หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 94 สมบัติของราชันย์กระบี่

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 94 สมบัติของราชันย์กระบี่
Prev
Next

"หาที่ตาย!"

ท่าทางของผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาตินั้นแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิต ก่อนที่มันจะเร่งแรงกดดันออกมาอีกนิดและกดทับไปยังร่างของต้วนหลิงเทียน

แววตาของหลิงเทียนเริ่มเย็นชาลงร่างกายของเขาสั่นสะท้านแต่เขายังคงยืนหยัดรับแรงกดดันของชายวัยกลางคนโดยไม่ถอยหนี

เขาไม่สามารถถอยได้ ไม่อย่างงั้นแรงกดดันนี้จะถาโถมใส่ลี่เฟย

"ให้ข้าดูหน่อยว่ากระดูกของมดตัวนี้จักแข็งถึงเพียงไหน"

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติหัวเราะออกมาอย่างสุนกสนานก่อนที่จะค่อยๆเพิ่มแรงกดดันที่ส่งไปยังหลิงเทียนอย่างช้าๆ

ตอนนี้แรงกดดันที่หลิงเทียนแบกรับเอาไว้มันเพิ่มมากกว่าตอนแรกถึง 2 เท่า ดวงตาของเขาเริ่มพร่าเลือนแล้ว แต่ทว่าเขายังคงกัดฟันทนยืนหยัดเอาไว้…จิตใจของเขานับว่าแข็งแกร่งราวกับภูผา

สายตาที่ตัวตนระดับธรรมชาติใช้มองหลิงเทียนเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตอนนี้มันเริ่มบังเกิดจิตอำมหิตแล้ว

แต่ทันใดนั้นเอง

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติอีกคน ได้ใช้สายตาเย็นชามองมายังคนที่สร้างความลำบากให้แก่หลิงเทียน ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย "พอได้แล้ว ซันเหล่ย อย่าได้ก่อปัญหาอันใดให้มากความ! หากเจ้าชักช้าจนคลาดกับเป้าหมายอย่าหวังได้ว่าท่านประมุขจะละเว้นเจ้า"

"เฮอะ! จำเอาไว้ไอ้หนู เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า เจ้ามันก็เป็นได้เพียงหนอนแมลงเท่านั้น! หากข้าต้องการ ข้าสามารถบดขยี้เจ้าได้ง่ายดายไม่ต่างไปกับการบี้มด … โชคดีที่ข้าไม่อยากลดตัวลงไปสังหารเจ้า"

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติพยายามใช้วาจาเหยียดหยามทำลายความทระนงของหลิงเทียน

ร่างกายของหลิงเทียนสั่นสะท้านริกๆ แววตาของเขานั้นเริ่มเย็นชาลงและเผยความกระหายในการฆ่าออกมา

"ไปกันเถอะ!"

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติทั้ง 2 คนกระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศก่อนที่จะบินหายไป

ตุบ! อั่ก!

ในที่สุดหลิงเทียนก็ไม่อาจฝืนตัวยืนอยู่ได้อีกต่อไป เขาล้มลงพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาคำโต

แรงกดดันของผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติไม่ใช่อะไรที่หลิงเทียนในตอนนี้จะต้านทานได้

เมื่อครู่นี้เขาก็ได้พยายามยืนอยู่โดยเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดของร่างกายแล้ว

"ตัวเลวร้ายเจ้าได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้"

ใบหน้าของลี่เฟยซีดเผือดและดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ นางรีบค้นโอสถทองประสานกายระดับ 8 ก่อนที่จะเอาให้หลิงเทียนกินรักษาตัวเองทันที

หลังจากที่กินเม็ดยาลงไปแล้ว สภาพของหลิงเทียนก็ดีขึ้น

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกระหายในการฆ่าของเขายังจับจ้องไปยังทิศทางที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั้ง 2 คนบินจากไป จิตสังหารจำนวนมหาศาลเริ่มล้นทะลักออกมา แต่หลิงเทียนยังเก็บเอาไว้ได้ทันไม่งั้นลี่เฟยคงหวาดกลัวจนสิ้นสติ

เขาไม่ได้เป็นคนที่ชอบสร้างปัญหา แต่หากมีคนมาสร้างปัญหาหรือมาข่มขู่เขา เขาจะไม่มีวันละเว้นมัน …

แต่ในตอนนี้กำลังของเขายังด้อยกว่าศัตรูมากมายนัก

ทว่าเขายังหนุ่มและเต็มไปด้วยความสามารถไร้สิ้นสุด หากรวมกับความทรงจำที่ได้รับจากจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด 2 ชาติพบแล้วล่ะก็ อีกไม่นานตัวเขาต้องเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติ 2 คนนั้นอย่างเทียบไม่ติด …

และเมื่อเวลานั้นมาถึง ตัวเขาจะทำให้มันทั้งสองต้องสำนึกเสียใจกับการกระทำของพวกมันในวันนี้

"ซันเหล่ย งั้นหรือ ข้าไม่มีวันลืมเจ้าแน่ ไอบัดซบ!"

ต้วนหลิงเทียนสลักนามนี้ลงในความทรงจำของเขาอย่างแน่นหนา

นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ต้องการสังหารใครอย่างถึงขีดสุดเช่นนี้ ตั้งแต่ที่เขาได้จับพลัดจับผลูมาอยู่บนโลกแห่งนี้

คนแรกคือ ต้วนหลิงซิ่ง คนของตระกูลต้วนที่อยู่เมืองหลวง

ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายที่เหนือกว่าบุคคลทั่วไปในระดับเดียวกัน ทำให้เขาสามารถฟื้นฟูร่างกายได้รวดเร็วมากนัก นี่เพราะเขาใช้พลังงานต้นกำเนิดบ่มเพาะร่างกาย จนกายเนื้อของเขาก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าช้างแมมมอธโบราณ 5 ตัว ทั้งยังมีโอสถทองประสานกายระดับ 8 อาการของเขาจึงหายดีในเวลาไม่นาน

ส่วนทางด้านลี่เฟยนั้น นางได้แต่ยืนมองหลิงเทียนด้วยสายตาเป็นห่วงและเต็มไปด้วยความรักอยู่ด้านข้าง

เมื่อครู่นี้ยามที่เผชิญหน้ากับตัวตนทรงพลังระดับธรรมชาติ นางหวาดกลัวมากเสียจนสองเท้ารู้สึกหนักไม่ต่างอะไรกับตะกั่ว นางไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย

แต่ในยามที่นางรู้สึกจนตรอกจนทำอะไรไม่ได้ ต้วนหลิงเทียนพลันก้าวออกมายืนหยัดปกป้องนางอย่างกล้าหาญเขายืนขวางอยู่ด้านหน้าของนางราวกับเทพประจำกายที่คอยพิทักษ์นางจากภยันตรายใดๆทั้งปวง

เขายอมบาดเจ็บสาหัสแต่ไม่ยอมให้ใครทำร้ายนางแม้แต่ปลายเล็บ

หัวใจของนางเริ่มเต็มไปด้วยความหวั่นไหว …

ยามนี้นางรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้าของนางนั้นคู่ควรให้นางมอบชีวิตให้

"หืม?"

ทันใดนั้นเองจมูกของต้วนหลิงเทียนก็ขยับสูดดมฟุดฟิดๆ ราวกับได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนที่จะเดินตรงไปยังที่แห่งหนึ่ง

ลี่เฟยเองก็รู้สึกประหลาดใจแต่ยังเดินตามเขาไป

ในที่สุดหลิงเทียนก็พบร่างชายคนหนึ่งนอนอยู่ในพุ่มไม้..ไม่สิต้องกล่าวว่าพบศพชายคนหนึ่งพุ่มไม้มากกว่า

ชายหนุ่มนั้นอายุไม่ได้มากมายอะไรนักแต่ทั่วทั้งร่างกายของมันเต็มไปด้วยบาดแผล อีกทั้งในมือของมันก็กำแผ่นหยกเอาไว้แน่น พลังงานต้นกำเนิดเริ่มรั่วไหลออกมาจากร่างกายของเขาและบาดแผลสาหัสต่างๆบนร่างที่ราวกับจะถูกเขาฝืนรักษาเอาไว้เริ่มปริแตกออกมา จนทำให้โลหิตเริ่มหลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำ

และเพราะเหตุนี้นี่เองจึงทำให้หลิงเทียนมีประสาทสัมผัสแหลมคมสามารถได้กลิ่นโลหิตและติดตามมาพบร่างเขาเช่นนี้

เมื่อเห็นภาพชายที่มีบาดแผลสยดสยองและโลหิตท่วมร่างกาย สีหน้าลี่เฟยพลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือดเพราะความหวาดกลัว ก่อนที่นางจะเบนหน้าหนีไป

"แผ่นหยกนี้น่าจะเป็น … "

ต้วนหลิงเทียนหยิบแผ่นหยกขึ้นมา ต้องขอบคุณความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ที่ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าแผ่นหยกนี้คืออะไรและใช้งานอย่างไร

เสียงหนึ่งเริ่มดังขึ้นในหูของหลิงเทียน

"สหายแห่งโชคชะตาเอ๋ย ข้าศิษย์ระดับผู้นำของนิกายเลิศภพจบแดน ช่างกวนหยู …หากท่านได้ฟังอยู่ เมื่อท่านได้ตรวจสอบดูภายในแหวนมิติของข้า ท่านจะพบกระบี่หยกเล่มหนึ่ง …หากวันใดที่ท่านสามารถบ่มเพาะได้จนบรรลุเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติ ท่านสามารถมุ่งหน้าไปยังราชอาณาจักรพนาครามและเก็บรวบรวมกระบี่หยกเช่นนี้อีก 8 เล่มจากผู้ที่ครอบครองคนอื่น และเมื่อท่านสามารถรวบรวมมันได้ครบ กระบี่หยกทั้ง 9 เล่มจะหลอมรวมผสานเป็นกุญแจ อีกทั้งมันจะชี้นำท่านไปยังขุมทรัพย์ของราชันย์กระบี่ …กระบี่หยกทั้ง 8 เล่มที่เหลือนับว่ามีความสำคัญและเป็นสิ่งที่ทุกผู้คนล้วนต้องการแย่งชิง เพื่อเป็นเจ้าของขุมทรัพย์และความมั่งคั่งอันมหาศาล …นิกายเลิศภพจบแดนของข้าเอง ก็ถูกทำลายลงเพราะความโลภของศัตรูที่ต่อกระบี่หยกเล่มนี้! "

"นอกจากนั้นหากท่านสามารถเดินทางไปถึงราชอาณาจักรพนาครามได้แล้ว …ข้าขอวิงวอนร้องขอท่าน… สหายแห่งโชคชะตา.. หากท่านพอมีเวลาว่างในระหว่างที่ท่านรวบรวมกระบี่หยกนั้น ช่วยนำแผ่นหยกบันทึกเสียงอีกอันที่อยู่ภายในแหวนมิติของข้า ไปยังยอดเขาเดียวดายและส่งมอบมันให้ถึงมือชายที่มีนามว่า ชางกวนหยางด้วย หากท่านทำตามคำขอนี้ตัวข้าช่างกวนหยูจักขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูง"

หลังจากที่ฟังจบแววตาของหลิงเทียนก็เรืองวูบขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อยๆเผยออกมาบริเวณมุมปาก

ราชอาณาจักรพนาครามนั้น ตัวหลิงเทียนย่อมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับมันมาบ้างแล้ว อาณาจักรนภาล่องที่เขาอาศัยอยู่ในขณะนี้นับว่าเป็นเพียงอาณาจักรที่อยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรพนาครามเท่านั้น

‘จากความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ดูเหมือนจักรพรรดิและราชันย์คนอื่นๆจะชอบเก็บสมบัติของพวกมันไว้ตามที่ต่างๆ ก่อนที่จะตั้งเงื่อนไขและกุญแจต่างๆเพื่อให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์รุ่นหลังได้ต่อสู้แย่งชิงกัน …เพื่อความสนุกของพวกมัน …เกมส์หาสมบัตินี้จักรพรรดิกลับชาติมาเกิดเองก็เคยละเล่นอยู่นับครั้งไม่ถ้วน’

‘สมบัติของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดที่เขาได้วางแผนไว้ว่าจะนำมาใช้สำหรับชีวิตที่ 3 ตอนนี้มันก็ยังถูกซ่อนไว้ที่ ดินแดนลับแล ทำให้ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถนำมันมาใช้ได้ …แต่สมบัติของราชันย์กระบี่นี้กลับอยู่ที่ราชอาณาจักรพนาครามเท่านั้น หากเก็บรวบรวมได้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะหาที่ตั้งและนำมันมา’

ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ตัวตนที่มีนามว่าราชันย์กระบี่นั้น แน่นอนว่าย่อมเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เชี่ยวชาญกระบี่และบ่มเพาะจนถึงระดับขั้นราชันย์ อย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าระดับบ่มเพาะขั้นราชันย์จะต่ำกว่าระดับจักรพรรดิ แต่สมบัติที่เขาทิ้งไว้ย่อมล้ำค่าและมีประโยชน์ไม่น้อย

ต้วนหลิงเทียนรีบนำแหวนมิติออกจากศพก่อนที่จะหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าของทันที

เมื่อสำรวจภายในแหวนมิติ อดไม่ได้ที่เขาจะประหลาดใจ

‘คิดไม่ถึงจริงๆว่าชายคนนี้จะเป็น ผู้หลอมโอสถด้วย… จากวัตถุดิบต่างๆที่เขาเก็บรวบรวมเอาไว้ดูเหมือนเขาจะเป็นผู้หลอมโอสถระดับ 7 …อืม วัตถุดิบพวกนี้นับว่ามีค่าไม่น้อย’

‘และนี่คือกระบี่หยก ที่เป็น 1 ใน 9 กุญแจที่จะนำทางไปยังขุมทรัพย์ของราชันย์กระบี่สินะ อ่อ..แล้วนี่คงเป็นแผ่นหยกบันทึกเสียงที่เขาหวังให้ข้านำไปส่งมอบที่ยอดเขาเดียวดายอะไรนั่น’

ต้วนหลิงเทียนหยิบแผ่นหยกบันทึกเสียงขึ้นมาก่อนที่จะส่งพลังงานต้นกำเนิดลงไป

เสียงดังขึ้นมาในหูของหลิงเทียนอีกครั้ง "ท่านปู่ ยามนี้นิกายเลิศภพจบแดนถึงคราล่มสลายแล้ว ท่านพ่อและเหล่าผู้อาวุโสล้วนตกตายในสงครามจนหมดสิ้น… .นิกายที่ทำลายนิกายเลิศภพจบแดนของเราคือนิกายอสูรทมิฬ"

แผ่นหยกบันทึกเสียงนี้เป็นแผ่นหยกที่ศพตรงหน้าต้องการให้เขานำไปส่งยังยอดเขาเดียวดาย

‘ดูเหมือนไอบัดซบนามซันเหล่ยนั่นจะเป็นคนของนิกายอสูรทมิฬ’

ดวงตาของหลิงเทียนเรืองวูบออกมาก่อนที่จะเต็มไปด้วยความกระหาย

จากรูปการณ์เขาคิดว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติ 2 คนนั้นคงไล่ติดตามช่างกวนหยูที่นอนตายอยู่ตรงนี้มาเพื่อช่วงชิงกระบี่หยกเป็นแน่ แต่ช่างกวนหยูเลือกที่จะใช้พลังชีวิตทั้งหมดซ่อนเร้นกลิ่นอายเอาไว้เช่นนี้

"ตัวเลวร้าย เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่หรือ?"

เสียงของลี่เฟยปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์

เสียงที่หลิงเทียนได้ยินนั้นมาจากแผ่นหยกบันทึกเสียงและย่อมมีแต่เขาเพียงคนเดียวที่ได้ยิน ลี่เฟยจึงค่อนข้างสงสัยเมื่อเห็นเขานั่งนิ่งไปนานๆ

"ไม่มีอะไร ข้าคิดว่าเขาน่าสงสารมากเท่านั้น"

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา เมื่อนำสิ่งของมีค่าออกมาจากศพหมดสิ้นแล้วเขาก็จุดไฟเผาทำลายศพนี้ทิ้ง

"เสี่ยวเฟย เจ้าต้องการกลับไปพักก่อนหรือไม่?"

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้หลิงเทียนรู้สึกเป็นห่วงลี่เฟยอยู่ไม่น้อย

"เรื่องนี้ต้องถามเจ้าสิตัวเลวร้าย อาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หากเจ้าเหนื่อยพวกเรากลับกันก่อนก็ได้นะ" ลี่เฟยกล่าว ออกมาเบาๆอย่างห่วงใย

หลิงเทียนสังเกตเห็นได้ว่าท่าทีของลี่เฟยที่มีต่อเขามันเปลี่ยนแปลงไป

ดูเหมือนว่าการเล่นบทฮีโร่ช่วยเหลือหญิงงาม เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการมัดใจสตรี…

"ข้าสบายดีแล้ว พวกเราเข้าไปลึกอีกนิดเถอะ คงมีสัตว์อสูรให้ทดสอบฝีมือบ้าง"

หลังจากนั้นหลิงเทียนก็นำลี่เฟยเข้าไปล่าสัตว์อสูรในป่าหมอกมรณะ

หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้พบสัตว์อสูรมากมาย ตัวที่แข็งแกร่งมากๆหลิงเทียนก็จะเป็นคนลงมือจัดการเพียง แต่ถ้าตัวไหนมีระดับบ่มเพาะต่ำกว่าระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 4 เขาก็จะให้ลี่เฟยจัดการ

ลี่เฟยนั้นตอสู้กับสัตว์อสูรอย่างสุนกสนาน หลังจากได้วิชาบ่มเพาะพลังจากหลิงเทียน พลังงานต้นกำเนิดของนางก็แข็งแกร่งขึ้นมาก

ทั้งคู่ล่าสัตว์อสูรจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามราตรี

"ดูเหมือนคืนนี้พวกเราต้องค้างแรมที่นี่แล้ว" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมา

คืนนี้นั้น ท้องฟ้าปลอดโปร่งเผยให้เห็นดวงจันทร์กระจ่างกลมโตส่องแสงนวลงดงามเต็มดวง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยทะเลดาราร้อยเรียงเปล่งประกายสว่างไสว หลิงเทียนและลี่เฟยเอนตัวพิงต้นไม้ใหญ่และนั่งมองท้องฟ้ายามราตรีด้วยกัน

"ตัวเลวร้าย ข้าเองก็เคยได้ยินมาอยู่บ้างว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติสามารถควบคุมกระแสอากาศจนบินได้เช่นนี้ ตอนนั้นข้าคิดว่าคำร่ำลือมันเกินจริงไปบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ"

น้ำเสียงของลี่เฟยมีความซับซ้อนเล็กน้อย

"ขาวลือบางอย่าง ก็ไม่ใช่ข่าวลือไม่มีมูลซะทีเดียว"

ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ

"วันนี้เจ้าไม่กลัวผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติ 2 คนนั้นหรือ?" ลี่เฟยกล่าวถาม

"แน่นอนว่าข้าย่อมกลัว"

ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติไม่ต้องลำบากยกมือด้วยซ้ำ เพราะแค่แรงกดดันเพียงอย่างเดียวก็สามารถฆ่าเขาได้แล้ว

หากเขาบอกว่าไม่กลัวก็คงเป็นเรื่องโกหก

ลี่เฟยมองไปยังหลิงเทียนด้วยสายตาซับซ้อนก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ถ้าเจ้ากลัว..แล้ว … ทำไมเจ้ายังปกป้องข้าอยู่เล่า"

"ไม่ใช่ว่าบุรุษต้องคอยปกป้องอิสตรีตามหลักการของสวรรค์และโลกหรือ นอกจากนี้เจ้าเองก็อย่าได้ลืมไปสิ ว่าเจ้าเป็นว่าที่ภรรยาของข้า… ไม่ต้องพูดถึงระดับธรรมชาติเลย ต่อให้พวกมันจะมีระดับราชันย์ หรือระดับจักรพรรดิข้าก็จะสู้ตายกับพวกมันเพื่อปกป้องเจ้า "

ต้วนหลิงเทียนยิ้ม

"ระดับราชันย์? ระดับจักรพรรดิ?"

ลี่เฟยทำท่าทางสงสัยออกมา เห็นได้ขัดว่านางไม่รู้จักสองระดับนี้

"ระดับบ่มเพาะในระดับขั้นราชันย์นั้น เป็นระดับบ่มเพาะที่เหนือล้ำกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับ ผันแปรธรรมชาติ และผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดินั้นก็เหนือล้ำไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับบ่มเพาะในระดับราชันย์ไปอีกขั้น และนั่นเป็นตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของทวีปเมฆาล่องแห่งนี้แล้ว" หลิงเทียนกล่าวอธิบายออกมา

"เจ้ารู้ทั้งหมดนี่ได้อย่างไรกัน?"

ลี่เฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

"ข้าเพียงอ่านเจอมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง"

ต้วนหลิงเทียนยิ้ม

คงเป็นเรื่องน่าขำนัก! หากเขาเป็นถึงผู้ที่หลอมรวมความทรงจำกับจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ที่มีระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับจักรพรรดิจะไม่รู้เรื่องนี้

"แล้วเมื่อครู่เจ้ากล่าวถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับ ผันแปรธรรมชาติ แล้วมันคืออันใดกันอีกเล่า?"

ลี่เฟยเริ่มอยากรู้อยากเห็น

"เอาล่ะ เสี่ยวเฟยเจ้าจำเอาไว้ให้ดีล่ะ ระดับบ่มเพาะที่อยู่เหนือระดับวิญญาณแรกก่อตั้งไปนั้น จะเป็นระดับบ่มเพาะขั้นธรรมชาติ แต่ทว่าในระดับขั้นธรรมชาตินั้น ยังแบ่งออกได้อีกเป็น 4 ระดับขั้นใหญ่ๆ อันได้แก่ ระดับแรกสัมผัสธรรมชาติ ,ระดับเรียนรู้ธรรมชาติ,ระดับหลอมรวมธรรมชาติ และสุดท้ายระดับผันแปรธรรมชาติ" ต้วนหลิงเทียนค่อยๆกล่าวอธิบายออกมา

"เช่นนี้ล่ะ"

ลี่เฟยพยักหน้าเบาๆ "ตัวเลวร้าย นับว่าข้าประเมินเจ้าต่ำไป จริงๆแล้วเจ้ากลับรอบรู้อยู่ไม่น้อย"

"ฮ่าๆ แน่นอน เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร?"

ต้วนหลิงเทียนรู้สึกบ้ายอเล็กน้อย

"เพ้ย! ข้าเพียงชมเจ้านิดเดียวแต่เจ้าแทบจะลอยได้แล้ว"

ลี่เฟยกล่าวจิกกัดออกมา

"เสี่ยวเฟย…"

"หือ?"

"อย่าเรียกข้าตัวเลวร้ายไม่ได้หรือ มันฟังดูแย่ๆอย่างไรไม่รู้ "

"เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าตัวลามกดีหรือไม่"

"ตัวลามกหรือ? เจ้ากล้าเรียกข้าตัวลามกงั้นหรือ? ข้าจะให้เจ้ารู้ว่าตัวลามกที่แท้จริงเป็นยังไง"

"อะไร เจ้าจะทำอะไรข้า?"

"ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้ารู้ว่าข้าไม่ใช่ตัวลามกธรรมดา"

"ตัวลามกอย่านะ!"

"เสี่ยวเฟย …ข้า … ต้องการเจ้า … "

"ไม่ได้นะ"

"เจ้าไม่เต็มใจมอบให้ข้าหรือ…?"

"ชะ..ช่วง 2-3 วันนี้จะ..เจ้าทำไม่ได้ … ช่วงนี้ข้ามี..สิ่งนั้น"

"บัดซบ!"

…

หลิงจากที่ได้ยินเรื่องนี้หลิงเทียนรู้สึกอึดอัดอย่างมาก เขาทำได้เพียงโอบกอดร่างกายที่เย้ายวนและบอบบางของลี่เฟยได้อย่างเดียวเท่านั้น แน่นอนว่ามันย่อมรู้สึกดีไม่น้อย แต่ก็มีความทรมานอยู่ด้วยเช่นกัน

สุดท้ายเขาก็กอดลี่เฟยจนหลับไป

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 94 สมบัติของราชันย์กระบี่"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

นักล่าปีศาจ
นักล่าปีศาจ
พฤศจิกายน 12, 2023
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
มีนาคม 12, 2022
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ ( 末世虐杀游戏最新章节 )
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz