หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 116 ภารกิจยากนิดหน่อยบิดาเจ้า นี่มันยากบัดซบแล้ว!!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 116 ภารกิจยากนิดหน่อยบิดาเจ้า นี่มันยากบัดซบแล้ว!!
Prev
Next

"หัวหน้ากองข้าถามหน่อยได้หรือไม่ ว่าภารกิจของข้าตกลงคืออะไรกันแน่?" หลังจากที่พวกเขาออกห่างจากเมืองโลหิตมาได้สักพัก หลิงเทียนทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงกล่าวถามออกมาตรงๆ

“ภารกิจของเจ้าคือทำให้กองทัพเกราะทมิฬของอาณาจักรหวู่ฉานกับตระกูลเหลียนแตกแยกกัน ให้พวกมันเกลียดกัน หรือเข่นฆ่าจ้องล้างจองผลาญกันได้ยิ่งดี” ดวงตาของหยางต้าทอประกายเรืองวูบในขณะที่กล่าวออกมา

แต่จะอย่างไรก็ตามภายในใจลึกๆของหยางต้าก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเพราะความสงสาร ภารกิจนี้กองกำลังโลหิตเหล็กของเขาพยายามกันมาเกือบปีแล้ว แต่พวกเขาก็ได้แต่คว้าน้ำเหลว

แม้จะเป็นตัวเขาเองแต่ก็ยังไม่รู้จริงๆว่าท่านแม่ทัพมีเหตุผลอะไรถึงมอบภารกิจนี้ให้แก่ต้วนหลิงเทียน…

จากที่เขาดูๆแล้วไม่มีหนทางไหนเลยที่ต้วนหลิงเทียนจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้

"กองทัพเกราะทมิฬ ตระกูลเหลียน?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย " ท่านหัวหน้ากองท่านช่วยบอกข้อมูลคร่าวๆของพวกมันให้ข้าจะได้หรือไม่?"

“ย่อมได้”

หยางต้าพยักหน้ารับคำก่อนที่จะกล่าวบอกออกมาอย่างช้าๆ "หากพวกเราเดินตามทางเส้นทางนี้ไปเรื่อยๆ อีกไม่นานพวกเราจะถึงเมืองเกราะทมิฬแห่งอาณาจักรหวู่ฉาน เมืองเกราะทมิฬนี้หากเปรียบกับอาณาจักรของเรา มันก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองโลหิตเหล็ก และกองทัพเกราะทมิฬกับกองกำลังโลหิตเหล็กก็คล้ายคลึง และทำหน้าที่เช่นเดียวกัน ส่วนทางด้านของตระกูลเหลียนนั้น มันเป็นตระกูลใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเกราะทมิฬ และยามนี้มันก็มีความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพเกราะทมิฬ"

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำเบาๆ

หยางต้ายังคงกล่าวต่อไปอีกว่า "กองทัพเกราะทมิฬนั้นเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันกับกองกำลังโลหิตเหล็กของพวกเรา และเมื่อก่อนนั้นพวกมันไม่ต่างอันใดไปกับลูกไก่ในกำมือของพวกเรา"

ในขณะที่กล่าวเรื่องนี้ หยางต้าเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย

"เมื่อก่อน เช่นนั้นรึ?" ต้วนหลิงเทียนจับสังเกตได้และสงสัยเล็กน้อย

"นับตั้งแต่ตระกูลเหลียนมันสอดมือเข้ามาแทรก ผลการปะทะกันระหว่างกองทัพเกราะทมิฬและกองกำลังโลหิตเหล็กก็เริ่มเปลี่ยนไป ทางกองทัพเกราะทมิฬเริ่มตอบโต้พวกเราได้บ้าง จนถึงตอนนี้…ก็ตกอยู่ในสภาวะสะกดข่มกันไม่ลงเสียแล้ว พวกเรายากที่จะทำลายกองทัพเกราะทมิฬได้เหมือนแต่ก่อน" หยางต้านั่นมีโทสะอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่กล่าวออกมา

โดยปกติแล้ว พวกตระกูลใหญ่หรือตระกูลที่ทรงอำนาจมักจะไม่สอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของกองทัพ

อย่างไรก็ตามเนื่องจากความสัมพันธ์อันดีของกองทัพเกราะทมิฬกับตระกูลเหลียนแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้สอดมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้กันให้เห็นโดยตรง แต่พวกมันก็มักจะส่งยอดฝีมือของตระกูลแฝงตัวมากับกองทัพเกราะทมิฬทำให้กำลังรบของกองทัพเกราะทมิฬเพิ่มขึ้นมากมาย

และนี่คือสิ่งที่ทำให้กองกำลังโลหิตปวดเศียรเวียนเกล้ามากที่สุด

ต้วนหลิงเทียนพลันขมวดคิ้วขึ้นมา “หากถึงขั้นที่คนตระกูลเหลียนส่งยอดฝีมือหรือผู้อาวุโสมาแฝงกายในกองทัพเกราะทมิฬได้ นี่ย่อมหมายความว่าความสัมพันธ์ของพวกมันไม่ใช่แค่ ‘ดี’ ธรรมดาใช่หรือไม่?”

หยางต้าพยักหน้ารับทันที “ถูกแล้วยามนี้ประมุขของตระกูลเหลียน กับแม่ทัพของกองทัพเกราะทมิฬเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน”

มุมปากของหลิงเทียนกระตุกขึ้นมาทันที

ดวงตาของหลิงเทียนหรี่ลงก่อนที่จะกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “หัวหน้ากอง…ถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิด กองกำลังโลหิตเหล็กเอง ก็พยายามทำภารกิจสร้างความแตกแยกหรือทำลายความสัมพันธ์ของพวกมันอยู่ แต่พวกท่านเองก็ทำไม่สำเร็จใช่หรือไม่?"

"ถูกต้องดั่งที่เจ้ากล่าว" หยางต้าพยักหน้ารับ

"บัดซบเถอะ!"

ต้วนหลิงเทียนช่วยไม่ได้ที่จะสบถออกมาใส่หัวหน้ากอง "พวกท่านคิดว่ากำลังให้ภารกิจอะไรของท่านกัน?" พวกท่านกำลังขอให้ข้าทำภารกิจที่แม้แต่กองกำลังโลหิตของพวกท่านเองก็ไม่มีปัญญากระทำได้งั้นรึ หัวหน้ากอง…ไหนท่านลองกล่าวมาตามความสัตย์จริง ท่านคิดว่าข้าสามารถกระทำภารกิจเช่นนี้ได้จริงๆหรือ? "

"เอ่อ…ในความเห็นของข้าโอกาสที่เจ้าจะทำภารกิจได้สำเร็จนั้น…แทบจะไม่มี … แต่ทว่ากลับเป็นท่านแม่ทัพที่บอกข้าว่า บางทีเจ้าอาจจะมีหนทางพิเศษที่กระทำได้" หยางต้ากล่าวตอบหลิงเทียนออกไปตามตรงทันที

เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมท่านแม่ทัพต้องคิดหวังพึ่งชายหนุ่มคนนี้

"ท่านแม่ทัพ?" มุมปากของหลิงเทียนยกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

สิ่งแรกที่เขานึกได้ในตอนนี้คือ เติ้งหยุนไห่กำลังแก้แค้นเขา ที่เขาไปปฏิเสธข้อเสนอและคำชักชวนให้เข้าร่วมกองกำลังโลหิตเหล็ก และที่สำคัญ ยังปฏิเสธที่จะสานต่อปณิธานของเขาโดยรับตำแหน่งแม่ทัพคนต่อไป

"แล้วนี่ข้าสามารถปฏิเสธภารกิจนี้ได้หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม

"ท่านแม่ทัพเองก็บอกข้าว่าเนื่องจากภารกิจนี้มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างยากลำบากและมีความพิเศษอย่างมาก เจ้าอาจจะปฏิเสธไม่ทำมันก็ได้ แต่ทว่า…หากเจ้าปฏิเสธ…เจ้าจะไม่ได้รับสิทธิเข้าศึกษาต่อที่สถาบันบ่มเพาะขุนพลทันที" หยางต้ากล่าวออกมา

"แล้วเช่นนั้นข้าสามารถเปลี่ยนไปกระทำภารกิจอื่นได้หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว

"นั่นก็ไม่ได้เช่นกัน!"

หยางต้ากล่าวออกมาอย่างเด็ดขาด "นี่เป็นคำสั่งของท่านแม่ทัพ"

ต้วนหลิงเทียนได้แต่หัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

"แล้วเจ้าต้องการปฏิเสธภารกิจนี้หรือไม่เล่า หากเจ้าคิดที่จะปฏิเสธพวกเราก็สามารถกลับกันได้ทันที และเจ้าเองก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย" หยางต้ากล่าวถามออกมา

"ไหนๆก็มาแล้ว ลองไปดูสถานการณ์ก่อนก็แล้วกัน" หลิงเทียนกระพริบตาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆกล่าวออกมา

หากเขาเห็นว่าไม่มีความหวังในการทำภารกิจนี้ หลังจากที่ลองไปสืบข้อมูลและตรวจสอบสถานการณ์ที่เมืองเกราะทมิฬ เขาก็จะปฏิเสธมันทันที เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อเอาคุณสมบัติในการเข้าศึกษาต่อยังสถาบันบ่มเพาะขุนพลอะไรนั่น …

เพราะไม่ว่าจะยังไง ตอนนี้ตัวเขาเองก็ยังมีอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น หนทางในอนาคตของเขายังมีอีกมากมาย

หยางต้าก็พยักหน้าออกมา

พร้อมกันนั้นเองเขาเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกมาได้ เขาจึงหันไปมองต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะกล่าวถามออกมา "ต้วนหลิงเทียน ข้าได้ยินมาว่า เจ้าใช้อาคมจารึกในการสังหารหยูหง … เจ้ารู้จักผู้จารึกอาคมด้วยงั้นรึ?"

"เรื่องนี้ข้าก็พอบอกท่านได้ ในตอนที่ข้ายังเป็นเด็กนั้น ข้าเคยพบเจอคนประหลาดรูปร่างอ้วนท้วนแต่งตัวสกปรกและซ่อมซ่อราวกับขอทานน่าสงสารคนหนึ่ง ข้าเลยโยนหมั่นโถวไปให้เขาลูกหนึ่ง เขาก็เลยมอบอาคมจารึกนี้มาให้ข้า แต่น่าเสียดายที่กว่าข้าจะรู้ถึงตัวตนของเขาว่าเป็นถึงนักจารึกอาคมก็สายไปเสียแล้ว เขาได้หายตัวไปซะก่อน ไม่อย่างนั้นข้าคงให้เขาเป็นอาจารย์สอนข้าแล้วล่ะ" หลังจากกล่าวปั้นน้ำเป็นตัวเสร็จหลิงเทียนก็ถอนหายใจออกมา

"เจ้านี่นับว่ามีโชคนัก" มุมปากของหยางต้าเองก็กระตุก แต่อย่างไรเขาก็ไม่ได้คิดสงสัยในเรื่องราวที่หลิงเทียนเล่า

เขาเคยได้ยินมาก่อนว่าเหล่านักจารึกอาคมพวกนี้มักจะมีงานอดิเรกหลุดโลกและมักจะทำตัวเพี้ยนๆตามอารมณ์ของพวกเขา ผู้จารึกอาคมเลยเป็นอะไรที่หาตัวได้ยากอย่างยิ่ง …

ต้วนหลิงเทียนและหยางต้าควบม้าของเขาออกจากเมืองโลหิตเหล็กของอาณาจักรนภาล่องและมุ่งหน้าไปยังเมืองเกราะทมิฬของอาณาจักรหวู่ฉานด้วยความเร็วสูงสุด แต่ถึงจะเร่งรีบเดินทางสักแค่ไหนพวกเขาก็ต้องใช้เวลากว่า 3 เดือน จึงจะไปถึงที่หมาย

เมืองเกราะทมิฬเป็นเมืองที่มีขนาดและบรรยากาศใกล้เคียงกับเมืองโลหิตเหล็กไม่น้อย

หากมองตัวเมืองจากที่ไกลๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนเจอเหมือนสัตว์ร้ายที่น่าหวาดกลัวกำลังจำศีลอยู่ และเมื่อเข้าไปใกล้ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันตรายและแกร่งกร้าว

หลังจากที่เข้าเมืองเกราะทมิฬไปแล้ว ทั้งสองคนก็ไปหาโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อนทันที

"เอาล่ะ หลังจากนี้เจ้าต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเจ้าเองแล้ว หากเจ้ารู้สึกว่าเจ้าไม่สามารถดำเนินการหรือกระทำภารกิจต่อไปได้ เจ้าก็สามารถล้มเลิกภารกิจและกลับได้ทันที" หลังจากกล่าวคำพูดสุดท้ายแก่หลิงเทียน หยางต้าก็เดินกลับห้องของเขาไป

และในอีกไม่กี่วันต่อมา ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหยางต้าอีกเลย

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ หลิงเทียนได้ย้ายโรงเตี๊ยมและเหลาอาหารมากมาย เพื่อพยายามหาข่าวของกองทัพเกราะทมิฬและตระกูลเหลียน แล้วเขาก็ได้ล่วงรู้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ไม่ใช่แค่ประมุขตระกูลเหลียนและแม่ทัพของกองทำเกราะทมิฬที่เป็นพี่น้องร่วมสาบานกันเท่านั้น แม้แต่บุตรชายของทั้งคู่ก็สนิทสนมกันจนเรียกขานเป็น พี่น้อง

"บัดซบ บิดามันเถอะ นี่มันภารกิจห่าเหวอะไรกัน?" ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วและเตรียมที่จะไปจ่ายเงินค่าอาหารและไปค้นหาหยางต้าเพื่อยกเลิกภารกิจ

แต่ทว่าในทันทีที่เขากำลังเดินออกไปเขาก็ต้องชะงักลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินถึงบทสนทนาด้านข้างของเขา …

"ภรรยาน้อยของประมุขน้อยตระกูลเหลียนที่พึ่งรับเข้ามาใหม่ นับว่าหน้าตางดงามและน่ารักยิ่งนัก เพียงแค่ข้ามองนางครู่เดียวข้ารู้สึกราวกับจะถูกนางกระชากวิญญาณออกจากร่างอย่างไรอย่างนั้น"

"ข้าเองก็ได้ยินเรื่องราวเช่นนี้มาเหมือนกัน ได้ข่าวว่าตั้งแต่รับนางมา ประมุขน้อยตระกูลเหลียนก็วิ่งไปห้องนางทุกค่ำคืนและไม่เคยไปสนใจใยดีภรรยาหลวงอีกเลย"

"นี่กระมังดังคำกล่าวที่ว่า หากต้องตายก็ขอตายคาอกสาวงาม "

…

แม้คนที่กล่าวจะไม่ได้คิดมากหรือมีเจตนาอะไร แต่คนที่ได้รับฟังกลับกลายเป็นเรื่องราวใหญ่หลวงแล้ว

"ดูเหมือน นี่จะเป็นโอกาสทองของข้า" รอยยิ้มเริ่มปรากฏขึ้นที่มุมปากของต้วนหลิงเทียน ตอนนี้เขาเริ่มมีแผนการหนึ่งอยู่ในใจแล้ว

ในช่วงสองสามวันต่อมาเขายังคงสืบข่าวเพิ่มเติมจนได้ความมาอีกว่า ลูกชายแม่ทัพของกองทัพเกราะทมิฬนั้นเป็นพวกบุรุษเจ้าสำราญที่ขาดอิสตรีไม่ได้ มันจำเป็นต้องมีสตรีให้โอบกอดทุกค่ำคืน และมันมักจะไปใช้บริการที่หอพิรุณเย้าวาโยอยู่เป็นประจำ

ตงหลินนั้นมีอายุ 19 ปีและพรสวรรค์ของมันก็อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยทั่วไป แต่จะอย่างไรมันก็มีระดับบ่มเพาะอยู่ถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4

หลิงเทียนนั้นพอคาดเดาได้ว่าบิดาของมันที่เป็นถึงแม่ทัพของกองทัพเกราะดำ ได้หวังเอาไว้ในตัวมันมากมายถึงเพียงไหน และคิดที่จะให้มันสืบทอดตำแหน่งอะไร…

ยามดึกสงัดมีชายหนุ่มสองคนเดินออกมาจากเหลาอาหารในสภาพเมาแอ๋

"เหลียนเค่อ เจ้าก็เอาแต่อยู่กับภรรยาน้อยของเจ้าจนลืมพี่น้องอย่างข้าแล้ว มันนานเท่าไรแล้วที่เจ้าไปเที่ยวหอพิรุณเย้าวาโยกับข้า … คืนนี้พี่ชายของเจ้า ขอชวนเจ้าไปที่หอด้วย เจ้าจะไปหรือไม่? " ร่างกายของตงหลินเดินเซไปเล็กน้อยขณะกล่าว

"ปั๊ดโธ่ หากท่านพี่เอ่ยเช่นนี้ข้าจะกล่าวปฏิเสธได้อย่างไร คืนนี้ปล่อยให้นางมารน้อยของข้านอนคนเดียวสักคืนคงมิเป็นไร … ไปกันเถิด!"

เหลียนเค่อ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ประมุขน้อยตระกูลเหลียน ก็ได้เดินทางไปหอนางโลมพิรุณเย้าวาโยกับตงหลิน

ไม่ไกลจากทั้งสองคนสักเท่าไรมีเงาร่างหนึ่งแอบอยู่ในมุมมืดที่หัวมุม เขาซ่อนตัวอยู่ในความมืดยามค่ำคืนก่อนที่จะค่อยๆหายตัวไป …

ต้วนหลิงเทียนตอนนี้กำลังยืนอยู่บนระเบียงของห้องน้ำชาที่หอนางโลม เขาแอบมองร่างทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามาก่อนที่จะเข้ามาในห้อง "ฮึ่ม!ดูเหมือนว่าทั้งประมุขของตระกูลเหลียนกับแม่ทัพของกองทัพเกราะทมิฬจะรักและตั้งความหวังไว้กับบุตรชายตัวดีของพวกมันเอาไว้สูงมาก มาดูกันว่าพวกมันจะรักบุตรชายของพี่น้องร่วมสาบานเหมือนบุตรชายของพวกมันหรือไม่ "

"นายน้อยเจ้าคะ ข้าน้อยรอนานแล้วใยท่านยังไม่เข้ามาล่ะเจ้าคะ?" นางคณิกาที่มีเสน่ห์ของสตรีครบถ้วนเดินมาโอบกอดหลิงเทียนจากด้านหลัง ก่อนที่จะเป่าลมเข้าหูเขาเล็กน้อย…

หากเขาถูกสตรีที่รูปร่างดูดีเช่นนี้มายั่วยวนในเวลาอื่นล่ะก็ ต้วนหลิงเทียนจะจับนางลงโทษให้สาสมยันเช้ากันไปเลยทีเดียว แต่ตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการคงไม่มีเวลามาเชยชมอิสตรี

ต้วนหลิงเทียนโยนเงินให้นาง 100 เหรียญเงิน "คืนนี้ข้าไม่คอยมีอารมณ์สักเท่าไร เจ้าเอาเงินนี้ออกไปหาอะไรกินเสีย"

"ขอบคุณนายน้อยเจ้าค่ะ"

สตรีคนนั้นเผยรอยยิ้มที่มีความสุขออกมาหลังจากได้รับเงิน และนางก็ออกจากห้องไปเพราะเข้าใจความหมายในวาจาของหลิงเทียน "เชนนั้นข้าน้อยจะไม่รบกวนนายน้อยแล้วเจ้าค่ะ"

และครู่ต่อมาหลิงเทียนก็แอบเข้าไปในห้องอื่นและรีบไปซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง

ไม่นานหลังจากนั้นประตูห้องก็เปิดออกและ มีบุรุษสตรีคู่หนึ่งเดินเข้ามา

"นายน้อยตง นานมากแล้วนะเจ้าค้าา ที่ท่านไม่มาเล่นกับข้าบ้างเลย เสี่ยวหงน้อยใจยิ่งนัก" น้ำเสียงยั่วยวนหยอกเย้าของสตรีดังขึ้น …

"โอ๋ๆๆ เสี่ยวหงคืนนี้ข้าจะเล่นกับเจ้าทั้งคืนเลย อย่าได้งอนข้าเลยนะคนดี มามะ" เสียงถอดเสื้อผ้าพลันดังขึ้น พร้อมกันกับเสียงหอบหายใจถี่และเสียงครางกระเส่าเร้าอารมณ์

ไม่นานหลังจากนั้นตงหลินก็โอบกอดอิสตรีคณิกานางนั้น และกดร่างนางไว้ที่เตียง

"อ๊า!"

หญิงคณิกานางนั้นเห็นหลิงเทียนคลานออกมาจากใต้เตียงและขึ้นมาอยู่บนเตียงราวกับแมงมุม ใบหน้านางพลันซีดลงเพราะความตกใจและรีบส่งเสียงกรีดร้องออกมาเพราะความหวาดกลัวทันที

"เสี่ยงหงข้ายังไม่ได้เริ่มทำอันใดกับเจ้าเลย เหตุใดเจ้าจึงร้องออกมาแล้วล่ะ … ?" หลินตงยังคงไม่รับรู้ถึงอันตรายที่อยู่ด้านหลัง สองมือมันยังคงคลึงหนั่นเนื้อของร่างบางอย่างสนุกสนาน

ผลั่ก!

ต้วนหลิงเทียนลงมือทันที เขาสับไปที่ต้นคอของหลินตงจนมันหมดสติ

"นายท่านเจ้าคะ ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ ไว้ชีวิตต่ำต้อยของข้าน้อยด้วย" ใบหน้าของหญิงสาวนางนั้นเริ่มซีดไร้สีเลือดและกล่าวคำวิงวอนร้องขอชีวิตออกมา

ตุบ!

ต้วนหลิงเทียนยกมือขึ้นหยิบตั๋วเงินก่อนที่จะโยนมันลงไปตรงหน้าสตรีที่เปลือยเปล่า พร้อมกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส "เจ้าดูเป็นคนฉลาด … รีบนำเงินนี้ไปไถ่ตัวเองแล้วออกจากเมืองไปตั้งแต่คืนนี้ ไม่อย่างนั้นเจ้าอาจต้องตาย"

ต้วนหลิงเทียนยกตงหลินพาดบ่าและหลังจากที่เขากล่าวกับสตรีนางนั้นจบ เขาก็พุ่งร่างหายตัวไป หญิงคณิกาที่รอดตายพลันก้มไปหยิบเงินขึ้นมา

และใบหน้าของนางถึงกับสว่างวาบขึ้นมาเมื่อนับเงินในมือ "สวรรค์ ! 100,000 เหรียญเงิน!"

แม้ว่านางจะทำงานอย่างหนักอยู่ในหอพิรุณเย้าวาโยนี้จนตกตาย นางก็ไม่มีทางเก็บเงินได้มากมายถึงเพียงนี้

นางหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะกัดฟันและตัดสินใจได้ในทันที นางจะไถ่ถอนตัวเองเป็นอิสระแล้วจากเมืองเกราะทมิฬไปเสียตั้งแต่คืนนี้

และด้วยเหตุนี้เองนางจึงสามารถลบตัวตนที่ไม่น่าพิสมัยในอดีต และเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ที่แสนสงบสุขได้ และสุดท้าย…นางก็ได้แต่งงานกับชายที่ซื่อสัตย์และรักนางมากคนหนึ่ง

หลายปีต่อมาแม้นางจะมีลูกหลายคนแล้ว นางยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงชายหนุ่มชุดสีม่วงที่ได้เปลี่ยนชีวิตของนางไปตลอดกาลในค่ำคืนนั้น…

หลังออกจากหอนางโลมต้วนหลิงเทียนก็หิ้วร่างตงหลินลักลอบเข้าไปยังที่พักของตระกูลเหลียน

…..

หลิงเทียนซัดภรรยาน้อยของเหลียนเค่อให้สลบได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนที่จะจับนางเปลื้องผ้าพร้อมทั้งนำร่างตงหลินที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไปวางไว้ด้านข้างนาง…บนเตียง

"นางช่างเป็นสตรีที่งดงามจริงๆ เจ้าช่างไม่คู่ควรกับนางสักนิด" ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองภรรยาน้อยของเหลียนเค่อก่อนที่จะหันไปมองตงหลินอีกครู่หนึ่งแล้วเขาก็จากไป

ไม่นานหลังจากที่หลิงเทียนจากไปตงหลินก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา

"เกิดอันใดขึ้นกัน?"

ก่อนทีเขาจะรู้ตัวว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตัวเขา เขาพลันรู้สึกได้ถึงร่างกายนุ่มละมุนและเรียบลื่นราวกับหยกที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา เสียงลมหายใจของเขาก็กลับกลายเป็นหอบถี่ และสมองเขาก็ว่างเปล่า รีบกดร่างนางในอ้อมแขนลงไป สานต่อเรื่องราวทันที …

"เสี่ยวหง ข้ามาแล้ววว!"

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 116 ภารกิจยากนิดหน่อยบิดาเจ้า นี่มันยากบัดซบแล้ว!!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
Dragon Kings Son-In-Law
Dragon Kings Son-In-Law
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz