หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 93 สามเดือนต่อมา

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 93 สามเดือนต่อมา
Prev
Next

"อืม….มันก็เหมือนๆกับหัวหน้าผู้คุ้มกันนั่นล่ะ"

หลิงเทียนอธิบายออกมา

"เจ้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้บัญชาการกองกำลังคุ้มกันของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงคืออะไร?

หลินฉีเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

"แล้วมันคืออะไรกันรึ?"

ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มอยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากที่โดนหลินฉีรบเร้าถึงขนาดนี้

“ผู้บัญชาการกองกำลังคุ้มกันทั้งหมดของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงมีเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น และแต่ละคนยังเป็นตัวตนที่ทรงพลังระดับธรรมชาติอีกด้วย! อีกทั้งพวกเขายังได้รับความสนับสนุนจากกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงทุกอย่าง มิว่าจะเป็นโอสถระดับ 7 ศาสตราวิญญาณระดับ 7… ความมั่งคั่งนี้มิใช่สิ่งที่ตระกูลธรรมดาจะหาได้แม้จะใช้เวลาชั่วชีวิต”

หลินฉีกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น

"หมดแล้ว? มีแค่นี้เองหรือ "ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมา

หมดแล้ว?

เห็นท่าทางการแสดงออกของหลิงเทียนที่ดูเฉื่อยชาราวกับไม่ตื่นเต้นหรือหวั่นไหวอะไรเลย อดไม่ได้ที่หลินฉีจะกล่าวถามออกมาพร้อมจ้องหลิงเทียนตาเขม็ง "เจ้าไม่รู้หรือไร สิ่งที่กล่าวมานี้ต่อให้เจ้าใช้ทั้งชีวิตอยู่ในตระกูลลี่ก็มิมีวันหามาได้อย่างแน่นอน… เช่นนั้นมันยังไม่เป็นที่น่าสนใจอีกหรือ?"

"อ่า… ฝากไปบอกป้าเจ้าด้วยล่ะ ว่าข้าไม่สนใจเลยสักนิด"

หลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมยิ้มบางๆ

"เจ้า… เจ้าคิดที่จะเป็นเพียงผู้อาวุโสหลักของตระกูลลี่ไปชั่วชีวิตหรืออย่างไร?"

หลินฉีประหลาดใจเล็กน้อย

"เฮ่ๆๆ แล้วใครบอกเจ้ากันเล่า ว่าข้าอยากเป็นผู้อาวุโสหลักของตระกูลลี่?"

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวช้าๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาพร้อมกับเดินกลับไปโดยไม่คิดจะหยิบเงินค่าอาหารออกมา… แต่ในขณะที่เดินกลับเขากล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า "เป้าหมายของข้าไม่ได้อยู่ในอาณาจักรเล็กๆอย่างอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้!"

เป้าหมายของข้าไม่ได้อยู่ในอาณาจักรเล็กๆอย่างอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้?…

หลินฉีตกตะลึง

ตัวเขานั้นมักจะฝันอยู่บ่อยครั้ง และความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาก็คือการได้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังคุ้มกันของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วง หรือไม่ก็กลายเป็นผู้ว่าการมณฑล 1 ใน 18 มณฑลของอาณาจักรนภาล่อง

และนี่เป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถใฝ่ฝันถึงแล้ว

แต่ทว่าต้วนหลิงเทียนผู้นั้นหาได้มีความทะเยอทะยานและมีเป้าหมายอยู่ในอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้ไม่

ความฝันของหลิงเทียนช่างยิ่งใหญ่กว่าของเขามากนัก

"บางทีเพราะเขามีเป้าหมายและความฝันที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ จึงทำให้เขาบรรลุระดับบ่มเพาะที่น่าอัศจรรย์ดั่งเช่นทุกวันนี้ … เทียบกับเขาแล้วข้ากลับเป็นตัวโง่งมที่ไม่รู้เรื่องราวดั่งกบในบ่อน้ำ"

รอยยิ้มขมขื่นปรากฏออกมาบนมุมปากของหลินฉี ก่อนที่เขาจะแหงนหน้ามองฟ้า

ตอนนี้ดูเหมือนความเข้าใจในโลกของเขาพลันเพิ่มสูงขึ้น

ต้วนหลิงเทียนคงไม่รู้หรอกว่า หลังจากเขากล่าวคำพูดนี้ออกไป จะทำให้ชีวิตของหลินฉีเปลี่ยนแปลงไปมากถึงขนาดไหน

แต่แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องในอนาคตหลังจากนี้…

หลังจากนั้นหลิงเทียนก็ดำเนินชีวิตไปอย่างปกติสุข

ในแต่ละวันของเขานั้น เขาจะใช้มันไปกับการบ่มเพาะวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม,ฝึกฝนวิชาฝ่ามือพิชิตมังกร และก็วิชาท่าร่างวิญญาณอสรพิษเคลื่อนกาย อีกทั้งยังมีการหลอมกลั่นโอสถน้ำบ่มเพาะร่างกายเพื่อขาย และใช้เองอีกด้วย…

เมื่อมีเวลาว่างหลิงเทียนมักจะใช้มันในการเที่ยวเล่นกับเค่อเอ๋อและลี่เฟยโดยจะสลับวันกันพาทั้งสองไป

แต่ละวันของเขาดำเนินไปในลักษณะนี้…

…..

ดั่งกาลเวลาติดปีกโผบิน…พริบตาเดียว 3 เดือนพ้นผ่านไป

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานั้น ระดับพลังงานต้นกำเนิดของหลิงเทียนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่ามหาศาล ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นสูงมาก มันรวดเร็วจนเป็นเรื่องราวที่สามารถสั่นสะเทือนโลกแห่งนี้ได้เลย

ระดับบ่มเพาะของเขาตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 2 เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เขาก็สามารถผ่านกระบวนการหลอมกลั่นพลังงานต้นกำเนิด ไปบ่มเพาะร่างกายจนเสร็จสิ้นอีกแล้วด้วย ตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงสะสมพลังงานต้นกำเนิดเพื่อทะลวงผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 3

วิชาฝ่ามือพิชิตมังกรถูกฝึกฝนจนมีความสำเร็จในขั้นตอนแก่นแท้

และด้วยความช่วยเหลือของโลหิตหลิงชี่ วิชาป้องกันพลังเคลื่อนย้ายจักรวาลของเขาก็ยกระดับจนมีความสำเร็จในขั้นตอนแก่นแท้จนได้

แต่อย่างไรก็ตามสำหรับวิชาท่าร่างวิญญาณอสรพิษเคลื่อนกายนั้น หลิงเทียนกลับพบเจอกับคอขวด เขาติดอยู่ในระดับความสำเร็จขั้นตอนผู้เชี่ยวชาญ และไม่อาจทะลวงผ่านไปยังขั้นตอนแก่นแท้ได้สักที

ส่วนเค่อเอ๋อนั้นระดับบ่มเพาะของนางได้ตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 3 ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน อีกทั้งวิชาจู่โจมระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงวิชากระบี่เหมันต์ ที่เป็นวิชาส่งเสริมวิชาบ่มเพาะกระบี่เทพเจ้าเหมันต์นั้น นางก็ฝึกฝนจนมีความสำเร็จในขั้นตอนผู้เชี่ยวชาญแล้ว

นอกจากนี้วิชาป้องกันสี่ตำลึงปาดพันชั่งของนาง และวิชาท่าร่างธารารินไหลที่เป็นวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงล้วนถูกนางฝึกฝนจนมีความสำเร็จในขั้นตอนแก่นแท้ทั้งสิ้น

พรสวรรค์ตามธรรมชาติของเค่อเอ๋อในเรื่องวรยุทธ์ทำให้หลิงเทียนต้องประหลาดใจอีกครั้ง…

สำหรับลี่เฟยนั้น หลิงเทียนหลอมโอสถฟื้นกำเนิดให้นางเพื่อที่จะให้นางสลายพลังงานต้นกำเนิดที่นางบ่มเพาะมาก่อนหน้านี้ทิ้งไป และที่ต้องทำเช่นนี้เป็นเพราะ เขาจะให้นางได้ฝึกวิชาบ่มเพาะแบบใหม่เพื่อให้พลังงานต้นกำเนิดของนางมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

สำหรับวิชาบ่มเพาะที่หลิงเทียนมอบให้ลี่เฟยนั้นมีชื่อว่า เอกะดาราสะท้าน ที่เป็นวิชาบ่มเพาะของสหายรู้ใจของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดนั่นเอง และสหายคนนี้ของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดยังเป็นถึงจักรพรรดิดาราที่มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับเขาด้วยซ้ำ กล่าวได้ว่าวิชาบ่มเพาะนี้อยู่ในระดับเดียวกันกับ กระบี่เทพเจ้าเหมันต์ และ เซียนอสูรสะคราญ ที่หลิงเทียนให้เค่อเอ๋อและมารดาของเขาฝึกฝนเลยทีเดียว

ส่วนในแง่ของวิชายุทธ์ ลี่เฟยนั้นได้ฝึกฝนวิชาที่อยู่ในระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว หลิงเทียนจึงไม่ได้ให้วิชาอะไรแก่นาง

หลังจากที่สลายพลังงานต้นกำเนิดเก่าทิ้ง และบ่มเพาะตามแนวทางวิชาเอกะดาราสะท้านที่หลิงเทียนมอบให้ พลังงานต้นกำเนิดของลี่เฟยเองก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากนัก อีกทั้งระดับพลังของนางยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกือบจะตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 3 แล้วเช่นกัน

ต้วนหลิงเทียนเคยกล่าวถามถึงระดับบ่มเพาะจากมารดาของเขาอยู่บ้าง แต่นางทำเพียงยิ้มและทำให้มันดูลึกลับเขาเลยไม่เคยได้รู้

อย่างไรก็ตามหลิงเทียนคิดว่าระดับบ่มเพาะของมารดาของนั้นต้องเพิ่มมากกว่าแต่ก่อนไปไกลแล้วแน่ๆ

หลิงเทียนนั่งเล่นอยู่ในลานบ้านกับอสรพิษน้อยทั้ง 2 ตัว

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาทั้งเสี่ยวเฮยและเสี่ยวไป๋นั้นล้วนได้หลิงเทียนหลอมโอสถให้กินอยู่เป็นประจำ ยามนี้เจ้าตัวน้อยทั้งสองตัวมีระดับบ่มเพาะสูงถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 แล้ว อีกเพียงแค่นิดเดียวพวกมันก็จะตัดผ่านไปยังระดับกำเนิดแก่นแท้…

" 2 ตัวประหลาดน้อย"

มุมปากของหลิงเทียนอดยิ้มออกมาไม่ได้หลังจากที่มองไปยังอสรพิษน้อยน่ารักทั้งสองตัว

ใครเล่าจะไปคิดว่าในบ้านหลังนี้คนที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่เขา ไม่ใช่เค่อเอ๋อ และก็ไม่ใช่มารดาของเขา แต่กลับเป็นเจ้าตัวจิ๋วท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู 2 ตัวนี่ซะได้

เมื่อเดือนที่แล้วหลิงเทียนได้พาทั้ง 2 ไปยังป่าหมอกมรณะเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของพวกมัน และบังเอิญไปเจอสัตว์อสูรระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 ที่ไม่หวั่นเกรงกลิ่นอายของงูเหลือมหิมะเหมันต์นิรันดร์ในตัวของพวกมัน เมื่อสัตว์อสูรตัวนั้นพุ่งมาหมายจู่โจมอสรพิษน้อยทั้ง 2 พวกมันทำเพียงหันไปมองเพียงครู่ก่อนที่จะพุ่งออกไปราวเส้นสายอัสนีบาตทะลวงร่างสัตว์อสูรตัวนั้นในพริบตา …

เขาบนศีรษะของอสรพิษน้อยนับว่าแข็งแกร่งจนทะลวงร่างสัตว์อสูรระดับก่อกำเนิดได้ง่ายดายราวกับทะลวงผ่านกระดาษเปื่อยเปียกน้ำ…

“ตัวเลวร้าย”

ทันใดนั้นเองเสียงใสๆก็ดังขึ้นจากนอกลานบ้าน

ร่างสตรีงดงามในชุดสีม่วงอ่อนเข้ากันกับรูปร่างที่ได้สัดส่วนราวกับสวรรค์สร้าง ลี่เฟยเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะนั่งลงตรงม้าหินอ่อน หยอกล้อกับอสรพิษน้อยทั้งสองตัวและกล่าวขึ้นมากับหลิงเทียนว่า "ตัวเลวร้ายไปเที่ยวป่าหมอกมรณะกับข้ากัน"

"หืม ทำไมล่ะ?"

สายตาของหลิงเทียนจับจ้องไปยังเนินอกขาวผ่องที่เริ่มเติบโตเต็มที่ตามประสาหญิงสาวที่อยู่ในวัยแรกแย้ม เขาถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่หลายอึกเลยทีเดียว

"ตัวเลวร้ายเหม็นเน่า เจ้ามองอันใดของเจ้ากันหา!"

ลี่เฟยฮึดฮัดใส่หลิงเทียนก่อนที่จะกล่าวออกมา "ข้าพึ่งตัดผ่านระดับ เลยอยากเข้าป่าไปหาสัตว์อสูรทดสอบฝีมือเสียหน่อย … "

"เจ้าตัดผ่านแล้วรึ?"

ต้วนหลิงเทียนอดหดหู่ขึ้นมาไม่ไม่ได้

"ใช่แล้ว"

ลี่เฟยยิ้มกว้างออกมา “ท่านปู่บอกว่าที่ข้าสามารถบ่มเพาะระดับได้รวดเร็วเช่นนี้ต้องขอบคุณเจ้าที่หลอมกลั่นโอสถบ่มเพาะที่มีความบริสุทธ์สูงถึงเพียงนั้นให้ข้า ท่านยังบอกข้าอีกว่าหากข้าใช้โอสถของนักหลอมโอสถทั่วไปในการบ่มเพาะแล้วล่ะก็ ต่อให้ข้าใช้วิชาบ่มเพาะ เอกะดาราสะท้าน ข้าก็ต้องใช้เวลาอีกกว่าครึ่งปีถึงจะตัดผ่านระดับได้เช่นนี้”

"ฮ่าฮ่า เรื่องนี้มันแน่นอนอยูแล้ว เฮ่ นี่เจ้าไม่รู้หรือไง ว่าสามีของเจ้ายอดเยี่ยมขนาดไหน?"

ต้วนหลิงเทียนยิ้มก่อนที่จะกล่าวออกมา "สำหรับประสิทธิภาพของโอสถบ่มเพาะที่ข้าหลอมนั้นแน่นอนมันย่อมเหนือล้ำกว่าโอสถบ่มเพาะทั่วไปที่ขายกันอยู่ในเมืองออโรร่าแห่งนี้ เพราะโอสถของข้าล้วนมีความบริสุทธิ์สูงเกินกว่า 90% อย่างไรเล่า …ภายใต้การใช้ปริมาณโอสถและผู้บ่มเพาะที่มีระดับการดูดซับโอสถเท่าเทียมกัน หากใช้โอสถของข้า ระดับความเร็วในการบ่มเพาะย่อมแตกต่างกว่าใช้โอสถทั่วไปถึง 2 เท่า"

"เอ่าละๆ ข้ารู้แล้วว่าเจ้ายอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมที่สุดดด!" ลี่เฟยตอบออกมาอย่างหมั่นไส้เล็กน้อย

แต่นางก็จำได้ดีว่ายามที่ปู่ของนางได้พบว่าโอสถของหลิงเทียนนั้นมีความบริสุทธิ์เท่าไรนั้น ท่านถึงกับตะลึงค้างราวกับคนเสียสติเป็นเวลานาน กว่าที่ท่านจะรู้สึกตัว …

นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตของนางเลยก็ว่าได้ ที่เห็นท่านปู่ของนางตกตะลึงอะไรถึงขนาดนี้

และเมื่อนางได้รับรู้จากปู่ว่าโอสถที่หลิงเทียนบ่มเพาะนั้นมีความบริสุทธิ์สูงกว่า 90% เสียอีก นางเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

จากที่ปู่ของนางบอกให้นางรับรู้คร่าวๆ โอสถบ่มเพาะชนิดเดียวกันนี้ที่ขายกันอยู่ทั่วไปในเมืองนั้น มีราคาประมาณ 5,000 เหรียญเงินต่อ 1 เม็ด

แต่ทว่าหากเป็นโอสถของต้วนหลิงเทียนที่กลั่นออกมามีความบริสุทธิ์ถึงขนาดนี้ เพียงแค่เม็ดเดียวเกรงว่ามันจะมีราคาสูงถึง 100,000 เหรียญเงิน…

"เอาล่ะ ตอนนี้เค่อเอ๋อกำลังบ่มเพาะพลังอยู่ พวกเราเข้าป่าไปกันสองคนดีกว่า อย่าไปรบกวนนางเลย" ต้วนหลิงเทียนกล่าวกับลี่เฟย

หลังจากที่ออกไปบอกแม่ของเขาแล้ว หลิงเทียนก็หันไปจ้องอสรพิษน้อยทั้งสองก่อนที่จะพยายามบอกให้พวกมันอยู่เฝ้าบ้าน และเขาก็กำชับพวกมันไปอีกครั้งว่า "พวกเจ้า 2 ตัวน้อย อย่าได้ซุกซนมากนักล่ะ แล้วก็เฝ้าบ้านให้ดีๆด้วย และถ้าพวกเจ้ากล้าแอบตามมา ข้าจะจับพวกเจ้าทำงูตุ๋น! "

นั่นเพราะหากเขานำอสรพิษน้อยทั้ง 2 ตัวนี้ติดตามไปด้วยแล้วล่ะก็ เกรงว่าจะไม่ได้พบเจอสัตว์อสูรอะไรทั้งสิ้น … เว้นเสียแต่ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับสูงมากจริงๆ พวกเขาถึงจะได้เจอ นั่นเพราะสัตว์อสูรระดับสูงมากจริงๆจะไม่กลัวกลิ่นอายงูเหลือมหิมะเหมันต์นิรันดร์ที่พวกมันปล่อยออกมานั่นเอง

อสรพิษน้อยทั้งสองตัว ผงกหัวน้อยๆรับฟังอย่างรู้ความ ราวกับพวกมันเข้าใจได้ว่าหลิงเทียนบอกอะไรกับพวกมัน นับว่าน่าเอ็นดูนัก หลังจากนั้นพวกมันก็เลื้อยขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ ราวกับจะทำหน้าที่เฝ้าบ้านให้ดีอย่างไรอย่างนั้น พวกมันเฝ้ามองหลิงเทียนและลี่เฟยเดินจากไปด้วยสายตาจริงจัง

"ฟ่อ ฟ่ออ ~ ~"

พวกมันทำท่าทางสำรวจรอบๆอย่างจริงจังอยู่ได้ไม่นาน ก็กลับไปเล่นสนุกบนต้นไม้จนลืมหน้าที่เฝ้าบ้านซะอย่างนั้น…

หลิงเทียนมายังป่าหมอกมรณะเป็นสิบๆครั้งแล้ว เขาจึงคุ้นเคยกับป่าแห่งนี้ดี

"ตัวเลวร้าย เข้าไปลึกกว่านี้หน่อย"

ลี่เฟยตื่นเต้นเล็กน้อย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

"เฮ่ จะเข้าไปลึก ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่เจ้าต้องระมัดระวังให้มาก"

หลังจากเข้าสู่ป่าหมอกมรณะท่าทางของหลิงเทียนพลันจริงจังขึ้นมาหลายส่วน

"ข้ารู้แล้วน่า"

ลี่เฟยกลอกตามองไปยังหลิงเทียน

ในตอนแรกนั้นลี่เฟยก็คิดว่าเขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่มักทำอะไรตามใจ และชอบแสดงความกล้าหาญโดยไม่ระมัดระวังหรือคิดอะไร แต่ทว่าเมื่อเขาเข้ามายังป่าหมอกมรณะท่าทางของเขากลับกลายเป็นจริงจังและระมัดระวังตัวอย่างมาก

ตอนนี้นางเองก็คุ้นเคยกับความรอบคอบและระมัดระวังของหลิงเทียนแล้ว

แต่นางไม่ได้รู้สักนิดว่านี่เป็นเพียงการกระทำไปตามสัญชาตญาณของหลิงเทียนเท่านั้น …

มันเป็นสัญชาตญาณที่เกิดจากการทำงานในฐานะมือสังหารอันดับ 1 รวมถึงงานทหารรับจ้างต่างๆ

เมื่อเข้ามายังป่าหมอกมรณะ ประสาทสัมผัสทุกส่วนของหลิงเทียนพลันถูกเร่งเร้าขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เขาพยายามสำรวจและตรวจสอบร่องรอยทุกอย่างโดยรอบอย่างละเอียด

ในชีวิตที่แล้วสัญชาตญาณการเฝ้าระวังนี้ ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง

"นี่ มันผิดปกติแล้ว

หลังจากที่เดินอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง หลิงเทียนและลี่เฟยกลับไม่พบเจอสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว

ซู่มม! ซู่มม!

ทันใดนั้นเองร่างที่รวดเร็วราวกับเส้นแสงพลันพุ่งลงมาจากฟ้าไม่ต่างอะไรกับดาวตก และหยุดค้างกลางอากาศตรงหน้าหลิงเทียนและลี่เฟย ก่อนที่พวกมันจะค่อยๆลอยลงมาแตะพื้น

ทั้งคู่เป็นชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ใบหน้าของพวกมันทั้งคู่ฉายแววเหนื่อยล้าออกมาไม่น้อย

ชายวัยกลางคนๆหนึ่งใส่ชุดสีดำ ใบหน้าท่าทางเย็นชา ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นรูปร่างหน้าตาค่อนข้างอัปลักษณ์ และสายตาของมันยังฉายแววละโมบยามที่มองไปยังลี่เฟย

"ผู้ฝึกยุทธ์ ระดับธรรมชาติ!"

ภายในใจของหลิงเทียนพลันเต้นระรัวขึ้นมา เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับตัวตนระดับ ธรรมชาติ ในป่าหมอกมรณะแห่งนี้ พวกมันมาทำอะไรกัน?

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ ธรรมชาตินั้น เป็นตัวตนที่อยู่เหนือผู้ฝึกยุทธ์ระดับ วิญญาณแรกก่อตั้งขึ้นไปอีกขั้น

"บิน … ผู้คนสามารถบินได้จริงๆ … "

ลี่เฟยพลันเหม่อมองด้วยใบหน้าเหม่อลอย แม้ว่านางจะได้ยินเรื่องราวเล่าขานถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติมาก่อน อีกทั้งยังรู้แม้กระทั่งว่า พวกเขามีความสามารถในการผสานหลอมรวมพลังงานต้นกำเนิดในร่างกับพลังงานธรรมชาติโดยรอบจนควบคุมกระแสอากาศ ทำให้เหินบินได้ แต่นางยังอดตกตะลึงไม่ได้ เมื่อพบเห็นด้วยสองตาของนาง

แต่พริบตาต่อมานางก็หันไปพบเจอกับสายตาที่เต็มไปด้วยความใคร่ของชายที่มีใบหน้าอัปลักษณ์หนึ่งในนั้น ทำให้นางถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความรังเกียจ

ทันใดนั้นเอง หลิงเทียนพลันเคลื่อนร่างมาบังลี่เฟยเอาไว้จาก ชายวัยกลางคนผู้นั้น อีกทั้งยังเผชิญหน้ากับมันอย่างไม่เกรงกลัว

"เป็นเพียงแค่มดตัวหนึ่งกลับหาญกล้ามาบดบังสายตาข้าไม่ให้ชื่นชมความงามงั้นหรือ? เหอะ!”

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติคนนั้นขุ่นเคืองหลิงเทียนขึ้นมา ก่อนที่จะควบแน่นพลังงานลงในเสียงและส่งตรงไปเล่นงานหูของฃหลิงเทียนโดยตรง

แก้วหูของหลิงเทียนพลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างหนักจนแทบจะแตกสลาย!

“พรวด”

ใบหน้าของหลิงเทียนซีดเผือดลงโดยพลัน ทั้งมันยังกระอักเลือดออกมาคำโต

เพียงอาศัยการกล่าววาจาเสียงดังเพียงครั้ง แทบจะปลิดปลงชีวิตของหลิงเทียนให้ดับดิ้นเสียแล้ว

“ตัวเลวร้าย”

ท่าทางของลี่เฟยพลันเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันที นางรีบไปประคองร่างของหลิงเทียนเอาไว้

"ข้าไม่เป็นอะไร "

ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่ตัวเขายังยืนบังลี่เฟยเอาไว้อย่างมั่นคงไม่ให้สายตาของผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติคนนั้นได้มีโอกาสจ้องมองนาง อีกทั้งเขายังเผชิญหน้ากับสายตาที่น่าหวาดกลัวของศัตรูอย่างไม่หวั่นเกรง

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 93 สามเดือนต่อมา"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
มีนาคม 12, 2022
INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz