หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 115 การทดสอบรอบสุดท้าย

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 115 การทดสอบรอบสุดท้าย
Prev
Next

หลังจากจ้องเมิ่งฉวนอยู่ครู่หนึ่งเซี่ยวหยูก็เลิกให้ความสนใจมัน หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองหลิงเทียนด้วยความสงสัยและกล่าวถามออกมา “แล้วเจ้ารู้หรือไม่การฝึกอบรมรอบต่อไป ต้องทำเช่นไรบ้าง”

"อันนี้ข้าเองก็ยังไม่รู้เช่นกัน" ต้วนหลิงเทียนได้แต่ส่ายหัวออกมา

เซียวหยูหยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะหลับตาลงและเริ่มบ่มเพาะพลังอีกครั้ง

ต้วนหลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย

ดูเหมือนการถูกทำร้ายจนหมดสติต่อหน้าผู้คนจะเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเซี่ยวหยูไม่น้อย มิเช่นนั้นเขาคงไม่รีบฝึกฝนอย่างทุ่มเทถึงเพียงนี้…

แต่จะอย่างไรเขาก็เชื่อมั่นว่า อีกไม่นานเซี่ยวหยูต้องเหยียบย่ำหยูเซี่ยงได้อย่างแน่น

"เฮ่ แล้วทำไมพวกเจ้าสองคนก็ไม่ใช้เวลาว่างที่ว่างๆอยู่ ฝึกฝนบ่มเพาะสักหน่อยเล่า พวกเจ้าระวังไว้นะ เดี๋ยวจะไม่ผ่านการทดสอบเอาได้" ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองลั่วเฉินและเมิ่งฉวนพร้อมรอยยิ้ม

"ข้ามีเจ้าอยู่ทั้งคน แล้วยังจะต้องกลัวอะไรเล่า? ฮ่า ๆๆๆ" เมิ่งฉวนกล่าวออกมาพร้อมหัวเราะ เห็นได้ชัดว่ามันกะพึ่งพาสหายเต็มที่!!

ต้วนหลิงเทียนกรอกตามองอย่างสนุกสนาน "เฮ่ๆ เมิ่งฉวน แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าการสอบพรุ่งนี้ มันจะไม่แยกกันทดสอบเป็นรายบุคคล หากมันเป็นการทดสอบรายบุคคล ข้าเองก็จนปัญญาที่จะช่วยเจ้าได้นา?"

"ฉิบหายแล้ว!" เมิ่งฉวนและลั่วเฉินพลันอุทานออกมาพร้อมกัน หาได้ยากนักที่ทั้งสองคนจะทำอะไรออกมาๆเหมือนๆกันหรือพร้อมเพรียงกันเช่นนี้

เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึง เหล่าเยาวชนที่ยังเหลือรอดในค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะก็มารวมตัวกัน

ต้วนหลิงเทียนที่เพิ่งเดินทางมาถึง ไม่ทันไรเขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีต่อสู้ที่แผ่พุ่งมาทางเขาทันที และเมื่อหันไปสำรวจดูก็พบว่า ซูหลี่และเทียนหูจ้องมองเขาด้วยแววตาของนักสู้ที่ปรารถนาจะวัดฝีมือกับคู่ต่อสู้

ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาทำเมื่อวานนี้จะไปกระตุ้นจิตวิญญาณการต่อสู้ของทั้งสองคนนี้ขึ้นมา

แน่นอนว่านอกจากสายตาเร่าร้อนที่กระหายการตอสู้ของซูหลี่และเทียนหู ต้วนหลิงเทียนยังสัมผัสได้ถึงแววตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความรังเกียจเขาเอาไว้อย่างถึงที่สุด …

หยูเซี่ยง!

รอยยิ้มบางๆพลันปรากฏขึ้นที่มุมปากของต้วนหลิงเทียน ในขณะที่เขาหันมองกลับไปทางหยูเซี่ยง เขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการดึงดูดความแค้นหรือความเกลียดชังเพิ่มเติมแม้แต่น้อย

"ต้วนหลิงเทียน!"

ทว่าเมื่อหยูเซี่ยงเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของหลิงเทียน มันก็เหมือนกับการกระทำที่เจตนาจะยิ้มเย้ยหยันเขา ทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยโทสะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นมาจนถึงขีดสุด

ส่วนเยาวชนที่เหลิออยู่ในค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ ล้วนใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพ ยามจับจ้องไปที่หลิงเทียนทั้งสิ้น

ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียน เป็นสิ่งที่พวกเขาทำได้แค่แหงนมองขึ้นไปเท่านั้น

ไม่นานหลังจากนั้นรองแม่ทัพเฉียวชิงจ่างก็เดินทางมาถึง ที่สำคัญด้านหลังของเขายังมีหัวหน้ากอง 4 คน และนายกองอีก 25 คน

การเดินมาเป็นระเบียบแบบนี้ทำให้บังเกิดสภาวะข่มขวัญไม่น้อย ทั้งแรงกดดันและจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากนายกองทั้งหมดยังเป็นแรงกดดันที่เกิดจากการเหยียบย่ำและเข่นฆ่าเหล่าศัตรูบนเส้นทางโลหิต ทำให้ท่าทีของเยาวชนทุกคนล้วนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

คงมีแต่ต้วนหลิงเทียนที่ยืนเฉยซ้ำยังยิ้มอย่างสบายอารมณ์ จิตสังหารและแรงกดดันแค่นี้เขาแทบไม่สะทกสะท้านอะไร

แต่จะอย่างไรก็ตามตอนนี้เขาเองก็รู้สึกประหลาดใจและอยากรู้อย่างเห็นอยู่ไม่น้อย "หัวหน้ากองทั้ง 4 คน ยังมีนายกองอีก 25 คน เดินเรียงแถวมาซะสวยงามขนาดนี้! มันจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับการทดสอบหรือไม่?"

"ทำความเคารพท่านรองแม่ทัพ!" กลุ่มเยาวชนในค่ายบ่มเพาอัจฉริยะก็ทำความเคารพรองแม่ทัพทันทีเมื่อแถวของนายกองหยุดลง

เฉียวชิงจ่างกวาดตาไปรอบๆก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า "ขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าทุกคนที่สามารถผ่านการฝึกฝนรอบแรกของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะมาได้ แม้ว่าจำนวนผู้รอดชีวิตของพวกเจ้าจะน้อยไปอยู่บ้าง แต่นั้นก็ทำให้ข้าเชื่อว่าทุกคนที่ยังยืนอยู่ตรงนี้คือผู้ที่มีความสามารถสูงอย่างแท้จริง เพื่อเป็นมาตรการรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในช่วงการฝึกฝนรอบแรกของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ กองกำลังโลหิตเหล็กของเราจึงได้เปลี่ยนวิธีฝึกฝนเล็กน้อย และการฝึกฝนในรอบต่อไปนี้มันอาจจะไม่ใช่การฝึกฝนสักเท่าไร เพราะมันสมควรเรียกว่าการทดสอบเสียมากกว่า และเรื่องสำคัญที่ข้าจะกล่าวก็คือ หากผู้ใดสามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้และยังมีชีวิตรอด ข้าขอรับประกันว่าพวกเจ้าทุกคนจะได้รับคุณสมบัติในการเข้าศึกษาต่อที่สถาบันบ่มเพาะขุนพลทันที! "

คำกล่าวนี้ของเฉียวชิงจ่างนับได้ว่าจุดชนวนบรรยากาศบางอย่างให้บังเกิดขึ้นในหมู่เยาวชนทันที

"จากที่ได้ฟังว่าจาที่ท่านรองแม่ทัพกล่าว นั่นหมายความว่าพวกเรากำลังจะพบกับบททดสอบสุดท้ายของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะใช่หรือไม่?"

"ข้าคิดว่าการทดสอบสุดท้ายนี้คงยากเย็นอย่างยิ่ง"

"ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ข้ามาไกลถึงเพียงนี้แล้วข้าจะฟันฝ่ามันไปให้ได้!"

"ถูกต้อง ข้าก็จะฟันฝ่ามันไปให้ได้ไม่ว่าจะเป็นอะไร! เพราะนี่เป็นเดิมพันด้วยโอกาสที่ข้าจะได้ทะยานสู่สวรรค์!"

…

ตอนนี้เหล่าเยาวชนที่เหลือรอดในค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะรู้สึกเหมือนโลหิตพวกมันกำลังเดือดพล่าน

เมื่อเห็นเสียงเริ่มดังอึกทึก เฉียวชิงจ่างพลันยกมือขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนเงียบทันที

"การทดสอบสุดท้ายนี้ จะไม่ดำเนินเป็นกลุ่มอีกต่อไป ทุกคนจะได้รับมอบหมายภารกิจเดี่ยวจากกองกำลังโลหิตเหล็ก และหากผู้ใดสามารถกระทำภารกิจได้สำเร็จก็จะถือว่าผ่านการทดสอบแล้ว!" เฉียวชิงจ่างกล่าวต่อออกมาทันที

ทันทีที่เฉียวชิงจ่างกล่าวจบเหล่าเยาวชนทั้งหลายก็ตกอยู่ในอาการตกตะลึง

หยูเซี่ยวและชายหนุ่มอีก 3 คนของตระกูลหยูก็ขมวดคิ้วขึ้นมา

"ฉิบหาย ซวยแล้วไง!" เมิ่งฉวนและลั่วเฉินหันมามองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง ครานี้แววตาของพวกมันแลดูเหมือนอยากจะร้องไห้อย่างไรอย่างนั้น

มุมปากของหลิงเทียนเองก็กระตุกเล็กน้อย ใครจะไปรู้กันเล่าว่าคำพูดของเขาจะเป็นจริงขึ้นมา …

ครู่ต่อมาเฉียวชิงจ่างก็เริ่มต้นทวนกฎเกณฑ์การทดสอบทันที "เพื่อไม่ให้พวกเจ้าเอาเปรียบโดยการยืมมือบุคคลภายนอกมาช่วยเหลือในการทดสอบ ทางกองกำลังโลหิตเหล็กของเราจึงได้นำหัวหน้ากองและนายกองรวม 29 คนมาเพื่อประกบติดเจ้าตัวต่อตัวทั้งกลางวันและกลางคืน โดยไม่ให้คลาดสายตาจนกว่าพวกเจ้าจะทำภารกิจเสร็จสิ้น และต่อให้พวกเจ้ากำลังจะประสบอันตรายจนถึงแก่ชีวิต พวกเขาจะไม่ให้ความช่วยเหลือเจ้าแม้แต่นิดเดียว อย่าได้คิดว่าจะมีผู้ช่วยชีวิตให้พึ่งพาอะไร”

“และพวกเจ้าก็อย่าได้พยายามที่จะติดสินบนนายกองของกองกำลังโลหิตเหล็กของข้าเด็ดขาด เพราะพวกเขามีอำนาจในการจัดการผู้ใดก็ตามที่พยายามติดสินบนพวกเขาทันที ณ ตรงนั้น!" ท้ายประโยคเฉียวชิงจ่างพลันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เยาวชนที่อยู่รอบๆตอนนี้พวกมันรู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง ท่าทีการแสดงออกของพวกมันแลดูอึดอัดขึ้นอย่างมาก …

ตอนนี้พวกมันทั้งหมดก็เข้าใจแล้วว่า …เรื่องราวหลังจากนี้คงหาได้ง่ายดายอีกต่อไป

ผู้ควบคุม 29 คน?

ต้วนหลิงเทียนหรี่ตาลงจับจ้องไปยังหัวหน้ากองและนายกองทั้ง 29 คนที่อยู่ด้านหลังเฉียวชิงจ่างทีละคน

"ไม่ใช่ว่าหัวหน้ากองทั้ง 4 นายนั่นถูกเตรียมไว้ให้ข้า,ซูหลี่,เทียนหูแล้วก็หยูเซี่ยงหรอกนะ?" ต้วนหลิงเทียนคาดเดาขึ้นมาในใจ

แปะ! แปะ!

เฉียวชิงจ่างพลันตบมือขึ้นมา 2 ครั้ง

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากด้านนอก

เมื่อต้วนหลิงเทียนหันไปมองก็พบว่าเป็นกลุ่มทหารของกองกำลังโลหิตเหล็ก ที่กำลังถือโต๊ะเก้าอี้เรียบง่ายเข้ามา ก่อนีท่พวกเขาจะทำการแจกจ่ายให้แก่เขาและเยาวชนที่เหลือรอดอีก 28 ชีวิตในค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ

ทุกๆคนได้รับชุดโต๊ะเก้าอี้คนละชุด

แล้วทำไมต้องแจกจ่ายโต๊ะกับเก้าอี้ให้พวกเราด้วย?

แต่จะอย่างไรเดี๋ยวก็รู้จะคิดมากไปก็เท่านั้น

"นั่งลง!" เมื่อได้ยินคำสั่งของเฉียวชิงจ่าง เยาวชนทั้ง 29 คนรวมต้วนหลิงเทียนก็นั่งลงบนเก้าอี้ทันที

"ต่อไปพวกเจ้าจะได้รับแจกกระดาษ 2 แผ่นและพูกัน… " ทันทีที่ได้ยินเสียงของเฉียวชิงจ่างทหารที่อยู่ด้านข้างก็เริ่มแจกกระดาษและพู่กันทันที

ทั้งหมดนี่มันเพื่ออะไรกัน?

ตอนนี้เยาวชนส่วนใหญ่รู้สึกอึ้งราวกับจะเป็นใบ้

เป็นไปได้หรือไม่ ว่าก่อนทำการทดสอบรอบสุดท้ายของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ จะเป็นการสอบข้อเขียน?

"ท่านรองแม่ทัพขอรับ ข้าน้อยโง่เขลา ซ้ำยังไม่ได้ร่ำเรียนอะไรมามากมาย และข้าน้อยก็เขียนหนังสือได้อยู่ไม่กี่ตัว หากมันเป็นการสอบข้อเขียน…ข้าน้อยคงทำไม่ได้แล้ว" ทันใดนั้นเองมีชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นมาพูดพร้อมทั้งสีหน้าแดงก่ำ

เมื่อได้ยินคำกล่าวของมันทุกคนก็ล้วนหัวเราะออกมาทันที

"แล้วผู้ใดบอกว่าข้าจะให้เจ้าสอบข้อเขียนเล่า บัดซบทวีปเมฆาล่องแห่งนี้เพียงให้ความเคารพนับถือผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น ต่อให้เจ้าทำแบบทดสอบข้อเขียนได้คะแนนล้ำเลิศแล้วมันมีประโยชน์อันใด?" เฉียวชิงจ่างพลันขมวดคิ้วออกมาทันที

ไม่ใช่การสอบข้อเขียนอย่างนั้นรึ?

แล้วมันคืออะไรกันล่ะ?

ตอนนี้นอกจากต้วนหลิงเทียนทุกคนล้วนหันไปมองเฉียวชิงจ่างด้วยความสงสัย

มีแต่ต้วนหลิงเทียนที่ลูบคางราวกับนึกอะไรบางอย่างออก

"วันนี้ที่ข้าแจกกระดาษกับพู่กันให้เข้า ไม่ใช่เพื่อให้เจ้ามานั่งสอบข้อเขียนไร้สาระอะไรนั่น แต่มีไว้เพื่อให้พวกเจ้าเขียนจดหมายบอกลา หรือไม่ก็คำสั่งเสีย พวกเจ้าอยากเขียนอยากบอกอะไรก็เขียนลงไป!" เฉียวชิงจ่างกล่าวออกมาด้วยเสียงดังฟังชัด

คำสั่งเสีย?

มอบมาเพื่อให้เขียนคำสั่งเสียและคำบอกลา?

ทันใดนั้นสีหน้าของเยาวชนล้วนซีดเผือด

อย่างไรก็ตามบางคนก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรเปลี่ยนแปลง หรือบางคนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร

"เอาล่ะเลิกถามได้แล้ว ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งชั่วยามเพื่อเขียนคำสั่งเสียของพวกเจ้า พวกเจ้าจะเขียนมันหนึ่งหรือสองเรื่องก็ได้แล้วแต่พวกเจ้า และเมื่อเขียนเสร็จแล้วก็พับมันแล้วเขียนชื่อที่อยู่ผู้รับเสีย หากพวกเจ้าโชคร้ายตกตายลง กองกำลังโลหิตเหล็กของเรารับรองด้วยชีวิตว่าจะส่งจดหมายพวกนี้ให้ถึงมือคนที่เจ้าระบุไว้ โดยเร็วที่สุด" เฉียวชิงจ่างกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก

เยาวชนบางคนพลันสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ พวกเขาหยิบพู่กันขึ้นมา แต่ว่าก็ไม่รู้จะเขียนอะไร

แต่ก็มีบ้าง สำหรับบางคนที่เริ่มลงมือเขียนอย่างจริงจัง

คำสั่งเสีย?

มุมปากของหลิงเทียนพลันบังเกิดรอยยิ้มบางๆขึ้นมา

เรื่องนี้มันจำเป็นต้องเขียนด้วยหรือ?

และในที่สุดหลิงเทียนก็หลับฟุบไปคาโต๊ะ

เฉียวชิงจ่างที่คอยจับตาดูหลิงเทียนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาเห็นหลิงเทียนยืดแขนเล็กน้อยก่อนที่จะฟุบไปนอนบนโต๊ะด้วยท่าทางเกียจคร้านโดยไม่ใส่ใจจะเขียนอะไรสักนิด พาลให้มุมปากของเขากระตุกขึ้นมาเล็กน้อย…

เด็กคนนี้มั่นใจในตัวเองสูงหรือว่าจริงๆแล้วแค่หยิ่งยโสกันแน่!?

แต่จะอย่างไรภารกิจที่มอบหมายให้ต้วนหลิงเทียนนั้น ก็เรียกได้ว่ายากเย็นที่สุดในบรรดาภารกิจทั้งหมด 29 ภารกิจ

ภารกิจเหล่านี้ล้วนถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ และแน่นอนว่าภารกิจของต้วนหลิงเทียนย่อมเป็นระดับที่ยากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย มันเป็นภารกิจที่กว่าจะตัดสินใจมอบให้เขาทำได้ ก็เป็นนาทีสุดท้ายของเมื่อคืนแล้วจริงๆ

เพราะจะอย่างไรหลังจากที่ต้วนหลิงเทียนตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 แล้ว หากให้ภารกิจเขาง่ายเกินไปเกรงว่าเขาคงทำสำเร็จแม้กระทั่งหลับตาทำก็ตาม!

ส่วนภารกิจที่อยู่ในระดับรองลงมาจากของหลิงเทียนหนึ่งระดับ แต่มันก็ยังถือว่าค่อนข้างยาก และภารกิจเหล่านี้ล้วนมีไว้สำหรับเยาวชนที่อยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 อันได้แก่ ซูหลี่,เทียนหู และหยูเซี่ยง

ส่วนภารกิจที่เหลืออีก 25 ภารกิจนั้น หากจะกล่าวไปมันเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างมากสำหรับต้วนหลิงเทียนและ 3 คนนั้น แต่สำหรับอีก 25 คนนั้นมันไม่ใช่ สำหรับพวกเขาแล้วภารกิจพวกนี้มีความยากสูงและสามารถพลาดท่าเสียชีวิตได้ตลอดเวลา

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามนายทหารของกองกำลังโลหิตเหล็กก็เดินไปรวบรวมจดหมายสั่งเสียของเยาวชนทั้ง 28 คน

มีเพียงต้วนหลิงเทียนคนเดียวเท่านั้นที่ขยำกระดาษ 2 ใบนั่นแล้วปาทิ้งไป

และตอนนั้นเองที่เหล่าเยาวชนพบว่าต้วนหลิงเทียนไม่ได้เขียนจดหมายหรือคำสั่งเสียอะไรนั่นแม้แต่นิด …

"ต้วนหลิงเทียนทำไมเจ้าไม่เขียนจดหมายหรืออะไรนั่นล่ะ?" เมิ่งฉวนที่นั่งอยู่ด้านหลังของต้วนหลิงเทียน อดสงสัยไม่ได้จึงกล่าวถามออกมา

"แล้วทำไมข้าต้องเขียนมันด้วยล่ะ?" ต้วนหลิงเทียนเลือกที่จะถามย้อนออกมา

เมิ่งฉวนพลันตกตะลึง "จริงสิ ด้วยความสามารถของเจ้า แม้แต่หยูหง ผู้อยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 8 ยังถูกเจ้าสังหารลงได้ เจ้าเลยไม่สนใจที่จะเขียนจดหมายสั่งเสียอะไรนี่ให้เสียเวลา เพราะจะอย่างไรเจ้าก็ต้องผ่านการทดสอบนี่อยู่แล้ว เฮ่อ เป็นเจ้านี่ก็ดีนะ"

"เฮ่อ…เมื่อไหร่ข้าจะมั่นใจและทำท่าหยิ่งไม่สนใจโลกได้แบบเจ้ากันนะ … ?" เมิ่งฉวนถอนหายใจออกมา

"เอาล่ะตอนนี้พวกเจ้าก็ได้เขียนจดหมายสั่งเสียของพวกเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจจะเริ่มขึ้นทันทีหลังจากที่พวกเจ้าติดตามผู้ควบคุมออกไปจากเมืองโลหิตเหล็ก ส่วนเส้นทางการเดินทางและภารกิจที่พวกเจ้าจะต้องกระทำเดี๋ยวผู้ควบคุมเจ้าจะเป็นคนบอกแก่พวกเจ้าเองหลังจากออกไปแล้ว " เฉียวชิงจ่างกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง

และเมื่อเฉียวชิงจ่างกล่าวจบ หัวหน้ากองและนายกองทั้ง 29 คนก็แยกย้ายกันเดินออกมาจากด้านหลังเขาทันที

และก็เป็นอย่างที่หลิงเทียนคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด หัวหน้ากอง 3 ใน 4 คนแยกย้ายกันไปหา ซูหลี่,เทียนหู,และหยูเซี่ยง

ส่วนกับตันที่เดินมาหาเขาตั้งแต่แรกนั้นก็เป็นหัวหน้ากองที่เขาคุ้นเคย หยางต้า

"ท่านหัวหน้ากอง"ต้วนหลิงเทียนยิ้มเบาๆ ในขณะที่ประสานมือทำความเคารพ

"เอาล่ะ ไปกันเถอะ" หยางต้าเพียงยิ้มรับการทำความเคารพของหลิงเทียน ก่อนที่จะเดินนำออกไปอย่างรวดเร็ว

“เฮ่ พวกเจ้าต้องสัญญากับข้าด้วยล่ะว่าจะรอดกลับมา และไปดื่มกับข้าให้ได้” ก่อนออกเดินทางหลิงเทียนไม่ลืมที่จะหันไปมองทั้ง เซี่ยวหยูเมิ่งฉวน และลั่วเฉิน ทั้งสามคนด้วยสายตาจริงจังก่อนที่จะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"ได้ พวกข้าสัญญา!" ทั้งสามคนพยักหน้า

หลังจากนั้นหัวหน้ากองและนายกองต่างๆก็แยกย้ายพาเหล่าเยาวชนทั้ง 29 คนไปตามทางที่ได้รับมอบหมายภารกิจ

ต้วนหลิงเทียนเองก็วิ่งตามหยางต้าออกจากเมืองโลหิตเหล็ก ทว่าทิศทางและถนนที่เขาใช้ออกจากเมืองนั้นกลับเป็นทางด้านตะวันออก

หากมุ่งหน้าไปทางทิศจะวันออก!

“หัวหน้ากอง หากพวกเรามุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกต่อไปแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะเข้าเขตอาณาจักร หวู่ฉาน หรอกหรือ?” หลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมา

"เจ้ากล่าวถูกต้องแล้ว ภารกิจครั้งนี้ของเจ้าอยู่ในอาณาจักรหวู่ฉาน" หยางต้าพยักหน้า

ท่าทีของหลิงเทียนพลันแข็งขึ้นเล็กน้อย ภารกิจอะไรกันที่ต้องไปกระทำในอาณาจักร หวู่ฉาน?

‘พวกเขาต้องการให้ข้าลอบสังหารผู้คนงั้นหรือ?’

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 115 การทดสอบรอบสุดท้าย"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
ภาพเทพอสูรบรรพกาล : Archean Eon Art
มีนาคม 12, 2022
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz