หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 109 นับเป็นการค้าที่ขาดทุนนัก

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 109 นับเป็นการค้าที่ขาดทุนนัก
Prev
Next

"ท่านนายกอง ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?" ท่าทางของหลิงเทียนยังคงนิ่งสงบ ไม่ได้มีอาการเปลี่ยนแปลงอะไรสักนิด เขากล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่แยแส

"แล้วเจ้าคิดอย่างไรเล่า?" ประกายตาของนายกองส่องสว่างขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย

"ข้าคิดว่า เสือดาวอัคคีทั้ง 7 ตัวนั้น ไม่พ้นเป็นท่านที่ไปต้อนมันมาสินะ?" หลิงเทียนกล่าวถามออกมาอย่างเบื่อหน่าย

นั่นเพราะปกติแล้วสัตว์ดุร้ายที่มีความแกร่งเกินกว่าระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 3 จะไม่ค่อยปรากฏตัวออกมาในพื้นที่รอบนอกของหุบเขาซ่อนอรุณเช่นนี้ …

แต่นั่นก็ใช่ว่าจะไม่มีเลยสักทีเดียว เพียงแต่สัตว์ดุร้ายที่มีระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 เช่นนี้ เต็มที่ก็ควรมีโผล่ออกมาแค่ 1-2 ตัวเท่านั้น

แต่นี่กลับมีเสือดาวอัคคีที่มีระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 ปรากฏตัวออกมาพร้อมๆกันทั้ง 7 ตัว และเมื่ออนุมานกับการปรากฏตัวได้อย่างพอเหมาะพอเจาะราวกับล่วงรู้เวลาของนายกอง นี่ก็ไม่ใช่เรื่อยากอะไรที่หลิงเทียนจะเชื่อมโยงเรื่องราวได้

"เจ้านับว่าฉลาดยิ่งนัก"

นายกองจ้องมองไปยังหลิงเทียนด้วยแววตาเหลือเชื่อ "ในตอนแรกข้าคิดว่าเพียงอาศัยเสือดาวอัคคี 7 ตัวคงสารถดับชีวิตเจ้าได้ แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้ากลับปกปิดและซุกซ่อนความแข็งแกร่งของตนเอาไว้ได้อย่างแนบเนียนเช่นนี้ แม้กระทั่งการทดสอบเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะเจ้าก็ไม่คิดเผยมันออกมา …เกินคาดจริงๆ ความแข็งแกร่งของเจ้าจริงๆแล้วกลับสูงถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5!"

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5

มันก็ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตน่าจดจำอะไรสักเท่าไร

แต่หากท่านลองบอกกล่าวว่า ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 คนนั้นยังมีอายุไม่ครบ 17 ขวบปีดี นี่ออกจะเป็นเรื่องราวที่สร้างความตะลึงงันแก่ผู้คนแล้ว

ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอายุไม่ถึง 17 ปีแต่กลับมีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 เช่นนี้ ต่อให้มองย้อนไปในประวัติศาสตร์นับร้อยๆปีของอาณาจักรนภาล่อง เกรงว่าคงจะไม่เคยปรากฏมาก่อน…ต้วนหลิงเทียนนับเป็นคนแรกในรอบหลายร้อยปี!!

"ท่านนายกอง ตัวข้าเองก็คิดว่าระหว่างพวกเรานั้น ไม่น่าจะเคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อน แล้วทำไมท่านถึงต้องเจาะจงเล่นงานข้าอะไรแบบนี้ด้วยล่ะ?" หลิงเทียนสูดลมหายใจเขาลึกๆก่อนจะกล่าวออกมาด้วยประกายตาแข็งกร้าว

แม้ว่าตัวเขาเองก็พอจะเดาเรื่องราวออก แต่เขาก็อยากฟังคำยืนยันจากปากของเจ้าตัว

"หึๆ … ต้วนหลิงเทียนหากเจ้าคิดตำหนิถึงความโชคร้ายในครานี้ คงช่วยมิได้ที่เจ้าคงต้องกล่าวตำหนิตัวเองแล้วล่ะ หากเจ้าไม่ก่อเรื่องกับหยูเซี่ยง จนทำให้หยูหงถึงกับต้องถูกถอนออกจากตำแหน่งนายกองแล้วล่ะก็ เขาคงไม่คิดแค้นใจเจ้า จนต้องไหว้วานสหายเช่นข้าให้มาดูแลเจ้าให้ในช่วงการเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะเช่นนี้หรอก แต่อย่าห่วงไปเลยเจ้าจะไม่ทรมานยามถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตอย่างแน่นอน" ในมุมมองของนายกอง ตอนนี้หลิงเทียนก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ต้องตกตายแน่นอนแล้ว เขาจึงกล่าวออกมาอย่างไม่คิดปิดบังอะไร

"หยูหง!"

แววตาของหลิงเทียนเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วก็เป็นมันอย่างที่เขาคิด!

พี่ชายของหยูเซี่ยง หยูหง

"แต่ก่อนที่ข้าจะสังหารเจ้า ข้าคงอดที่จะกล่าวไม่ได้ว่าตัวเจ้าช่างมีพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศนัก บางทีหากเจ้ามีเวลาได้เติบโตอีกเพียงแค่ 2 ปี แม้กระทั่งตัวข้าก็คงไม่ใช่คู่มือของเจ้า …น่าเสียดายที่วันนั้นคงไม่มีทางมาถึง เพราะวันนี้ของปีต่อๆไปจะเป็นวันครบรอบวันตายเจ้า!" ประกายตาของนายกองเรืองวูบขึ้นมาด้วยจิตสังหาร

พลังงานต้นกำเนิดถูกควบรวมที่มือของเขาอย่างหนาแน่นจนเห็นได้ชัด และพริบตาต่อมาเงาร่างช้างแมมมอธโบราณจำนวน 11 ตัวก็เด่นหราอยู่เหนือศีรษะของเขา ท่าทางของพวกมันราวกับจะเย้ยหยันชั้นฟ้า

นางกองคนนี้ กลับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 8

"เดี๋ยวก่อน!"

ภายใต้การจ้องมองที่เต็มไปด้วยความคิดฆ่าฟัน หลิงเทียนพลันยิ้มและยกมือขวาขึ้นพร้อมทั้งกล่าวคำหยุดรั้งออกมา

"เจ้ามีคำใดคิดกล่าว?" นายกองถามออกมาอย่างไม่แยแส

"หากข้าบอกว่า ถ้าวันนี้ท่านปล่อยข้าไป ข้าจะให้ท่าน 1,000,000 เหรียญเงิน ท่านจะว่ายังไง?" แววตาของหลิงเทียนหรี่ลงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆเอ่ยถามออกมา

"เหรียญเงิน 1,000,000 เหรียญนี้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเจ้ามีมันอยู่จริงหรือไม่ … แต่จะอย่างไรเงินจำนวนมหาศาลที่เจ้ากล่าวเสนอออกมา มิพ้นคงต้องถูกเก็บเอาไว้ในแหวนมิติวงนั้นของเจ้าใช่หรือไม่? เช่นนั้นตราบใดที่ฆ่าสังหารเจ้าได้และได้ครอบครองแหวนมิติดังกล่าว ไม่ว่าสมบัติหรือเหรียญเงินที่เจ้ามี นั่นย่อมเป็นของข้าไปโดยปริยาย แล้วเหตุใดข้าถึงต้องสนใจข้อเสนอเล็กน้อยนี้ของเจ้ากันล่ะ?" นายกองเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมั่นใจ มันทำราวกับว่ายามนี้แหวนมิติของหลิงเทียนเป็นของมันแล้วอย่างไรอย่างนั้น

"ตอนแรกข้าก็คิดว่าจะทำตามคำไหว้วานของหยูหงโดยไม่ให้มือข้าเปื้อนจึงไปต้อนเสือดาวอัคคีมาถึง 7 ตัว แต่ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้ากลับปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้เช่นนี้และระเบิดมันออกมาจนฆ่าเสือดาวอัคคี ทั้ง 7 อย่างง่ายดาย … และสิ่งที่ทำให้ข้าคาดไม่ถึงอย่างแท้จริงกลับกลายเป็นว่าตัวเจ้ากลับมีแหวนมิตินั่น!! " เมื่อกล่าวจบนายกองก็แผ่จิตสังหารออกมาโดยไม่คิดรั้งรออะไรอีก

เพราะสำหรับเขาแล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่หลิงเทียนถูกเขาสังหาร ทุกสิ่งทุกอย่างของหลิงเทียนจะเป็นของเขาทันที

"ตรงๆก็คือ เจ้าโลภมากอย่างนั้นสิ?" หลิงเทียนกล่าวถามออกมาอย่างเบื่อหน่าย ท่าทางของเขาแลดูเฉยเมยอย่างมาก

"โลภมากแล้วจะอย่างไร?"

นายกองหัวเราะขึ้นมาครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า "เอาล่ะ ข้าเองก็ไม่คิดเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเจ้าอีกต่อไป ข้าจะดับลมหายใจของเจ้าเสีย และดูแลแหวนมิติวงนั้นต่อจากเจ้าเอง!"

"ท่านมีความมั่นใจมากขนาดไหนกันเล่า ที่คิดสังหารข้าน่ะ?" หลิงเทียนเริ่มหัวเราะออกมา

เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลิงเทียน นายกองก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าผิดท่าแล้ว เขารีบทำการตรวจสอบพื้นที่รอบๆด้วยความระมัดระวังอย่างถึงขีดสุด แต่เมื่อเขาพยายามตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วกลับไม่พบอะไรทั้งสิ้น เขาก็บันดาลโทสะขึ้นมาเล็กน้อยเพราะรู้สึกเหมือนถูกเด็กน้อยล้อเล่น "ต้วนหลิงเทียน หยุดกล่าววาจาเพ้อเจ้อไร้สาระถ่วงเวลาได้แล้ว จะอย่างไรเจ้าก็ไม่มีทางรอดชีวิตไปจากตรงนี้ได้ เว้นเสียแต่เจ้าจะมีปีกบินหนีหรือแข็งแกร่งกว่าข้า แต่นั่นคงเป็นไปไม่ได้!"

นายกองเริ่มขยับตัวอีกครั้ง

ฟุ่บบบ!

รางของเขาพุ่งเป็นเส้นตรงไปหาต้วนหลิงเทียนด้วยความเร็วสูง

ช้างแมมมอธโบราณทั้ง 11 ตัวที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาราวกับมันพุ่งแหวกฝ่าสายลมมาอย่างไรอย่างนั้น …

ดวงตาของหลิงเทียนเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนที่จะเคลื่อนไหว

วิชาท่าร่างวิญญาณอสรพิษเคลื่อนกาย!

ร่างกายของเขาวูบไหวไปมาร้าวกับไร้กระดูกและเริ่มเคลื่อนที่ยากคาดเดาไม่ต่างจากอสรพิษตัวหนึ่ง

วิชาวาดกระบี่!

ประกายแสงสี่ม่วงจากกระบี่อ่อนดาราม่วงกระพริบวูบไหวออกมาราวกับลิ้นของอสรพิษ

คาดไม่ถึงในพริบตานั้น เหนือศีรษะของต้วนหลิงเทียนกลับฉายชัดถึงเงาร่างช้างแมมมอธโบราณถึง 8 ตัว!! …

"จะ… เจ้ายังปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้อยู่อีกหรือ?"

ร่างของนายกองชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง จนเสียจังหวะทำให้มันต้องรีบเคลื่อนกายหลบกระบี่ของหลิงเทียนที่วาดสวนมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อมันหลบออกไปมันก็หันมาจับจ้องหลิงเทียนด้วยความคาดไม่ถึง

ความแข็งแกร่งระดับช้างแมมมอธโบราณ 8 ตัว …

นี่เป็นสัญลักษณ์แสดงความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6!

ไม่สิ มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!

ไม่นานหลังจากที่นายกองสำรวจร่างของหลิงเทียน พลันสายตาของเขาก็จับจ้องไปยังกระบี่ดาราม่วง พร้อมทั้งเบิกตากว้างและกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ที่แท้เป็นอาวุธวิญญาณ!! เจ้ากลับมีอาวุธวิญญาณในครอบครองอีกด้วย! … ซ้ำมันยังสามารถเพิ่มพลังความแข็งแกร่งให้เจ้าได้ถึง 1 ช้างแมมมอธโบราณเช่นนี้ นั่นย่อมหมายความว่าอาวุธวิญญาณของเจ้าอยู่ในระดับ 8 ใช่หรือไม่? " ประกายตาของนายกองวาวโรจน์ออกมามากมายราวกับแสงอัสดงทอประกายยามรุ่งอรุณอย่างไรอย่างนั้น

เขาคาดไม่ถึงจริงๆว่าต้วนหลิงเทียนกลับมีเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจมากมายถึงเพียงนี้!

ตอนแรกก็เป็นแหวนมิติวงนั้น มาตอนนี้ยังมีกระบี่ที่เป็นอาวุธวิญญาณ และดูท่ามันจะเป็นอาวุธวิญญาณจากผู้หลอมศาสตราระดับ 8 เสียด้วย!

หากเขาได้รับกระบี่ที่เป็นอาวุธวิญญาณระดับ 8 เล่มนั้นมาครอบครองแล้วล่ะก็ ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุด ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน

มิคิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนคนนี้กลับกลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า!

"ดูเจ้าจ้องเข้าสิ ตาเยิ้มเชียว" หลิงเทียนกล่าวเย้ยหยันออกมา

"ต้วนหลิงเทียนด้วยอาวุธวิญญาณระดับ 8 เล่มนั้นของเจ้า ทำให้เจ้ามีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาเทียบเท่าระดับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6 … น่าเสียดายนัก ที่ตอหน้าข้าเรื่องเท่านี้ก็ยังไม่นับว่าเป็นอะไร ตายซะ!"

นายกองเริ่มเคลื่อนร่างของเขาอีกครั้ง ด้วยจิตสังหารที่มากกว่าเดิม

เขาต้องการฆ่าหลิงเทียนและยึดครองสมบัติล้ำค่าที่หลิงเทียนมีไว้ในครอบครองทั้งหมด …

ปัง!!

นางกองจู่โจมด้วยฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดจำนวนมหาศาลด้วยความเร็วที่ราวกับเส้นสายอัสนีบาต เพียงแค่แรงลมจากการเคลื่อนไหวก็พัดให้ชุดของหลิงเทียนปลิวสะบัดไปตามแรงลมอย่างรุนแรง

"เฮ่อ ต้องใช้จริงๆหรือนี่?" ดวงตากระจ่างใสของหลิงเทียนพลันมีประกายเย็นชาเรืองวูบขึ้นมา

และพริบตาเดียวกันนั้นก่อนที่ฝ่ามือของนายกองจะบรรลุมาถึงเขาก็ตวัดกระบี่ออ่อนดาราม่วงออกไปพร้อมทั้งถ่ายทอดพลังงานต้นกำเนิดลงไปในตัวกระบี่ เพื่อกระตุ้นการทำงานของอาคมจารึกจันเสี้ยวโลหิตที่ถูกจารึกเอาไว้ …

ครืนนนน!

เมื่ออาคาจมรึกถูกกระตุ้นสีแดงระเรื่อดั่งโลหิตก็เริ่มเรืองขึ้นมาทั่วตัวกระบี่อ่อนดาราม่วง บังเกิดเป็นภาพงดงามประการหนึ่ง ก่อนที่มันจะพุ่งออกไปรูปจันทร์เสี้ยวรวดเร็วไม่ต่างอะไรกับเส้นแสง ทั้งมันราวกับมีสายตำหนดทิศทางอย่างไรอย่างนั้น มันกลับพุ่งไปปะทะกับฝ่ามือของนายกองอย่างแม่นยำพอดิบพอดี

ตูม!!! พรวดดด !

อ๊าคคคคค!

โลหิตสดๆหลั่ง่รินฉีดพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ แขนทั้งข้างของนายกองที่ซัดฝ่ามือออกมา กลับระเบิดเป็นชิ้นๆกลายเป็นเศษเนื้อกลางอากาศ เพียงแค่จันทร์เสี้ยวโลหิตบรรลุถึง

"อ๊าคคคค!"

เสียงกรีดร้องของนายกองพลันดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะเงียบลง

การที่เสียงของนายกองเงียบลงไปนั้นไม่ใช่เพราะอะไร นี่เป็นเพราะจันทร์เสี้ยวโลหิตเมื่อบรรลุถึงแขนนายกองและทำลายมันเป็นชิ้นๆ มันยังพุ่งตรงไปยังกลางอกของนายกอง ก่อนที่จะทำตามหน้าที่ของมัน จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี …

วิชาท่าร่าง วิญญาณอสรพิษเคลื่อนกาย!

ร่างของหลิงเทียนพลันวูบไหว เคลื่อนออกไปด้านข้างเล็กน้อย เพื่อหลบร่างของนายกองที่ยังคงพุ่งมาตามแรงเฉื่อยถึงแม้มันจะหมดสภาพไปแล้วก็ตาม

พลันหลิงเทียนก็สบตากับนายกองที่พุ่งผ่านไป …ดวงตาของนายกองนั้นเบิกกว้างออกมาด้วยความตกตะลึง เขาไม่อาจจะเชื่อและยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้

บางทีจนถึงตอนนี้ที่เขากำลังจะตายเขาก็ยังไม่อาจยอมรับได้ว่าหลิงเทียนกลับมีไพ่ลับใบนี้อยู่…สุดท้ายภาพตรงหน้าของเขาก็กลายเป็นมืดสนิทไปและเขาก็กลายเป็นอดีต…

ตุบ…

ร่างไร้วิญญาณของนายกองตกลงพื้นดิน โดยไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ …สุดท้ายคงเหลือเพียงเสียงสายลมพัดหวีดหวิวยามค่ำคืนคลุกเคล้าไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

“ฮึ่ม เป็นเจ้าที่โลภมากไม่รู้จักพอ ข้าอุตส่าห์เสนอเงิน 1,000,000 เหรียญให้เจ้าเลิกราแล้วเจ้ายังไม่ยอม นี่ล้วนเป็นเจ้าที่โง่เองดันคิดว่าเงินนี้ข้าจ่ายเพราะกลัวเจ้า บัดซบ! ข้าเสียดายอาคมจารึกจันทร์เสี้ยวโลหิตต่างหาก” หลิงเทียนกล่าวสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด

ต้วนหลิงเทียนระงับอารมณ์หงุดหงิดก่อนที่จะมองศพของนายกองแล้วไปค้นร่างมัน…เขาพบเพียงตั๋วเงินไม่กี่พันเหรียญเท่านั้น…

"บัดซบ! เจ้าเป็นนายกองหรือขอทานกันแน่ ทำไมถึงยากไร้และอนาถาขนาดนี้!" ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะด่าออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนที่จะเก็บเงินไว้ในแหวนมิติ…

หลังจากนั้นเปลวเพลิงหลอมโอสถก็ลุกโชนขึ้นมาในฝ่ามือเขา ก่อนที่เขาจะส่งมันไปเผาศพของนายกอง …

ซู่มมมมม!

ซากศพของนายกองพลันสลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา

ไม่หลงเหลืออะไรเอาไว้แม้แต่น้อย!

"บัดซบนัก วัตถุดิบที่เหลืออยู่ในแหวนมิติของข้าคงเพียงพอให้จารึกอาคมจันทร์เสี้ยวโลหิตได้อีกเพียง 2 ครั้งเท่านั้น… ข้าไม่คิดเลยว่าต้องมาเสียอาคมจารึกจันทร์เสี้ยวโลหิตเพราะนายกองกระจอกๆนี่!"

ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วขึ้นมา

ยิ่งคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเขาก็หงุดหงิดและรำคาญอย่างมาก …

นี่เป็นเพราะในความคิดของเขานั้นได้คำนวณเรียบร้อย การจะจารึกอาคมจันทร์เสี้ยวโลหิตครั้งนึงต้องใช้วัตถุดิบที่มีราคาไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญเงิน แต่เขากลับได้เงินจากศพเพียงแค่ ไม่กี่ พันเหรียญ….

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่ย่อมเป็นการค้าที่ขาดทุนย่อยยับ!

แล้วยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ ต่อให้เขามีเงินมากสักเท่าไรก็ตามเขาก็ไม่อาจจะใช้มันเพื่อซื้อวัตถุดิบมาเพื่อจารึกอาคมเพิ่มเติมได้ …

แล้วตอนนี้อาคมจารึกจันทร์เสี้ยวโลหิตที่เขาจะจารึกได้ ก็หลงเหลือเพียง 2 ชุดเท่านั้น

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขายินยอมจ่ายเงิน 1,000,000 เหรียญให้กับนายกองคนนี้มากกว่า ที่จะใช้อาคมจันทร์เสี้ยวโลหิตที่มีราคาเพียง 500,000 เหรียญเงินกว่าๆ

“ช่างหัวมัน ยังไงนี่ก็เป็นเรื่องสุดวิสัย ข้าจารึกอาคมจันทร์เสี้ยวโลหิตลงบนกระบี่อ่อนดาราม่วงอีกครั้งก่อนดีกว่า แล้วค่อยกลับไปค่ายที่พัก"

อะไรที่เสียไปแล้วก็ช่างมัน หลิงเทียนเลิกคิดให้มากความ

หลิงเทียนเดินอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบสถานที่ๆเหมาะสม เขานั่งขัดสมาธิลงอย่างสงบ และมองไปที่แหวนมิติ

หลังจากนั้นเขาก็หยิบเอาวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการจารึกอาคมจันทร์เสี้ยวโลหิตออกมา

เมื่อดวงตะวันลาลับไปทางขอบฟ้าทางทิศตะวันตก ความมืดมิดยามราตรีกาลก็ทาบทับโอบกอดผืนแผ่นดิน

ณ ค่ายที่พักหน่วยที่ 3 ของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ

"เหตุใดต้วนหลิงเทียนจึงยังไม่กลับกัน?" หลังจากที่รอหลิงเทียนอยู่เป็นเวลากว่าครึ่งวัน ท่าทางของเซี่ยวหยูก็เริ่มเต็มไปด้วยความกังวล

"นั่นสิ มันนานเกินไปแล้ว อย่างหลิงเทียนไม่ควรใช้เวลาล่อพวกเสือดาวอัคคีนั่น ก่อนที่จะหาโอกาสหลบหนีมา นานถึงขนาดนี้" เมิ่งฉวนเองก็กังวลและสงสัยมากเช่นกัน

"คงไม่มีเหตุร้ายอันใดเกิดขึ้นกับเขาหรอกนะ?" ลั่วเฉินกล่าวออกมาด้วยความกังวลใจ

"ไม่มีทาง!" เมิ่งฉวนและเซี่ยวหยูกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่จะมองไปยังลั่วเฉิน

แต่จะอย่างไรภายในแววตาของพวกเขาก็มีความกังวลที่ปรากฏขอยู่อย่างเห็นได้ชัด …

หากมีอะไรเกิดขึ้นกับหลิงเทียนแล้ว่ละก็ พวกเขาจะไมให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต

เพราะทั้งหมดล้วนเป็นหลิงเทียนที่พยายามช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ …

หากไม่มีพวกเขาแล้ว อาศัยความสามารถหลิงเทียนเพียงลำพัง ย่อมหลบหนีเหล่าเสือดาวอัคคีพวกนั้นได้อย่างไม่ลำบากอะไร

ไม่นานเหล่าสมาชิกของหน่วยก็กลับมา

เมื่อมีเยาวชนจำนวน 15 คนร่วมมือช่วยเหลือกัน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะสังหารเสือดาวลายเมฆา แต่นั่นก็ต้องใช้เวลาทั้งวันกว่าที่จะล่าเสือดาวลายเมฆาได้ครบจำนวน 15 ตัว

"ทุกคนกลับมาครบหรือยัง?" ท่าทางของฟางเจี้ยนก็ยังคงเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

"หืม แล้วต้วนหลิงเทียนล่ะอยู่ที่ใดกัน?" ฟางเจี้ยนที่กวาดตามอง ก็พบว่ามีเยาวชนเพียง 18 คนเท่านั้น ก่อนที่จะหันจ้องมองไปยัง เมิ่งฉวน เซี่ยวหยู และก็ลั่วเฉิน เพื่อต้องการคำตอบ…

"ครูฝึก พวกเราพบกับเสือดาวอัคคีถึง 7 ตัวในขณะที่ทำการล่าเสือดาวลายเมฆา หลิงเทียนรับหน้าที่อาสาล่อพวกมันไปอีกทาง ก่อนที่จะให้พวกเราหอบหิ้วศพของเสือดาวลายเมฆาทั้ง 4 กลับมา เขาล่อเหล่าเสือดาวอัคคีทั้ง 7 ตัวออกไปเพียงลำพัง" ลั่วเฉินค่อยๆกล่าวออกมาอย่างช้าๆ

"เสือดาวอัคคี?"

ท่าทางของฟางเจี้ยนแข็งขึ้นเล็กน้อย "พวกเจ้าทุกคนนับว่ากล้าหาญนัก! มีความกล้าถึงขั้นที่จะเข้าไปยังส่วนลึกของหุบเขาซ่อนอรุณทั้งๆที่มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านี้!!"

"พวกเราไม่ได้เข้าไปลึกแต่อย่างไร พวกเราเพียงอยู่รอบนอกของพื้นที่เท่านั้น และสัตว์ดุร้ายที่พวกเราพบก็มีแต่ระดับกอก่อกำเนิดขั้นที่ 3 แต่ในระหว่างเดินทางกลับอยู่ดีๆ ผู้ใดจะไปรู้กันเล่าว่าจะปรากฏเสือดาวอัคคีถึง 7 ตัวออกมาอย่างกะทันหัน?" เซี่ยวหยูกล่าวออกมาพร้อมขมวดคิ้ว

"เป็นไปไม่ได้!"

ฟางเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ "เสือดาวอัคคีนั้นเป็นสัตว์ดุร้ายหวงถิ่นฐานมากนัก พวกมันไม่ใช่สัตว์ดุร้ายที่จะออกมาจากถิ่นฐานของตัวเอง"

"บางทีอาจจะมีผู้ใดไปยั่วยุเสือดาวอัคคีกลุ่มนั้น" ท่าทางของเมิ่งฉวนบิดเบี้ยวก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิด

"เอาล่ะพอแล้ว จะอย่างไรเสือดาวลายเมฆาของหลิงเทียนก็นับได้ว่าอยู่ที่นี่ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ถือว่าผ่านภารกิจ และเหล่าเสือดาวลายเมฆาทั้ง 4 ตัวนี้ ก็จะเป็นอาหารค่ำของพวกเจ้า … "

หลังจากกล่าวคำจบแล้ว ฟางเจี้ยนก็เริ่มนั่งลงและย่างเนื้อ ที่เขาไปล่ามาเอง

เซี่ยวหยู,เมิ่งฉวน และลั่วเฉิน แน่นอนว่าย่อมต้องหิวเพราะเป็นเวลาทั้งวันที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องของพวกเขา แต่ตอนนี้พวกเขาไม่คิดจะเคลื่อนไหวทำอะไรทั้งนั้นเพราะกังวลจนไม่มีอารมณ์กินอะไรทั้งนั้น

ตอนนี้ในหัวใจของพวกเขามีแต่ความกังวลและปรารถนาให้หลิงเทียนกลับมาอย่างปลอดภัย

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 109 นับเป็นการค้าที่ขาดทุนนัก"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
วิถีสู่สวรรค์
วิถีสู่สวรรค์
มีนาคม 12, 2022
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
มิถุนายน 26, 2022
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz