หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 99 หยูเซี่ยง

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 99 หยูเซี่ยง
Prev
Next

"ท่านทหารพวกเราไม่ได้ตั้งใจที่จะกระทำเช่นนั้น เรื่องมันมีอยู่ว่า … "

หยูเซี่ยวยังคงพยายามวิงวอน

ทว่าใบหน้าของนายทหารของกองกำลังโลหิตเหล็กนั้น พลันบึ้งตึงอย่างถึงขีดสุดก่อนที่เขาจะตะคอกออกมา "ไสหัวออกไป!"

กลิ่นอายแห่งความตายที่ได้มาจากการสังหารเข่นฆ่าศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มแผ่ออกมา กดดันหยูเซี่ยวจนใบหน้าของมันเริ่มซีดเผือดไร้สีเลือด

สุดท้ายกลุ่มของหยูเซี่ยวที่มีจำนวน 4 คนก็ต้องไปต่อแถวใหม่อย่างช่วยไม่ได้

ทันทีที่พวกเขาเดินออกมาเพื่อไปเข้าแถวใหม่ ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น

"เฮ้พี่ชาย ท่านจะให้นายทหารมายืนรอท่านได้อย่างไรกัน ตอนนี้ชีวิตของนายทหารท่านนั้นก็ยุ่งวุ่นวายกับการลงทะเบียนผู้คนจำนวนมากแล้วท่านยังกล้าไปสร้างปัญหาให้เขาอีก ท่านควรที่จะเห็นใจเขาสิถึงจะถูก"

ไม่ผิดจากที่คิดเอาไว้ ตอนนี้หลิงเทียนที่ยืนรออยู่ ก็ได้กล่าวเย้ยหยันเซี่ยวหยูอยู่ที่ปลายแถว เขาแสร้งใช้สายตาเห็นใจและแววตาสงสารมองไปยังเซี่ยวหยูพร้อมกล่าวออกมาอย่างจนใจ

ตอนนี้เองใบหน้าของเซี่ยวหยูพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและกล่าวออกมา "เด็กน้อย ข้าจะให้เจ้าได้รู้สำนึก!"

"ไอหยา พี่ชาย อย่าพึ่งโมโหสิ การบันดาลโทสะนั้นไม่ดีรู้หรือไม่ จะอย่างไรก็อย่าท่านก็อย่าลืมดื่มน้ำในระหว่างเข้าแถวรอด้วยล่ะ เพราะดูท่าอีกสักพักแดดคงร้อนแรงมิใช่น้อย"

ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมฉีกยิ้มกว้างๆ เมื่อกล่าวจบคำเขาก็เดินจากไปพร้อมกับเมิ่งฉวนแล้วเซี่ยวหยู

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ…."

เมิ่งฉวนเป็นคนแรกที่ไม่สามารถกลั้นหัวเราะได้อีกต่อไป ตอนนี้เขาจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

แม้แต่เซี่ยวหยูเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

เมิ่งฉวนได้แต่ชูนิ้วหัวแม่โป้งให้หลิงเทียนอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ และเขายังกล่าวชมเชยออกมาอีกว่า "ต้วนหลิงเทียน ทั้งหมดล้วนเป็นเจ้าจงใจที่จะสร้างเรื่องราวเช่นนี้ใช่หรือไม่ นอกจากจะแซงแถวมันแล้วเจ้ายังคิดหาเรื่องให้มันประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้อีก ยอดเยี่ยมยิ่งนัก"

"ข้าเองก็ไม่เคยสังเกตแม้เพียงครั้งในอดีต ว่าเจ้าจะมีลูกเล่นในการกลั่นแกล้งคนเช่นนี้ด้วย"

เซี่ยวหยูอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา

"แค่กๆ …พวกเจ้าก็พูดเกินไป พวกเจ้าเห็นข้าเป็นคนขี้แกล้งจริงๆเช่นนั้นหรือ?" ต้วนหลิงเทียนไอออกมา 2 ครั้งก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ใช่"

เซี่ยวหยูและเมิ่งฉวนล้วนพยักหน้าตอบรับพร้อมกล่าวออกมาโดยพร้อมเพรียง

หลิงเทียนทำได้เพียงยิ้มเจื่อนๆออกมา …

"เอาล่ะๆ ไปกินข้าวเช้ากันเถอะ เดี๋ยวก็เริ่มจะสายแล้ว"

หลังจากหัวเราะเจื่อนๆหลิงเทียนก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที

อาหารย่อมอร่อยเป็นพิเศษเนื่องจากตอนนี้ทั้ง 3 คนรู้สึกอารมณ์ดีอย่างมาก

สำหรับช่วงกลางวันพวกเขาทั้ง 3 คนก็เดินดูข้าวของน่าสนใจต่างๆในเมืองโลหิตเหล็ก และกินอาหารค่ำที่ร้านอาหารร้านเดิมก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับที่พัก

ภายในห้องพักยามค่ำคืน หลิงเทียนได้ใช้เม็ดยาเพิ่มกำเนิดและนั่งสมาธิ ก่อนที่จะตั้งใจฝึกฝนบ่มเพาะพลังตามเคล็ดวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบงูเหลือมคลั่งอย่างตั้งใจ

รูปแบบงูเหลือมคลั่งนั้นต่างจากรูปแบบอสรพิษอยู่ไม่น้อย

หากจะกล่าวถึงรูปแบบอสรพิษนั้นคงต้องนึกถึงความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มของร่างกายราวกับไร้กระดูก …

ส่วนรูปแบบงูเหลือมคลั่งนั้นเน้นไปที่ความแข็งแกร่งของร่างกายที่หนักแน่นและแข็งแกร่งอย่างสูง

ยกตัวอย่างเช่นตอนที่หลิงเทียนกวาดแขนจู่โจม ชายทั้ง 4 จากตระกูลหยูนั้น หลิงเทียนไม่ได้กวาดแขนไปธรรมดาๆไร้เรื่องราวอย่างที่คนอื่นนึกคิดไม่ แต่จริงๆแล้วมันเป็นการกวาดแขนที่ลอกเลียนแบบการเคลื่อนไหวของงูเหลือมขนาดใหญ่ที่ส่งแรงจากแต่ละส่วนมารวมกันอย่างมหาศาล หากจะบอกว่าการกวาดแขนง่ายๆนี้หนักแน่นเหมือนงูเหลือมฟาดหางก็ไม่ผิด

มันเป็นการโจมตีที่มีรูปแบบการจู่โจมเป็นวงกว้าง ค่อนข้างแตกต่างกับ ฝ่ามือพิชิตมังกร

ฝ่ามือพิชิตมังกรนี้ถูกพัฒนามาจากรากฐานวิชาฝ่ามือเมฆาล่องลอย ที่จักรพรรดิกลับชาติมาเกิดได้ทุ่มเทวิเคราะห์มันออกมา มันนับว่าเป็นวิชาจู่โจมเป้าหมายเดี่ยวที่แข็งแกร่งอย่างมาก

"ถึงแม้ว่าวิธีใช้การจู่โจมที่เต็มไปด้วยพละกำลังของ รูปแบบงูเหลือมคลั่งนั้นจะไม่ใช่วิชาต่อสู้ แต่ความสามารถในการจู่โจมของมันกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงเลยสักนิด … มันคล้ายๆกับรูปแบบการจู่โจมของสัตว์อสูร ข้ารู้สึกว่าหากข้ายังบ่มเพาะรูปแบบงูเหลือมคลั่งนี้ต่อไป การจู่โจมธรรมดาของข้าคงมีความแข็งแกร่งไม่ต่ำกว่าวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงที่มีความสำเร็จในขั้นตอนผู้เชี่ยวชาญ! "

ดวงตาของหลิงเทียนส่องประกายเรืองวูบขึ้นมา

ตอนนี้ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยแรงจูงใจ เขาจึงเริ่มบ่มเพาะอย่างแข็งขัน และบ่มเพาะพลังงานต้นกำเนิดตามรูปแบบวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบงูเหลือมคลั่ง ทันที …

เขาบ่มเพาะจนถึงช่วงกลางดึกก่อนที่จะเสร็จสิ้นการบ่มเพาะและนอนหลับไปอย่างสงบ

เช้าวันต่อมา

เพราะว่าวันนี้ต้องมารายงานตัวที่ค่ายทหารของกองกำลังโลหิตเหล็กก่อนเที่ยง หลิงเทียนและพรรคพวกจึงต้องนอนเอาแรงกันอย่างเต็มที่ จนพวกเขาทั้งสามคนตื่นสายเล็กน้อย

เพราะพวกเขาต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ หากผ่านการคัดเลือกเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะแล้ว โอกาสที่จะได้นอนเต็มอิ่มอย่างนี้คงมีอีกไม่มาก

หลังจากที่กินอาหารกันเสร็จสิ้นทั้ง 3 คนก็มุ่งหน้าไปยังค่ายทหารของกองกำลังโลหิตเหล็ก

เมื่อมาถึงทางเข้าค่ายทหาร หลิงเทียนและพวกก็นำบัตรประจำตัวออกมาแสดงก่อนที่จะถูกนำเข้าไปในค่าย

และสายตาของพวกเขาก็พบกับพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา

อีกทั้งในพื้นที่นั้นยังมีอุปกรณ์ฝึกต่างๆนาๆครบครัน มีเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 19 ปี อยู่เต็มไปหมด …

กลุ่มของต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 คนได้แต่ยืนรออยู่ด้านข้าง

พวกเขากำลังรอให้ถึงเวลาเที่ยงวันที่นัดหมาย

"ต้วนหลิงเทียน"

ทันใดนั้นเองเมิ่งฉวนก็หันมามองหลิงเทียนพร้อมเรียกเขา ก่อนที่มันจะแหงนหน้ามองไปยังไกลๆ

หลิงเทียนเห็นดังนั้นจึงหันมองตามไป

สิ่งที่หลิงเทียนเห็นก็คือ หยูเซียวที่พวกเขามีเรื่องกันก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาถึงแล้ว แต่คราวนี้ดูเหมือนจะมีคนที่ท่าทางมีฐานะไม่ธรรมดาอยู่ในกลุ่มด้วย

เพราะท่าทางของหยูเซี่ยวและชายอีก 3 คนในกลุ่มแลดูจะเคารพชายมาใหม่ผู้นี้มาก

ชายหนุ่มคนนี้อายุราวๆประมาณ 18 ปี สวมใส่ชุดคลุมสีดำขลิบทองใบหน้าแข็งกร้าวดวงตาดุดันหากสังเกตให้ดีๆจะพบว่ามีความคล้ายคลึงกับหยูเซี่ยวอย่างมาก

อันที่จริงเขาแทบจะออกมาจากพิมพ์เดียวกันกับหยูเซี่ยวเลยก็ว่าได้

หยูเซี่ยวเมื่อสังเกตเห็นต้วนหลิงเทียน ใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นหมองคล้ำเพราะความโกรธทันที เขาหันไปกล่าวคำกับชายหนุ่มที่มาใหม่คนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของหยูเซี่ยวชายหนุ่มชุดคลุมสีดำขลิบทองคนนั้นก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะก่อนที่จะจ้องมองมายังหลิงเทียนด้วยแววตาอำมหิต

และในเวลาต่อมาเขาก็มุ่งหน้ามาทางหลิงเทียน

"เจ้าไม่เพียงแต่กล้าทำร้ายคนของตระกูลหยูจนบาดเจ็บ แต่ยังกล้าที่จะเล่นลูกไม้อุบาทว์กับพวกเขาอีกเช่นนั้นหรือ?"

ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีดำที่เดินมาถึงหลิงเทียนไม่พูดพร่ำทำเพลง กล่าวคดีที่หลิงเทียนก่อเอาไว้ขึ้นมาทันทีอย่างดุดัน ท่าทางของมันพร้อมจะกลืนกินหลิงเทียนทันทีที่มีโอกาส

ซู่มมม!

เหนือศีรษะของชายหนุ่มชุดคลุมสีดำบังเกิดร่างเงาช้างแมมมอธโบราณออกมาถึง 6 ตัวทันที

ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4!

ทันใดนั้นเองสีหน้าของเมิ่งฉวนและเซี่ยวหยูพลัแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทันที

คิ้วของหลิงเทียนขมวดขึ้นนิดหน่อย แสดงว่าเขาประหลาดใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เขาก็ได้ขบคิดมาก่อนหน้านี้แล้วว่าตระกูลหยูที่เป็นถึงตระกูลใหญ่ของเมืองประจำมณฑลผานางแอ่นเหินคงไม่มีสมาชิกที่มาเพียงแค่กลุ่มของหยูเซี่ยวเท่านั้น

ในกลุ่มของหยูเซี่ยวนั้น หยูเซี่ยวเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด

แต่ทว่าหยูเซี่ยวนั้นก็แลดูอ่อนด้อยกว่าเซี่ยวหยู อยู่ไม่น้อย

แม้ว่าทั้ง 2 คนจะอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 3 เช่นเดียวกันแต่ฝ่ามือเอกะของเซี่ยวหยูก็แข็งแกร่งกว่าวิชาของหยูเซี่ยวอย่างเห็นได้ชัด…

สุดท้ายกลายเป็นว่าชายหนุ่มชุดคลุมสีดำขลิบทองที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดตัวจริงของตระกูลหยู

อายุเพียง 18 กลับมีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4

กล่าวได้ว่าพรสวรรค์ตามธรรมชาติของเขาอยู่ในระดับดี

ตอนนี้เยาวชนรอบด้านสัมผัสได้ว่ากำลังจะมีเรื่องสนุกๆอย่างการต่อยตีกันเกิดขึ้น ทั้งหมดจึงเริ่มล้อมวงกันเพื่อคอยติดตามดูสถานการณ์

"นั่นคือหยูเซี่ยง เยาวชนที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ของตระกูลหยูแห่งเมืองผานางแอ่นเหิน!"

"ที่เมืองผานางแอ่นเหินกล่าวขานกันว่าความแข็งแกร่งของหยูเซี่ยงนั้น เป็นรองเพียงถานรุ่ยของตระกูลถานเท่านั้น"

"อย่างที่เจ้ากล่าวนั่นล่ะถึงแม้ว่าทั้งถานรุ่ยและหยูเซี่ยงจะอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 เช่นเดียวกัน แต่วิชายุทธ์ของถานรุ่ยดูเหมือนจะมีความสำเร็จเลิศล้ำกว่าหยูเซี่ยงอยู่เล็กน้อย ทำให้หยูเซี่ยงยังคงตกเป็นรองอันที่จริงทั้ง 2 คนก็นับได้ว่าเป็นคู่ตอสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันนัก"

"แล้วชายที่สวมชุดสีม่วงนั้นเป็นผู้ใดกันท่าทางอายุยังเยาว์อยู่นัก กลับกล้ามีเรื่องกับหยูเซี่ยงเช่นนี้?"

"ข้ารู้จักเขา เมื่อคืนที่แล้วเขาซัดคนของตระกูลหยูที่มีจำนวนถึง 4 คนด้วยการแกว่งแขนเพียงครั้งเดียว"

“ดูเหมือนว่าหยูเซี่ยงจะมาเอาเรื่องแทนทั้ง 4 คนนั่น”

…

เยาวชนส่วนหนึ่งเริ่มจับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรส

"ที่เจ้ากล่าวว่าข้าทำร้ายพวกเขานั่นก็ไม่ผิด แต่นี่เป็นเพราะคนของเจ้ามาหาเรื่องพวกข้าก่อน …สำหรับเรื่องที่เจ้ากล่าวหาว่าข้าเล่นลูกไม้นี่ เจ้าไปได้ยินมาว่าอย่างไรล่ะ?"

ต้วนหลิงเทียนนั้นมองหน้าหยูเซี่ยงอย่างไม่แสแสก่อนที่จะกล่าวตอบออกไปอย่างไม่ค่อยสนใจอะไรมากนัก

เขาได้ยินบทสนทนาของฝูงชนที่ล้อมรอบกันอยู่

เขาคาดไม่ถึงว่าหยูเซี่ยงที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเป็นถึงอันดับ 2 ของเมืองประจำมณฑลผานางแอ่นเหิน

เซี่ยวหยูที่อยู่ด้านข้าง หัวเราะก่อนที่จะกล่าวออกมา "เจ้าทำให้พวกเราต้องเสียเวลาไปต่อแถวใหม่อีกครั้ง นี่ไม่ได้เรียกว่าเล่นลูกไม้หรือไร?"

"เจ้าต้องต่อแถวใหม่อีกครั้ง? นี่ต้องโทษกลุ่มของเจ้าที่ไปสร้างปัญหาให้กับทหารของกองกำลังโลหิตเหล็กมิใช่หรือไร แล้วทำไมเจ้าถึงได้กล่าวโทษข้ากันล่ะ?"

ต้วนหลิงเทียนจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาดราวกับมองตัวโง่งม

"พวกเจ้าทั้ง 3 คนคุกเข่าขอขมา 3 ครั้ง แล้วข้าจะถือว่าเรื่องนี้เป็นอันยุติ"

สายตาของหยูเซี่ยงกวาดผ่าน หลิงเทียน เมิ่งฉวน และก็เซี่ยวหยู

ถึงแม้เขาจะเคยได้ยินหยูเซี่ยวบอกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านี้มีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 แต่จากที่เขาสำรวจดูเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาก็มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสำเร็จของวิชายุทธ์และประสบการณ์การต่อสู้เขาล้วนเหนือกว่าอย่างมาก เด็กน้อยที่มีอายุเพียง 16-17 ปี จะเอาอะไรมาเทียบกับเขา?

ใบหน้าของเมิ่งฉวนเริ่มบิดเบี้ยวและกำลังที่จะระเบิดโทสะออกมา

สีหน้าของเซี่ยวหยูก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชามากขึ้นทุกทีๆ

"ฮ่าๆ …"

แต่ต้วนหลิงเทียนกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนที่เขาจะก้าวไปข้างหน้าช้าๆพร้อมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "เช่นนั้น หากพวกเจ้าทั้ง 4 คนคุกเข่าลงก้มกราบขอขมาข้าสัก 10 ครั้ง… บางทีข้าอาจจะละเว้น พวกที่น่ารำคาญราวกับแมลงวันอย่างพวกเจ้าสักครั้ง"

หลังจากที่หลิงเทียนกล่าวจบเขาก็แผ่จิตสังหารไปยังหยูเซี่ยวเล็กน้อย

หลังจากที่ถูกจิตสังหารของหลิงเทียนกดทับมาสีหน้าของหยูเซี่ยวก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดลงเรื่อยๆ ทั้งมันยังไม่สามารถต่อต้านใดๆได้เลย

"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?"

ทว่า ทันใดนั้นเองกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

พลทหารของกองกำลังโลหิตเหล็กที่พอทราบที่มาที่ไปของเรื่องราวคร่าวๆจากเสียงการพูดคุยเมื่อครู่ก้าวออกมาห้ามด้วยโทสะ

"วันนี้เป็นวันทดสอบการคัดเลือกเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็ก หากมีผู้ใดก่อความไม่สงบหรือก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ข้าจะถอนสิทธ์การเข้าร่วมการทดสอบของพวกมันซะ!"

"หยูหง พี่ชายของข้าเป็นถึงนายกอง ของกองกำลังโลหิตเหล็กของเจ้า!"

หยูเซี่ยงมองไปที่พลทหารร่างใหญ่พร้อมกล่าวออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

"หืม?"

ตอนนี้สีหน้าของหลิงเทียนพลันแปรเปลี่ยนเป็นระวังตัวขึ้นมาเล็กน้อย

ส่วนทีท่าของเมิ่งฉวนและเซี่ยวหยูพลันเปลี่ยนเป็นหมองคล้ำ

พี่ชายของหยูเซี่ยงผู้นี้กลับเป็นถึง นายกองของกองกำลังโลหิตเหล็ก? (นายกอง คุมกำลัง 100 นาย )

ต้วนหลิงเทียนนั้นหาได้กลัวหยูเซี่ยงไม่ แต่หากเป็นพี่ชายของมันที่เป็นถึงนายกอง ของกองกำลังโลหิตเหล็กนั่นกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ตอนนี้เองฝูงชนก็เริ่มระเบิดหัวข้อสนทนากันอย่างครึกโครม

"จริงด้วยมาถึงยามนี้ข้าเองก็จำได้แล้ว เมื่อ 7 ปีก่อนพี่ชายของหยูเซี่ยงนามว่าหยูหง เขาได้เข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะนี้เช่นกัน … แต่หลังจากนั้นก็หาได้มีข่าวคราวว่าเขาไปเข้าศึกษาต่อที่สถานศึกษาบ่มเพาะขุนพลไม่ ผู้คนจึงคิดว่าเขานั้นได้ตกตายในระหว่างเข้าค่ายเสียแล้ว ผู้ใดจะไปรู้กันเล่าว่า เขายังคงอยู่ในกองกำลังโลหิตเหล็ก และมียศเป็นถึงนายกอง ได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ "

"นายกองที่มีอายุเพียง 25 ปีเช่นนั้นหรือ… ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง!"

"ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าเหตุใดข้าถึงได้ยินมาว่าหยูเซี่ยงไม่จำเป็นต้องมาทำเรื่องลงทะเบียนอะไรให้วุ่นวายอย่างผู้อื่นเขา ที่แท้เป็นเพราะพี่ชายที่เป็นถึงนายกองคอยจัดการให้มันอยู่นั่นเอง"

"หากพี่ชายเป็นถึงนายกองแล้วล่ะก็ สิทธิพิเศษเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใด"

"บัดซบ! แล้วนี่ไม่ใช่หมายความว่าหากหยูเซี่ยงผ่านการทดสอบการเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ มันก็จะได้รับการดูแลอย่างดีจากพี่ชายของมันด้วยเช่นนั้นหรอกหรือ”

"อา ช่างเป็นเรื่องที่ดีนัก หากมีพี่ชายเป็นนายกองของกองกำลังโลหิตเหล็กเช่นนี้"

"จากความเห็นของข้าอันที่จริง หยูเซี่ยงไม่จำเป็นต้องมาทดสอบหรือเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะอันใดนี่ด้วยซ้ำ เพียงแค่ให้พี่ชายของมันขอสิทธิ์ในการเข้าไปร่ำเรียนยังสถานศึกษาบ่มเพาะขุนพลโดยตรงก็ไม่ใช่เรื่องที่จะกระทำไม่ได้"

…

ตอนนี้หัวข้อสนทนาล้วนเป็นเรื่องราวของหยูเซี่ยงโดยแท้จริง

เมื่อสังเกตถึงสถานการณ์ที่เริ่มควบคุมไม่อยู่พลทหารร่างใหญ่เริ่มบันดาลโทสะแล้วกล่าวออกมาด้วยเสียงดังฟังชัด

"ทุกคนอย่าได้กังวล ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตนั้น เคร่งครัดในเรื่องความเท่าเทียมกันอย่างสูง … ยิ่งกว่านั้นถึงจะมีผู้ใดที่มีญาติพี่น้องอยู่ในกองกำลังโลหิตเหล็ก ก็หาได้มีสิทธิพิเศษอันใดไม่ เพราะการเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะเป็นเรื่องสำคัญและมีการคัดเลือกกันอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญญาติพี่น้องของผู้เข้าค่ายเองก็ต้องระวังในเรื่องนี้อย่างมาก เพราะกฎของกองทัพระบุไว้อย่างชัดเจนว่าหากมีผู้ใดกล้าให้ความช่วยเหลือแล้วล่ะก็ต้องโดนลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง "

ในขณะที่เขากล่าวจบคำเขาก็มองหยูเซี่ยงด้วยท่าทีแข็งกร้าวพร้อมกล่าวออกมาอีกครั้ง

"ข้านั้นหาได้สนใจไม่ว่าพี่ชายของเจ้าจะเป็นผู้ใดและมีตำแหน่งอันใดในกองกำลังโลหิตเหล็ก ถ้าวันนี้เจ้ายังอยู่ในกองกำลังโลหิตเหล็กเจ้าก็ต้องเคารพและทำตามกฎของกองกำลังโลหิตเหล็ก … หากเจ้าไม่สามารถกระทำได้ ข้าก็เพียงไปยกเลิกสิทธิ์ในการเข้าร่วมการทดสอบของเจ้าซะ! "

เสียงของพลทหารนี้ดังกังวานและแฝงความเข้มแข็งเอาไว้อย่างมาก

เพียงชั่วครู่การแสดงออกของผู้คนก็เริ่มคลายความกังวลลง

"เจ้าเป็นแค่นายสิบแต่เจ้ากล้าไม่เคารพพี่ชายของข้าเช่นนั้นหรือ?"

ใบหน้าของหยูเซี่ยงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นขึงขังก่อนที่จะจ้องมองทหารร่างใหญ่คนนี้อย่างเย็นชา

"ในกองทัพโลหิตเหล็กกฎของกองทัพถือเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนายกองหรือแม่ทัพ หากทำผิดกฎล้วนมีโทษเฉกเช่นพลทหาร!" พลทหารยศนายสิบคนนี้กล่าวออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

"ดี!"

"ถึงจะเป็นแค่นายสิบแต่เขากลับกล้ากล่าวตรงไปตรงมาเช่นนี้ ช่างยอดเยี่ยมนัก!"

ตอนนี้เยาวชนหลายคนรู้สึกเลื่อมใส่ในความเถรตรงนี้อย่างมาก

แม้แต่ต้วนหลิงเทียนเองยังต้องมองพลทหารยศนายสิบ คนนี้ใหม่อีกครั้ง เมื่อพิจารณาโดยละเอียด เขาก็รู้สึกได้ว่าชายคนนี้นับว่าเป็นคนที่มีความเที่ยงตรงและกล่าววาจาตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง

"ดี ดีมาก…"

การแสดงออกของหยูเซี่ยงเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด ก่อนที่จะกล่าวออกมาพร้อมจ้องไปยังทหารร่างใหญ่ด้วยสายตาดุดัน "เช่นนั้นเจ้าชื่ออะไร ข้าจะได้จดจำมันเอาไว้ได้อย่างถูกต้อง เพื่อที่ข้าจะได้นำไปบอกกล่าวแก่พี่ชายของข้าได้อย่างแม่นยำไม่ผิดคน … "

"เจ้าต้องกลับไปกล่าวถามพี่ชายของเจ้าด้วยล่ะว่า ยังจดจำนามของข้าได้แม่นยำหรือไม่"

ทันใดนั้นเองพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากกลุ่มคน

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 99 หยูเซี่ยง"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
วิถีสู่สวรรค์
วิถีสู่สวรรค์
มีนาคม 12, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
The Inverted dragons scale
The Inverted dragons scale
มีนาคม 12, 2022
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
มิถุนายน 26, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz