หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 124 ละเลงเลือด ตระกูลฟาง!!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 124 ละเลงเลือด ตระกูลฟาง!!
Prev
Next

ณ ตระกูลฟาง

บรรยากาศของตระกูลฟางยามนี้เรียกได้ว่าต่างกับบรรยากาศของตระกูลลี่ยิ่งกว่าฟ้าดิน ในขณะที่ตระกูลลี่โศกศัลย์อาลัยให้กับการไว้ทุกข์ ทางด้านตระกูลฟางกลับประดับประดาเทียนโคมจุดไฟสวยงาม ทั้งผู้คนยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานครื้นเครง ราวกับเป็นวันฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างไรอย่างนั้น

ในห้องโถงหลังของตระกูลฟาง ประมุขตระกูลฟางรวมทั้งผู้อาวุโสทุกคนล้วนนั่งอยู่กันครบถ้วน ทว่าตำแหน่งที่นั่งของพวกมันยามนี้กลับลดหลั่นมาขั้นหนึ่ง…เนื่องเพราะมีร่างชายชราอายุอานามไม่ต่ำกว่า 100 ปี นั่งอยู่บนเก้าอี้ในตำแหน่งสูงสุดของตระกูลฟาง …

"ท่านปู่รอง ท่านได้ช่วยเหลือตระกูลฟางเอาไว้อย่างแท้จริง พวกเรานั้นได้รับความทุกข์ทรมานมานานเหลือเกินแล้ว ตั้งแต่ผู้อาวุโสหลักจากไป ทั้งตระกูลลี่และตระกูลเฉินก็กดดันพวกเราอย่างหนัก พื้นที่ในตลาดของตระกูลเราแทบเหลือไม่ถึงครึ่ง แต่ยามนี้เมื่อท่านกลับมาและยื่นมือเข้าช่วยเหลือเช่นนี้ พวกเราก็สามารถเรียกทุกสิ่งที่เคยเป็นของพวกเรากลับมาได้" ใบหน้าของประมุขตระกูลฟางเต็มไปด้วยความเบิกบานและรอยยิ้มกว้างในขณะที่กล่าวกับชายชราที่นั่งอยู่สูงสุด

"ตอนนี้ตระกูลลี่ก็สิ้นลี่หัวแล้ว พวกมันก็ไม่อาจต่อต้านอันใดพวกเราได้อีก เมื่อพวกเราฟื้นฟูพื้นที่ในตลาดของพวกเราเสร็จสิ้นเมื่อไร พวกเราก็หาทางกลืนกินที่ทางและกิจการทั้งหมดของพวกมันเสีย นี่จักเป็นเรื่องประเสริฐสุด" ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลฟางกล่าวเสริมออกมาพร้อมลูบเคราขาว

"ข้าเห็นด้วย! ถึงแม้พวกเราจักทำเช่นนี้ ข้าก็เชื่อมั่นว่า ตระกูลเฉินคงไม่กล้าสอดมือหรือกล่าววาจาช่วยเหลือแม้เพียงครึ่งคำ"

“ตระกูลเฉิน? ตระกูลเฉินมันอยากช่วยตระกูลลี่แล้วจะอย่างไร เมื่อพวกมันได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของท่านปู่รองแล้ว พวกมันทำได้เพียงยืนนิ่งไม่กล้ากระดิกแม้แต่ปลายนิ้ว ปล่อยให้ลี่หัวตกตายด้วยน้ำมือท่านปู่รองไม่ใช่หรือไร?”

"นั่นสิท่านประมุข ข้าลืมไป! ฮ่าๆ ข้ายังจดจำสีหน้าของ เฉินคุน ผู้อาวุโสหลักตระกูลเฉิน ได้มิลืมเลือน ตอนนั้นมันดูท่าทางเหมือนต้องการกระทำบางสิ่ง ทว่ากลับยึกยักไม่กล้าลงมือ นั่นทำให้ข้าหัวร่อจนแทบตกตายแล้ว!"

อาวุโสคนหนึ่งที่นั่งอยู่อีกด้านกล่าวออกมาพร้อมเสียงหัวเราะสนุกสนาน

สายตาของชายที่ชราที่สุดในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นชาก่อนที่จะกลาวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "หากเฉินคุนนั่นกล้าขยับแม้เพียงครึ่งก้าว ป่านนี้มันตกตายด้วยน้ำมือข้าไปแล้ว! เอาล่ะ จะอย่างไรก็ตาม การที่พวกเราไม่อาจได้สูตรโอสถน้ำลึกลับนั่น ก็นับว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ประการหนึ่งของตระกูลฟางเรา"

ชายชราหันไปมองฟางอี้แล้วกล่าวถามออกมา "เจ้ารู้หรือไม่ว่า ลี่หัวนั่นมันไปได้สูตรโอสถนี้มาจากที่ใด?"

"ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับท่านปู่รอง"

ฟางอี้ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวต่อไปอีกว่า "ทว่าข้านั้นมั่นใจอย่างยิ่งว่า มันพึ่งได้รับสูตรโอสถมาภายในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานี้อย่างแน่นอน… โอสถน้ำลึกลับนั่นนับว่ายอดเยี่ยมนัก แม้กระทั่งไอขยะของตระกูลลี่ที่ใช้แซ่อื่นนั่น ยังสามารถเติบโตขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว และก็เป็นมันที่ทำให้ตระกูลฟางของพวกเราต้องเสียหน้ามากที่สุด โชคร้ายนักที่ไอเด็กบัดซบนั่นมันย้ายไปยังตระกูลลี่สาขาหลักที่เมืองออโรร่าเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าคงทำให้มันทรมานจน อยู่ไม่สู้ตาย!! "

ในขณะที่ฟางอี้กล่าวเรื่องนี้ออกมา แววตาของมันลุกโชนวูบวาบไปด้วยเพลิงโทสะและอำมหิต

"ข้าเองก็ได้ยินข่าวของมันมาบ้างแล้ว ไอเด็กบัดซบนั่นช่างสมควรตายนัก !" แววตาของชายชราเองก็เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ

"ท่านประมุข ท่านประมุข!" ทันใดนั้นเองกลับปรากฏร่างที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว พุ่งพรวดเข้ามากลางห้องพร้อมทั้งตะโกนโวยวายออกมาอย่างเสียจริต

ร่างของชายคนนั้นแน่นอนว่าเป็นสาวกตระกูลฟางคนหนึ่ง ทว่าตอนนี้ใบหน้าของมันซีดเผือดไร้สีเลือด แววตาหวาดผวาราวกับพบเจอเรื่องน่าหวาดกลัว ร่างทั้งร่างยังคงสั่นระริกไม่หยุด …

"บัดซบ! ผู้ใดให้เจ้าเข้ามา?" สีหน้าฟางอี้เริ่มครึ้มลง

ทว่าชายชราที่นั่งอยู่สูงสุดกลับมองไปยังสาวกคนนั้น แล้วกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "มีเรื่องอะไร?"

"เรียนท่านบรรพชนรอง ท่านประมุข ยามนี้มีชาย 2 คนบุกรุกตระกูลฟางของพวกเรา และพวกมันได้ลงมืออย่างอำมหิตเข่นฆ่าผู้คนของตระกูลฟางทุกคนที่พบเจอ สร้างเส้นทางโลหิตมายังห้องโถงหลักนี้ขอรับ!" ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว ร่างทั้งร่างยังคงสั่นระริกไม่หยุด

"ว่ากระไร?!" ท่าทางของทุกคนในห้องโถงหลักของตระกูลฟางพลันเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นทันที

"ไป! ข้าอยากเห็นนักว่าผู้ใด กล้ามาลูบคมตระกูลฟางของข้า" ชายชรากล่าวจบ ก็พุ่งร่างราวกับเหินบินออกไปในพริบตา

เหล่าผู้อาวุโสและประมุขของตระกูลก็พุ่งร่างตามไปติดๆ

ต้วนหลิงเทียนยามนี้ตวัดกระบี่อ่อนดาราม่วงอย่างอำมหิตไม่หยุดยั้ง คมกระบี่อาบชโลมไปด้วยโลหิตท่วมทั้งใบกระบี่ ตั้งแต่เขาเหยียบตระกูลฟางมา พบ 1 คนสังหาร 1 คน พบ 10 คนสังหารสิ้น 10 คน…ขอเพียงเป็นอ้ายอีตัวใดก็ตามที่อยู่ในตระกูลฟาง ฆ่าไม่ละเว้น!!

ฉงเฉวียนที่ติดตามหลิงเทียนมาก็เช่นกัน ด้วยดาบยาว 3 ฟุตในมือ ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดที่กล้ำกรายเข้ามาเป็นอันต้องทิ้งลมหายใจสุดท้ายเอาไว้เสียสิ้น

ฉัวะ!

กระบี่อ่อนดาราม่วงตวัดทิ้งเส้นแสงสีม่วงทอประกายค้างไว้ในอากาศ พร้อมหยาดโลหิตสาดกระเซ็น ศีรษะผู้คนหลุดกระเด็นไปอีกครั้ง …เด็กน้อยที่สมควรมีอนาคตไกลกับต้องเห็นแสงกระบี่สีม่วงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต

ยามนี้ทั่วทั้งหน้าและร่างกายของหลิงเทียนราวกับอาบโลหิตมาอย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่าที่ใดที่เขามุ่งไป หนทางเส้นนั่นจะกลับกลายเป็นทะเลโลหิตในพริบตา

สิบย่างก้าวคร่าสังหาร ไร้ต่อต้านนับพันลี้!

ตอนนี้คำกล่าวที่ว่าช่างเหมาะสมกับต้วนหลิงเทียนนัก

แม้แต่ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่ได้นับว่ายามนี่กระบี่ของมันปิดปลงศีรษะผู้คนไปมากน้อยเท่าไรแล้ว มันเพียงเดินไปตามท้างพร้อมกับฉงเฉวียน ด้วยสายตาไม่แยแสราวกับเหลือบมองเหลือบไรเท่านั้น สำหรับมันยามนี้ต่อให้ฆ่าล้างผู้คนตระกูลฟางไปสักเท่าไรก็ไม่อาจเทียบได้กับชีวิตของอาวุโสหลักลี่หัว

ตอนนี้ทุกกระบี่ที่สังหารผู้คนไปนั้นมันหวังเพียงจะปลอบประโลมวิญญาณของลี่หัวให้สุขสงบ เด็กสตรีคนชรา ฆ่าไม่ละเว้น!!

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

…

ประกายแสงจากกระบี่อ่อนดาราม่วง ราวกับจะแข่งขันประชันกับแสงดาบสีคราม ทั้งสองลำแสงแลดูงดงามนัก ทว่ากับฝ่ายศัตรู กระบี่และดาบนั้นมันไม่ต่างอะไรกับคมเคียวของมัจจุราช และแสงตะเกียงเก็บดวงวิญญาณของมัจจุราชแม้แต่น้อย เนื่องเพราะคราใดที่ประกายแสงนี้ส่องสว่างขึ้น เปลวไฟชีวิตของผู้คนในตระกูลฟางล้วนดับลงไปอีกกอง

"มัน…มันคือต้วนหลิงเทียน!" มีคนหนึ่งสามารถจดจำได้ว่าเป็นต้วนหลิงเทียน

“ปะ..เป็นมันจริง โอ้สวรรค์!! ดูด้านบน นะ..นั่น..ชะ…ช้างแมมมอธโบราณ 9 ตัว…นี่ไม่ใช่ว่ามันแข็งแกร่งกว่าประมุขตระกูลของพวกเราหรือ? "

"เป็นไปไม่ได้! ปีนี้มันควรมีอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น!"

…

ตอนนี้เหล่าสาวกของตระกูลฟางไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ไม่หวาดกลัว

"บัดซบ เจ้า!! ต้วนหลิงเทียน!" เสียงที่เต็มไปด้วยโทสะอารมณ์เสียงหนึ่งดังขึ้นจากที่ไกลๆ

ต้วนหลิงเทียนที่ก้าวไปด้านหน้าค่อยๆก้าวช้าลงก่อนที่จะหยุดร่าง สายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของเขาค่อยๆกลับสู่ความสงบ…ที่ควรมาก็มาได้เสียที เป้าหมายหลักของเรื่องราวในวันนี้ปรากฏตัวออกมาแล้ว

ฉงเฉวียนเองก็ถือดาบมายืนอยู่กอดอกด้านหลังของต้วนหลิงเทียนราวกับเทพอารักษ์

ต้วนหลิงเทียนเพียงเหลือบตามองไปยังชายชรารูปร่างผอมบาง ที่เดินนำหน้าคนของตระกูลฟางมาด้วยสายตาวาวโรจน์เท่านั้นไม่ได้ลงมือหรือเคลื่อนไหวอะไร

ด้านหลังของพวกมันยังมี ฟางอี้ ประมุขของตระกูลฟางและกลุ่มผู้อาวุโสของตระกูลฟางติดตามมาด้วย

ดูเหมือนว่ายามนี้ผู้คนระดับสูงๆของตระกูลฟางจะมารวมหัวกันอยู่ที่นี่จนครบคน ท่าทางของพวกมันตอนนี้เต็มไปด้วยโทสะและความรังเกียจ โดยเฉพาะผู้ที่ตะโกนเมื่อครู่แลดูจะเกรี้ยวกราด อีกทั้งยังมีใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะโทสะมากกว่าผู้ใด มันคือฟางอี้ ประมุขตระกูลฟางนั่นเอง…

"เจ้าน่ะหรือ ต้วนหลิงเทียน?"

แววตาของหลิงเทียนยังคงราบเรียบสงบนิ่ง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับแววตาอำมหิตน่าหวาดกลัวของชายชรา เขากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ถูกแล้ว ข้าคือต้วนหลิงเทียน เจ้าเองก็ไม่พ้นไอแก่โลงผุ ของตระกูลฟางสินะ"

"เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ายามนี้ เจ้ากำลังรนหาที่ตาย … " จิตสังหารเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากสายตาของชายชรา

"รนหาที่ตาย?" ต้วนหลิงเทียนพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น "ไอแก่หนังเหี่ยวใกล้ตาย นี่เจ้ามั่นใจตัวเองนักหรือไร?"

“สามหาว! ไอเด็กบัดซบต้วนหลิงเทียน เจ้ากล้าโอหังต่อหน้าท่านปู่รองของข้าหรือ หาที่ตาย!” ใบหน้าฟางอี้พลันเต็มไปด้วยความอำมหิต มันกล่าวออกมาด้วยเสียงดังสนั่น ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสายลมใหญ่หอบหนึ่งพุ่งมาทางต้วนหลิงเทียน

"นั่นก็ต้องดูว่าเจ้า มีความสามารถพอหรือไม่ล่ะนะ" รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของต้วนหลิงเทียน ทันทีที่เขาเห็นเงาร่างช้างแมมมอธโบราณเพียง 8 ตัวเหนือหัวฟางอี้…

ในแง่ของความแข็งแกร่งถึงแม้เขาจะโยนกระบี่อ่อนดาราม่วงที่เป็นอาวุธวิญญาณทิ้งไปเสีย ความแข็งแกร่งของฟางอี้ก็ยังด้อยกว่าเขา 1 ช้างแมมมอธโบราณ

ในแง่ของวิชายุทธ์นั้น …ล้วนไร้ซึ่งหนทางใดที่ฟางอี้จะมาเปรียบเทียบกับเขาได้ อาศัยสิทธิ์ในการเปรียบเทียบมันยังไม่มีด้วยซ้ำ

"ตาย!" ฟางอี้ที่เคลื่อนร่างมาถึงตรงหน้าของหลิงเทียนในพริบตา มันคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่จะฟาดฝ่ามือที่ควบแน่นไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดลงมา หมายป่นร่างหลิงเทียนอย่างเกรี้ยวกราด

ต้วนหลิงเทียนเองก็เริ่มขยับร่างด้วยท่าทีปลอดโปร่ง ทว่าความแข็งแกร่งที่เขาระเบิดออกมานั้นกลับสูงถึง 9 ช้างแมมมอธโบราณ…วิชาทาร่าง วิญญาณอสรพิษเคลื่อนกาย!

ฟุ่บ!

ฟ่ามือฟางอี้ยังฟาดลงมาไม่ถึงครึ่งทาง ร่างของต้วนหลิงเทียนนพลันกระพริบวูบไหวหายไปต่อหน้าต่อตา ย้ายไปอยู่ด้านหลังของฟางอี้อย่างอัศจรรย์

ฉับ!

ประกายแสงของกระบี่อ่อนดาราม่วงกระพริบขึ้นมากลางอากาศอีกครั้ง ร่างของฟางอี้ที่พุ่งโถมเข้ามาหมายจู่โจมหลิงเทียน ก็ยังคงพุ่งต่อไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ทว่าน่าเสียดาย ที่ศีรษะของมันหลุดลอยขึ้นฟ้าไม่อาจติดตามลำตัวไปได้อีกแล้ว…หยาดโลหิตอุ่นๆสาดกระเซ็นออกมาราวกับน้ำพุ

ฟางอี้นั้นไม่สามารถตอบสนองต่อความรวดเร็วของหลิงเทียนได้อย่างสิ้นเชิง ยามนี้แม้ศีรษะมันจะหลุดลอยไปแล้วมันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอันใดขึ้น…สุดท้ายโลกเบื้องหน้าของมันพลันมืดดับไปอย่างฉงน ทุกอย่างพลันกลับกลายเป็นว่างเปล่า…

ความแข็งแกร่งของทั้งสองแตกต่างกันราวสวรรค์และโลก

ชายชราร่างผอมรวมทั้งเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลฟางไม่เว้นแม้แต่สาวกที่ชมดูเหตุการณ์อยู่ล้วน ตกตะลึงราวกับคนบ้าใบ้

"ทะ..ท่านประมุข … " สาวกของตระกูลฟางที่อยู่ใกล้ๆ ตอนนี้ทั่วทั้งร่าของมันพลันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

ต้วนหลิงเทียนผู้นี้เป็นปีศาจอย่างแท้จริง! มันอาศัยเพียง 1 กระบี่เท่านั้นในการสังหารท่านประมุข… น่าสะพรึงกลัวเกินไป!

"ท่านประมุข" กลุ่มผู้อาวุโสของตระกูลพลันได้สติกลับมาจากอาการตะลึงอีกครั้ง พวกมันจับจ้องไปยังร่างกายไร้วิญญาณ และไร้ศีรษะของประมุขด้วยความเศร้าโศกก่อนที่จะร่ำไห้ออกมา คำว่าเป็นไปไม่ได้ยังคงฉายชัดอยู่ในดวงตาของพวกมัน ในขณะที่มันหันมามองต้วนหลิงเทียน

นี่มันเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการและความคิดอ่านของพวกมันมากเกินไป แม้กระทั่งในฝันของพวกมันยังไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องราวเช่นนี้ได้ ต้วนหลิงเทียนจะบรรลุความแข็งแกร่งที่น่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้ได้อย่างไร มันเพิ่งออกจากเมืองวายุโปรยไปยังไม่ครบ 2 ปีด้วยซ้ำ

ความแข็งแกร่ง 9 ช้างแมมมอธโบราณ!

ไม่มีผู้ใดสักคนในหมู่พวกมันบรรลุถึงความแข็งแกร่งระดับนี้

"หลานอี้!!" ใบหน้าของชายชราเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำก่อนที่จะตะโกนออกมาด้วยโทสะ มันใช้สายตาเย็นชาราวกับจะแช่แข็งได้แม้กระทั่งจิตวิญญาณ มองมาที่หลิงเทียนอย่างอำมหิต "ไอ้เด็กบัดซบ ข้าจะใช้โลหิตเจ้าชโลมวิญญาณหลานข้าในสวรรค์!"

"นี่ ไอ้แก่ปากเหม็น เหตุใดสวะในตระกูลฟางรวมทั้งเจ้าชอบคุยโวโอ้อวดเช่นนี้ทุกตัวเลยเล่า?" มุมปากของหลิงเทียนแสยะยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวคำเย้ยหยันออกไป โดยไม่ได้รู้สึกรู้สากับสายตาเย็นชาและจิตสังหารของชายชราแม้แต่นิด

"ต้วนหลิงเทียน!" ทันใดนั้นเองคนของตระกูลลี่ที่พึ่งมาถึงก็ตะโกนเรียกชื่อหลิงเทียนออกมา และเมื่อพวกเขาสังเกตเห็นถึงซากศพฟางอี้ที่หัวกับตัวแยกจากกันบนพื้น อดไม่ได้ที่ประกายตาของพวกเขาจะเรืองวูบออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ …

"วันนี้จะไม่มีสวะตัวใดของตระกูลลี่ ที่ก้าวออกไปจากตระกูลฟางทั้งที่ยังมีลมหายใจ" ชายชราที่เต็มไปด้วยโทสะพลันก้าวออกมาด้านหน้าในขณะที่พลังงานต้นกำเนิดก็ปะทุแผ่ซ่านออกมาจากร่างของมันอย่างมหาศาล พลังงานฟ้าดินตอบรับความแข็งแกร่งของมันจนฉายเงาร่างช้างแมมมอธโบราณออกมา 30 ตัว!…

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 2!

ทว่าเหล่าผู้คนของตระกูลลี่หาได้หวาดหวั่นหรือบังเกิดจิตขลาดเขลาแต่อย่างใด พวกเขายังคงเต็มไปด้วยความกระหาย … กระหายที่จะล้างแค้นให้แก่ผู้อาวุโสหลักลี่หัว!

สู้!

ถึงแม้ว่าวันนี้พวกเขาจะต้องต่อสู้จนตัวตายพวกเขาก็ไม่หวาดหวั่น พวกเขากล้าทีจะพุ่งออกไป! แม้รู้ว่าความตายโบกมือรออยู่ตรงหน้า!

ทว่าในขณะที่อารมณ์ของทุกคนพุ่งถึงขีดสุดเตรียมปะทะนั้นเอง เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจนทำให้ทุกคนตะลึงงัน …

“นี่ไอแก่ไม้เสียบผี นี่เจ้าคิดว่าระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 2 ของเจ้ามันยิ่งใหญ่มากนักรึไงกัน?” ต้วนหลิงเทียนมองชายชราด้วยสายตาสมเพช ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยัน

"เจ้าไม่ลองดูเล่า" ชายชราพลันหัวเราะเยาะออกมา ราวกับว่าเขาบ้าคลั่งไปแล้ว

ตอนนี้ เขาโยนเรื่องที่ตระกูลลี่สาขาหลักแห่งเมืองออโรร่า จะเดินทางมายังเมืองวายุโปรยแห่งนี้ออกไปจากหัวจนหมดสิ้น เขาจะล้างตระกูลลี่และไม่สนผลลัพธ์บัดซบใดๆทั้งสิ้น

ต้วนหลิงเทียนแบมือออกพร้อมยักไหล่อย่างยียวน ก่อนที่จะก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย แล้วกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่ายราวกับรำคาญเต็มที "ฉงเฉวียน ข้าให้เจ้า 3 ลมหายใจ ฆ่าไอแก่เนื้อเน่านี่เสีย!"

3 ลมหายใจ?

ภายใต้การจับจ้องของทุกคน ฉงเฉวียนที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียน พลันก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับชายชรา เขาถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวราวกับน้อยใจว่า "นายท่าน ท่านดูแคลนข้าไปแล้ว ฆ่ามัน…อาศัย 1 ลมหายใจก็เกินพอแล้ว!"

ทุกๆคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นตระกูลลี่ หรือตระกูลฟาง ล้วนแสดงสีหน้าเหวอราวกับตัวโง่งมออกมาอีกครั้ง …

เมื่อครู่พวกเขาก็อ้าปากค้างราวกับคนบ้าไปทีนึงแล้ว ในยามที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวให้ชายวัยกลางคนด้านหลัง ลงมือสังหารชายชราภายใน 3 ลมหายใจ แต่ตอนนี้ชายวัยกลางคนนั่นกลับกล่าวออกมา…ว่าอะไรนะ?

อาศัย 1 ลมหายใจก็เกินพอ?

เรื่องนี้เป็นไปได้ด้วยหรือ?

"ลมหายใจเดียว?" ชายชราพลันหัวเราะออกมาราวกับคนคลุ้มคลั่ง "เด็กน้อย ข้าอยากรู้นักเจ้าจะอาศัยอะไรสังหารข้าใ… ."

น่ายเสียดายที่ชายชรานั้นไม่ได้กล่าวคำที่เขาคิดจะกล่าวออกมาจนจบ…นี่เพราะโอกาสกล่าวคำในชีวิตนี้ของเขาไม่มีเหลืออีกแล้ว

ฟุ่บบ!

ทุกคนต่างจับจ้องได้เพียงเงาลางๆที่กระพริบวูบไหวออกมาในเสี้ยวพริบตาเท่านั้น ร่างของชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้าของต้วนหลิงเทียน อยู่ๆก็ไปปรากฏตัวตรงหน้าชายชรา … ราวกับว่าเขาหายตัวไปโผล่ ณ จุดนั้นทันทีทันใดอย่างไรอย่างนั้น!

ฟั่บ ฉัวะ!

ประกายแสงสีเขียวของรังสีดาบกระพริบขึ้นมาเพียงเสี้ยวพริบตา ศีรษะของชายชราก็กระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ คอที่ไร้ศีรษะตั้งอยู่อย่างที่ควรจะเป็น ฉีดพ่นโลหิตออกมาราวกับน้ำพุ ก่อนที่จะล้มลงไปนอนไปใกล้ๆศพของฟางอี้

ศีรษะชายชราที่หลุดลอยกระเด็นขึ้นไปในอากาศนั้นหากผู้ใดสังเกตดีๆจะเห็นดวงตาของมันเบิกกว้างออก และเมื่อศีรษะนั้นกลิ้งตกลงมาบนพื้นโดยหันหน้ามาทางผู้คนตระกูลลี่ ดวงตาที่เคยเบิกกว้าง ก็ค่อยๆฉายชัดออกมาถึงความเสียใจอย่างถึงขีดสุดในยามที่จับจ้องมา..สุดท้ายประกายแสงในดวงตาของมันก็หายลับไปในลักษณะนั้น

"ฉงเฉวียน เจ้านี่ ยอดเยี่ยมนัก"ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่จะลอบหัวเราะเยือกเย็นในใจ

‘ไอแก่ตระกูลฟางนั่นมันคิดว่ามันเป็นตัวอะไร มันกล้าแม้กระทั่งเรียกฉงเฉวียนอดีตผู้พิทักษ์ของนิกายไร้สิ้นสุดว่า เด็กน้อย?’

"ขอบคุณ สำหรับคำชมเชย นายท่าน" ฉงเฉวียนกล่าวออกมาอย่างสุภาพ

เหล่าสมาชิกของตระกูลฟางยามนี้ตกตะลึงจนไร้คำจะกล่าว แม้กระทั่งคนของตระกูลลี่เองก็ยังคงอึ้ง …ทั้งหมดที่พวกเขารับรู้ในเพียงไม่กี่อึดใจที่ผ่านมามีแต่เรื่องเหลือเชื่อราวเทพนิยายทั้งสิ้น

มารดามันเถอะ นั่นเป็นแค่คนรับใช้ต้วนหลิงเทียนงั้นหรือ?

"บรรพชนรอง … " เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลฟางในที่สุดก็เก็บกู้สติที่หลุดลอยออกไปได้กลับมา และยามนี้ความหวาดกลัวเริ่มก่อตัวกัดกินจิตใจของพวกมัน อีกทั้งสีหน้าของพวกมันพลันซีดลงเรื่อยๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าเงื้อมมือของมัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้พวกมัน

"ฆ่า!" ประมุขของตระกูลลี่ ลี่หนันเฟิงเป็นคนแรกที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทัน ร่างเขาเขากระพริบวูบไหวพุ่งนำไปยังกลุ่มผู้อาวุโสตระกูลฟางด้วยความเกรี้ยวกราด

เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลลี่ที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมในหัวใจ พลันพุ่งร่างตามไปติดๆ

เหล่าผู้อาวุโสตระกูลฟาง นั้นไม่หลงเหลือความคิดต่อสู้อีกต่อไปเมื่อมองไปยังฉงเฉวียน หลังจากนั้นพวกเขาก็รีบแยกย้ายหลบหนีกันไปอย่างกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ด้วยความหวาดกลัว …

"ฉงเฉวียนเจ้าไปคอยช่วยเหลือประมุข และคนอื่นๆ " ต้วนหลิงเทียนกล่าวสั่งการออกมา

"ตามที่สั่ง นายท่าน!" ร่างของฉงเฉวียนกระพริบวูบไหวออกไป และหากมีผู้ใดของตระกูลลี่ที่กำลังพลาดพลั้งเขาจะพุ่งร่างไปช่วยเหลือทันที และนั่นช่วยให้ผู้คนของตระกูลลี่สังหารเหล่าศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ…

ต้วนหลิงเทียนเพียงยืนคุมอยู่กับที่และเฝ้าดูด้วยสายตาเย็นชา โดยไม่ได้มีความคิดที่จะมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 124 ละเลงเลือด ตระกูลฟาง!!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
มิถุนายน 26, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
The Inverted dragons scale
The Inverted dragons scale
มีนาคม 12, 2022
ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz