หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 139 ภัยร้ายจ่อประชิด

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 139 ภัยร้ายจ่อประชิด
Prev
Next

ในห้องพักที่กว้างขวางต้วนหลิงเทียนนอนเอนหลังอยู่บนเตียง เขามองเพดานและครุ่นคิดถึงเรื่องราวบางอย่าง แพขนตากระพริบเป็นจังหวะ

เรื่องที่ชิ่งหรูกล่าวบอกแก่เขาก่อนหน้านี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนตื่นจากความฝันอันแสนหวาน! เขาพลันตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้เขามองเรื่องราวตื้นเขินเกินไป เขาคิดตื้นๆเพียงว่าเมื่อเดินมาถึงเมืองหลวงแล้ว ก็จะเดินดุ่มๆเข้าไปยังตระกูลต้วน ก่อนที่จะท้าทายต้วนหลิงซิ่ง แล้วฆ่ามันให้สมใจ ระบายแค้น …

ด้วยเหตุนี้ตระกูลต้วนก็จะพบกับความสูญเสียแล้วก็ไม่สามารถทำอะไร หรือเรียกร้องความเสียหายอะไรได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

หากเขาฆ่าต้วนหลิงซิ่งไม่ว่าจะด้วยวิธีการท้าทายที่ถูกต้อง หรือการประลองต่อหน้าต่อตาผู้คนก็แล้วแต่ สุดท้ายเขาน่าจะเจอกับการแก้แค้นของต้วนหรูเล่ยบิดาของมันอย่างลับๆแน่นอน … อีกทั้งสถานะของต้วนหรูเล่ยในตระกูลต้วนเองก็สูงมาก ทำให้เรื่องราวยากลำบากมากขึ้นไปอีก

ลำพังตัวเขาเองก็ไม่ได้กลัวอะไร แต่เขากลัวว่าครอบครัวของเขาจะประสบเภทภัยเสียมากกว่า

"ดูเหมือนว่าเรื่องล้างแค้นต้วนหลิงซิ่งนี้ ข้าต้องดำเนินการอย่างรอบคอบซะแล้ว… " ต้วนหลิงเทียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ครุ่นคิดหาแผนการอย่างช้าๆ

นอกจากฉงเฉวียนแล้วตอนนี้ตัวเขาก็มีอสรพิษน้อยทั้งสองตัวที่แข็งแกร่งอยู่ข้างเขา พวกมันสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งได้อย่างง่ายดายโดยการร่วมมือกันลอบโจมตี แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 6 แล้วล่ะก็ ต่อให้ฉงเฉวียนร่วมมือกับ อสรพิษน้อยทั้ง 2 ตัว ก็ไม่อาจสังหารอีกฝ่ายลงได้!

“ต้วนหรูเล่ยมีสถานะในตระกูลต้วนสูงขนาดนั้น การสั่งการผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 6 คงไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับมัน เผลอๆ มันยังใช้งานผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณแรกก่อตั้งขั้นที่ 7 ได้ด้วยซ้ำ …ตอนนี้ความแข็งแกร่งที่ข้ามี ยังนับว่าด้อยเกินไป” ต้วนหลิงเทียนค่อยๆลืมตาขึ้นมาพร้อมประกายตาเป็นระยิบระยับ

ฝึกฝนบ่มเพาะ!

ตราบใดที่เขาตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้ได้สำเร็จ เขาก็จะสามารถยกระดับเปลวเพลิงหลอมโอสถ ให้มีขีดความสามารถเป็นระดับ 8 และนั่นก็จะทำให้เขากลายเป็นผู้หลอมโอสถระดับ 8 และสามารถหลอมโอสถกวาดจิตพิสุทธิ์เพื่อแก้พิษปรสิตกลืนวิญญาณให้แก่ฉงเฉวียนได้

และเมื่อถึงตอนนั้นความแข็งแกร่งของฉงเฉวียนก็จะฟื้นฟูขึ้นมาอีก 1 ใน 3 … และจากการประมาณของหลิงเทียน คราวนี้ความแข็งแกร่งของฉงเฉวียนน่าจะพุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับ แรกสัมผัสธรรมชาติ ขั้นที่ 1

"ข้าจะไม่ถูกพวกมันกดดันอีกต่อไป หากว่าฉงเฉวียนกูคืนระดับบ่มเพาะ แรกสัมผัสธรรมชาติระดับแรกได้” ประกายตาของต้วนหลิงเทียนเรืองแสงยะเยือกออกมา ก่อนที่เขาจะหลับตาลง

วิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม รูปแบบงูเหลือมคลั่ง!

พลังงานต้นกำเนิดของต้วนหลิงเทียนแผ่พุ่งออกมาก่อนที่จะทำการกลั่นตัวแล้วแทรกซึมไปยังทุกอณูของเนื้อหนังร่างกายเขา พวกมันกำลังกำจัดของเสียและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เขาถึงระดับเซลล์ ถ้าเขาไม่ทำการ่มเพาะร่างกายและเสริมแกร่งด้วยพลังงานต้นกำเนิดนี้ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เขาจะไม่สามารถสั่งสมพลังเพื่อทะลวงผ่านจัดชีพจรเพื่อตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 ได้ เพราะรูปแบบการฝึกฝนของวิชา

อาจกล่าวได้ว่าแนวทางการฝึกฝนของวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบงูเหลือมคลั่งนี้ มันทำให้ระดับบ่มเพาะของต้วนหลิงเทียนชลอตัวลงไม่น้อย ไม่อาจเพิ่มระดับพรวดพราดได้อย่าง เค่อเอ๋อและลี่เฟย

เพราะวิชาบ่มเพาะของเขาต้องมาเสียเวลาหลอมกลั่นร่างกายอีกครั้ง เสมือนการบ่มเพาะร่างกายด้วยพลังงานต้นกำเนิดเช่นนี้นี่เอง!

ต้วนหลิงเทียนทำการฝึกฝนเสริมสร้างร่างกายของตัวเองตลอดระยะเวลาทั้งคืน จนกระทั่งถึงรุ่งสาง ทว่าเขายังไม่รู้สึกง่วงนอนแม้แต่น้อย และถึงแม้ว่าการบ่มเพาะร่างกายในช่วงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 นี้ยังไม่เสร็จสิ้น แต่ทว่าเขาก็เริ่มสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองได้ไม่น้อย …

"พลังวิญญาณของข้า … ดูเหมือนมันจะยกระดับขึ้น! เหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ระดับพลังวิญญาณของข้า ก็จะเท่าเทียมกับพลังวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง!!” หลังจากที่สังเกตเห็นถึงเรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนพลันประหลาดใจขึ้นมาไม่น้อย

ถ้าหากเขามีจิตตานุภาพเท่าเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง นั่นแสดงว่าว่าพลังวิญญาณของเขาก็จะแข็งแกร่งในดับนั้น และหมายความว่าเขาสามารถ จารึกอาคม ที่มีความรุนแรงเหนือกว่าอาคมจันทร์เสี้ยวโลหิตได้! …

หากเปิดใช้งานในจังหวะที่ศัตรูเผลอแล้วล่ะก็ อาคมจารึกจันทร์เสี้ยวโลหิตสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับต่ำกว่าวิญญาณแรกก่อตั้งได้ทุกรายอย่างไม่มีปัญหา แต่มันก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งมากสักเท่าไร

นั่นหมายความว่าหากเขาต้องการสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง เขาต้องใช้อาคมจารึกระดับสูงขึ้น! และตอนนี้เขากำลังจะทำได้แล้ว!!

"ตัวเลวร้าย … เจ้าตัดผ่านระดับแล้วหรือ?" ต้วนหลิงเทียนเดินออกจากอาคารหลักมายังลานกว้าง และการปรากฏตัวของเขาก็ยังคงมีพลังวิญญาณคุกรุ่นอยู่เพราะพึ่งฝึกฝนมาหยกๆ ทำให้ลี่เฟยประหลาดใจไม่น้อย

"เปล่า" ต้วนหลิงเทียนส่ายหัว คงมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าตอนนี้ตัวเขากำลังมีความสุขขนาดไหน

ต้วนหลิงเทียนหันไปมองเค่อเอ๋อที่กำลังร่ายรำกระบี่อยู่ด้านข้าง เขาจ้องมองนางฝึกฝนวิชากระบี่อยู่อย่างตั้งใจ ก็ยิ้มแย้มออกมาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะหันไปถามลี่เฟยว่า "ระหว่างเจ้ากับเค่อเอ๋อผู้ใดแข็งแกร่งกว่ากันหรือ?"

ลี่เฟยกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มว่า "หลังจากที่น้องหญิงเค่อเอ๋อฝึกฝนวิชากระบี่ยะเยือกเหมันต์ จนมีความสำเร็จในขั้นตอนแก่นแท้ ข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางอีกต่อไป นอกจากนี้ระดับบ่มเพาะของนางเองก็ควรจะตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6 แล้ว"

แน่นอนว่าลี่เฟยไม่บังเกิดจิตริษยาหรืออิจฉา ระดับบ่มเพาะของเค่อเอ๋อแม้แต่น้อย นี่เพราะนางนั้นสนิทสนมกับเค่อเอ๋อมาเป็นเวลานานนับปีแล้ว พวกนางตอนนี้รักใคร่สามัคคีกันยิ่งกว่าพี่น้องคลานตามกันมาเสียอีก

แต่แน่นอนว่าเรื่องการที่อยู่ร่วมกันมานานนี้ใช้ได้กับเค่อเอ๋อเพียงคนเดียวเท่านั้น อาจเป็นเพราะบางทีเค่อเอ๋อได้อยู่กับต้วนหลิงเทียนมาก่อน ส่วนนางเป็นคนที่มาทีหลัง … แต่ต้องขอบอกไว้เลยว่า ลี่เฟยนั้นระแวงและหึงหวงสตรีผู้อื่นและไม่อยากให้มาวอแวกับหลิงเทียนเป็นอย่างยิ่ง นางไม่คิดจะแบ่งต้วนหลิงเทียนกับสตรีคนที่ 3 !!

"เค่อเอ๋อ … " ต้วนหลิงเทียนเหม่อมองไปยังร่างบอบบางและอ้อนแอ้นอรชร ด้วยความประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเค่อเอ๋อจะมีความสำเร็จที่สูงถึงขนาดนี้ในเรื่องของระดับบ่มเพาะ

และตอนนี้เองเค่อเอ๋อก็มีอายุเท่าเทียมกับเขา นั่นก็คือมีอายุถึง 18 ปีแล้ว นั่นหายความว่านางเองก็เติบโตจนเป็นสาววัยแรกรุ่นอย่างสมบูรณ์แล้วนั่นเอง สตรีที่เติบโตแล้วนั้นกล่าวได้เลยว่าช่างแตกต่างจากตอนนางยังเป็นเด็กมากนัก!!

วิ๊งงง!

กระบี่ของเค่อเอ๋อเคลือบไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดก่อนที่นางจะตวัดกระบี่ ทิ้งรอยพลังงานต้นกำเนิดแหวกอากาศค้างเอาไว้ และอากาศที่ถูกกรีดเฉือนก็บังเกิดเป็นรองรอยของความหนาวเย็นจนอากาศแข็งตัว! นี่เป็นผลกระทบของวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูง วิชากระบี่ยะเยือกเหมันต์ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานของ วิชาบ่มเพาะกระบี่เทพเจ้าเหมันต์ที่นางฝึกฝนบ่มเพาะอยู่นั่นเอง

เดือนถัดมาบ้านของหลิงเทียนเองก็ยังคงสงบเงียบไร้เรื่องราว นอกจากหยอกเย้ากับคู่หมั้นทั้ง 2 แล้วต้วนหลิงเทียนก็ทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกฝนบ่มเพาะ สังเกตได้ชัดว่ายามที่เขาทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปฝึกฝนบ่มเพาะนั้น ทำให้การบ่มเพาะของเขารวดเร็วมากกว่าตอนที่ฝึกฝนบ่มเพาะในเกวียนมากนัก เพราะจะอย่างไรการเดินทางด้วยเกวียน สมาธิของเขาก็ต้องถูกรบกวนนู่นนี่นั่นอยู่เรื่อยทำให้ไม่สามารถทุ่มเทสมาธิโคจรพลังได้อย่างเต็มที่

และด้วยความตั้งใจนี้ ต้วนหลิงเทียนก็เสร็จสิ้นกระบวนการหลอมกลั่นร่างกายด้วยพลังงานก่อกำเนิดขั้นที่ 4 ได้ในเวลาครึ่งเดือน และตอนนี้เขาเริ่มสั่งสมพลังงานต้นกำเนิดสำหรับทะลวงผ่านระกับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 แล้ว

อีกเรื่องที่น่ายินดีก็คือ วิชาท่าร่างวิญญาณอสรพิษเคลื่อนกายที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน ในที่สุดเขาก็ค้นพบวิธีการเคลื่อนไหวของอสรพิษอย่างแท้จริง จนทำให้เขามีความสำเร็จในขั้นตอนแก่นแท้เสียที นั่นเท่ากับว่า วิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงทั้งหมดที่ฝึก ได้มีความสำเร็จใจระดับแก่นแท้หมดสิ้น แน่นอนว่าวิชาฝ่ามือพิชิตมังกรเองก็เข้าสู่ระดับแก่นแท้ไปแล้วด้วย

ปึงๆ ครืนนน!

ในลานกว้างต้วนหลิงเทียนพุ่งร่างไปมาอย่างไร้รูปแบบราวกับอสรพิษเลื้อยไปเลื้อยมาด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นคล้ายกับเส้นแสงสีม่วงแวบไปแวบมา

เหนือศีรษะเขาพลังงานฟ้าดินได้ตอบรับความแข็งแกร่ง จนฉายเงาร่างช้างแมมมอธโบราณออกมา 12 ตัว!!

ในแง่ของความแข็งแกร่งปัจจุบัน แน่นอนว่ายามนี้ตัวเขานั้นมีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 ไปแล้ว และถ้าหากเขาใช้กระบี่อ่อนดาราม่วงล่ะก็เขามั่นใจว่า ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนไหนที่มีระดับต่ำกว่าระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 1 จะสามารถเล็ดรอดคมกระบี่เขาไปได้ กล่าวได้ว่า ไร้พ่ายใต้กำเนิดแก่นแท้อย่างแท้จริง

และในเดือนนี้เค่อเอ๋อเองก็ตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6 เป็นที่เรียบร้อย

ตอนนี้ภายในบ้านนับว่าคึกคักมากกว่าเดือนที่แล้วอยู่ไม่น้อย เพราะชิงหรูเองก็สามารถ จ้างวานสาวใช้มาอีก 3 คน และคนครัวอีก 2 คน

ยามนี้เรื่องราวภายในบ้านค่อยๆเข้าที่เข้าทางแล้ว ทำให้ต้วนหลิงเทียนและครอบครัวสามารถฝึกฝนบ่มเพาะได้อย่างสงบสุข

"สถานการณ์ภายนอกเป็นอย่างไรบ้าง?" ต้วนหลิงเทียนกลาวถามฉงเฉวียนที่พึงกลับมา

ฉงเฉวียนเองก็กล่าวตอบออกมาอย่างสุภาพว่า "นายท่านขอรับ ยามนี้ถึงแม้อาวุโสรองของตระกูลต้วน และองค์ชาย 5 จะยังไม่เลิกตามหาตัวท่าน แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ค้นหาอย่างละเอียดถี่ยิบเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว นี่เพราะพวกเขาไม่ทราบความเป็นมาของท่าน พวกเขาจึงไม่มีวิธีค้นหาท่าน อย่างไรก็ตามจากเรื่องที่ข้าได้สืบทราบมา ดูเหมือนบุตรีของผู้ว่าการมณฑลตะวันฉาย กับต้วนหรงนั้น จะเป็นผู้เข้ารับการศึกษาที่สถาบันบ่มเพาะขุนพลปีเดียวกันกับท่าน"

"ตอนนี้เวลาลงทะเบียนเข้าศึกษาในสถาบันบ่มเพาะขุนพลยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนเท่านั้นก่อนที่จะครบกำหนด และเมื่อปีการศึกษาใหม่เริ่มต้น…นายท่าน ข้าเกรงว่ายามที่ท่านไปยังสถานศึกษาบ่มเพาะขุนพล พวกเขาคงหาตัวท่านได้ไม่ยากในงานวันแรกพบ และยามนั้นเกรงว่าอาวุโสรองตระกูลต้วน และองค์ชาย 5 จะพบตัวท่าน " ฉงเฉวียนกล่าวออกมาอย่างกังวล

นี่เพราทั้งอาวุโสรองของตระกูลต้วน และคองค์ชาย 5 นั่น ย่อมมีผู้ฝึกยุทธ์มากมายภายใต้อำนาจของพวกมัน และฉงเฉวียนเองก็รู้ตัวดีว่า ด้วยระดับบ่มเพาะเพียงเท่านี้ของเขา มันเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการกับศัตรูทั้งหมด

"หืม พวกมันเป็นนักศึกษาของสถาบันบ่มเพาะขุนพลด้วยงั้นรึ?" ต้วนหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากครุ่นคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พยักหน้าแล้วกล่าวออกมา “ข้าเข้าใจแล้ว เอาล่ะต่อจากนี้เจ้าก็ไปคอยตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบต่อไป ส่วนเรื่องพวกนี้ข้าจะหาทางจัดการเอง จะอย่างไรข้าก็ไม่คิดว่าทั้งอาวุโสรองและองค์ชาย 5 นั่นจะค้นหาที่นี่พบในช่วงเวลาสั้นๆ”

"ขอรับนายท่าน" ฉงเฉวียนกล่าวตอบรับหลิงเทียนอย่างสุภาพ เขาเชื่อฟังคำสั่งของหลิงเทียนอย่างไร้เงื่อนไข

ต้วนหลิงเทียนหันไปมองฉงเฉวียนแล้วก็ค่อยๆกล่าวออกมาว่า "หลังจากนี้ไม่ต้องเรียกข้าว่านายท่านแล้ว ให้เรียกข้านายน้อยเหมือนชิ่งหรูและคนอื่นๆ "

"ขอรับนายน้อย" ฉงเฉวียนกล่าวตอบ ก่อนที่จะจากไป

"อาวุโสรองตระกูลต้วน กับองค์ชาย 5 … " ต้วนหลิงเทียนลูบคางของเขาแน่นอนว่ายามนี้หากเขาออกไปเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรงแล้วล่ะก็ นั่นก็ไม่ใช่เขาแล้วล่ะ เพราะเขาไม่เคยประเมินค่าตัวเองสูงขนาดนั้น!

"พลังวิญญาณของข้ายังขาดอยู่เล็กน้อย … ข้าต้องรออีกสักพัก" ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

จากความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด 2 ชาติพบ ไม่มีหนทางใดที่จะปลูกฝังพลังวิญญาณให้แข็งแกร่งขึ้นได้ มันต้องพึ่งพาระดับบ่มเพาะปัจจุบันกับผลไม้วิญญาณบางชนิดเท่านั้น

ต้วนหลิงเทียนมีความรู้สึกว่าตราบใดที่เขาสามารถตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 พลังวิญญาณของเขาจะเริ่มกระบวนการพัฒนาอีกครั้ง และเมื่อมันพัฒนาเสร็จสิ้นพลังวิญญาณของเขาก็จะเท่าเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง และนั่นมันจะเพียงพอให้เขาใช้มันเพื่อจารึกอาคมที่สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับวิญญาณแรกก่อตั้งได้!

"แต่จะอย่างไรราคาที่ต้องจ่าย เพื่อซื้อวัตถุดิบมาจารึกอาคมที่สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิญญาณแรกก่อตั้งได้นี่ คงต้องใช้วัตถุดิบที่มีราคาหลายล้านเหรียญเงินเป็นแน่ … " ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนเริ่มตระหนักแล้วว่า เขาต้องหาวิธีสร้างรายได้หรือหาเงินเข้ากระเป๋าแล้ว…

ต้วนหลิงเทียนหันไปมองหญิงรับใช้คนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เขาแล้วกล่าวว่า "เสี่ยวลี่ เจ้ามีเครื่องประทินโฉมหรือไม่?"

สาวใช้หน้าตาแลดูเฉลียวฉลาดนางนี้เป็นคนที่ชิ่งหรูจ้างมา

"มีเจ้าค่ะ" เสี่ยวลี่รีบพยักหน้า

"เอามาให้ข้าหน่อย" ต้วนหลิงเทียนกล่าว

แม้เสี่ยวลี่จะสงสัยว่าชายทั้งแท่งอย่างต้วนหลิงเทียนจะขอเครื่องประทินโฉมนางไปทำไม แต่นางก็ยังยื่นให้เขาไปอยู่ดี

และเมื่อนางเห็นต้วนหลิงเทียนเริ่มแต่งหน้าของเขา นางเองก็อดตกตะลึงไม่ได้ "เหตุใดนายท่าน จึงต้องตกแต่งใบหน้าของนายท่านจนแลดูอ่อนโยนและน่ารักจนสตรีต้องอิจฉาถึงเพียงนี้ล่ะเจ้าคะ?"

และเวลาต่อมานางก็ยิ่งตกตะลึงเข้าไปอีก

"เจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง?" ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มออกมาเบาๆ ตอนนี้เขาแทบจะดูต่างออกไปเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง และนี่เป็นการปลอมตัวที่อาศัยเพียงการแต่งหน้าเท่านั้น

"นายท่าน ช่างยอดเยี่ยมนัก ฝีมือแต่งหน้านี้ของท่าน … ช่างเลิศล้ำอย่างยิ่งเจ้าค่ะ!" เสี่ยวลี่มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและหลงใหลในขณะที่เฝ้ามองหลิงเทียน นี่ถ้าหากนางไม่ได้เห็นด้วยสองตาของตัวเองว่าต้วนหลิงเทียนเริ่มแต่งหน้า ต่อหน้าของนางแล้วล่ะก็ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจดจำต้วนหลิงเทียนได้ และ ก็ไม่อาจแม้กระทั่งบอกได้ด้วยซ้ำว่าใบหน้านี้ของเขานั้นผ่านการแต่งหน้ามาแล้ว

"เสี่ยวลี่เจ้าแตกตื่นโวยวายอะไรกัน … เอ๋! เจ้าเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงมาสวมใส่เสื้อผ้าตัวเลวร้ายของข้าล่ะ?" ตอนนี้เองที่ลี่เฟยเดินออกมาจากบ้านพักเพราะได้ยินเสียงตกใจของเสี่ยวลี่ และเมื่อนางได้เห็นบุรุษแปลกหน้าที่สวมใส่ชุดของต้วนหลิงเทียน ท่าทางของนางพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

ต้วนหลิงเทียนจับจ้องไปยังลี่เฟยด้วยสายตาหมาป่าก่อนที่จะกล่าววาจาออกมาอย่างแทะโลม "แม่สาวน้อย ข้าได้สังหารตัวเลวร้ายอะไรนั่นของเจ้าไปแล้ว ต่อไปนี้บ้านหลังนี้จะเป็นของข้า ฮึ่ม! ตัวเจ้าก็เช่นกัน ยอมเป็นของข้าแต่โดยดี!"

"อะไรนะ สังหารตัวเลวร้ายไปแล้ว!" ลี่เฟยที่ยังสับสนอยู่ในตอนแรกเนื่องจากกังวลมากเกินไป แต่เมื่อได้ยินเสียงกล่าวออกมา และเอะใจอยู่สักพักนางก็จำได้ทันทีว่าเป็นต้วนหลิงเทียน "เจ้า … นี่… เจ้าทำได้อย่างไรกัน?"

ต้วนหลิงเทียนไม่ค่อยแปลกใจสักเท่าไร ที่ลี่เฟยจะจดจำเขาได้ เพราะจะอย่างไรพวกเขาก็อยู่ด้วยกันมานานแล้ว

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 139 ภัยร้ายจ่อประชิด"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
Tales of Herding Gods
Tales of Herding Gods
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
มีนาคม 12, 2022
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz