หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 176 สองแม่ทัพ!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 176 สองแม่ทัพ!
Prev
Next

ชายวัยกลางคนทั้ง 2 รู้สึกขนพองสยองเกล้าโดยพลัน เหงื่อเม็ดเขื่องเริ่มผุดออกมาจากหว่างคิ้ว พวกมันหันกลับมามองด้านหลังด้วยความหวาดกลัว

และเมื่อหันกลับมาพบ ชายหนุ่มชุดสีม่วง ที่พวกมันได้สะกดรอยตามมาก่อนหน้านี้ สีหน้าพวกมันฉายชัดออกมาถึงความเหลือเชื่อ

ชายหนุ่มคนนี้ วกกลับมาตลบหลังพวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่?

เหตุใดพวกมันไม่อาจจับสัมผัสได้แม้แต่น้อย

ชายวัยกลางคนทั้งสองต่างหันหน้ามองกันเองอย่างไม่รู้ตัว ต่างฝ่ายเห็นเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของอีกฝ่าย

และในขณะที่ชายวัยกลางคนทั้งสองคนหันกลับมา ต้วนหลิงเทียนก็มองหน้าพวกมันอยู่เช่นกัน ทั้งยามนี้มุมปากของต้วนหลิงเทียนยังแสยะยิ้มออกมาอย่างเย็นชา

"ผู้ใดเป็นคนส่งพวกเจ้าทั้ง 2 คนมา?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทว่ามันแฝงความหงุดหงิดเอาไว้ไม่น้อย

ครืนน!

ทันใดนั้นจิตสังหารน่าพรั่นพรึง เต็มไปด้วยความกระหายเลือดแผ่ซ่านล้นทะลักออกจากร่างกายต้วนหลิงเทียน และกดทับไปยังชายวัยกลางคนทั้ง 2 อย่างไม่อ่อนข้อ …

ใบหน้าของชายวัยกลางคนทั้ง 2 แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด

มันเป็นเรื่องเหนือจินตนาการของพวกมันไปไกลโข ที่ชายหนุ่มอายุราวๆ 18 ปี จะมีจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

ทันใดนั้นชายวัยกลางคนทั้ง 2 ทำได้เพียงแผ่จิตสังหารออกมาต้านทานจิตสังหารที่น่าหวาดหวั่นของต้วนหลิงเทียนเท่านั้น

แม้นทั้ง 2 คนจะใช้แผ่จิตสังหารออกมารุมต้านทานจิตสังหารของต้วนหลิงเทียน แต่ทว่าจิตสังหารของพวกมันทำได้เพียงฝืนรั้งจิตสังหารของต้วนหลิงเทียนไว้ได้แค่นิดเดียวทั้งนั้น ไม่อาจต้านทานได้ไหวเกินครึ่งลมหายใจ

"หืม?" คิ้วของต้วนหลิงเทียนขมวดขึ้นเล็กน้อย เมื่อสัมผัสถึงจิตสังหารจากชายวัยกลางคนทั้ง 2 …อยู่ๆ สีหน้าเย็นชาของเขาพลันเริ่มละลายกลับกลายเป็นปกติ ทั้งยังรั้งจิตสังหารกลับมาทันที

ชายวัยกลางคนทั้ง 2 ทำได้เพียงระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก สีหน้าของพวกมันยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

พวกมันแม้นอนหลับฝันยังไม่เคยคิดเลยว่า ชายหนุ่มที่มีระดับบ่มเพาะเพียงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 จะสามารถใช้จิตสังหารกดดันพวกมันจนย่ำแย่ถึงเพียงนี้ได้

นี่ถ้าหากว่าตรงหน้าไม่แสดงรูปลักษณ์เป็นชายหนุ่มอายุราวๆ 18 ปีอยู่ล่ะก็ พวกมันคงคิดว่า คนตรงหน้าต้องเป็นขุนพลที่แข็งแกร่งน่าพรั่นพรึงคร่าชีวิตมนุษย์ในสนามรบมาแล้วเป็นหมื่นๆ อย่างแน่นอน ….

"พวกเจ้ากลับไปบอกท่านลุงนี่เหวี่ยเถอะ ว่าความหวังดีครั้งนี้ข้าขอรับเอาไว้ด้วยใจก็พอ" หลังจากที่กล่าววาจาจบสิ้นต้วนหลิงเทียนก็เดินผ่านชายทั้ง 2 และมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างปกติ

"ทะ … ท่านรู้ว่าพวกเราเป็นใคร?" ชายวัยกลางคนทั้ง 2 คนประหลาดใจไม่น้อย

"ฮึ่ม! จิตสังหารอันเป็นเอกลักษณ์ ที่มีกลิ่นอายฆ่าฟันในสนามรบเช่นนี้ นอกจากแม่ทัพนายกองที่ผ่านสมรภูมิรบมาแล้ว จะมีใครครอบครองมันได้อีกกันเล่า" ร่างของต้วนหลิงเทียนค่อยๆจางหายเพราะเดินจากไปไกล ทว่าวาจาที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจากทำให้สีหน้าของพวกมันบิดเบี้ยวเหมือนท่ารกเจอยาขม

จิตสังหาร ของผู้ที่ผ่านสมรภูมิรบมาแล้วเช่นนั้นหรือ?

พวกมันรู้สึกอับอายเล็กน้อย ยามที่อยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม…แล้วประกาศตัวว่าเป็นทหารที่ผ่านสมรภูมิรบมาแล้ว

"ดูเหมือนท่านพระยาจะประเมินหลานชายคนนี้ของท่านต่ำเกินไปเสียแล้ว" ชายวัยกลางคน กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มขื่นขม

"ในเมื่อเรื่องราวมันลงเอยเช่นนี้..พวกเราก็กลับไปรายงานท่านพระยากันก่อนเถอะ ..นอกจากนี้ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ต้องไปคุ้มครองนายน้อยเลย เกรงว่าในตระกูลซูคงมีไม่กี่คนที่สามารถสร้างปัญหานายน้อยได้" ชายวัยกลางคนอีกคนก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆเช่นกัน

จวนเจ้าพระยาเรืองฤทธิ์

เมื่อมองไปยังแม่ทัพคนสนิททั้ง 2 คนที่กำลังยืนทำหน้าหงอยเหงาแลดูหดหู่ซ้ำยังมีท่าทางไร้ความเหี้ยมหาญอย่างที่เคยตรงหน้า อดไม่ได้ที่ใบหน้าของพระยาเรืองฤทธิ์นี่เหวี่ยจะเต็มไปด้วยความสงสัยและประหลาดใจไม่น้อย “ข้าไม่ได้สั่งให้พวกเจ้าทั้งสองคนไปลอบติดตามหลานชายข้า และคอยคุ้มกันเขาเอาไว้ให้ดีหรอกหรือ? เหตุใดพวกเจ้าจึงกลับมาเช่นนี้เล่า?”

"ท่านพระยา…ท่านอย่าล้อพวกเราเล่นเลย คงจะเหมาะกว่าหากท่านบอกให้หลานชายของท่านมาลอบติดตามและคุ้มกันพวกเรา…" ชายวัยกลางคน คนหนึ่งได้แต่กล่าวออกมาพร้อมส่ายหัว เขารู้สึกละอายใจทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวก่อนหน้า …

จนถึงตอนนี้พวกมันยังขบคิดไม่ออก จนหัวแทบระเบิดอยู่แล้ว ว่าชายหนุ่มชุดสีม่วงและมีระดับบ่มเพาะเพียงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 นั้นทำอย่างไรกันแน่ถึงสัมผัสการคงอยู่ของพวกมันได้ ทั้งยังสลัดพวกมันได้ง่ายดายเช่นนี้ และที่น่าตื่นตระหนกที่สุดก็คือเขาสามารถลอบวกกลับมาตลบหลังพวกมันได้โดยที่พวกมันไม่ทันรู้ตัวสักนิด…

พวกมันสามารถจินตนาการได้เลยว่าจุดจบของศัตรูชายหนุ่มที่มีระดับบ่มเพาะเท่าเทียมกันจักเป็นเช่นไร เอาแค่เมื่อครู่หากชายหนุ่มมีระดับบ่มเพาะเท่าพวกมัน เผลอๆพวกมันคงหัวหลุดจากบ่าทั้งๆที่ยังไม่รู้เรืองราวด้วยซ้ำ!?

แม้ว่าชายวัยกลางคนอีกคนจะไม่ได้กล่าววาจาอะไร แต่เขาก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย

"นี่พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน?" นี่เหวี่ยค่อนข้างสงสัยเมื่อเจอ ที่ท่าแปลกประหลาดของแม่ทัพคนสนิท

ชายวัยกลางคนตรงหน้าทั้ง 2 คนนี้ เป็นแม่ทัพคนสนิทที่ติดตามเขาตะลุยฝ่ามาทุกสมรภูมิ พวกมันร่วมเป็นร่วมตายบั่นหัวข้าศึกกับเขามานับไม่ถ้วน …คนที่มีความสามารถเท่าเทียมกับพวกมันในเมืองหลวงนั้น มีแทบนับนิ้วได้

แต่ทว่าตอนนี้ชายวัยกลางคนทั้ง 2 แลดูซึมกะทือและสลดหดหู่ราวกับถูกผู้ใดรังแกมา

มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาไม่น้อย ที่จะคิดออกว่าเป็นผู้ใดทำกับแม่ทัพคนสนิทของเขาได้ถึงเพียงนี้

สุดท้ายเมื่อชายวัยกลางคนทั้ง 2 คนเล่าเรื่องราวน่าละอายที่เจอมาวันนี้ให้ฟัง นี่เหวี่ยก็พลันเข้าใจเรื่องราวและท่าทีของพวกมันได้ทันที …

"เช่นนั้นพวกเจ้าหมายความว่า เทียนน้อยจับสัมผัสร่องรอยพวกเจ้าทั้ง 2 ได้ตั้งแต่แรกเริ่ม?"

"สลัดหลุดการลอบติดตามของพวกเจ้า อีกทั้งยังปั่นหัวพวกเจ้า จนพวกเจ้าหาเขาไม่พบ สุดท้ายเขาก็ลอบวกกลับมาตลบหลังพวกเจ้าได้ โดยที่พวกเจ้าไม่รู้สึกตัวอันใดแม้แต่น้อย?" สีหน้าของนี่เหวี่ยเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ แม้เขาจะพอรับรู้ว่าหลานชายเขาเป็นคนที่ลึกลับอย่างมาก แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมากถึงขั้นนี้ …

"หรูเฟิง เจ้าดูบุตรชายของเจ้าสิ! มันนับว่าเป็นตัวประหลาดยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก?" มุมปากของนี่เหวี่ยอดกระตุกและกล่าวถึงสหายขึ้นมาไม่ได้ สีหน้าของฉายแววอิจฉาริษยาออกมาไม่น้อย ที่บุตรสหายความสามารถต่อต้านสวรรค์เช่นนี้ แต่จะอย่างไรเขาก็ดีใจอย่างมากเช่นกัน

ชายหนุ่มที่สามารถตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 ตั้งแต่อายุ 18 แม้กระทั่งกลายเป็นผู้หลอมโอสถระดับ 9 ก็นับว่าเป็นเรื่องราวเขย่าขวัญเขาอย่างถึงขีดสุดแล้ว ไม่คิดเลยว่านอกเหนือจากนั้น ชายหนุ่มจะยังมีความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้อีก

คนธรรมดาสามัญนั้นคงไม่ค่อยรู้ความสำคัญของการจับสัมผัสและปกปิดร่องรอยอันเหนือชั้นนี้เช่นนี้ได้ แต่สำหรับตัวเขาที่มีตัวตนเป็นถึงเทพสงครามแห่งอาณาจักรนภาล่อง และเป็นคนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในสนามรบนั้น เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่าความสามารถนี้ของชายหนุ่มนั้น มันยอดเยี่ยมและน่าหวาดหวั่นถึงเพียงไหน..สำหรับเขาเรื่องนี้ยังน่าตื่นตะลึงกว่าเป็นผู้หลอมโอสถระดับ 9 เสียอีก!

เพราะถ้าหากเขามีความสามารถสูงส่งถึงระดับนี้ หมายความว่าเขาสามารถลอบเข้าไปยังค่ายทัพศัตรูได้ง่ายดายราวกับไปเดินเที่ยวเล่นในสวน!

แม้จะเป็นการลอบสังหารแม่ทัพขุนพลของอีกฝ่ายคากระโจม ก็ไม่ใช่เรื่องยาก!

….

ในที่สุด 3 วันนัดหมายก็มาถึง

ต้วนหลิงเทียนก็เดินทางมายังจวนเจ้าพระยาอีกครั้ง

ภายในห้องโถงหลัก พระยาเรืองฤทธิ์นี่เหวี่ยกำลังถือกระดาษเอกสารที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่ต้วนหลิงเทียนต้องการเอาไว้ เมื่อต้วนหลิงเทียนมาถึงเขาก็ยื่นส่งให้ทันที "เทียนน้อย นี่เป็นข้อมูลที่เจ้าต้องการ"

"โอ้ ขอบคุณท่านมากลุงนี่ ถ้าท่านไม่มีอะไรแล้วข้าขอ … " หลังจากได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็คิดจะจากไปเร่งทำธุระทันที

แต่ตอนนี้นี่เหวี่ยจะปล่อยให้เขาไปง่ายๆได้อย่างไร?

"รอก่อนเทียนน้อย" นี่เหวี่ยจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาลึกซึ้ง ม่านตาของเขาหดแคบลง ก่อนที่จะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม "เทียนน้อย ข้าว่าพวกเรามีเรื่องบางประการสมควรนั่งลงสนทนากันสักเล็กน้อย … "

"เรื่องอะไรหรือท่านลุง?" สีหน้าของต้วนหลิงเทียนเริ่มเปลี่ยนเป็นระมัดระวังทันที เพราะตอนนี้ใบหน้าของท่านลุงของเขาราวกับตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนึงมิมีผิด!

"สองวันที่แล้ว…เจ้าสามารถสลัดหลุดการติดตาม รวมทั้งวกกลับมาตลบหลังแม่ทัพคนสนิทที่ข้าส่งไปลอบคุ้มครองเจ้าได้อย่างไร โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวสักนิด?" นี่เหวียมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน

"ลุงนี่ ท่านต้องการสนทนาถึงเรื่องนี้เองหรอกหรือ?" ต้วนหลิงเทียนพลันผ่อนคลายลงทันที เขานึกว่ามีเรื่องราวอันใดสำคัญมากมายเสียอีก

"ข้ากำลังขบคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากความสามารถเช่นนี้ของเจ้านั้น มีคนในกองทัพของข้าสามารถฝึกฝนใช้ได้สักกองแล้วไซร้ ข้าคงจะสามารถสร้างกองกำลังที่มีประสิทธิล้ำเลิศขึ้นมาได้!…และข้าจะนำกองกำลังนี้ลอบเข้าไปค่ายทหารระดับสูงของศัตรู ได้อย่างง่ายดายราวกับไปเดินตลาด และลอบไปบั่นหัวแม่ทัพขุนพลของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายราวกับสับหมูบนเขียง! " เมื่อนี่เหวี่ยวกล่าวถึงกองกำลังในฝันที่จะใช้ทำศึกสงครามของเขานั้น จิตสังหารและกลิ่นอายน่าพรั่นพรึงพลันแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายอย่างไม่รู้ตัว

ต้วนหลิงเทียนเองก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจขึ้นมา อย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ชายผู้ซึงได้ฉายาว่าเทพเจ้าสงครามของอาณาจักรนภาล่องนั้นหาได้ง่ายดายไม่ นับแค่จิตสังหารของเขาก็เหนือกว่าชายวัยกลางคนทั้ง 2 ที่เขาพบเมื่อ 2 วันก่อนมากโข

"ลุงนี่ ท่านต้องการให้ข้าถ่ายทอดทักษะนี้แก่ท่านเช่นนั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนคาดเดาความต้องการของนี่เหวี่ยได้

"มิผิด" ประกายตาของนี่เหวี่ยเรืองวูบออกมาพร้อมกล่าววาจาให้คำสัตย์ "หากเจ้ายินดีถ่ายทอดทักษะนี้แล้วล่ะก็ ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงลุงผู้นี้จะกระทำให้เจ้าตามต้องการ"

ต้วนหลิงเทียนกลอกตามองนี่เหวี่ยก่อนที่จะแย้มยิ้มออกมา "ลุงนี่ ข้าได้ถอนพิษให้กับท่านปู่ เช่นนั้นก็หมายความว่าท่านยังเป็นหนี้ข้าอยู่ดีใช่หรือไม่?"

นี่เหวี่ยหัวเราะออกมาอย่างเขินอายเล็กน้อย ก่อนที่จะลูบกำปั้นไปมา เขานั้นสนใจทักษะนี้ของต้วนหลิงเทียนอย่างจริงจัง

"ลุงนี่" ต้วนหลิงเทียนพลันมองไปยังนี่เหวี่ยด้วยสายตาจริงจัง "ทักษะนี้ของข้าที่ท่านต้องการให้ข้าสอนนั้น ข้าก็ไม่อาจกล่าวได้เต็มปากว่ามันสามารถเรียนรู้ได้ง่ายหรือยากกันแน่ เพราะหากจะกล่าวว่ามันยากมันก็ยาก จะกล่าวว่ามันง่ายมันก็ง่าย … แต่จะอย่างไรมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเรียนรู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ"

"ข้าเองก็เข้าใจในจุดนี้อย่างแจ่มแจ้ง มันก็มิได้ต่างอันใดกับทหารที่ทำการรบในสมรภูมิ มันต้องใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ก่อนที่จะกลายเป็นกองทหารไร้พ่ายและรบชนะทุกสมรภูมิ" นี่เหวี่ยเองก็พยักหน้าออกมา เขาเองก็เข้าใจว่ามันไม่ง่าย

“เช่นนี้ดีหรือไม่…ท่านลุงนี่ส่งคนมาให้ข้าฝึก 2 คน …อ่อ! ข้าว่าชาย 2 คนที่ท่านส่งมาลอบติดตามข้าเมื่อวันก่อนก็นับว่าไม่เลวเท่าไร ท่านลองไปถามพวกเขาดู ว่าพวกเขายินดีที่จะติดตามข้าสักระยะหรือไม่ ข้าจะได้ถ่ายทอดทักษะสะกดรอยและปกปิดร่องรอยเช่นนี้ให้แก่พวกเขา…จนกว่าพวกเขาจะเข้าใจทักษะนี้ของข้าอย่างสมบูรณ์” มุมปากของต้วนหลิงเทียนยกขึ้นเป็นวงโค้งในขณะที่กล่าวออกมา

"ความต้องการเจ้าช่างไม่ธรรมดานัก เทียนน้อยเจ้ารู้หรือไม่ ทั้ง 2 คนนั้นกล่าวได้ว่าเป็นแม่ทัพคนสนิทฝีมือดีที่ติดตามอยู่ข้างกายข้ามานาน!?" นี่เหวี่ยกระแนะกระแหนออกมาเล็กน้อย "แต่จะอย่างไรพวกมันคงไม่คิดปฏิเสธ หากข้าให้พวกมันไปติดตามเจ้า"

ในขณะที่นี่เหวี่ยกล่าววาจาถึงตรงนี้ ชายวัยกลางคนที่นี่เหวี่ยได้ส่งไปลอบติดตามต้วนหลิงเทียนวันก่อน ก็เบิกตากว้างเป็นประกาย เมื่อคิดว่าจะได้เรียนรู้สุดยอดทักษะปกปิดตัวตนและทักษะติดตามรวมทั้งป้องกันการติดตามเช่นนี้ พวกมันพลันใจเต้นระรัวใคร่กระโดดไปอาสาทันที

พวกมันนั้นได้สัมผัสมาด้วยตนเองแล้วว่า ทักษะนี้ของต้วนหลิงเทียนเลิศล้ำและอภินิหารปานใด หากพวกมันสามารถเรียนรู้ได้สำเร็จแล้วล่ะก็! พวกมันนึกภาพออกเลยว่าจะทำประโยชน์ได้มากมายมหาศาลขนาดไหน!

นี่เหวี่ยพลันจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาสงสัย "เทียนน้อย พวกเขาต้องใช้เวลาฝึกฝนนานเท่าไรเช่นนั้นหรือ?"

"อะไรกัน? ลุงนี่ไม่อาจทำใจแยกจากพวกเขาได้นานเช่นนั้นหรือ? เอาล่ะๆ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ข้าใช้เวลาฝึกสอนพวกเขานานที่สุดเพียงปีเดียวเท่านั้น…หลังจากครบปีแล้ว ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่อาจมีความสำเร็จเท่าเทียมระดับที่ข้ากระทำได้ แต่จะอย่างไรพวกเขาก็ต้องได้รับใจความสำคัญของวิธีฝึกฝนจนครบถ้วน และเมื่อถึงตอนนั้น ก็เหลือแค่เวลาฝึกฝนเท่านั้น จนกว่าพวกเขาจะมีความสำเร็จไล่ตามข้าทัน" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจพร้อมรอยยิ้ม

"ปีนึงหรือ? ไม่ถือว่านานเท่าไร" คิ้วของนี่เหวี่ยโค้งขึ้นเล็กน้อยก่อนพยักหน้า

"แต่ว่า … ." ต้วนหลิงเทียนมองไปยังนี่เหวี่ย ด้วยสายตาลังเลที่จะกล่าวคำเล็กน้อย

"หืม อะไร? เจ้าต้องการอันใด? ว่ามาสิ" นี่เหวี่ยกล่าวถามออกมา

"ลุงนี่…แต่ใน 1 ปีที่พวกเขาติดตามข้านั้น ข้าหวังว่าพวกเขาจะต้องเป็นคนของข้าโดยสมบูรณ์ และฟังคำสั่งของข้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น…ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามรวมทั้งท่านด้วย ล้วนไม่มีอำนาจสั่งการพวกเขาได้ทั้งสิ้น ข้าต้องการสิทธิ์ขาดในการควบคุมพวกเขา" ต้วนหลิงเทียนกล่าวความต้องการออกมา "หากท่านไม่อาจรับปากเรื่องนี้ได้ เช่นนั้นให้ถือว่าเรื่องที่กล่าวกันก่อนนี้เป็นเพียงเรื่องขำขันเถอะ"

นี่เหวี่ยขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะผ่อนคลายลง และพยักหน้าตอบรับ “ไม่เป็นไร กระทำตามที่เจ้าต้องการนั่นล่ะ …ข้าคิดว่าเจ้าคงมีความจำเป็น ที่จะต้องกระทำการบางอย่าง และเจ้าคงมีความลับสำหรับเรื่องนั้นไม่น้อย"

ตอนนี้ นี่เหวี่ยไม่ได้รู้เลย ว่าการตัดสินใจครานี้ จะกลายเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เขารู้สึกผิดมากที่สุดในชีวิตของเขา …เมื่อถึงวันครบกำหนดและรับรู้ว่า…เรื่องลับๆที่หลานของเขาพาทั้งสองไปกระทำคืออันใด…

ต้วนหลิงเทียนแสยะยิ้มออกมา "เช่นนั้นก็เป็นอันตกลง!"

ต้วนหลิงเทียนมองไปยังชายวัยกลางคนทั้ง 2 คน "พวกเจ้าชื่ออะไรบ้างหรือ?"

ชายวัยกลางคนที่ผอมและสูงกล่าวตอบออกมาอย่างไม่รอช้า "นายท่านต้วนหลิงเทียน ข้ามีนามว่าจางเฉวียน"

ส่วนชายวัยกลางคนอีกคนนที่มีความสูงปานกลางกล่าวออกมา "นายท่านต้วนหลิงเทียน ข้ามีนามว่าจ้าวกัง"

"เอาล่ะ ต่อไปพวกเจ้าทั้ง 2 เรียกข้าว่า นายน้อยก็พอ" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างเรียบๆ

"ขอรับนายน้อย" จางเฉวียนและจ้าวกังกล่าวตอบออกมาด้วยความเคารพอย่างถึงขีดสุด

ถึงแม้ว่าระดับบ่มเพาะของชายหนุ่มตรงหน้าของพวกเขา จะไม่ได้นับว่าเป็นตัวอะไรในสายตาพวกเขา แต่ความสามารถในด้านอื่นๆของชายหนุ่ม ล้วนทำให้พวกเขานั้นชื่นชมสุดหัวใจทั้งสิ้น

"เอาล่ะท่านลุงนี่ เช่นนั้นข้าจะนำพวกเขาไปก่อนแล้วกัน" แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เวลา ปีเดียวก็ตาม แต่การได้รับแม่ทัพที่มีระดับบ่มเพาะวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7มาติดตามถึง 2 คน ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

คราวนี้นี่เหวี่ยไม่ได้เดินออกไปส่งต้วนหลิงเทียนที่หน้าจวนเจ้าพระยา

เขาเริ่มกังวลขึ้นมาเสียแล้วว่าการตัดสินใจนี้มันอาจจะทำให้เขาเสียใจ!…

เขารู้สึกว่าหลานชายของเขาคนนี้นั้นไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแท้จริง

"อา ข้าหวังว่าเขาคงไม่ไปก่อปัญหาอันใดหรอกนะ … " รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้น บนใบหน้านี่เหวี่ย

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 176 สองแม่ทัพ!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Godly Empress Doctor
Godly Empress Doctor
มีนาคม 12, 2022
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
Naruto-Time-Control
ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล)
ตุลาคม 23, 2024
The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
มีนาคม 12, 2022
The Divine Nine-Dragon Cauldron
The Divine Nine-Dragon Cauldron
พฤษภาคม 17, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz