"ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 7 วิญญาณแรกก่อตั้ง!" สีหน้าชายวัยกลางคนทั้ง 3 กลับกลายเป็นร้ายแรง

"ข้อมูลผิดพลาด ถอยก่อน!" ร่างของชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 2 เริ่มสั่นสะท้านกลางอากาศ เมื่อขาของมันแตะพื้นดินมันเปลี่ยนทิศทางย้อนกลับไปทันที

ส่วนชายวัยกลางคนอีก 2 คนนั้นก็รีบระงับการจู่โจมและเปลี่ยนเป็นหลบหนีไปเช่นกันพวกมันแยกย้ายกันหลบหนีออกเป็น 3 ทางอย่างรู้งาน

"ฮึ่ม!" ราวกับพายุกรรโชกร่างหนึ่งพุ่งไปราวเส้นแสงอัสนีในทิศทางที่ผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 2 หลบหนีไป

ส่วนอีกร่างก็ตามไปจัดการผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 1 โดยไม่รีรอ

“ไว้ชีวิตพวกมันสักคน” ต้วนหลิงเทียนมองศัตรูครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวสั่งออกมา

เขาอยากรู้ว่าเป็นผู้ใดที่ส่ง 3 คนนี้มา … แต่ไม่ว่าใครเป็นคนส่งพวกมันมา…ราคาของเรื่องราวครั้งนี้เขาจะให้มันชำระพร้อมดอกเบี้ย!!

หลังกล่าวจบคำพริบตาจางเฉวียนก็ฝาดฝ่ามือทำร้ายผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 2 จนอาการสาหัสและคว้าจับมันเอาไว้ราวกับอินทรีย์ตะปบเหยื่อ ก่อนที่จะลากตัวมันกลับมาหาต้วนหลิงเทียน

ส่วนอีกด้านหนึ่งตอนนี้จ้าวกังสังหารไปแล้ว 1 คนและตามไปจับอีกคนได้ในเวลาไม่นานและจับมันมาเช่นกัน เพราะเขาไม่รู้ว่าจางเฉวียนพลังมือสังหารอีกคนไปแล้วหรือไม่ กันเอาไว้ย่อมดีกว่าแก้

"เอาล่ะ ตราบใดที่พวกเจ้าเอ่ยนามผู้ที่จ้างวานให้มาฆ่าข้า ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป" ต้วนหลิงเทียนค่อยๆเดินไปหาร่างยายผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 2 อย่างช้าๆ สายตาของเขาจับจ้องไปที่มันด้วยความเย็นชา น้ำเสียงของเขายามเอ่ยมันเรียบเย็นไม่แยแสความเป็นตายพวกมันแม้แต่น้อยราวกับดังขึ้นมาจากก้นบึ้งนรก

ทว่าทันใดนั้นเองสีหน้าของต้วนหลิงเทียนพลันเต็มไปด้วยโทสะ

เพราะภาพที่ควรจะปรากฏแต่ในนิยายกำลังภายในของชาติภพที่แล้ว พลันปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา!!

ชายวัยกลางคนทำการขบเคี้ยวฟันกรามจนแตก ก่อนยาพิษที่พวกมันซ่อนเอาไว้จะไหลออกมา พรากชีวิตพวกมันไปด้วยความยินยอมของเจ้าของ!

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 178 ต่ำกว่ากำเนิดแก่นแท้ ไม่แพ้ใคร"

3.7 232 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
มีนาคม 12, 2022
นักล่าปีศาจ
นักล่าปีศาจ
พฤศจิกายน 12, 2023
Dragon Kings Son-In-Law
Dragon Kings Son-In-Law
มีนาคม 12, 2022
Naruto-Time-Control
ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล)
ตุลาคม 23, 2024
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (5)
  • แฟนตาซี (161)

© 2025 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz