หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 111 ความโกรธเกรี้ยวของหยูหง

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 111 ความโกรธเกรี้ยวของหยูหง
Prev
Next

ณ บริเวณทางเข้าของหุบเขาซ่อนอรุณ

เหล่าเยาวชนที่สามารถหนีเอาชีวิตรอดมาได้และครูฝึก กำลังเฝ้ารอผู้รอดชีวิตคนอื่นๆอยู่

"เฮ่ มีคนออกมาแล้ว!" แม้ไม่รู้ว่าเป็นใครที่พูดคำนี้ขึ้นมา แต่ทว่าทุกคนล้วนหันไปจับจ้องยังทางเข้าหุบเขาซ่อนอรุณทันที

"ซูหลี่!"

ต้วนหลิงเทียนย่อมจดจำชายชุดแดงที่ถือกระบี่ผู้นี้ได้เป็นอย่างดี เขาเป็นชายหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดของหน่วยที่ 1 ซูหลี่ …

คนของหน่วยที่ 1 ไม่เคยหลบหนีออกจากหุบเขาซ่อนอรุณ!

พวกเขาไม่ได้สังเกตหรอกเหรอว่าครูฝึกของพวกเขาได้หายตัวไป? ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสน มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะเข้าใจความคิดของเหล่าเยาวชนในหน่วยที่ 1

เขาคิดว่าเมื่อครูฝึกของหน่วยที่ 1 ได้จบชีวิตลงด้วยมือเขาเพราะความโลภ เหล่าสมาชิกของหน่วยที่ 1 จะเหมือนกับมังกรไร้หัว เมื่อไร้ซึ่งผู้นำพวกเขาน่าจะรีบพากันออกไปจากหุบเขาซ่อนอรุณแห่งนี้ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ และรีบไปแจ้งให้กับหัวหน้ากองหยางต้าถึงเรื่องที่ครูฝึกของพวกเขาหายตัวไป …

แต่อย่างไรก็ตามจากสิ่งที่เห็น ดูเหมือนเรื่องราวต่างๆจะไม่ได้เป็นไปตามที่หลิงเทียนคาดการณ์เอาไว้

แฮ่ก ๆ ๆ …

หลังจากที่หลบหนีออกมาจากหุบเขาซ่อนอรุณได้แล้ว ซูหลี่ก็รีบสูดหายใจเข้าอย่างหนักเพราะความเหนื่อย ท่าทางของเขาดูไม่ค่อยดีสักเท่าไร

ฟางเจี้ยนรวมทั้งนายกองอีก 3 คนเดินไปหาเขาและรีบกล่าวถามออกมาทันที "ซูหลี่ เกิดอะไรขึ้นกับหน่วยที่ 1 ของเจ้ากัน ครูฝึกของเจ้ากับคนอื่นๆไปอยู่ที่ใดกันเล่า?"

"ครูฝึก?"

ใบหน้าของซูหลี่เคร่งเครียดลงและเต็มไปด้วยความหมองคล้ำ "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่ใด พวกเราไม่เห็นหน้าเขามาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว… ส่วนคนอื่นๆงั้นเหรอ หามีผู้ใดรอดมาแม้เพียงสักคน นี่ล้วนเป็นเพราะความไม่ได้เรื่องของครูฝึกบัดซบที่หายไปโดยไม่บอกกล่าว!"

ครูฝึกบัดซบ?

ได้ยินคำด่าของซูหลี่มุมปากของหลิงเทียนถึงกับกระตุกเล็กน้อย

หากหัวหน้ากองหรือเหล่านายกองทั้งหลายรู้ว่าครูฝึกหายไปเพราะฝีมือเขา เกรงว่าเขาจะถูกระบายโทสะจนตกตาย …

"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าเล่ามาให้หมด?" ท่าทางของครูฝึกนายกองทั้ง 4 ล้วนปั้นยากขึ้นมาทันที

"วันที่สองของพวกเราในหุบเขาซ่อนอรุณ ครูฝึกได้มอบหมายภารกิจล่าสัตว์ดุร้ายให้แก่พวกเรา และบอกว่าให้พวกเราทำภารกิจนี้ให้เสร็จก่อนค่ำ ทว่าเมื่อทุกคนในหน่วยออกไปทำภารกิจจนสำเร็จกลับมา พวกเราก็ไม่มีใครได้พบเห็นครูฝึกอีกเลย เขาหายตัวไปตั้งแต่ตอนนั้น!" ในขณะที่ซูหลี่กล่าวออกมานั้น จะเห็นได้ว่าเขามีความเคียดแค้นและเกลียดชังครูฝึกบัดซบที่หายตัวไปอย่างมาก

"แล้วเหตุใดเจ้าและคนอื่นๆ ไม่ออกจากหุบเขาซ่อนอรุณเพื่อไปแจ้งท่านหัวหน้ากองถึงการหายตัวไปของครูฝึกกันเล่า?" ฟางเจี้ยนอดสงสัยเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้

"ออกจากหุบเขาซ่อนอรุณ? พวกเราจะไปกล้าทำเช่นนั้นได้อย่างไรกันเล่า ตอนนั้นทุกๆคนเพียงคิดว่าการหายตัวไปของครูฝึกมีเพียงกรณีเดียวคือ เขาจงใจที่จะซ่อนตัวเพื่อไม่ให้พวกเราพบเห็น … ดังนั้นพวกเราในหน่วยจึงคิดว่านี่คงเป็นการฝึกฝนเอาตัวรอดในรูปแบบหนึ่ง พวกเราจึงอยู่ร่วมกันเช่นนั้นต่อไป …ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาจนถึงเมื่อเช้านี้ในหน่วยของพวกเรามีผู้รอดชีวิตรวมข้าด้วยทั้งสิ้น 13 คน" ซูหลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ หลังจากที่ร่ายยาวออกมารวดเดียว

ท่าทางของนายกองทั้ง 4 นั้นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที พวกมันย่อมรู้ว่าหากนี่เป็นเรื่องจริง เกรงว่าเรื่องราวครั้งนี้คงผิดท่าแล้ว

ต้วนหลิงเทียนที่ยืนฟังอยู่ไกลๆ ท่าทางของเขายังคงเป็นปรกติไม่ได้เผยพิรุธหรืออะไรออกมาแม้แต่น้อยในขณะที่ฟังซูหลี่กล่าว …

"ต่อมาเมื่อฝูงสัตว์ดุร้ายเคลื่อนพลมาถึง พวกเราเองก็ยังคิดว่าเป็นการกวาดต้อนของครูฝึก เพื่อคัดเลือกผู้คนในหน่วยของพวกเราเป็นครั้งสุดท้าย และเพราะด้วยความคิดเช่นนั้นพวกเราจึงไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายตั้งแต่แรก … ทว่าเป็นข้าที่ได้ยินเสียงคำรามดังก้องของสิงโตอัสนี ที่แข็งแกร่งระดับเดียวกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 7 จึงรีบหนีสิงโตอัสนีนั่นตั้งแต่เนิ่นๆไม่อยู่รอให้เห็นมัน หาไม่แล้วข้าคงไม่รอดมาถึงตรงนี้”

เมื่อซูหลี่กล่าวจบดวงตาของเขาเผยความอำมหิตออกมาไม่น้อย "เรื่องราวอุบาทว์ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะ ครูฝึกบัดซบของหน่วยที่ 1 ไป่เฟิ่ง!"

ฮึก!

เสียงของซูลี่หาได้เบาไม่ …ทุกคนที่อยู่รอบๆล้วนได้ยินเรื่องราวทั้งหมดพวกมันพลันบังเกิดโทสะขึ้นมาเช่นเดียวกัน

นี่มันเรื่องห่าเหวอะไรกัน?

"เห็ดได้ชัดว่าที่หน่วยที่ 1 เกือบตกตายจนแทบหมดสิ้น เป็นเพราะครูฝึกอุบาทว์นั่นหายตัวไป"

"นี่มันเรื่องห่าเหวอันใดกัน โชคดีที่ข้าไม่เข้าร่วมหน่วยที่หนึ่ง ไม่งั้นเพราะครูฝึกลูกสำส่อนได้หายตัวไปโดยไร้ความผิดชอบเช่นนี้ ตัวข้าคงต้องตกตายไปด้วยแล้ว"

"ข้าสิโชคดีกว่าเจ้ามากนัก วันนั้นข้าเองก็ไปขอเข้าร่วมกับซูหลี่ ทว่าสุดท้ายข้ากลับถูกผู้อื่นกีดกันและขับไล่ไสส่งออกมาจนต้องระเห็จมาอยู่กลุ่มของต้วนหลิงเทียน … มาคิดถึงเรื่องนั้นยามนี้ ข้าอดไม่ได้ที่จะต้องกล่าวขอบคุณพี่ๆและสหายเหล่านั้นที่ทำให้ข้ายังรอดชีวิตอยู่ได้ …ท่านพี่ทั้งหลายข้าขอสาบานด้วยชีวิต หากข้ายังมีชีวิตรอดอยู่จนกระทั่งจบการเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ ข้าผู้นี้จะเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้พวกท่านได้อิ่มหนำสำราญในปรภพ! "

"ข้าเองก็รอดไปเพราะเห็นว่ากลุ่มของซูหลี่มีคนมากแล้ว จึงเลือกที่จะไปเข้ากลุ่มของหยูเซี่ยงซะ พอมาคิดว่าเรื่องนี้มันทำให้เกือบตาย ข้าอดใจสั่นไม่ได้จริงๆ"

…

เหล่าเยาวชนหลายคนที่นึกย้อนไปได้แต่เผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา มีแม้กระทั่งบางคนที่ซับเหงื่อกาฬเม็ดโตบนหน้าผากที่หลั่งออกมา

"ต้วนหลิงเทียนดูเหมือนโชคชะตาของพวกเรายังมิได้เลวร้ายอันใดนัก แม้ครูฝึกของหน่วยที่ 3 เราจะแลดูไม่ค่อยเหมือนครูฝึกสักเท่าไร แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีความรับผิดชอบและน่าเชื่อถืออยู่บ้าง ไม่ได้หายตัวไปไหนอย่างครูฝึกของหน่วยที่ 1 … " เมิงฉวนกล่าวความในใจของเขาออกมากับต้วนหลิงเทียน

"ข้าเองก็เห็นด้วย" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำ

ถ้าสมมติให้ไป่เฟิ่งนั่นมาเป็นครูฝึกของหน่วยที่ 3 จริงๆ แล้วมีฝูงสัตว์ร้ายบุกมาเช่นนี้ล่ะก็ เขาเองก็คงคิดที่จะหนีไม่อยู่ตั้งแต่แรกหรอก!

เพราะหลังจากที่รู้อยู่แก่ใจว่าไป่เฟิ่งตายด้วยมือเขา นั่นจะทำให้เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ฝูงสัตว์ดุร้ายพวกนั้นจะถูกต้อนมาโดยไป่เฟิง …

คนที่ตายไปแล้วจะไปต้อนฝูงสัตว์ดุร้ายมาได้อย่างไรกัน?

เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา เยาวชนของกลุ่มที่ 1 นั้นไร้เดียงสาเกินไป …

แต่ถึงแม้หลิงเทียนจะเป็นต้นเหตุของเรื่องราวความสูญเสียครั้งนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย

เพราะยามนั้นไป่เฟิ่งคิดที่จะฆ่าเขาให้ตาย หากเขาไม่ลงมือสังหารเข่นฆ่ามันก่อน เกรงว่าคนที่ตายคงต้องเป็นเขา

และตอนนี้เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะบอกกล่าวเรื่องที่เขาสังหารไป่เฟิ่งให้แก่ผู้ใดรับรู้ ไม่อย่างนั้นแล้วเขาต้องเผชิญกับภัยพิบัติและปัญหาไม่รู้จักจบสิ้นอย่างแน่นอน

แต่เท่าที่เขานึกได้เขาก็ไม่ได้ทิ้งหลักฐานหรือสร้างพิรุธอะไรไว้

เขาปราศจากความรู้สึกผิดอย่างสิ้นเชิง!

"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ข้าเริ่มมีอารมณ์อ่อนไหวแบบนี้?"ต้วนหลิงเทียนหัวเราะเยาะตนเองเล็กน้อย

บางทีเขาอาจจะไม่รู้ตัวว่า เขาไม่ใช่เครื่องจักรสังหารที่ไร้หัวใจอย่างที่เคยเป็นอีกแล้ว เขาเริ่มมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์คนอื่นๆมากขึ้น

การแสดงออกของนายกองทั้ง 4 ยามนี้บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด พวกมันหารือกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจ นำเยาวชนที่เหลือกลับไปยังเมืองโลหิตเหล็กก่อน …

เรื่องนี้จำเป็นต้องรีบไปรายงานหัวหน้ากอง หรือแม้แต่ท่านรองแม่ทัพให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!

ในระหว่างทางเมิ่งฉวนที่เริ่มเบื่อๆ ก็นับจำนวนผู้คนออกมาฆ่าเวลา …

"ในบรรดาผู้รอดชีวิตทั้ง 5 หน่วย หน่วยที่ 3 ของพวกเรามีคนรอด 8 คน ในหน่วยที่ 1 ก็มีเพียงซูหลี่คนเดียว หน่วยที่ 2 มี 7 คน ส่วนหน่วยที่ 4 มีคนรอดถึง 9 คน ส่วนหน่วยที่ 5 มีแค่ 4 คน … โอ้ นี่แค่การฝึกฝนรอบแรกของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะเท่านั้น แต่จาก 98 คนกลับเหลือเพียงแค่ 29 คนเท่านั้น!” เมื่อเมิ่งฉวนสรุปตัวเลขออกมาเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

"ในบรรดา 29 คนที่เหลือ ข้าคิดว่าน่าจะเหลือรอดไม่ถึง 10คน หลังจากผ่านการฝึกที่จะเกิดขึ้นใน 9 เดือนหลังจากนี้" เซี่ยวหยูเองก็กล่าวออกมาพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ข้าสงสัยว่าการฝึกของพวกเราจะเป็นรูปแบบใดกัน หลังจากที่เกิดเรื่องราวต่างๆในวันนี้ … " ต้วนหลิงเทียนเองก็อยากรู้อยากเห็นไม่น้อย

เขาค่อนข้างมั่นใจว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนี้ รูปแบบการฝึกอบรมต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

เพราะกำหนดการเดิมนั้นรอบแรกควรมีผู้รอดชีวิตอยู่ 50 คน ทว่าตอนนี้กลับมีเพียง 29คนเท่านั้น

"หืม?"

ทันใดนั้นเองหลิงเทียนพลันขมวดคิ้ว เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะหันมองไปยังนายกองที่อยู่ไกลๆ

นายกองคนนั้นรีบหันหน้าหนีไปทันที เห็นได้ชัดว่ามันกลัวเขารู้ตัว

มันเป็นนายกองอีกคน ที่กล่าวสนับสนุนหยูเซี่ยงในตอนที่แพ้พนันให้กับเขา

หลิงเทียนคิดในใจว่า ‘เมื่อครู่สายตาที่มันมองข้า เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัย และดูท่ามันจะไม่ค่อยพอใจข้าสักเท่าไร… ดูเหมือนว่ามันจะระแคะระคายเรื่องที่ข้าสังหารเฟิ่งไป่อะไรนั่น! เฮอะ! ข้าหวังว่าเจ้าจะทำตัวให้ดี เพราะข้าเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะฆ่าเจ้าอีกคน’

เมื่อคิดถึงตอนนี้แววตาของหลิงเทียนพลันเต็มไปด้วยความเย็นชา

เขาไม่ได้กังวลใจสักเท่าไร หากใครจะชี้ตัวเขาว่าเป็นฆาตกรฆ่าไป่เฟิ่ง อีกทั้งเรื่องนี้เองก็เป็นไปไม่ได้อีกด้วย …

นั่นเพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะสังหารไป่เฟิ่งได้จริงๆ

"ไอพวกตระกูลหยูนั่นมันรอดตายกันหมดจริงๆ" เมิ่งฉวนบ่นพึมพำกับตัวเองออกมา หลังจากเห็นคนของตระกูลหยูยืนอยู่กันครบทีม

ไม่นานนักหลิงเทียนกับเยาวชนที่เหลืออีก 28 คนจากค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ ก็เดินตามนายกองทั้ง 4 มาถึงสถานที่ตั้งค่ายของกองกำลังโลหิตเหล็ก

"ข้าจะไปแจ้งท่านหัวหน้ากอง" ครูฝึกฟางเจี้ยน กล่าวบอกนายกองทั้ง 3 ก่อนที่จะออกเดินทางไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานนัก ฟางเจี้ยนก็กลับมาอีกครั้ง "ท่านหัวหน้ากองสั่งให้นำเยาวชนทั้ง 29 คน ไปพักชั่วคราวในกระโจมสำรอง"

กระโจมสำรองนั้นไม่อาจบอกได้ว่ากว้างขวาง เพราะภายในมีเพียงเตียงไม้เรียบง่ายเพียง 4 เตียงเท่านั้น

ต้วนหลิงเทียนและกลุ่มทั้ง 4 คนก็ถูกจัดให้อยู่ในกระโจมเดียวกัน

"ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็จะได้นอนหลับฝันดีเสียที" ตาทั้งสองข้างของเมิ่งฉวนหยีลงเล็กน้อยหลังจากยิ้มกว้างด้วยความยินดี แล้วเขาก็กระโดดขึ้นเตียงนอนทันที

ต้วนหลิงเทียนเองก็คิดที่จะห้ามเขาทันที…แต่เสียดาย มันสายเกินไป

เปรี๊ยะ ปัก โครมมมมม แอ๊กก!!

เมื่อร่างกายของเมิ่งฉวนโดดถึงเตียง เตียงไม้ก็พังพินาศแยกออกเป็นเสี่ยงๆ

"บัดซบ!"

เมิ่งฉวนลุกขึ้นยืนอย่างทุกลักทุเล ก่อนที่จะปัดฝุ่นรวมถึงหยากไย่ที่เต็มหัวของเขาไปหมด ก่อนที่เขาจะใช้สายตาสับสนอื้ออึงมองไปยังเตียงที่แหลกเป็นชิ้นๆ

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ…." ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังลั่น

เมิ่งฉวนหันไปจ้องมองลั่วเฉินด้วยสายตาปริบๆ "ลั่วเฉินพวกเราก็นับเป็นสหายที่ดี … เจ้าจะไม่ทอดทิ้งสหายใช่หรือไม่?"

"แน่นอนข้าย่อมไม่ทอดทิ้งสหาย" ลั่วเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เมื่อสหายคนหนึ่งของเจ้ากำลังเดือดร้อน เจ้าคงไม่นิ่งดูดาย และให้ช่วยเหลือสหายของเจ้าใช่หรือไม่?"เมิ่งฉวนยังคง กล่าวต่อไป

"แน่นอน… แต่อย่างไรก็ตามหากเจ้าคิดที่จะให้ข้ายกเตียงนอนให้เจ้าแล้วล่ะก็ ฝันไปเถอะ"

ลั่วเฉินค่อยๆเอนกายลงไปนอนบนเตียงในขณะที่เขากล่าวก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความสบายตัว เขาไม่ลืมที่จะหันไปแขวะเมิ่งฉวนเบาๆว่า "สบายหลังยิ่งนัก!"

"เจ้า " เมิ่งฉวนรู้สึกหงุดหงิดและขุ่นเคืองเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองหลิงเทียนและเซี่ยวหยู

"อืม พักสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน" ก่อนที่จะเอนกายลงนอนพักผ่อน หลิงเทียนก็กล่าวออกมาและทำราวกับว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นเมิ่งฉวนที่กำลังจ้องมา

"อะไรเมิ่งฉวน เจ้าคิดที่จะแย่งเตียงข้างั้นรึ?" เซี่ยวหยูยิ้มในขณะที่จ้องเมิ่งฉวนกลับ

เมิ่งฉวนอยากร้องไห้!

เขาได้นอนบนพื้นดินแข็งๆตลอดเวลา 3 เดือนในหุบเขาซ่อนอรุณ และในที่สุดวันนี้เขาก็จะได้นอนบนเตียงให้สบายๆตัว แต่เขาดันทำมันพังเพราะความเซ่อซ่า…

เป็นไปได้ไหมที่เขาจะเกิดมาเพื่อนอนบนพื้น?

ในมุมๆหนึ่งของค่ายที่ไม่ค่อยเป็นจุดสนใจของกองกำลังโลหิตเหล็ก

"ฟางฉุน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดไป่เฟิ่งถึงหายตัวไป?" หยูหงมองชายตรงหน้าก่อนที่จะกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

ฟางฉุนผู้นี้คือนายกองอีกคน ที่ลุกขึ้นมากล่าวมาเพื่อช่วยเหลือหยูเซี่ยงในวันนั้น

"ข้าเองก็ไม่แน่ใจอะไรสักเท่าไร แต่ข้ามีความรู้สึกว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวของกับต้วนหลิงเทียน" ฟางฉุนส่ายหัวออกมาก่อนที่จะกล่าวเท่าที่รู้

"ต้วนหลิงเทียนงั้นหรือ? เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 เท่านั้น เขาจะมีความสามารถสังหารเฟิ่งไป่ได้อย่างไร?" หยูหงขมวดคิ้ว

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการจะสื่อ สิ่งที่ข้าคิดนั้นเป็นเรื่องที่เฟิ่งไปคิดที่จะสังหารหลิงเทียนต่างหาก ข้าคิดว่ามันน่าจะเข้าป่าลึกไปเพื่อต้อนสัตว์ดุร้าย แล้วเกิดพลาดท่าอันใดขึ้นมา … เพราะเท่าที่ดูๆแล้วกลุ่มสัตว์ดุร้ายที่มาเป็นฝูงนั่นดูเหมือนจะมีการวางแผนอะไรบางอย่างมานานแล้ว นี่อาจจะเป็นเพราะเฟิ่งไป่ก็เป็นได้ น่าเสียดายที่เขาอาจจะพลาดท่าให้แก่ฝูงสัตว์ดุร้ายพวกนั้น " ฟางฉุนกล่าวความคิดเห็นของเขาออกมา

"หากเป็นเพราะเหตุนั้น หลิงเทียนผู้นี้นับว่ามีโชคนัก!"

ใบหน้าของหยูหงหมองลงเล็กน้อย "พวกเราพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในช่วงแรกของการฝึกฝนไปแล้ว หลังจากนี้จะหาโอกาสอีกครั้งคงเป็นเรื่องยากเย็นนัก"

"หยูหง … " ฟางฉุนมองไปที่หยูหงด้วยความลังเลเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าควรพูดเรื่องนี้ดีหรือไม่

"เจ้ายังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?"

หยูหงกล่าวถามต่อไปอีกว่า "ฟางฉุนเจ้าไม่ต้องลังเล พวกเราเป็นสหายกันมานานถึงเพียงนี้เจ้ามีอะไรจะกล่าว รีบกล่าวมันออกมาเถอะ"

"หยูหง 3 เดือนที่แล้ว น้องชายของเจ้ากับต้วนหลิงเทียนได้วางเดิมพันกัน … "

ฟางฉุนได้บอกเรื่องราวทั้งหมดแก่หยูหงว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในระหว่างการเดิมพัน "ตอนนั้นหลิงเทียนเพียงกล่าววาจาไม่กี่คำ ก็สามารถชักจูงความคิดของหัวหน้ากองได้ จนสุดท้ายเขาก็สามารถบีบบังคับให้น้องเจ้าจ่ายราคาในการเดิมพัน"

"ไอบัดซบนั่นมันทำให้น้องชายของข้าต้องอับอายถึงเพียงนี้ มันกล้าให้น้องชายของข้าแก้ผ้าวิ่งไปกลับ 10 รอบต่อหน้าคนเป็นร้อยเช่นนั้นหรือ!" ท่าทางของหยูหงดูบิดเบี้ยวเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้เขาโกรธเกรี้ยวอย่างถึงขีดสุด โทสะของเขาแทบจะระเบิดออกมา

"ต้วนหลิงเทียน! เจ้ากล้าทำให้น้องชายข้าต้องได้รับความอัปยศ เจ้ากล้าหยามหยันตระกูลหยูถึงเพียงนี้ …ข้าหยูหงจะไม่มีวันเลิกราจนกว่าเจ้าจะตกตาย!"

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 111 ความโกรธเกรี้ยวของหยูหง"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
มีนาคม 12, 2022
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
มีนาคม 12, 2022
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
Naruto-Time-Control
ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล)
ตุลาคม 23, 2024
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz