หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 175 ย้อนรอย!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 175 ย้อนรอย!
Prev
Next

"โอ้ ที่แท้เป็นองค์ชาย 5 นี่เอง เสียมารยาทแล้วๆ" ต้วนหลิงเทียนหันไปมองรถม้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนแล้วกัน" แล้วต้วนหลิงเทียนก็หันหลังเดินจากไปทันทีหลังจากกล่าววาจาจบ

"ใครอนุญาตให้เจ้าไป" ทว่าทันใดนั้นเองน้ำเสียงไม่แยแสขององค์ชาย 5 พลันดังขึ้นมาอีกครั้ง

ต้วนหลิงเทียนเองก็รั้งฝีเท้าเอาไว้ทันที… เขาเริ่มอยากจะรู้ขึ้นมาแล้ว ..ว่าองค์ชาย 5 มันคิดจะทำอะไร?

"คุกเข่าลง แล้วโขกหัวขอขมา 3 ครั้ง… กระทำแล้วข้าจะไม่ถือสาหาความเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างน้องสาวข้า กับเจ้าก่อนหน้านี้อีกต่อไป" น้ำเสียงขององค์ชาย 5 ดังขึ้นมาจากในรถม้า และยังคงสงบไร้เรื่องราวไร้อารมณ์ใดๆ

คุกเข่า โขกหัวขอขมา?

สีหน้าของต้วนหลิงเทียนเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเล็กน้อย ประกายตาเขาเริ่มเย็นชาลง..

"ท่านพี่ข้าไม่ต้องการให้มันขอขมาอันใด ข้าอยากให้มันตาย!!" น้ำเสียงเย็นชาของถงลี่ดังขึ้นจากในรถม้า จากน้ำเสียงของนางดูเหมือนนางจะยืนกรานให้ต้วนหลิงเทียนตาย ไม่รับคำขอขมาใดๆทั้งสิ้น!

"ปัญญาอ่อนทั้งคู่!" ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมา ก่อนที่จะเดินต่อ

"ต้วนหลิงเทียน! หากเจ้ากล้าเดินจากไป รับรองว่าเจ้าจักต้องเสียใจ" เสียงองค์ชาย 5 ดังขึ้นมาอีกครั้ง

"เสียใจ? ฮ่าๆ ข้าต้วนหลิงเทียน ไม่เคยมีคำว่าเสียใจอยู่ในหัว!" สีหน้าของต้วนหลิงเทียนเริ่มแสยะยิ้มออกมา เขาเบื่อจะกล่าววาจากับพวกพี่น้องปัญญาอ่อนนี่

ใต้เข่าของบุรุษดั่งทองคำนับพันชั่ง คนอย่างเขาเพียงคุกเข่าให้โลก สวรรค์ และบุพการีเท่านั้น!

แม้แต่องค์ราชา ราชันย์ หรือจักรพรรดิ เขายังไม่คิดคุกเข่าให้พวกมัน นับประสาอะไรกับ องค์ชาย 5!

"โอหัง" สีหน้าของชายชราคิ้วขาวเต็มไปด้วยความดุร้าย กลิ่นอายอำมหิตและจิตสังหารเริ่มแผ่ซ่านออกมา ดูเหมือนตอนนี้มันคิดพุ่งมาจับตัวหลิงเทียนไปทรมานและฆ่าให้ตาย

ต้วนหลิงเทียนรั้งเท้าเอาไว้ ก่อนที่จะหันกลับมา แววตาของเขาเริ่มเย็นชาลง มุมปากบังเกิดรอยยิ้มลี้ลับ

หากไอแก่คิ้วหงอกนี่ขยับอีกก้าวเดียว เขาจะใช้อาคมกร่อนกระดูกฆ่ามัน ก่อนที่มันจะได้ทันเสียใจด้วยซ้ำ!

"ผู้เฒ่าไป๋, เราไปกันเถอะ" น้ำเสียงองค์ชาย 5 พลันดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ดูเหมือนจะแฝงความเย็นชาเอาไว้

ชายชราคิ้วขาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะระบายออกมา มันระงับโทสะในหัวใจ ก่อนที่จะกลับไปบังคับม้าอีกครั้ง

ภายในรถ

ถงลี่นั่งหน้าบึ้ง เห็นได้ชัดว่านางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "ท่านพี่ ไม่ใช่ท่านบอกข้าก่อนหน้านี้แล้วหรือ ว่าจะล้างแค้นต้วนหลิงเทียนให้ข้า เหตุใดท่านไม่ฆ่ามันเสียเลยเล่า จะให้มันคุกเข่าขอขมาทำอันใด?"

องค์ชาย 5 เพียงยิ้มออกมาบางๆ "น้องหญิง สำหรับคนบางจำพวกนั้น ความตายหาใช่เรื่องที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของพวกมันไม่ หากจะกล่าวถึงบุคคลอย่างต้วนหลิงเทียนนั้น มันย่อมเป็นบุคคลประเภทไม่ยินยอมสยบและธาตุทระนงสูง การให้มันคุกเข่าโขกหัวขอขมานั้น จะทำให้มันรู้สึกเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าต้องตายเสียอีก! อีกทั้งยังกล่าวได้ว่า วันนี้ข้เองก็ได้ให้โอกาสแก่มันแล้ว …วันหน้าแม้ข้าจะลงมือสังหารมันขึ้นมา ตระกูลต้วนก็ไม่อาจตำหนิอะไรข้าได้ "

ถงลี่เองดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจขึ้นมา…นางรู้สึกละอายไม่น้อย "ท่านพี่ ข้า…เข้าใจท่านผิด… แต่ต้วนหลิงเทียนนั่น มันก็ปฏิเสธไม่ยินยอมกลับเข้าร่วมตระกูลต้วนไม่ใช่หรือเจ้าคะ ทำไมท่านพี่ยังต้องกังวลเรื่องนี้ด้วยล่ะเจ้าคะ"

แววตาขององค์ชาย 5 พลันจดจ่อขึ้นมา "จะอย่างไรในตัวมันก็มีสายเลือดหลัก ของตระกูลต้วนไหลเวียนอยู่ …น้องพี่เจ้าอย่าได้กังวล ข้าเพียงปล่อยให้มันมีลมหายใจอยู่อีกแค่สักพักเท่านั้น"

เมื่อกล่าวจบ สีหน้าขององค์ชาย 5 พลันปรากฏใบหน้าเด็ดเดี่ยวราวกับตัดสินใจเด็ดขาดขึ้นมา

"ขอบคุณท่านพี่มาก เจ้าค่ะ" ถงลี่เริ่มแย้มยิ้มออกมาทันที ประกายตานางส่องสว่างออกมาอย่างน่ากลัว ราวกับนางกำลังเห็นภาพต้วนหลิงเทียนที่ถูกนางฉีกร่างเป็นชิ้นๆอย่างไรอย่างนั้น

ส่วนอีกด้านนั้น

"หึ องค์ชาย 5 นี่นับว่าโอหังกว่าองค์ชาย 3 เสียอีก!" หัวใจของต้วนหลิงเทียนเริ่มบังเกิดความหนาวเหน็บออกมาเล็กน้อยในขณะที่เดินไปบนถนน "ยังดีนะที่วันนี้เจ้าไม่ระรานอะไรข้า … ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ต่อให้เจ้าเป็นลูกหลานของตระกูลราชวงศ์เจ้าก็ต้องตาย!!"

ตอนนี้อารมณ์ของหลิงเทียนไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร เพราะการจากไปของซูหลี่ ทำให้เพลิงโทสะในใจของเขานั้นระอุขึ้นมา

ทั้งการปรากฏตัวขององค์ชาย 5 กับตัวโง่งมอย่างถงลี่ และการกระทำของพวกมันนั้น แทบไม่ต่างอะไรจากราดน้ำมันเข้ากองเพลิงแม้แต่น้อย ทำให้เพลิงโทสะของเขาปะทุคุกรุ่นยากหยุดยั้งเอาไว้ได้

แต่เมื่อต้วนหลิงเทียนเดินทางมาถึงเขตจวนเจ้าพระยา อารมณ์คุกรุ่นพลันค่อยๆสงบลง รอยยิ้มเริ่มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

ในเมืองหลวงแห่งนี้นั้น นอกจากบ้านที่มีครอบครัวของเขาอยู่ หรือยามที่รวมตัวกับเหล่าสหาย ก็มีเพียงจวนเจ้าพระยาแห่งนี้เท่านั้น ที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ

เมื่อต้วนหลิงเทียนมาถึงประตูจวนเจ้าพระยา ทหารหนุ่มเฝ้าประตูคนหนึ่งพลันก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมทั้งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดังลั่นพร้อมวางท่า "หยุดอยู่ตรงนั้น!"

เพียะ!

ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะเอ่ยวาจาอะไรออกมา ปากของเขาต้องชะงักค้างลงเพราะ ทหารหนุ่มเมื่อครู่กลับโดนทหารวัยกลางคนอีกคน วิ่งเข้ามาตบไปที่หลังศีรษะด้วยความรวดเร็วอย่างแรง

"พี่จางท่านทุบตีข้าทำไมกัน?" ทหารหนุ่มหันกลับไปมองทหารวัยกลางคนด้วยความขุ่นเคือง

ทว่าทหารวัยกลางคนนั้นไม่สนใจมันแม้แต่นิด เขาหันมาให้ความสำคัญและกล่าวกับต้วนหลิงเทียนที่ยืนหน้าจวนเจ้าพระยาด้วยความเคารพ "เชิญนายน้อยต้วนหลิงเทียนเข้าไปได้เลยขอรับ"

"เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ?" ต้วนหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขามาที่จวนนี้ ไม่เคยเจอทหารวัยกลางคนผู้นี้เข้าเวรหน้าประตูมาก่อน

"นายน้อยต้วนหลิงเทียน ข้าน้อยมีโอกาสได้เห็นท่านวันที่ ท่านเข้าจวนมาพร้อมกันกับรองแม่ทัพผังหวู่ขอรับ" นายทหารวัยกลางคนกล่าวออกมาอย่างสุภาพ ตัวมันเองก็ย่อมเห็นท่าทางนอบน้อมของรองแม่ทัพผังยามที่พาตัวต้วนหลิงเทียนเข้าจวนมา แล้วมันจะกล้าล่วงเกินนายน้อยผู้นี้ได้อย่างไร

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมา "เอาล่ะ เจ้ากลับไปทำงานของเจ้าเถิด ข้าจะเข้าไปหาท่านพระยาด้วยตัวเอง" หลังจากกล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็เดินเข้าจวนเจ้าพระยาเข้ามาทันที ซ้ำยังแลดูชำนาญทางไม่น้อย

"พี่จาง เข้าเป็นผู้ใดหรือ?" ทหารหนุ่มลูบหลังหัวป้อยๆ หลังจากที่เห็นว่าชายหนุ่มสวมชุดสีม่วงคนนี้มีความเป็นมาไม่ธรรมดา เขาก็ไม่โกรธทหารวัยกลางคนอีก

"ฮ่าๆ! ไอหนู เจ้าช่างกล้าหาญนักถึงกล้าไปวางท่าเช่นนั้น… ส่วนเรื่องที่ว่าเขาเป็นใครกันแน่ข้านั้นก็ไม่แน่ใจสักเท่าไร แต่ทั้งหมดที่ข้ารู้ก็คือ …วันนั้น รองแม่ทัพเป็นคนไปเชิญเขามา ทั้งยังแสดงท่าทางนอบน้อมนัก นอกจากนี้ขากลับท่านพระยาและท่านพระยาน้อยก็เป็นผู้เดินออกมาส่งเขาด้วยตัวเอง" ทหารวัยกลางคนนั้นแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาเล็กน้อย "ตอนนี้ไหนเจ้าลองบอกข้าที ว่าเจ้าสมควรถูกทุบตีหรือไม่?"

สีหน้าของทหารหนุ่มเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ก่อนที่มันจะผงกหัวระรัวราวลูกเจี๊ยบจิ๊กอาหาร "สมควร…สมควรถูกทุบตีแล้ว ทุบตีได้ดียิ่ง!!"

หลังจากที่เข้ามาในจวนเจ้าพระยาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เดินไปยังห้องโถงทันที

หลังจากที่ทหารเฝ้าหน้าห้องโถงไปรายงานอยู่ครู่หนึ่ง นี่เหวี่ยก็เดินออกมาพบต้วนหลิงเทียนที่นั่งรออยู่

"เทียนน้อย" นี่เหวี่ยฉีกยิ้มกว้างยามเห็นต้วนหลิงเทียน "เจ้ามาครั้งนี้ มีเรื่องอันใดให้ลุงผู้นี้ช่วยเหลือกันเล่า?"

ต้วนหลิงเทียนยิ้มออกมาบางๆ "ลุงนี่ ช่างคาดการณ์ได้แม่นยำ ราวกับเทพยากรณ์อย่างแท้จริง"

นี่เหวี่ยหัวเราะออกมา "เด็กน้อย ให้ลุงนี่ผู้นี้เดา…เจ้ามาครั้งนี้คงมิพ้นเรื่องราวของตระกูลซูใช่หรือไม่?"

"ลุงนี่ ท่านนับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ" ม่านตาของหลิงเทียนหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนที่จะแย้มยิ้มออกมา

"นักศึกษาจากตระกูลซูได้พยายามลอบสังหารนักศึกษาคนหนึ่งกลางโรงอาหารของสถาบันบ่มเพาะขุนพล แต่ทว่าพวกมันกลับถูกเหยื่อสังหารจนตกตายเสียเอง … รองผู้อำนวยการบันดาลโทสะ จนบุกไปถึงตระกูลซูและทำการลดสิทธิ์ผู้ที่จะเข้าศึกษาในสถาบันบ่มเพาะขุนพลลงจากปีละ 5 เป็น 3 สิทธิ์ …อา ดูเหมือนว่ารองผู้อำนวยการจ่าน จะดูแลเจ้าดีไม่น้อย" นี่เหวี่ยมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ

ต้วนหลิงเทียนกระพริบตาปริบๆ เขารู้มาบ้างว่ารองผู้อำนวยการบุกไปถึงตระกูลซู แต่เขาไม่รู้เรื่อที่ตระกูลซูถูกลดสิทธิ์ในการเข้าศึกษาต่อ ถึง 2 สิทธ์ …

ตอนนี้ ต้วนหลิงเทียนรู้สึกขอบคุณชายชราคนนั้นขึ้นมาบ้างแล้ว

"เอาล่ะ เจ้ากล่าวมาเถิดว่าต้องการให้ลุงทำอันใด? นี่เหวี่ยมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาอบอุ่นก่อนจะกล่าวถามออกมา

"ท่านลุงนี่ ข้าอยากรู้ข้อมูลการค้าและกิจการทั้งหมดของตระกูลซูในเมืองหลวงแห่งนี้ รวมทั้งข้อมูลของผู้รับผิดชอบการค้าและกิจการเหล่านั้น" ต้วนหลิงเทียนกล่าวแจ้งจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ออกไปทันที

"หืม เจ้ามาที่นี่เพราะเรื่องนี้เช่นนั้นหรือ?" นี่เหวี่ยรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาคิดว่าต้วนหลิงเทียนคงมาหาเขา เพราะต้องการให้เขาออกหน้า และสะกดพวกตระกูลซูไม่ให้กำแหงอะไรเช่นนั้น แต่ไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะมาหาเขาด้วยเรื่องเท่านี้ …

"ใช่แล้วท่านลุง" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ

"เพียงเท่านี้ ไม่มีอันใดแล้ว?" นี่เหวี่ยวกล่าวถามออกมาด้วยความอึ้ง

"ฮ่าๆ ไม่มีแล้วท่านลุง" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวออกมาพร้อมหัวเราะ เขามาที่จวนเจ้าพระยาเพราะต้องการข้อมูลที่แม่นยำและถูกต้องที่สุด ส่วนเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้นั้นเขาสามารถจัดการได้ด้วยตัวเองหมดทั้งสิ้น

"เอาล่ะ เช่นนั้น อีก 3 วันเจ้ามารับได้เลย" นี่เหวี่ยเพียงจ้องไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาลึกซึ้งโดยไม่ได้กล่าวถามอะไรเพิ่มเติม

"ขอบคุณท่านลุงนี่มาก เช่นนั้นข้าขอตัวลากลับบ้านก่อน ป่านนี้มารดาข้าคงเริ่มเป็นห่วงแล้ว"ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมา

แล้วพระยานี่เหวี่ย ก็เดินออกมาส่งต้วนหลิงเทียนด้วยตัวเองถึงหน้าประตูจวนเจ้าพระยา ทหารที่ก้าวไปตวาดต้วนหลิงเทียนอย่างวางท่าถึงกับหน้าซีดปากสั่น หวาดกลัวจับขั้วหัวใจ นับว่ามันยังโชคดีนักที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรล่วงเกินชายหนุ่มชุดสีม่วงผู้นี้ หาไม่แล้วมันคงไม่อาจทานรับผลที่จะตามมาไหว

เช้าวันรุ่งขึ้น เพียงแค่ต้วนหลิงเทียนเดินมาถึงหน้าประตูสถาบันบ่มเพาะขุนพล เข้าก็อดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้

เพราะอสรพิษน้อยทั้งสองในแขนเสื้อเริ่มส่งสัญญาณออกมาอีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนพลันแผ่พลังวิญญาณออกไปสัมผัสรอบๆบริเวณ .และด้วยสัมผัสอันละเอียดอ่อนเขาก็ค้นพบผู้ที่กำลังเฝ้าดูเขาจากเงามืด..

"ฮึ่ม!" ต้วนหลิงเทียนเพียงหยุดฝีเท้าลงครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับมองมาทางหนึ่งเล็กน้อย พร้อมแสยะยิ้มเย้ยหยัน

เขาไม่สนว่าใครจะส่งพวกมันมา แต่ถ้าพวกมันกล้าที่จะปรากฏตัวออกมาต่อหน้าเขา เขาก็ยินดีที่จะส่งพวกมันไปโลกหน้าด้วยรอยยิ้ม…

บริเวณมุมถนนหนึ่งห่างจากหน้าประตูสถาบันบ่มเพาะขุนพลไม่น้อย มีร่างสองร่างยืนอยู่ในเงามืด

"หืม? ดูเหมือนว่าเขาจะสังเกตเห็นพวกเรา" ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกล่าวออกมา ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

"ข้าเองก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น" ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งกล่าวออกมาพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย

ชายร่างผอมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวออกมา “ข้าได้ยินมาว่าระดับบ่มเพาะของเขาอยู่ที่ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 เท่านั้น … หากจะกล่าวกันจริงๆ ตามเหตุผลแล้ว มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่เขาจะพบตัวพวกเรา”

"บางทีมันอาจจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญก็ได้" ชายอีกคนกล่าวออกมาอย่างไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไร

หลังจากเดินเข้าไปในสถาบันบ่มเพาะขุนพลแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ว่า สายตาที่จับจ้องเขาในเงามืดได้หายไป เขาจึงเดินไปเข้าห้องเรียนตามปกติ

ชั้นเรียนช่วงเช้าอันยาวนานของอาจารย์ซื่อหม่าฉางฟง ค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ …

ในตอนเที่ยงกลุ่มของต้วนหลิงเทียนก็ยังคงมานั่งกินอาหารกลางวันกันที่เดิม แม้มันจะรู้สึกแปลกไปและใจหายไม่น้อย เพราะที่นั่งที่เคยมีซูหลี่กลับกลายเป็นว่างเปล่า แต่ทุกคนก็เข้าใจเรื่องราวดีจึงเงียบและไม่กล่าวถึง

ตกเย็นหลังจากที่ต้วนหลิงเทียนบอกลาเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินหน้าสถาบันบ่มเพาะขุนพลแล้ว ต้วนหลิงเทียนพลันจับสัมผัสสายตาที่เฝ้ามองเขาจากมุมมืดได้อีกครั้ง… นอกจากนี้พวกมันไม่ได้มีแค่คนเดียว

"ดูเหมือนว่าจะเป็น 2 คนเดียวกัน กับเมื่อเช้า" ต้วนหลิงเทียนคิดในใจ ก่อนที่จะเดินไปยังซอยๆหนึ่งที่ไกลออกไปเล็กน้อย เขาคิดที่จะล่อสองคนนี้ออกมาสังหารในซอยให้มันจบๆไป

แต่ทว่าคราวนี้เมื่อเขาเดินเขาซอยเปลี่ยวร้าง ซ้ำยังพยายามเดินช้าๆอยู่นาน…แต่สองคนที่ติดตามเขามากลับไม่ปรากฏกายออกมาแต่อย่างใด

"พวกมันรอบัดซบอันใดกัน?" ต้วนหลิงเทียนสบทออกมาเพราะเริ่มหมดความอดทน

“ฮึ่ม! ในเมืองพวกมันไม่ออกมา ข้าก็จะไปหาพวกมันเอง!” สายตาของต้วนหลิงเทียนเรืองวูบออกมาด้วยประกายตาดุร้าย ก่อนที่เขาจะพุ่งร่างอย่างรวดเร็วแล้วเลี้ยวหายลับไปในพริบตา

ชายหนุ่มวัยกลางคนทั้งสองพลันปรากฏร่างออกมาแล้วรีบเลี้ยวตามเข้าไปในซอยนั้นทันที…แต่ทว่าเมื่อพวกมันเลี้ยวไป ก็พบว่าร่องรอยของต้วนหลิงเทียนหายไปอย่างสิ้นเชิง พวกมันไม่อาจจับสัมผัสถึงทิศทางที่ต้วนหลิงเทียนหายไป

ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง แต่พวกมันก็ไม่ใช่ผู้จารึกอาคม พลังวิญญาณของพวกมันก็ไม่ได้ฝึกฝนมาให้สามารถจับสัมผัสได้อย่างละเอียดอ่อน นอกจากนี้พวกมันจะไปมีปัญญาสะกดรอยตามต้วนหลิงเทียนที่ชำนาญการตอบโต้การสะกดรอยตาม ที่ฝึกฝนมาจนช่ำชองในสมัยที่ยังเป็นทหารรับจ้างและหน่วบรบพิเศษได้อย่างไร

"อา…พวกเราปล่อยให้เขาหนีไปทั้งๆที่อยู่ใต้จมูกของพวกเราได้อย่างไรกัน!" ชายวัยกลางคนหัวเราะออกมาอย่างข่มขื่น

"เช่นนั้นพวกเราก็มั่นใจได้แล้วว่าพวกเราไม่ได้เข้าใจผิด เมื่อเช้านั้น…เขาสัมผัสถึงพวกเราได้จริงๆ" ชายวัยกลางคนอีกคนแสดงท่าทางตึงเครียดออกมา

"เล่นซ่อนหาเช่นนี้…พวกเจ้าสนุกสนานหรือไม่?" ทันใดนั้นเองน้ำเสียงไม่แยแส พลันดังขึ้นมาจากด้านหลังของชายวัยกลางคนทั้ง 2 ทำให้สีหน้าของพวกมันแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันที

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 175 ย้อนรอย!"

3.7 232 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (5)
  • แฟนตาซี (161)

© 2025 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz