หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 103 รวมหัวกันวางแผนร้าย

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 103 รวมหัวกันวางแผนร้าย
Prev
Next

นอกจากนั้นแล้วความรวดเร็วในการตวัดกระบี่ของซูหลี่ก็ว่องไวอย่างมาก

อย่างน้อยต้วนหลิงเทียนก็มั่นใจได้ 1 เรื่อง นั่นก็คือความเร็วในการตวัดกระบี่ของซูหลี่หาได้ด้อยกว่าความเร็วในการวาดกระบี่ของเขาแม้แต่น้อย …

วิชาวาดกระบี่ของหลิงเทียนนั้นกล่าวได้ว่า หากโจมตีจากจุดที่ไม่คาดฝันแล้วล่ะก็ มันก็มีความแข็งแกร่งที่สามารถเทียบเท่าได้กับวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูง

แต่ทว่าวิชากระบี่ของซูหลี่นั้นเป็นวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงของแท้!

นอกจากนั้นวิชากระบี่นี้ของซูหลี่กล่าวได้ว่าเป็นวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงที่สูงล้ำอย่างมาก

"วิชากระบี่ประสานเงาที่ข้าส่งมอบให้ลี่ฉีฉี ยังนับได้ว่าด้อยกว่าวิชาของซู่หลี่นิดหน่อย… บางทีอาจมีเพียงกระบี่เหมันต์ของเค่อเอ๋อเท่านั้นที่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้" หลิงเทียนคิดในใจ

กระบี่เหมันต์เป็นหนึ่งในวิชาที่ส่งเสริมวิชาบ่มเพาะกระบี่เทพเจ้าเหมันต์ ที่เค่อเอ๋อฝึกฝนบ่มเพาะอยู่ และยังถือเป็นพื้นฐานของเพลงกระบี่ในระดับที่สูงขึ้นของวิชากระบี่เทพเจ้าเหมันต์อีกด้วย

"หากข้าไม่ทุ่มเทใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมด หรือไม่รีบฝึกฝนให้วิชาท่าร่างวิญญาณอสรพิษเคลื่อนกายมีความสำเร็จในขั้นตอนแก่นแท้ คงไม่สามารถเอาชนะซูหลี่ผู้นี้ได้อย่างแน่นอน!"

ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ประกายตาของเขาฉายแววกระหายในการต่อสู้เล็กน้อย

เมื่อเวลาล่วงเลยไป

ตอนนี้การทดสอบเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะก็ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

หลังจากที่ซูหลีทำการทดสอบ ถึงแม้จะมีอัจฉริยะที่มีฝีไม้ลายมือยอดเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบอะไรกับซูหลี่ได้ …

"หมายเลข 237"

สิ้นเสียงหัวหน้ากอง ชายหนุ่มที่มีรูปร่างกำยำแลดูแข็งแกร่งก็เดินอกผายไหล่ผึ่งออกมายังเวทีประลอง ท่าทางของมันแลดูกระฉับกระเฉงและหนักแน่นราวกับไม่หวั่นเกรงฟ้าดิน

"หืม?"

ต้วนหลิงเทียนที่ตอนแรกง่วงหงาวหาวนอนอยู่ ถึงกับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อสังเกตเห็นถึงท่าทางของชายหนุ่มคนนี้

"ชายคนนี้นับว่าไม่ธรรมดา"

เซี่ยวหยูเองก็รับรู้ได้เช่นกัน

ในขณะที่นักโทษเดนตายทั้ง 10 คนกรูกันเข้ามา และกระโจนเข้าสู่ชายหนุ่มคนนั้นอย่างรุนแรงนั้น

ครืนน!

ร่างกายของชายหนุ่มพลันขยายขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากกล้ามเนื้อ

อีกทั้งเหนือศีรษะของเขายังเด่นหราด้วยเงาร่างช้างแมมมอธโบราณ 6 ตัว …

"ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4!"

"เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 อีกคนแล้ว!"

เหล่าเยาวชนทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องออกมา

ตอนนี้สีหน้าท่าทางของเหล่านักโทษล้วนแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทั้งสิ้น

นี่เพราะชายหนุ่มตรงหน้าได้กลบช่องว่างระหว่างจำนวนด้วยความต่างของระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 และระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 2 ที่เป็นระดับสูงสุดในกลุ่มนักโทษของพวกเขาเสียจนมิด

ตูมมม!

เขาฟาดกำปั้นธรรมดาซัดหนึ่งในนักโทษปลิวกระเด็นและจับขาของมันไว้ก่อนที่จะลอยออกไปไกล

แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อเช่นนั้นหรือ มันช่างเป็นภาพที่แปลกประหลาดนัก เขาจับขาของนักโทษคนเมื่อครู่ไว้ ก่อนที่จะใช้ร่างของนักโทษนั้นฟาดนักโทษอีกคนจนตกตายไปทั้งคู่

เหล่านักโทษที่เหลือล้วนมีชะตากรรมไม่แตกต่างกัน…พวกมันล้วนตกตายด้วยการถูกฟาดด้วยร่างเนื้อเช่นนี้แทบทั้งสิ้น

นักโทษเดนตายคนสุดท้ายที่ถูกจับนั้นนับว่าประสบกับชะตากรรมที่น่าสงสารที่สุด ร่างกายของมันนั้นนอกจากจะถูกฟาดอย่างรุนแรงด้วยร่างของนักโทษก่อนหน้าแล้ว ตัวมันยังถูกซัดโดยตรงอีกด้วย

ก่อนมันจะตายภาพสุดท้ายที่มันเห็นคือร่างของมันถูกชายหนุ่มยกขึ้น

ฟู่มมม!

และร่างของมันถูกปล่อยลงมาจากเหนือศีรษะ ก่อนที่จะกระทบเข้ากับขาที่หวดออกมาราวกับเส้นสายอัสนี!

ปังงงง!

ร่างของนักโทษถูกเตะเข้ากลางลำตัวจนหักพับอย่างน่าหวาดกลัว ก่อนที่จะกระเด็นออกไปนอนจบชีวิตอย่างน่าเวทนา

เสียงรอบเวทีเงียบลงตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มเริ่มจับนักโทษคนแรกมาหวดฟาดใส่ผู้อื่นแล้ว…

"ฮ่า ๆ … ดี ยอดเยี่ยมนัก!"

รองแม่ทัพของกองกำลังโลหิตถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เยาวชนที่เข้ามาร่วมทดสอบเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็กปีนี้นับว่าน่าสนใจนัก

โดยเฉพาะชายหนุ่มที่กำลังอยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้ ท่าทางของมันราวกับเครื่องจักรสังหารไม่มีผิด …

หากปล่อยมันเข้าสู่สนามรบแล้วล่ะก็ ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องวิธีการสังหารศัตรูของมันเลย มันสามารถใช้อะไรเป็นอาวุธในการเข่นฆ่าข้าศึกก็ได้ อย่างแน่นอน!

"เจ้ามีนามว่าอะไร?" เฉียวชิงจ่างกล่าวถามออกมา

เยาวชนที่แข็งแกร่งคนนั้นรีบใช้มือแสดงท่าทางการทำความเคารพแบบทหารทันที "ข้าน้อยขอทำความเคารพท่านรองแม่ทัพ! ข้าน้อยมีนามว่า เทียนหู ขอรับ!"

"เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมมากเทียนหู"

เฉียวชิงจ่างพยักหน้าพร้อมกล่าวชมเชยออกมาด้วยรอยยิ้ม

ตอนนี้เยาวชนรอบเวทีนับร้อยล้วนแสดงความอิจฉาเทียนหูออกมา แต่พวกมันก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเทียนหูด้วยเช่นกัน

"เทียนหูผู้นี้ช่างน่าหวาดกลัวนัก"

หลิงเทียนเองยังแสดงความประหลาดใจออกมา

"ข้าไม่คิดเลยว่าปีนี้จะมีตัวประหลาดมาทดสอบเข้าร่วมค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะเยอะถึงเพียงนี้… "

เมิ่งฉวนได้แต่หัวเราะอย่างขมขื่น

และในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เมิ่งฉวนถอนหายใจนั้น ก็มีคนอีกหลายคนที่ถอนหายใจออกมาด้วยเช่นกัน

"นับว่าในการทดสอบเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะปีนี้จะปรากฏม้ามืดขึ้นมามากมายนัก เฮ่อ เยาวชนที่มีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 ยังมีอยู่ถึง 4 คน!"

"นั่นสิ ในปีอื่นๆนั้น หากมีเยาวชนที่มีระดับบ่มเพาะระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 แค่คนเดียวก็นับว่าตื่นตาตื่นใจมากดูชมแล้ว แต่ปีนี้กลับมีโผล่ออกมาถึง 4 คน"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้วนหลิงเทียน แม้ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาอาจจะยังไม่เท่าเทียมกับซูหลี่และเทียนหู แต่เขาก็ยังอายุน้อยกว่าทั้ง 2 อยู่มากนัก ไม่อยากจะคิดเลยหากเขามีอายุเท่ากันกับซูหลี่หรือเทียนหูแล้วเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน"

…

คำพูดเหล่านี้ล้วนเข้าหูหยูเซี่ยงทั้งสิ้น

ดวงตาของหยูเซี่ยงพลันเย็นชาลงและเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

"เมื่อมันโตขึ้นจนมีอายุเทียบเท่าซูหลี่หรือเทียนหูเช่นนั้นหรือ?"

มุมปากของหยูเซี่ยงพลันแสยะยิ้มออกมา "แต่นั่นต้องหมายความว่ามันสามารถมีชีวิตรอดไปถึงตอนนั้นก่อน… ."

"การทดสอบใกล้จะจบแล้วล่ะ" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาในขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆ

ในช่วงท้ายองการทดสอบมีเยาวชนเสียชีวิตอีก 10 กว่าคน และคนที่ผ่านก็มีอีก 10 กว่าคนเช่นกัน …

และตอนนี้การทดสอบเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะก็เสร็จสิ้นลงแล้ว

หัวหน้ากองได้เดินกลับไปด้านข้างรองแม่ทัพก่อนที่จะกระซิบกระซาบอะไรเล็กน้อย

เฉียวชิงจ่าง ก้าวออกมาข้างหน้ากวาดมองไปทั่วๆกลุ่มของเยาวชนที่ดูเหมือนเปลี่ยนแปลงไปมากในเวลาเพียงแค่หนึ่งวัน "เอาล่ะ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าทุกคนที่สามารถผ่านการทดสอบเข้าร่วมค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะมาได้ … ไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ว่าผลของการทดสอบปีนี้นั้นทำให้ข้าประหลาดใจมากขนาดไหน นอกจากจำนวนผู้สอบผ่านที่มากมายกว่าปีที่แล้วนั้น ยังมีแม้กระทั่งผู้เข้าสอบที่แข็งแกร่งทำให้ข้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย! "

ตอนนี้ทุกคนที่ฟังอยู่ยอมรู้ว่าเฉียวชิงจ่างกำลังกล่าวถึงใครบ้าง ในขณะที่เขาเอ่ยคำว่าประหลาดใจในความแข็งแกร่ง

เพราะหลังจากกล่าวจบเพียงแค่ครู่เดียว สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปยังร่างทั้ง 4 ตามลำดับ หลิงเทียน,ซูหลี่,เทียนหู และหยูเซี่ยง …

ทั้งสี่คนนี้นับเป็นม้ามืดที่แท้จริง!

"คืนนี้พวกเจ้าสามารถสนุกสนานและรื่นเริงได้เต็มที่ … แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจะถือเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังโลหิตเหล็ก และหลังจากพรุ่งนี้ตลอดระยะเวลา 1 ปีพวกเจ้าจะไม่ได้รับอภิสิทธิ์หรือความหรูหราสะดวกสบายใดๆอีกต่อไป ต่อให้พวกเจ้ามีสถานะพิเศษเช่นไรก็ตาม และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ข้าสามารถบอกกล่าวได้เลยว่า พวกเจ้านั้นจะเหลือรอดหลังจบการเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะด้วยจำนวนไม่ถึง 10 คนเท่านั้น"

เฉียวชิงจ่างกล่าวคำที่ทำให้เหล่าเยาวชนอดขนลุกขึ้นมาไม่ได้

หลังจากผ่านไปหนึ่งปีคนที่จะเหลือรอด มีไม่ถึง 10 คน …

ไม่มีเยาวชนคนไหนที่ยังเหลือรอดอยู่ในตอนนี้จะสงสัยในคำกล่าวของเฉียวชิงจ่าง

เพราะในฐานะที่เขาเป็นถึงรองแม่ทัพของกองกำลังโลหิตเหล็ก แน่นอนว่าเขาย่อมมีประสบการณ์มากมาย และเห็นอัจฉริยะหนุ่มที่ตกตายไปนับไม่ถ้วนในระหว่างเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กล่าวได้ว่าคำกล่าวของเขานั้นออกมาจากประสบการณ์จริงล้วนๆ

"ฮึ่ม ไม่เกิน 10 คนเช่นนั้นหรือ จากที่ข้าประมาณคร่าวๆ ตอนนี้สมควรมีผู้ที่ผ่านการทดสอบมากถึง 98 คน"

เมิ่งฉวน อดไม่ได้ถึงกับต้องสบถและกล่าวออกมาอย่างหวาดหวั่น

"อะไร นี่เจ้าว่างถึงขนาดนับคนเลยหรือ?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมหัวเราะ

"เอาล่ะวันนี้พวกเราไปเลี้ยงฉลองกันให้เต็มอิ่มเถิด เพราะจะอย่างไรอีก 1 ปีหลังจากนี้คงไม่ได้มีโอกาสทำอะไรเช่นนี้อีกแล้ว" เซี่ยวหยูกล่าวออกมา

"ใช่แล้ว คืนนี้พวกเราจะกินจนกว่าท้องของพวกเราจะใส่อะไรลงไปเพิ่มอีกไม่ได้! แต่เจ้าจ่ายนะหลิงเทียนข้าไม่เหลือสักแดงแล้ว" เมิ่งฉวนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"เฮ่ แล้วพวกเจ้าจะรออะไรกันเล่า?

กล่าวจบคำต้วนหลิงเทียนก็เดินนำหน้าไปยังร้านอาหารทันที

หลังจากที่กินมื้อเย็นกันจนเต็มคราบที่ร้านอาหาร ทั้ง 3 คนก็เดินเล่นชมเมืองโลหิตเหล็กยามค่ำคืนกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไปนอน

ต้วนหลิงเทียนบ่มเพาะพลังจนถึงกลางดึกก่อนที่จะหลับใหลไป

เขาค่อนข้างคาดหวังว่าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะนี้จะสร้างความตื่นเต้นให้เขาได้บ้าง

…..

ในห้องใหญ่ของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ตะเกียงยังคงถูกจุดส่องสว่าง

"ท่านพี่ ข้าขอโทษ"

หยูเซี่ยงก้มหัวลง

ตรงข้ามกับหยูเซี่ยงปรากฏร่างชายหนุ่มที่มีอายุราวๆ 25 ปี

ชายหนุ่มนี้สวมชุดลำลองสีดำ คิ้วและรูปหน้านับว่าเหมือนกันกับหยูเซี่ยงไม่มีผิด อย่างไรก็ตามตอนนี้แววตาของเขานั้นส่องประกายอำมหิตและเต็มไปด้วยความต้องการสังหารฉายชัดออกมาอย่างปิดไม่มิด …

"ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก อย่าได้โทษตัวเองอีกเลย"

ชายหนุ่มคนนี้คือหยูหงพี่ชายของหยูเซี่ยง อดีตนายกองนั่นเอง

"ท่านพี่ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะไอ้เด็กที่มีนามว่าต้วนหลิงเทียนอะไรนั่น หากไม่ใช่เพราะมันข้าคงไม่ถูกรองแม่ทัพตำหนิและพลอยทำให้ท่านลำบากเช่นนี้"

แววตาของหยูเซี่ยงเองก็เต็มไปด้วยจิตสังหารยามกล่าวถึงเรื่องนี้

"ไม่ต้องกังวลไป ตราบใดที่มันยังอยู่ในค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ ข้าเองก็มีวิธีการมากมายที่จะฆ่ามัน"

หยูหงกำหมัดแน่น พลังงานต้นกำเนินเริ่มแผ่กระจายออกมาอย่างเกรี้ยวกราด …

ภายใต้โทสะของเขาเงาร่างช้างแมมมอธจำนวน 11 ตัวลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ

ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 8!

"ท่านพี่ ไม่ใช่ว่าหวังเม่งกล่าวไว้ว่า ท่านเองก็ต้องหลีกเลี่ยงการทำอะไรให้เป็นที่สงสัยและต้องระมัดระวังตัวไม่ใช่หรือ?"

หยูเซี่ยงสงสัยเล็กน้อย

"ถูกต้องข้าเองก็ต้องระมัดระวัง"

ดวงตาของหยูหงหรี่ลงและฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมาทั้งยังแสยะยิ้มออกมาอีกด้วย "แต่ข้าเองก็ใช่ว่าจะไม่มีสหายสนิทที่เป็นนายกอง อีกทั้งสหายร่วมเป็นร่วมตายของข้ายังเป็นผู้รับผิดชอบค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะอีกด้วย … เมื่อถึงเวลา สิ่งที่พวกเขาต้องกระทำก็เพียงวางแผนการณ์และเล่นลูกไม้อะไรนิดๆหน่อยๆไม่ให้ผู้ใดจับได้ก็เท่านั้น จะอย่างไรต้วนหลิงเทียนก็ต้องตกตายอย่างแน่นอน!"

"ยอดเยี่ยมนักท่านพี่!" หยูเซี่ยงมีความสุขอย่างมากที่ได้ฟัง

ในกระโจมที่ใหญ่ที่สุดของกองกำลังโลหิตเหล็ก

"ชิงจ่าง ข้าได้ยินมาว่าปีนี้ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะได้ต้นกล้าที่ดีมามากมายเช่นนั้นหรือ"

ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่แท่น เผยรอยยิ้มที่อบอุ่นส่งไปยังชายวัยกลางคนที่ยืนรายงานอยู่ข้างหน้าของเขา

"ถูกต้องท่านแม่ทัพ!" เฉียวชิงจ่างพยักหน้าออกมาอย่างมีความสุข

"ข้าอยากรู้นักว่ามันยอดเยี่ยมถึงขนาดไหนกัน ถึงขนาดทำให้เจ้าอารมณ์ดีได้ถึงเพียงนี้ … ไหนเจ้าลองเล่ารายละเอียดมาให้ข้าฟังหน่อย"

ชายวัยกลางคนกล่าวถามออกมาอย่างสนุกสนาน ตอนนี้เขาค่อนข้างสนใจเรื่องราวอยู่ไม่น้อย

คงไม่มีใครคาดคิดว่า แม่ทัพของกองกำลังโลหิตเหล็กนั้นเมื่อถอดชุดเกราะออก และไม่ได้อยู่ต่อหน้าทหารหรือกองทัพ เขาจะมีทีท่าแลดูเป็นคนร่าเริงและสนุกสนาน ขัดกับบุคลิกเข้มแข็งเลือดเย็นน่าหวาดหวั่นยามออกรบมากมายนัก

"ย่อมได้ท่านแม่ทัพ" เฉียวชิงจ่างกล่าวออกมาด้วยความเคารพ…

"ในหมู่พวกเขาทั้ง 4 คนนั้นข้าเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหยูเซี่ยง ที่เป็นน้องชายของนายสิบหยูหงมาเท่านั้น … แต่ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของหยูเซี่ยงจะไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ก็นับว่ายังธรรมดาไม่น่าจะมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อันใด"

เฉียวชิงจ่างแสดงความรู้สึกธรรมดาไม่ได้ตื่นเต้นอะไรยามกล่าวถึงหยูเซี่ยง

"หืม หยูหงไมใช่นายกองหรอกหรือ?" ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนแท่นสับสน

แต่หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของเฉียวชิงจ่าง แล้วเขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ท่าทางของเขายามนี้เต็มไปด้วยโทสะ "ฮึ่ม หยูหงมันจะได้ใจมากเกินไปแล้ว! กองกำลังโลหิตเหล็กจะอนุญาตให้มันใช้อำนาจกระทำเรื่องอุบาทว์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวเช่นนี้ได้อย่างไร?"

"เพราะเหตุนี้ ข้าจึงตัดสินใจลดตำแหน่งของมันเพื่อเป็นการตักเตือน ซ้ำยังให้โอกาสมันกลับตัวกลับใจ หากมันยังคิดจะกระทำเช่นนี้อีกครั้งยามนั้นค่อยขับไล่มันออกไปพร้อมทั้งลงโทษให้สาสม" เฉียวชิงจ่างกล่าวออกมา

"เจ้านับว่าจัดการเรื่องนี้ได้ดีแล้ว แล้วต้วนหลิงเทียนเล่า คนนี้ใช่คนที่สองที่ดึงดูดความสนใจจากเจ้าใช่หรือไม่?" ชายวัยกางคนกล่าวถามออกมาอย่างอยากรู้

"ถูกต้อง"

เฉียวชิงจ่างพยักหน้ารับคำ "ต้วนหลิงเทียนคนนี้แม้อายุจะยังไม่ถึง 17 ปี แต่เขาไม่มีท่าทางหยิ่งยโสและอ่อนน้อมถ่อมตน นับเป็นบุคลิกที่ไม่แยแสอันใด… ทั้งเขายังไม่รู้สึกหวั่นไหวหรือหวาดกลัวจิตสังหารและแรงกดดันที่ข้าส่งออกไปเพื่อทดสอบเขาแม้แต่น้อย ข้าจึงค่อนข้างสงสัยอย่างมากว่า เขาที่มีอายุน้อยถึงเพียงนี้ แต่สังหารผู้คนไปมากมายเท่าไรกันแน่ "

"อายุไม่ถึง 17 แต่เจ้าคิดว่าเขาสังหารผู้คนไปมากมายแล้ว?" ชายวัยกลางคนกล่าวถามด้วยความสงสัย

“ถูกแล้วท่านแม่ทัพ ในตอนหลังเพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยนี้ ข้าจึงจงใจจับตาดูเขาเป็นพิเศษ…และข้าก็ได้สังเกตเห็นว่าแม้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับฉากฆ่าสังหารที่โหดเหี้ยมอำมหิตสักแค่ไหน เขาก็ยังมีท่าทางที่แตกต่างจากเยาวชนคนอื่นที่เข้าร่วมการทดสอบอย่างมาก นั่นเพราะท่าทางของเขานั้นดูไม่แยแสหรือมีอารมณ์อันใดแม้แต่น้อย ตั้งแต่เริ่มจนจบเขาเพียงเฝ้ามองมันอย่างเฉยชาราวกับเห็นมาจนชินตาเท่านั้น… มันช่างยากที่จะจินตนาการได้ว่า ชายหนุ่มที่มีอายุยังไม่ถึง 17 ปีผู้นี้ ผ่านอะไรมาบ้าง” เฉียวชิงจ่างกล่าวออกมาอย่างจริงจัง

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 103 รวมหัวกันวางแผนร้าย"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
ดาบจอมราชัน
ดาบจอมราชัน
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
มีนาคม 12, 2022
The Divine Nine-Dragon Cauldron
The Divine Nine-Dragon Cauldron
พฤษภาคม 17, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz