หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 177 สร้างปัญหาใหญ่หลวง

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 177 สร้างปัญหาใหญ่หลวง
Prev
Next

หลังจากที่เดินออกจากเขตของจวนเจ้าพระยาไปสักพัก ต้วนหลิงเทียนก็หยุดเดินราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เขาหันไปมองจางเฉวียนกับจ้าวกัง ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาว่า "พวกเจ้าทั้ง 2 คนแต่งงานแล้วหรือไม่?"

ทั้ง 2 คนพยักหน้าออกมา พร้อมทั้งบนสีหน้าเริ่มฉายชัดออกมาถึงรอยยิ้มเต็มไปด้วยความสุขและโหยหา ดูเหมือนยามนี้พวกมันจะนึกถึงภรรยารวมทั้งครอบครัวที่บ้านเสียแล้ว

หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกไปอีกสักครู่ก็พบว่า ที่แท้ครอบครัวของพวกมันก็อาศัยอยู่ที่จวนเจ้าพระยาเช่นกัน

หลังจากที่นำทั้ง 2 มาถึงบ้าน ต้วนหลิงเทียนก็เรียกชิ่งหรูออกมา "ชิ่งหรู เจ้าให้เด็กๆไปทำความสะอาดห้องให้พวกเขาทั้ง 2 คนหน่อยสิ ตั้งแต่วันนี้พวกเขาจะมาอยู่บ้านของเราด้วย"

"ได้ค่ะนายน้อย" หลังจากที่ชิ่งหรู จากไปเพื่อทำหน้าที่ สีหน้าของต้วนหลิงเทียนก็เคร่งขรึมขึ้น เขาหันไปจ้องทั้ง 2 ด้วยสายตาจริงจังและเอ่ยปากออกมา "นอกเหนือจากข้ากับเจ้าทั้ง 2 คนและคนในบ้านนี้ ข้าหวังว่าคงไม่มีผู้ใดแม้แต่พระยา ค้นพบที่ตั้งของบ้านหลังนี้ … พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?"

"เข้าใจขอรับนายน้อย" จางเฉวียนกับจ้าวกังนั้นเป็นทหาร แน่นอนว่าพวกมันรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด และเมื่อพวกมันเป็นคนของต้วนหลิงเทียนแล้วแน่นอนว่าพวกมันยึดถือคำสั่งของต้วนหลิงเทียนเป็นที่สุดนับจากวันนี้ไปจนครบปี

"ในอนาคต เจ้าทั้ง 2 จะต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ 3 วัน และสามารถกลับไปยังจวนเจ้าพระยาได้ 1 วัน… นอกจากนั้นในช่วงที่ข้าอยู่ในสถาบันบ่มเพาะขุนพล พวกเจ้าสามารถกลับไปหาครอบครัวพวกเจ้าได้ แต่พวกเจ้าต้องออกมารอข้านอกสถาบันบ่มเพาะขุนพลในช่วงหัวค่ำ" ต้วนหลิงเทียนกล่าวสั่งออกมาอย่างต่อเนื่อง

"ขอบคุณมากขอรับ นายน้อย" จางเฉวียนและจ้าวกังนั้นได้ทำใจที่จะแยกจากครอบครัวเอาไว้แล้วเป็นเวลา 1 ปีเต็ม แต่พวกเขาไม่เคยคิดแม้สักครั้งแม้ยามหลับฝันก็ตาม ว่าต้วนหลิงเทียนจะเข้าใจหัวอกพวกเขาเช่นนี้ …ภายในใจของพวกเขาบังเกิดความสำนึกในบุญคุณนี้ขึ้นมา

ไม่นานหลังจากนั้นชิ่งหรูก็สั่งให้คนรับใช้ทำความสะอาดของห้องจางเฉวียนและจ้าวกังเสร็จสิ้น แล้วต้วนหลิงเทียนก็ปล่อยให้พวกมันไปพักที่ห้องของพวกมัน ก่อนที่จะเดินไปยังล้านบ้านด้านหลัง

"ตัวเลวร้าย 2 คนที่เจ้านำกลับมาด้วยเป็นผู้ใดกันหรือ?" ลี่เฟยกล่าวถามซอกแซกออกมา

"พวกเขาเป็นคนของท่านลุงนี่ ที่ข้ายืมมาใช้งานน่ะ" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมยิ้มบางๆ

ลี่เฟยพยักหน้ารับคำเบาๆ และไม่ได้สนใจอะไรอีก นางย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีว่าต้วนหลิงเทียน มีเหตุผลของเขา

หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็อยู่สนทนากับสตรีทั้ง 3 จนมืดค่ำก่อนที่จะกลับห้องไป

เขาหยิบเอกสารข้อมูลที่ฝากพระยานี่เหวี่ยหามาให้ขึ้นมาดูทันที

นี่เป็นข้อมูลธุรกิจทั้งหมดของตระกูลซู ที่อยู่ในเมืองหลวง อีกทั้งยังมีข้อมูลของผู้ดูแลธุรกิจเหล่านั้นอย่างละเอียด

ต้วนหลิงเทียนนั้นอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจขึ้นมาเมื่อนั่งอ่านข้อมูลต่างๆ "อย่างที่คิดไว้ไม่ผิดว่า 1 ใน 3 ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงนี้มันต้องไม่ธรรมดา ธุรกิจของพวกมันช่างกระจายไปทั่วนัก ไม่ว่าเมืองชั้นนอกหรือชั้นในล้วนมีกิจการของพวกมันเปิดอยู่ทั้งสิ้น …โรงเตี๊ยม, ร้านอาวุธ, ร้านโอสถ, เหลาอาหาร…ทุกอย่างที่จำเป็นล้วนเป็นหนึ่งในธุรกิจห้างร้านของพวกมันแทบทั้งสิ้น "

"นอกจากนั้นแล้วทุกคนที่เป็นผู้ดูแลกิจการเหล่านี้ยังมีระดับบ่มเพาะระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง"

สักพักต้วนหลิงเทียนก็จับจ้องไปยังข้อมูลของบุคคนหนึ่งที่เขารู้สึกสนใจ

"ซูเลี่ย ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 3 หลานชายของผู้อาวุโสหลักซูหนันแห่งตระกูลซู มันรับผิดชอบดูแล โรงเตี๊ยม เกษมสำราญของตระกูลซู เรื่องราวที่มันชื่นชอบที่สุดคือร่วมอภิรมย์กับหญิงชาวบ้านธรรมดาในรูปแบบของการข่มขืน …ซ้ำยังชอบข่มขืนจนสตรีตกตาย เคยฆ่าล้างตระกูลของคนธรรมดาไปถึง 7 ตระกูลเพื่อแย่งชิงสตรี… "

ในขณะที่อ่านถึงตรงนี้แววตาของต้วนหลิงเทียนก็เรืองวูบขึ้นมาด้วยความอำมหิต เขากล่าวออกมาอย่างเย้ยหยันว่า “ไม่ผิดตัวอย่างแน่นอน อุบาทว์ทั้งลุงทั้งหลานเช่นนี้ …เอาไอ้บัดซบนี่คนแรกก็แล้วกัน”

หลังจากที่จดจำข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เก็บเอกสารข้อมูลกลับลงแหวนมิติ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องของเขาไปยังล้านกว้างด้านหน้า ต้วนหลิงเทียนเรียกจางเฉวียนกับจ้าวกังออกมา ก่อนที่จะนำพาพวกมันติดตามออกจากบ้านไป

ยามดึกสงัดนั้นช่างวังเวง บนถนนหนทางไร้ผู้คนสัญจร

ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็นำทั้ง 2 ไปหยุดอยู่ด้านข้างโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

"นายน้อยท่านพาพวกข้ามาทำอันใดที่นี่หรือขอรับ?"จางเฉวียนสงสัยเล็กน้อย

"ฆ่าคน!" สายตาของต้วนหลิงเทียนเต็มไปด้วยความเย็นชา

จางเฉวียนและจ้าวกังพลันสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บ เด็กหนุ่มอายุเพียงเท่านี้ เหตุใดจึงเอ่ยเรื่องการสังหารผู้คนออกมาได้อย่างสงบไร้เรื่องราว ราวกับคีบผักเช่นนี้กัน?

ถึงแม้ว่าพวกเขาเองก็สังหารเข่นฆ่าชีวิตผู้คนไปมากมายในสนามรบ แต่จะอย่างไรนั่นมันก็เป็นในสนามรบ หาได้เหมือนกันกับการสังหารผู้คนในเมืองหลวงเช่นนี้ไม่ มันมีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง

"ดูเหมือนโรงเตี๊ยมนี้จะเป็น หนึ่งในธุรกิจของตระกูลซู"ม่านตาของจางเฉวียนหดแคบลงเล็กน้อย

"ไปกันเถอะ!" ต้วนหลิงเทียนพาพวกเขาเดินเลียบกำแพงเพื่อหาจุดเหมาะสม ก่อนที่จะพาพวกเขาปีนขึ้นไปบนหลังคาโรงเตี๊ยม

จางเฉวียนและจ้าวกังเองก็ติดตามเขาไปอย่างเชื่อฟัง

หลังจากที่ใช้เวลาค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็สามารถยืนยันที่ตั้งของเป้าหมายครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน เขารีบมุ่งหน้าไปเหนือหลังคาห้องที่เป้าหมายอยู่ทันที

"อย่า …ได้โปรด … เมตตาข้าน้อยด้วยเถิดเจ้าค่ะ … อย่าทำข้าน้อยเลย … " เสียงอิสตรีกรีดร้องอ้อนวอนดังขึ้นมาจากภายในห้อง

ต้วนหลิงเทียนค่อยๆแกะกระเบื้องมุงหลังคาก่อนที่จะนำมันออกอย่างเบามือ เพื่อดูสถานการณ์ภายในห้องให้ชัดแจ้ง

ภายในห้องมีบุรุษร่างใหญ่โตมหึมาอ้วนท้วนสมบูรณ์ทุกส่วนเต็มไปด้วยเนื้อไขมัน กำลังพยายามทำร้ายและรังแกสตรีร่างเล็กที่มีรูปโฉมค่อนข้างดีแต่งตัวธรรมดา เห็นได้ชัดว่านางคงเป็นเพียงชาวเมืองธรรมดาและไม่เต็มใจมาที่แห่งนี้ นางทำได้เพียงพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิตอย่างไร้ความหมาย

"อีนังแพศยา เล่นตัวนักนะ!" ทันใดนั้นก้อนเนื้อขนาดใหญ่โตหมดสิ้นความอดทน มันถีบร่างสตรีบอบบางนั้นจนกระเด็นไปกระแทกผนังอย่างแรง ลมหายใจสุดท้ายของนางค่อยๆดับไปอย่างไม่ยินยอม 1 ชีวิตไม่เดียงสาจบสิ้นลงอย่างน่าเวทนา

ต้วนหลิงเทียนและแม่ทัพอีก 2 คนไม่คาดคิดเลยสักนิดว่าจะมาเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้

ถึงแม้ว่าต้วนหลิงเทียนจะมีโทสะขึ้นมาไม่น้อยแต่เขายังคงสงบนิ่งและสงวนท่าทีเอาไว้ไม่ผลีผลามวู่วาม

"ชาติชั่ว!" อย่างไรก็ตามแม่ทัพทั้ง 2 คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีมาตลอด และมีประสบการณ์เข่นฆ่าสังหารศัตรูมากมายในสนามรบกลับกราดเกรี้ยวจนไม่อาจทานทนได้ พวกเขาคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงแหบต่ำสีหน้าของพวกเขาคล้ำลงด้วยอำมหิต

"ใคร?" ก้อนเนื้อชั่วๆในห้องพลันได้ยินเสียงและรังสีอำมหิต ทันใดนั้นมันพลันแหงนหน้าขึ้นมาด้านบน ก่อนที่จะพบว่ากระเบื้องมุงหลังคาถูกนำออกไปแผ่นหนึ่ง

"เจ้าสองคนนี่… เฮ่อ…ให้มันได้ยังงี้สิ… " ต้วนหลิงเทียนมองไปยังจางเฉวียนและจ้าวกังก่อนที่จะส่ายหัวออกมาอย่างอ่อนใจ พร้อมกล่าวว่า "ดูเหมือนว่าบทเรียนแรกที่ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าคงไม่พ้น ต้องเป็นเรื่องควบคุมอารมณ์แล้วล่ะ… เอาล่ะๆ จะอย่างไรตอนนี้เป้าหมายก็รู้ตัวเพราะความสะเพร่าของพวกเจ้า ข้าก็จะให้พวกเจ้าจัดการมันด้วยตัวเองแล้วกัน" ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบก็ผายมือออกราวกับเขาต้องสั่งเช่นนี้ออกมาเพราะช่วยไม่ได้

จางเฉวียนกับจ้าวกังนั้นรอคำสั่งนี้ของต้วนหลิงเทียนมานานแล้ว แทบจะทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจาจบคำ ขาของพวกเขาก็กระทืบหลังคาจนพัง ทิ้งตัวลงไปในห้องอย่างรวดเร็ว

ต้วนหลิงเทียนเองก็ตามลงมาด้วยเช่นกัน

"หัวขโมยสวะเช่นพวกเจ้ามาจากที่ใดกัน เจ้ากล้าขึ้นบ้านนายน้อยผู้นี้ได้อย่างไร ก่อนออกปล้นเจ้ามิได้สืบเรื่องราวก่อนงั้นรึ? รู้หรือไม่ว่าน้อยน้อยผู้นี้เป็นผู้ใด?" ตัวบัดซบสารเลวเต็มไปด้วยก้อนเนื้ออุบาทว์ หรือซูเลี่ยหลานชายคนหนึ่งของอาวุโสหลัก ได้แสดงท่าทางโอหังออกมาต่อหน้าของกลุ่มต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 คน

"อย่างไรก็ตาม ในเมื่อพวกเจ้ามาแล้วก็ตายอยู่ที่นี่แล้วกัน!" ไขมันบ่นร่างซูเลี่ยกระเพื่อมเล็กน้อย ก่อนที่เงาร่างช้างแมมมอธโบราณจะปรากฏเหนือศีรษะมัน 400 ตัว อันหมายความว่าตัวมันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 3 มันเคลื่อนร่างอ้วนท้วมกระโจนเข้าหากลุ่มต้วนหลิงเทียนด้วยความดุร้าย

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

ซูเลี่ยสะบัดฝ่ามืออ้วนกลม 3 ครั้งติดต่อกัน ส่งกระบวนท่าฝ่ามือที่ควบแน่นพลังงานต้นกำเนิดจนมีสภาพ ซัดใส่กลุ่มของต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 คน

"สวะ!" จางเฉวียนและจ้าวกังพลันลงมืออย่างพร้อมเพรียง เงาร่างช้างแมมมอธโบราณเหนือศีรษะของพวกเขาพลันฉายชัดออกมาคนละ 1,000 ตัว…ช้างแมมมอธโบราณถึง 2,000 ตัวลอยเด่นกลางนภาด้วยท่วงท่าสง่าราวกับจะกระทีบทลายชั้นฟ้า!

"อะไร ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 ทั้ง 2 คน?" ซูเลี่ยตกตะลึงพรึงเพริด ตอนแรกมันคิดว่าทั้ง 3 เป็นเพียงโจรกระจอกโง่งม ที่หาญกล้ามาปล้นผิดบ้าน แต่ไม่คิดเลยว่าในกลุ่มจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 อยู่ถึง 2 คนเช่นนี้ สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นซีดเผือดท่าทางมันเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว

“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?” ซูเลี่ยกล่าวถามออกมาอย่างร้อนรน

แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้รับคำตอบ แต่กลับได้รับโทสะอันเกรี้ยวกราดของจางเฉวียนและจ้าวกังแทน ….

หลังจากสลายพลังงานต้นกำเนิดที่เกิดจากการฟาดตบฝ่ามือของซูเลี่ยทั้ง 3 ลงได้อย่างง่ายดาย กระบวนท่าสังหารที่รวดเร็วดุดันของสองแม่ทัพก็พุ่งไปซัดร่างของซูเลี่ยด้วยความเร็วสูง

ร่างที่เต็มไปด้วยไขมันของซูเลี่ยพลันดิ้นพล่านก่อนที่จะจบชีวิตลงอย่างรวดเร็ว

ต้วนหลิงเทียนเองก็เดินเข้าไปอย่างไร้อารมณ์หยิบแหวนมิติบนนิ้วของซูเลียขึ้นมาก่อนจะสร้างพันธะครอบครองทันที

เมื่อเห็นกองตั๋วเงินในแหวนมิติ ประกายตาของต้วนหลิงเทียนก็เรืองวูบออกมาด้วยความพอใจ ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยเสียงพึมพำ "ตั๋วเงินและแท่งเงินนี้คงมีมูลค่ารวมกันราว 7 -8 ล้านเหรียญเงินเห็นจะได้ … ไม่เลวนัก"

"7… 7 หรือ 8 ล้านเหรียญเงิน?" จางเฉวียนและจ้าวกังพลันตกตะลึง

"นายน้อยขอรับ ไออ้วนบัดซบนี้เป็นผู้ใดกันแน่?" ขางเฉวียนพลันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สังหรณ์อันตรายพลันตั้งเค้าลางขึ้นในใจ

"อะไร? เจ้าไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่เจ้ายังลงมือทุบตีมันจนตายอีกงั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนพูดไม่ออก

"แต่ก็ดี เพราะจะยังไงเป้าหมายที่ข้ามาที่นี่แต่แรกก็เพื่อสังหารมันอยู่แล้ว… ไออ้วนนี่เรียกว่าซูเลี่ยเป็นผู้ดูแลกิจการโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ส่วนตัวตนของมันนั้นก็…เป็นทายาทสายหลักของตระกูลซู อีกทั้งยังเป็นหลานชายคนหนึ่งของซูหนัน ผู้อาวุโสหลักตระกูลซู" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมารวดเดียวโดยไม่พักหายใจอย่างไม่แยแส พร้อมยักไหล่

สีหน้าของจางเฉวียนและจ้าวกังพลันซีดลงลง … สาวกสายหลักของตระกูลซู!

สวรรค์ช่วย ต่อให้เป็นท่านพระยาเองก็คงไม่กล้าเข่นฆ่าสาวกสายหลักของตระกูลซูเช่นนี้ ใช่หรือไม่?

"อะไรกัน พวกเจ้า 2 คนไม่ได้คิดว่ามันสมควรตายหรอกหรือ?"ต้วนหลิงเทียนสังเกตเห็นสีหน้าแปลกๆของทั้ง 2 คนก่อนจะเอ่ยขึ้นมา ดูเหมือนตอนนี้ทั้ง 2 คนจะลืมโทสะก่อนที่จะลงมือสังหารมันอย่างดุร้ายแล้วใช่หรือไม่?

“ท่านผู้ดูแลเกิดอันใดขึ้นหรือไม่?” ทันใดนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังขึ้นและดูเหมือนกำลังเดินมาทางนี้อีกด้วย

"ถ้าพวกเจ้าไม่อยากถูกผู้ใดพบตัวรีบหนีเร็วเข้า!" ต้วนหลิงเทียนตวาดจางเฉวียนและจ้าวกังก่อนจะจับจ้องพวกมันด้วยแววตาจริงจัง และรีบกระโดกลับขึ้นหลังคาและหลบหนีไปทันที

จางเฉวียนและจ้าวกังเองก็ไม่กล้าลังเล พวกมันรีบติดตามต้วนหลิงเทียนหลบหนีไปทันที

หากพวกมันปล่อยให้คนของตระกูลซูรู้ว่าพวกมันเป็นคนสั่งหารซูเลี่ยแล้วล่ะก็ แม้แต่พระยาเองก็ไม่อาจช่วยเหลืออะไรพวกมันได้

เพราะนี่มันเป็นถึงสาวกสายหลักของตระกูลซู!

ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลซูขึ้นชื่อเรื่องการรักษาหน้าตามากที่สุด การฆ่าสาวกสายหลักตระกูลซูคาบ้านเช่นนี้ แทบไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าตระกูลซูฉาดใหญ่

หลังจากหลบหนีออกจากโรงเตี๊ยมและผ่านไปหลายถนน ต้วนหลิงเทียนก็หยุดร่างลง

"เป็นอย่างไรเล่า รู้สึกพอใจหรือไม่ ที่ได้ฆ่าเศษสวะรกแผ่นดิน?" ต้วนหลิงเทียนยิ้มกว้างในขณะที่มองทั้ง 2 คน

"มันก็น่าพอใจอยู่หรอกขอรับ …แต่จะอย่างไรก็ตาม มันเป็นถึงสาวกสายหลักของตระกูลลี่ หากพวกมันค้นพบว่าพวกเราเป็นผู้ลงมือแล้ว พวกเราต้องจบสิ้นอย่างแน่นอน!" จางเฉวียนเพียงเผยยิ้มขมขื่นออกมา เขารู้สึกเริ่มแสดงท่าทางเสียใจออกมาไม่น้อย หลังจากที่เลือกออกจากจวนเจ้าพระยาติดตามชายหนุ่มคนนี้มา …ยังไม่ทันไรเขาก็ลงมืออุกอาจสังหารผู้คน นำภัยร้ายแรงมาสู่ตัวเสียแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ได้เรียนทักษะอันใดทั้งสิ้น

แม้ว่าจ้าวกังจะไม่ได้กล่าววาจาอันใดออกมา แต่สีหน้าทาทางของมันคงไม่พ้นกำลังคิดเห็นเช่นเดียวกันกับจางเฉวียน

“เจ้ากล่าวออกมาเอง ว่าหากพวกมันรู้ เช่นนั้นพวกเราก็อย่าให้มันรู้เสียก็สิ้นเรื่อง” ต้วนหลิงเทียนถึงกับเหวอแทบกล่าวคำไม่ออก สมองของพวกมันผิดปกติหรือไม่ เหตุใดทัศนคติมันตื้นเขินเช่นนี้?

ปับ!

ต้วนหลิงเทียนยกมือขึ้นมาก่อนที่จะหยิบตั๋วเงินออกจากแหวนมิติ และแบ่งมันเป็น 2 กอง ส่งให้ทั้ง 2 คน "คืนนับว่าได้กำไรไม่เลว ..นี่ 2,000,000 เหรียญเงิน พวกเจ้าแบ่งไปคนละ 1,000,000 เหรียญเงิน!"

1,000,000 เหรียญเงิน?

จางเฉวียนและจ้าวกังถึงกับสะอึกตาค้างราวกับตัวโง่งม

พวกมันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง ซ้ำยังหาได้เป็นคนธรรมดาแต่เป็นถึงแม่ทัพ! ทว่าทรัพย์สมบัติและความมั่งคั่งที่พวกมันเก็บหอมรอมริบมาเกือบครึ่งชีวิตจากกองทัพ ยังมีเพียงไม่กี่แสนเหรียญเงินเท่านั้น

แต่ตอนนี้พวกมันพึ่งสังหาร ก้อนเนื้ออุบาทว์ชาติชั่วสมควรตายสถานะไม่ธรรมดาไปคนเดียว พวกเขากลับทำเงินได้มากมายขนาดนี้

ทั้ง 2 คนต่างกำลังสงสัยว่าหลับฝันอยู่หรือไม่!

อย่างไรก็ตามทั้ง 2 คนไม่กล้ารับเงินต้วนหลิงเทียนและผลักมันกลับไป "นายน้อยพวกเราไม่อาจรับเงินก้อนนี้ได้"

ต้วนหลิงเทียนนั้นไม่สนใจท่าทางอะไรของพวกมันเขาผลักเงินไปและจับยัดใส่มือ ก่อนที่จะกล่าวออกมาราวกับรำคาญ "อย่าลีลารีบรับเงินแล้วเอาไปเก็บ เรื่องราวในคืนนี้นับว่าเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ข้านายน้อยสัญญาว่าหากพวกเจ้ายังติดตามข้านายน้อยอยู่แล้วล่ะก็ ในอนาคตพวกเจ้าต้องได้รับผลตอบแทนมหาศาล! "

ค่ำคืนนี้เพียงการเริ่มต้น?

จางเฉวียนและจ้าวกังถึงกับร้องไม่ออก ตอนนี้พวกมันรู้สึกชีวิตต้องมาพัวพันเรื่องราวใหญ่หลวงแล้ว…

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 177 สร้างปัญหาใหญ่หลวง"

3.7 232 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
Tales of Herding Gods
Tales of Herding Gods
มีนาคม 12, 2022
Gate of God
Gate of God
พฤษภาคม 17, 2022
มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
มีนาคม 12, 2022
Crazy  Leveling  System
Crazy Leveling System
พฤษภาคม 17, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (5)
  • แฟนตาซี (161)

© 2025 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz