หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 167 องค์ชาย 3 คิดสอบสวนข้างั้นหรือ?

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 167 องค์ชาย 3 คิดสอบสวนข้างั้นหรือ?
Prev
Next

ตกกลางดึก ต้วนหลิงเทียนเรียกฉงเฉวียนมาหา ก่อนที่จะส่งตั๋วเงินกองใหญ่ไปให้

"ใช้เงิน 50,000,000 เหรียญเงินนี้ไปซื้อวัตถุดิบตามรายการที่ข้าเคยให้เจ้าไปซื้อก่อนหน้านี้ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เจ้าจะหาได้" ต้วนหลิงเทียนกล่าวสั่งออกมา

50,000,000 เหรียญเงิน?

ฉงเฉวียนถึงกับตกตะลึง นายน้อยของมัน…ไปหาเงินมาเช่นไรกันแน่เหตุใดจึงร่ำรวยถึงเพียงนี้?

อย่างไรก็ตามมันเองก็เป็นคนฉลาด ย่อมรู้ดีว่าเรื่องใดควรถาม เรื่องใดไม่ควรถาม …มันทำเพียงเก็บเงินไป แล้วกล่าวตอบรับออกมา "ขอรับ นายน้อย"

เมื่อต้วนหลิงเทียนกลับมาถึงห้อง เขาก็หยิบวัตถุดิบชุดสุดท้ายที่เคยใช้ให้ฉงเฉวียนไปซื้อมาก่อนหน้านี้ออกมา แล้วเริ่มจารึกอาคมกร่อนกระดูกลงบนกระบี่อ่อนดาราม่วงอีกครั้ง

อาจกล่าวได้ว่า วันนี้เขาได้สัมผัสกับความสามารถของอาคมกร่อนกระดูกอย่างแท้จริงแล้ว!

แม้กระทั่งชายชราที่คอยติดตามอยู่ข้างกายองค์ชาย 3 ที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 8 ก็ยังแทบตอบสนองอันใดไม่ทัน ซ้ำยังไม่อาจป้องกันอาคมกร่อนกระดูกได้แม้แต่เพียงนิด…กระดูกในร่างของมันถูกกร่อนสลายเป็นเถ้าธุลี ตกตายลงโดยสมบูรณ์อย่างอเนจอนาถ

ตอนนี้อาคมจารึก กร่อนกระดูกนับเป็นเครื่องรางป้องกันตัวชั้นเลิศของต้วนหลิงเทียน เขาสามารจินตนาการวาระสุดท้ายหรือภาพการตายของตัวเองได้ทันทีว่าจะเป็นอย่างไร หากเขาไร้ซึ่งอาคมกร่อนกระดูกนี้ แล้วไปเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับนั้น

"องค์ชาย 3 ข้าต้วนหลิงเทียนจะจดจำของขวัญบัดซบ ครานี้เป็นอย่างดี!" ประกายตาของต้วนหลิงเทียนเรืองวูบออกมาด้วยประกายตาเย็นชา

หลังจากที่อารมณ์ค่อยๆสงบลง ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มบ่มเพาะ วิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม รูปแบบงูเหลือมคลั่งต่อจนดึกดื่นก่อนค่อยเข้านอน

เช้าวันต่อมาต้วนหลิงเทียนก็เดินทางไปสถาบันบ่มเพาะขุนพล และเข้าไปร่ำเรียนวิชาของฝ่ายดาวกุนซือตามปกติ

ในระหว่างที่กำลังร่ำเรียนกันอยู่นั้น ก็มีคนมาขัดจังวะโดยขอพบอาจารย์ซื่อหม่าฉางฟงครู่หนึ่ง หลังจากที่อาจารย์ซื่อหม่าฉางฟงออกไปไม่นานเขาก็กลับเข้ามา ก่อนที่จะมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าแปลกๆ “ต้วนหลิงเทียน เจ้าออกมากับข้าสักครู่”

แม้ต้วนหลิงเทียนจะสงสัยว่ามีเรื่องอะไร แต่เขาก็ลุกและตามอาจารย์ซื่อหม่าฉางฟงไปแต่โดยดี

"อาจารย์ท่านเรียกข้าออกมา มีอะไรเช่นนั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมา

"มีใครบางคนอยากเจอเจ้า"

ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังสงสัยว่าใครกันที่มาหาเขา ซื่อหม่าฉางฟงก็พาเขาเดินมาถึงหัวมุมหนึ่งที่ติดถนน ของสถาบันบ่มเพาะขุนพล และเขาก็ได้เห็นรถม้าที่ดูหรูหราคันหนึ่งจอดอยู่

ชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างรถม้านั้น หลังจากที่อาศัยความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด และพลังวิญญาณที่น่าหวาดหวั่นของเขา ต้วนหลิงเทียนก็สามารถระบุได้ทันทีว่าชายแก่ทั้ง 2 คนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าชายชราที่เขาสังหารไปด้วยอาคมกร่อนกระดูกเมื่อคืนแม้แต่น้อย!

"เจ้าเข้าไปสิ" ซื่อหม่าฉางฟงพยักหน้าให้ต้วนหลิงเทียน "ข้าจะรอเจ้าอยู่ตรงนี้"

ต้วนหลิงเทียนก็เดินไปอย่างงงๆ และเมื่อเข้าไปนั่งในรถม้าเขาก็ประหลาดใจไม่น้อย

คนที่นั่งอยู่ในรถม้าก็ไม่ใช่ใครอื่น มันคือองค์ชาย 3 ที่เขาพึ่งเจอเมื่อวานนี้นั่นเอง อย่างไรก็ตามยามนี้ใบหน้าขององค์ชาย 3 หาได้ยิ้มระรื่นและมีท่าทางเป็นกันเองอย่างเมื่อคืนแม้แต่น้อย ตอนนี้สีหน้าของมันมันเต็มไปด้วยความหม่นหมอง

"องค์ชาย 3 เห็นว่าท่านกำลังหาตัวข้าอยู่งั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนไม่ได้สุภาพสักนิด เขานั่งลงและกล่าวถามออกมาพร้อมคิ้วีท่ขมวดเป็นปมทันที

"ต้วนหลิงเทียน พวกเรามากล่าววาจากันอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อมดีหรือไม่ …เมื่อคืนลุงหูไม่ได้กลับมาหาข้า…เป็นคนของเจ้าสังหารเขาไปแล้วใช่หรือไม่?" องค์ชาย 3 ใช้ประกายตาสองสว่างราวกับประกายแสงจับจ้องไปยังต้วนหลิงเทียน เขาจ้องสีหน้าและท่าทางของต้วนหลิงทเทียนเขม็งราวกับจะเก็บรายละเอียด และความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยไม่ให้คลาดสายตา

สีหน้าของต้วนหลิงเทียนพลันแปรเปลี่ยนเป็นสับสนมึนงง เขากล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยทันที "เอ่อ…องค์ชาย 3 แล้วลุงหูที่ท่านว่า นี่เป็นใครหรือ?"

"หืม?" องค์ชาย 3 ขมวดคิ้ว เขานั้นจับจ้องสังเกตสีหน้าท่าทีของต้วนหลิงเทียนอยู่อย่างละเอียด แต่เขากลับสังเกตได้ว่าต้วนหลิงเทียน ไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางหรือปฏิกิริยามีพิรุธอะไรออกมาทั้งสิ้นยามกล่าวถึงเรื่องราวของลุงหู

เป็นไปได้หรือไม่ว่าเรื่องราวครั้งนี้จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับต้วนหลิงเทียน?

แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้!

เมื่อวานนี้เขาสั่งให้ลุงหูไปลงมือสังหารต้วนหลิงเทียน แต่ทว่าลุงหูกลับไปแล้วไปลับไม่กลับมา มันราวกับว่าเขาหายตัวไปในอากาศธาตุอย่างไรอย่างนั้น …

หากลุงหูเป็นคนธรรมดาแล้วหายตัวไปเฉยๆ เขาคงไม่คิดอะไรมากและคงเป็นแค่การสูญเสียผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 8 เท่านั้น…. มันก็อาจจะทำให้เขาเสียดายและไม่สบายใจอยู่บ้างเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทว่าลุงหูผู้นี้กลับมีความสำคัญนัก! นั่นเพราะมันเป็นถึงผู้ดูเรื่องราวในวัง อีกทั้งยังเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินส่วนตัวของเขาอีกด้วย!

สิ่งที่เขาต้องการกลับมาอย่างเร่งด่วนและร้อนรน ย่อมไม่พ้นแหวนมิติที่อยู่บนมือของลุงหู!

หาแหวนมิติวงนั้นสูญหายไป นั่นหมายความว่าเงินเกือบ 80,000,000 เหรียญเงินของเขาก็มลายหายไปในอากาศ และนั่นจะทำให้เส้นทางในอนาคตของเขามืดมนทันที …

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นองค์ชาย แต่ค่าใช้จ่ายในการดูแลวังและจับจ่ายใช้สอยรวมทั้งค่าจ้างเขาก็ต้องเป็นคนจ่ายเองทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาต้องการได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อสร้างโอกาสในบัลลังก์ราชาในอนาคต แน่นอนว่าเขาต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวในการสร้างความสัมพันธ์รวมทั้งติดสินบนอะไรต่างๆ …

ต้วนหลิงเทียนแสดงสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาอย่างเป็นห่วงว่า “องค์ชาย 3 เหตุใดสีหน้าท่านย่ำแย่ถึงเพียงนี้กัน? เกิดอะไรขึ้นเช่นนั้นหรือ?”

"ต้วนหลิงเทียน ถึงเจ้าจะฆ่าลุงหูไปมันก็ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไร..ข้าสามารถมองข้ามและละวางเรื่องนี้ได้ แต่เจ้าต้องส่งมอบแหวนมิติของลุงหูมา ไม่อย่างนั้นล่ะก็… เจ้าควรรู้ผลลัพธ์ที่จะตามมาดี!!" สีหน้าและท่าทางขององค์ชาย 3 พลันเคร่งขรึมและแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังในขณะที่กล่าววาจาออกมา

เขายังอยากจะเดิมพันอีกสักครั้ง และสอบสวนดูว่าแหวนมิติอยู่ในมือของต้วนหลิงเทียนหรือไม่

"องค์ชาย 3 เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร? คนของวังท่านตกตาย ท่านกลับมากล่าวหาข้า?" ใบหน้าของต้วนหลิงเทียนจมลงและเต็มไปด้วยโทสะ "แล้วแหวนมิติบัดซบอันใดที่ท่านพูดถึง ข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ..ขอลา!"

เมื่อกล่าวจบต้วนหลิงเทียนก็ลงจากรถม้าทันทีเขาไม่หันกลับไปมองสักนิด เขาเดินจากมาทันที

สีหน้าและท่าทางขององค์ชาย 3 เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวถึงขีดสุด

ไม่ใช่มันจริงๆงั้นหรือ?

แล้วเป็นฝีมือผู้ใดกัน … ?

ลุงหูนั้นเป็นผู้ติดตามเขามานานแล้วและเขาค่อนข้างมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า หากไม่เกิดเรื่องอันใดกับลุงหูแล้วล่ะก็ เขาไม่มีวันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้

"หากข้ารู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด ข้าจะให้มันตายไร้ที่ฝัง!!" องค์ชาย 3 ที่มักมีใบหน้าจะแลดูเป็นมิตรและเข้าหาได้ง่าย ยามนี้กลับมีแต่ความดุร้ายอำมหิตแสดงออกมา ราวกับว่าเขาได้เปลี่ยนไปเป็นปีศาจอย่างไรอย่างนั้น

ไม่นานจากนั้นรถม้าหรูหราขององค์ชาย 3 ก็จากไป ภายใต้การจ้องมองของอาจารย์ซื่อหม่าฉางฟง และต้วนหลิงเทียน

"ต้วนหลิงเทียน องค์ชาย 3 ตามหาตัวเจ้าด้วยเหตุอันใดงั้นหรือ?" ซื่อหม่าฉางฟงกล่าวถามออกมาอย่างลึกซึ้ง

"ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวนัก …เขาบอกข้าว่ามีผู้ดูแลนามลุงหูอะไรสักอย่างของวังเขาตกตายไป แล้วก็แหวนมิติอะไรนี่ล่ะ…ช่างวุ่นวายนัก" ต้วนหลิงเทียนเพียงยักไหล่ออกมาด้วยท่าทางไร้เดียงสาไม่รู้เรื่องรู้ราว

มันก็ไม่ได้ผิดคาดเขาสักเท่าไรที่องค์ชาย 3 จะมาหาเขา แต่ที่ผิดคาดก็คือเขาไม่คิดว่าองค์ชาย 3 จะมาเร็วถึงเพียงนี้

ดูเหมือนว่าเงินจำนวนนั้นจะนับว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาล แม้กระทั่งกับองค์ชาย 3 เองก็ตาม อีกทั้งดูท่าจะมีความหมายและความสำคัญต่อมันไม่น้อย

"แหวนมิติ ลุงหู งั้นหรือ?" ซื่อหม่าฉางฟงสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะนึกถึงความเป็นไปได้บางประการออก "จากที่ข้ารู้มา ดูเหมือนผู้ดูแลวังขององค์ชาย 3 จะมีนายว่า หูซัน….เป็นไปได้หรือไม่ที่หูซันจักตกตายไป? หูซันผู้นี้นอกจากเป็นบุคคลที่องค์ชาย 3 ไว้ใจที่สุดแล้ว มันยังเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินขององค์ชาย 3 อีกด้วย"

"เช่นนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่า คนที่มีนามว่าหูซันอะไรนั่นตกตายไปและแหวนมิติที่มีทรัพย์สินทั้งหมดขององค์ชาย 3 จะหายไปกับเขาด้วย?" ดวงตาของต้วนหลิงเทียนเบิกกว้างออกมา เขาทำท่าราวกับประหลาดใจอย่างมากในขณะพูด

"มันก็อาจจะเป็นเช่นเจ้ากล่าว แต่เจ้าต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้ให้ดี ไม่ควรแพร่กระจายไปเด็ดขาด…มิฉะนั้นมันอาจสร้างปัญหายุ่งยากให้เจ้าได้ องค์ชาย 3 ผู้นั้นหาได้เป็นคนง่ายดายไม่ เขาเองก็นับว่ามีไหวพริบไม่น้อย" ในขณะที่กล่าวเรื่องนี้ท่าทางของซื่อหม่าฉางฟงนั้นจริงจังอย่างมาก

"ข้าเข้าใจแล้วอาจารย์" ต้วนหลิงเทียนกล่าวรับคำอย่างแข็งขัน ลับหลังอาจารย์ซื่อหม่าประกายตาของมันเรืองออกมาวูบหนึ่ง

แน่นอนว่าองค์ชาย 3 ไม่ใช่คนที่จะแสดงท่าทีร้อนรนเช่นนี้ออกมาได้โดนง่าย ทั้งหมดนี่เพราะสิ่งที่ตัวเขาได้ไปกระทำเอาไว้ในงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ อันที่จริงวันนี้ทันทีที่เขาเห็นองค์ชาย 3 เขาก็สามารถเดาได้ทันทีว่าองค์ชาย 3 มาเพื่ออะไร

เขาย่อมสังเกตได้ว่าประกายตาขององค์ชาย 3 นั้นจ้องเขาอย่างจับผิดแค่ไหน ในขณะที่กล่าวถามถึงเรื่องการตายของลุงหูอะไรนั่นของมัน แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ได้ทันทีว่าการมาครั้งนี้ขององค์ชาย 3 มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่าการที่จะสอบสวนเฝ้าจับพิรุธของเขา และดูว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของลุงหูหรือไม่…

แต่น่าเสียดายทั้การกระทำเช่นนี้ขององค์ชาย 3 …เรียกได้ว่าไร้ประโยชน์สิ้นดี ในฐานะอดีตเจ้าหน้าที่ของกองกำลังพิเศษ หรือในฐานะทหารรับจ้างผู้เป็นถึงราชันย์สรรพาวุธ เชี่ยวชาญอาวุธทุกประเภทเช่นนี้ เขาจะถูกการสอบสวนด้วยลูกไม้ตื้นๆเช่นนี้หรือ?

ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา หลังจากที่ย้อนนึกถึงคำกล่าวองค์ชาย 3 เมื่อครู่ …องค์ชาย 3 อยากให้เขาคายของที่เรียกได้ว่า… กลืนลงท้องไปแล้วงั้นหรือ?

มันจะเป็นไปได้ยังไงกันเล่า?

หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็เดินตามซื่อหม่าฉางฟงกลับไปยังห้องเรียน

ตอนเที่ยงหลังจากชั้นเรียนสิ้นสุดลง เซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินก็เดินเข้ามาสอบถามต้วนหลิงเทียนทันที "ต้วนหลิงเทียน อาจารย์เขามีธุระอันใดกับเจ้างั้นหรือ?"

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม "ก็ไม่ได้มีอะไรมาก เขาเพียงบอกข้าว่า ที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนืออาจจะมีสงครามปะทุขึ้นมาได้ทุกเมือ … และเขาก็ถามข้าว่า สนใจที่จะไปเป็นกองกำลังสนับสนุนจากฝ่ายดาวกุนซือ ของสถาบันบ่มเพาะขุนพลที่กำลังจะส่งนักศึกษาไปหรือไม่"

ต้วนหลิงเทียนได้ยกถึงเรื่องที่ซื่อหม่าฉางฟงกล่าวกับเขาไว้ตั้งแต่ 10 วันที่แล้วออกมาเป็นข้ออ้าง

แน่นอนว่าเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินย่อมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นความจริง เซี่ยวฉวินถอนหายใจก่อนที่จะกล่าวเสริมออกมา "แต่เรื่องนี้ โดยปกติแล้วหากทางสถาบันบ่มเพาะขุนพลจะส่งนักศึกษาไปเป็นกองกำลังสนับสนุน ส่วนมากแล้วจะเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3… การที่อาจารย์ซื่อหม่าฉางฟงมากล่าวกับเจ้าเป็นการส่วนตัวเช่นนี้…คงมิแคล้วเป็นแผนกระตุ้นความสนใจเจ้า เพราะหวังอยากให้เจ้าไปด้วยเป็นแน่"

"ก็อาจจะเป็นไปได้นะ" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมพยักหน้า

ส่วนทางเซี่ยวหยูนั้นเขาสนใจเรื่องงานเลี้ยงเมื่อคืนมากกว่า จึงกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน "ต้วนหลิงเทียน แล้วงานเลี้ยงขององค์ชาย 3 เมื่อวานเล่า เป็นเช่นไรบ้าง คงมิพ้นองค์ชาย 3 พยายามอย่างมากที่จะผูกมัดตัวเจ้าเพื่อให้สนับสนุนเขาในอนาคตใช่หรือไม่?"

ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อจะผูกมัดตัวเขา?

ท่าทางของต้วนหลิงสะดุดไปเล็กน้อย องค์ชาย 3 นั้นไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าให้เขาตาย แล้วมันจะมีอารมณ์มายื่นข้อเสนอเพื่อผูกมัดหรือดึงตัวเขาไปอีกหรือ?

แต่ต้วนหลิงเทียนก็คงไม่กล่าวถึงความจริงออกไปแน่นอนอยู่แล้ว "ฮ่าๆ เอาเป็นว่าสำหรับงานเลี้ยงเมื่อคืน ข้าว่าเรื่องที่ทำให้ข้าคุ้มที่สุด น่าจะเป็นการได้ยลโฉมสตรีที่ได้สมญานามว่าโฉมงามอันดับ 1 แห่งเมืองหลวงซะมากกว่า"

โฉมงามอันดับ 1 แห่งเมืองหลวง

ตาของเซี่ยวหยูและเซี่ยวฉวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะหรี่ตาจับจ้องมายังต้วนหลิงเทียน "เจ้าได้เจอองค์หญิงปี้เหยาด้วยงั้นหรือ?"

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า

"อ่า ถ้าข้ารู้เช่นนี้ข้าคงขอติดตามเจ้าไปสนุกสนานด้วยแล้ว" เซี่ยวหยูกล่าวออกมาพร้อมท่าทีเสียดาย

"อะไร เจ้าอยากไปร่วมสนุกด้วยงั้นหรือ? เฮ่ ดูเหมือนหากข้าเจอเฉียนน้อยอีกครั้ง คงต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ให้นางรับรู้เอาไว้บ้างแล้ว" มุมปากของต้วนหลิงเทียนยกขึ้นเผยยิ้มแสยะชั่วร้ายออกมา

เฉียนน้อยที่เขากล่าวถึงย่อมเป็น น้องสาวของลั่วเฉิน, ลั่วเฉียน

เซี่ยวหยูกลอกตาไปมาเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวถามต้วนหลิงเทียนออกมาอย่างสงสัย "แล้วนางเป็นอย่างไรบ้างเล่า? องค์หญิงปี้เหยาน่ะ งดงามมากหรือไม่?"

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า "นางก็นับว่างดงามสมคำร่ำลือจริงๆ ..ด้านรูปโฉม…กล่าวได้ว่านางนั้น งดงามไม่ได้ด้อยไปกว่าน้องสาวเจ้าสักนิด!"

เซี่ยวหยูชะงักเล็กน้อย รูปโฉมเซี่ยวหลันนั้นแน่นอนว่าเขารู้ดี และตระหนักได้ว่ามันงดงามหาใดเปรียบขนาดไหน

"อะไรนะ!? เซี่ยวหยู น้องสองเจ้า งดงามไม่ด้อยกว่าองค์หญิงปี้เหยาเลยงั้นหรือ?"เซี่ยวฉวินกล่าวถามออกมาด้วยแววตาเรืองวูบ ยามนี้แลไปมันกลับคล้ายหมาป่าหิวโหยไม่น้อย

"เซี่ยวฉวิน เจ้าอย่าได้ฝัน นางมีชายในดวงใจอยู่แล้ว ไม่มีทางมาสนใจเจ้าหรอก"เซี่ยวหยูส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้ม

"ฮึ่ม! นั่นไม่ใช่ปัญหา ข้าจะพิสูจน์ให้นางเห็นเองว่าข้าแข็งแกร่งกว่าชายในดวงใจของนางนับ 10 นับ 100 เท่า! " เท่าที่เซี่ยวฉวินรู้ ชายในดวงใจของน้องสาวเซี่ยวหยู ก็ย่อมไม่พ้นบุรุษที่อยู่ในเมืองออโรร่าแห่งนั้น

สำหรับพรสวรรค์ตามธรรมชาติและพื้นหลังแล้ว บุรุษคนนั้นย่อมไม่สามารถสู้กับเขาได้แน่นอน

สำหรับฐานะสาวกสายหลักของตระกูลเซี่ยวแห่งเมืองหลวงแล้ว แน่นอนว่าเซี่ยวฉวินก็ย่อมมั่นใจตนเองไม่น้อย …

"อะไร! เจ้าแน่ใจงั้นหรือว่าจะสามารถแข็งแกร่งกว่าชายในดวงใจของนางได้นับ 10 นับ 100 เท่าจริงๆ?" สายตอของเซี่ยวหยูมองมาด้วยความสงสารไม่น้อย

“อะไรกันเล่า ในเมืองออโรร่ายังจะมีผู้ใดแข็งแกร่งเช่นต้วนหลิงเทียนและเจ้าอีกหรือไง” เซี่ยวฉวินพลันสะดุดกับคำพูดของตนเองเล็กน้อย เขาเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ

เซี่ยวหยูส่ายหัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"อะไร เช่นนี้หมายถึง …. " เซี่ยวฉวินกล่าวไม่ทันจบ เขาก็สังเกตเห็นเซี่ยวหยูหันไปมองต้วนหลิงเทียนอย่างช่วยไม่ได้…

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 167 องค์ชาย 3 คิดสอบสวนข้างั้นหรือ?"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
The Demon God Pesters : The Ninth Lady of the Doctor
มีนาคม 12, 2022
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
มีนาคม 12, 2022
ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
วิถีสู่สวรรค์
วิถีสู่สวรรค์
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz