หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 92 กลุ่มการค้าทิวลิปม่วง

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 92 กลุ่มการค้าทิวลิปม่วง
Prev
Next

“เฮอะ!”

เหอจุ่นแค่นเสียงออกมา ก่อนที่จะจ้องไปยังหลิงเทียนด้วยสายตาเย้ยหยัน "หรือเมืองออโรร่าแห่งนี้จะหามีผู้ใดมีฝีมือแล้วจริงๆ? อาศัยเพียงเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอายุ 16 ขวบปี กลับได้รับตำแหน่งชนะเลิศในงานชุมนุมมังกรซ่อนเช่นนี้? "

"เฮอะ! ตัวโง่งม เขาอายุเพียง 16 แล้วจะอย่างไรเล่า? เจ้าค่อยกล่าววาจาโอหังอีกครั้งหลังเอาชนะต้วนหลิงเทียนให้ได้ก่อนจะดีกว่า "

"ถูกแล้ว อันที่จริงหากเจ้ามิสามารถรับได้แม้แต่ 1 กระบวนท่าของหลิงเทียนนี่ เจ้าจะอับอายขายขี้หน้ามากเลยนะข้าขอกล่าวเอาไว้ก่อน"

เมื่อได้ยินคำกล่าวแดกดันเหอจุ่นกลับไปบ้าง ผู้คนล้วนหัวเราะกันออกมาอย่างขบขัน

ใบหน้าของเหอจุ่นบนเวทีประลอง เริ่มหมองคล้ำลงทันที

"หึ! ดูเหมือนว่าพวกสวะนี่จะมั่นใจในตัวเจ้าไม่น้อยเลยนะไอ้หนู"

เขาจ้องไปหลิงเทียนก่อนจะกล่าวออกมา

ทว่าต้วนหลิงเทียนหาได้ตอบคำมันไม่…อันที่จริงดูเหมือนเขาจะไม่ไดสนใจฟังมันเลยด้วยซ้ำ

"ไอ้หนู ข้าพูดกับเจ้าไม่ได้ยินหรือไร!"

เขารู้สึกหงุดหงิดและเคืองอย่างมาก เพราะนี่นับเป็นครั้งแรกเลยที่มีคนกล้าเมินเขาถึงขนาดนี้

"ทุกคนดูสิ แม้พวกเขาจะยังไม่ได้เริ่มสู้กัน แต่ผลการประลองในด้านจิตใจขณะที่เผชิญหน้ากัน ดูเหมือนหลิงเทียนจะเข้มแข็งกว่ามาก สมแล้วที่เขาเป็นผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ในงานชุมนุมมังกรซ่อน เขาหาได้หวั่นไหวไปกับวาจาผายลมของศัตรูแม้แต่นิด"

"ใช่แล้ว แต่ดูเจ้าเหอจุ่นอะไรนั่น เพียงแค่รับฟังวาจาไม่เข้าหูเสียหน่อย ถูกไม่แยแสเพียงครั้งมันก็สติหลุดเสียแล้ว ในแง่ของการควบคุมตัวเองและจิตสมาธิมันหาได้อยู่ในระดับเดียวกันกับต้วนหลิงเทียนแม้แต่น้อย”

"ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน? เจ้าก็กล่าวยกย่องมันเกินไป ข้าคิดว่ามันห่างไปจากต้วนหลิงเทียนับพันลี้เลยสิไม่ว่า "

……

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะขบขันที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จากฝูงชน โทสะอารมณ์ของเหอจุ่นก็พุ่งสูงขึ้นจนไม่สามารถทานทนได้อีกต่อไป

"ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะมีปัญญารับมือข้าได้กี่กระบวนท่า!"

ยามนี้โทสะของเขาพุ่งทะลุขีดสุดไปแล้ว เขาพุ่งไปจู่โจมหลิงเทียนรวดเร็วราวกับนกอินทรีย์ลู่ปีกพุ่งโฉบศัตรู

ภาพเงาร่างช้างแมมมอธโบราณ 3 ตัวลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะเขา

นี่หมายความว่าเหอจุ่นผู้นี้ ก็เป็นผู้ที่มีระดับบ่มเพาะในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 2 อีกคนหนึ่งเช่นกัน

ฟู่มมม!

มองเหอจุ่นที่กำลังพุ่งเข้ามาหลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ‘ก็ไม่แปลกที่เหอจุ่นจะเอาชนะลี่ซ่งได้และหลินฉวนได้ เพราะมันก็พอมีดีอยู่บ้างนี่เอง’

วิชาท่าร่างของเหอจุ่นนี่นับว่า เป็นวิชาท่าร่างระดับเดียวกับวิญญาณอสรพิษเคลื่อนกายของเขา มันเป็นวิชาระดับห้วงมหรรณพขั้นสูงเช่นกัน

"ข้าจะซัดเจ้าให้กระเด็นใน 1 หมัด!" เขาตะโกนออกมาดังก้อง กำปั้นของเขาพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนมันแหวกอากาศดังหวีดหวิวเป้าหมายคือกลางอกของหลิงเทียน

ตั้งแต่เริ่มจนถึงบัดนี้หลิงเทียนนั้นยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับขุนเขาไท่ซาน แม้กระทั่งในยามที่กำปั้นของเหอจุ่นพุ่งมาใกล้ถึงตัวแล้วหลิงเทียนยังยืนเฉยเมยไม่ยี่หระอันใดทั้งสิ้น ราวกับเขาไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อย

ทันใดนั้นเองภายใต้การจับจ้องอย่างตั้งใจของทุกคนต้วนหลิงเทียนพลันเริ่มขเคลื่อนไหวในช่วงเวลาก่อนที่กำปั้นของเหอจุ่นจะบรรลุผล

ฝ่ามือ…!

ฝ่ามือของหลิงเทียนขยับวูบไหวพร่างพรายไปพร้อมกับประกายแสงจากพลังงานต้นกำเนิดที่ถูกเร่งเร้าออกมา

สายตาของทุกคนรวมทั้งเหอจุ่นนั้นได้แต่ถูกสะกดไว้ด้วยฝ่ามือนี้ของหลิงเทียน มันเป็นฝ่ามือที่น่าพิศวงอย่างมาก ตั้งแต่เริ่มขยับมือทุกคนเห็นกันว่าฝ่ามือของหลิงเทียนนั้นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ไม่ได้มากมายอะไร แต่ทว่ามันกลับเลื่อนขึ้นมาปิดป้องเผชิญหน้ากับกำปั้นของเหอจุ่นได้ทันท่วงที

"ลงนรกไปซะ!"

สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังกำปั้นของเหอจุ่นและหลิงเทียน พริบตาที่กำปั้นและฝ่ามือของทั้งคู่ปะทะกันพลันบังเกิดเรื่องราวประหลาดขึ้น

ไม่นานใบหน้าของเหอจุ่นก็เริ่มบิดเบี้ยว

เขาเห็นอยู่ชัดๆว่ากำปั้นของเขาซัดลงไปยังฝ่ามือของหลิงเทียน แต่ทว่าสัมผัสที่กำปั้นของเขาได้รับ มันไม่ต่างอะไรกับการชกไปยังอากาศที่ว่างเปล่า เขาไม่ได้ปะทะกับฝ่ามือต้วนหลิงเทียนจริงๆอย่างที่ตาเห็น

ทันใดนั้นหลิงเทียนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

เหนือศีรษะของเขาบังเกิดเงาร่างช้างแมมอธโบราณ 3 ตัว …

พิชิตมังกร!!

ทันใดนั้นเองฝ่ามือของหลิงเทียนพลันเคลื่อนไหวลี้ลับหักเลี้ยวแหวกกระแสอากาศก่อนที่จะแปรสภาพเป็นดัชนีพุ่งโจมตีออกไป ดัชนีนี้ของหลิงเทียนฉีกฝ่าเกราะป้องกันจากพลังงานต้นกำเนิดของเหอจุ่นได้อย่างง่ายดาย ราวกับมันเป็นเพียงกระดาษเปียกน้ำ

แล้วในที่สุดนิ้วชี้ของเขาก็บรรลุไปยังข้อกระดูกนิ้วกลางของเหอจุ่นและถ่ายเทพลังทำลายออกไปเต็มๆ

ปัง!!! อ๊าคคคคคค!

เหอจุ่นทำได้เพียงกรีดร้องออกมาเพราะความเจ็บปวดก่อนที่ร่างกายของมันจะปลิวกระเด็นออกมาราวกับว่าวสายป่านขาด

มือซ้ายของเขากุมไปที่ข้อมือขวาพร้อมทั้งสั่นระริกไปทั่วร่างกาย หากสังเกตดีๆจะเห็นว่ายามนี้นิ้วกลางขวาของเขาห้อยลงอย่างผิดรูป อีกทั้งมันสั่นไหวไปตามกระแสลม..คาดว่ากระดูกคงแหลกสลายไปแล้ว ใบหน้าของเหอจุ่นเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

หลังจากที่เขานำโอสถทองประสานกายระดับ 8 ขึ้นมากินจนความเจ็บปวดเริ่มบรรเทา เขาก็แหงนหน้าขึ้นมามอง ต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาหวาดกลัว

เด็กหนุ่มอายุ 16 ปีตรงหน้ายามนี้ ไม่ต่างอันใดกับปีศาจร้าย

น่าสะพรึงกลัวนัก!

"โอ้ ต้วนหลิงเทียนแข็งแกร่งยิ่งนัก"

"ใช่ เขาช่างแข็งแกร่งจริงๆ ไม่รู้พวกเจ้ายังจำกันได้หรือไม่แต่ว่าวันนั้น ยามที่ต้วนหลิงเทียนเอาชัยจากเซี่ยวหยูเขาถึงกับต้องเค้นความแข็งแกร่งออกมาถึงระดับ 4 ช้างแมมมอธโบราณ … แต่วันนี้เขากลับใช้ความแข็งแกร่งเพียง 3 ช้างแมมมอธโบราณในการเอาชนะเหอจุ่นนั่น"

"นับว่าต้วนหลิงเทียนกู้ชื่อเสียงให้พวกเราแล้ว

"เหอจุ่นอะไรนั่น ข้าว่ามันยังอ่อนแอกว่าเซี่ยวหยูซะอีก"

"ที่แท้ผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์อันดับ 1 ของเมืองหมอกธาราก็หาได้แข็งแกร่งมากมายอะไร หากมาอยู่เมืองเรามันก็ได้แค่ที่ 3 เท่านั้น"

……

ฝูงชนกำลังสนทนากันอย่างวุ่นวาย

“ทีหลังเจ้าอย่าได้เหิมเกริมเช่นนี้ หัดสำเหนียกตัวเองเสียบ้าง ไร้ความสามารถแล้วยังกล้าจัดเวทีท้าทายผู้คนเช่นนี้มีกี่ชีวิตก็ไม่พอหรอก”

ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบก็ไม่สนใจเหอจุ่นที่นั่งซึมอีกต่อไป ภายใต้การจับจ้องด้วยสายตาเคารพและเลื่อมใสของทุกคนอยู่ดีๆ หลิงเทียนก็เคลื่อนร่างไปยังไปยังพื้นด้านล่างของเวทีประลองก่อนที่จะเดินไปยังเสาด้านหนึ่งและตบไปยังเสาเวทีดังสนั่น

ปัง!!!

ทันใดนั้นเองเสาค้ำเวทีก็สลายกลายเป็นฝุ่น เวทีเริ่มเสียสมดุลล้มครืนพังลงในทันที ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่ว

เหอจุ่นนั้นไม่ทันได้ตั้งตัว มันได้แต่รีบร้อนกระโดดออกไป แต่ทว่ากลับเสียหลักล้มลงไปกอง มันพยายามอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะแหวกเศษซากปรักหักพังออกมาได้อย่างทุลักทุเล สารรูปมันตอนนี้เปรอะเปื้อนมอมแมมราวกับสุนัขตกถังแป้งมาอย่างไรอย่างนั้น

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ…"

ทันใดนั้นผู้ชมก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่นอีกครั้งเมื่อเห็นสภาพของมัน

ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้นเหอจุ่นได้แต่กัดฟันดังกรอดๆ ก่อนที่จะรีบหลบหนีไปพร้อมกับความอัปยศ

"ฮ่า ๆๆๆ … ต้วนหลิงเทียนเจ้าทำได้ยอดเยี่ยมนัก!"

หลินฉีเดินมาข้างๆต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะชูนิ้วโป้งให้เขาพร้อมรอยยิ้ม เขารู้สึกตื่นเต้นราวกับเขาเป็นคนเอาชนะเหอจุ่นเองอย่างไรอย่างนั้น

"ต้วนหลิงเทียน!"

พร้อมกันนั้นเองเสียงเรียกก็ดังขึ้น พร้อมกับชายหนุ่ม 2 คนเดินมาหาหลิงเทียน

เป็นลี่ซ่ง กับ ลี่เซี่ยว

"หืม พวกเจ้ามีอะไรงั้นหรือ?"

ต้วนหลิงเทียนมองไปยังลี่ซ่งด้วยความสงสัยก่อนที่จะกล่าวถามออกมา

“รีบเดินออกมากล่าววาจาเร็วเข้าสิ"

ลี่ซ่งจ้องลี่เซี่ยวที่ยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังก่อนที่จะกล่าวตำหนิน้องชายออกมา

ร่างกายของลี่เซี่ยวสั่นราวกับลูกนก มันก้มหน้าเม้มปากก่อนที่จะค่อยๆเดินมาหาหลิงเทียนพร้อมกล่าวคำออกมา "ต้วนหลิงเทียน ข้าต้องขอโทษด้วย ที่ในอดีตข้าทำไม่ดีกับเจ้าไว้ ข้าหวังว่าเจ้าจะยกโทษให้ข้า"

“กล่าวให้มันดังหน่อย เจ้าไม่ได้กินข้าวเช้ามาหรือไร?

ลี่ซ่งตวาดน้องชายของเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่ายามนี้ลี่เซี่ยวรู้สึกอย่างไร

"ช่างมันเถอะ ไหนๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันแล้วกันไปเถอะ"

หลิงเทียนโบกมือออกมาพร้อมรอยยิ้มอย่างไม่ติดใจอะไร

อันที่จริงคนอย่างลี่ซ่งก็ไม่ได้ถือเลวร้ายอะไรนัก อีกทั้งจะว่าไปเรื่องราวไม่ถูกกันทั้งหมดล้วนมากจากความขัดแย้งระหว่างลี่เซี่ยวกับหลิงเทียนทั้งสิ้น

เพียะ!

ลี่ซ่งตบไปที่ศีรษะของลี่เซี่ยวดังสนั่น "เจ้าฝันกลางวันอยู่หรือไร? รีบกล่าวขอบคุณหลิงเทียนเขาออกไปเสียสิ"

"ขะ..ขอบคุณเจ้ามาก"

ลี่เซี่ยวยิ้มเจื่อนออกมาก่อนที่จะกล่าวกับหลิงเทียนอย่างตะกุกตะกัก

ต้วนหลิงเทียนรับคำกล่าวของลี่เซี่ยวไว้ด้วยสายตา ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับหลินฉี

ฝูงชนที่ยืนออกกันอยู่ล้วนเปิดทางให้กับหลิงเทียนโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งจ้องมองมายังเขาด้วยแววตาเคารพนับถือ

หลังจากที่เฝ้ามองแผ่นหลังของหลิงเทียนที่เดินหายไปพร้อมกับหลินฉี อยู่สักพักใหญ่ๆ สติของทุกคนก็เริ่มคืนกลับมา หลังจากที่ทุกคนตกอยู่ในภวังค์

"น่าหวาดกลัวยิ่งนัก เขาทำลายกระบวนท่าของเยาวชนอันดับ 1 ที่มาจากตระกูลเหอของเมืองหมอกธารา ก่อนที่จะเอาชนะด้วยกระบวนท่าเดียวอย่างที่พวกเราได้กล่าวหยอกล้อเอาไว้จริงๆ "

"อัจฉริยะอันดับ 1 ที่สามารถเอาชนะเซี่ยวหยูได้ ไม่ทำให้พวกเราผิดหวังจริงๆ"

"ต้วนหลิงเทียนยังมีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น ข้าแน่ใจอย่างยิ่งว่าหลังจากนี้อีก 2 ปีรายชื่อผู้ชนะเลิศของงานชุมนุมมังกรซ่อนก็ต้องเป็นเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ให้เดิมพันกับผู้ใดเท่าไหร่ก็ย่อมได้"

"เหลวไหล เรื่องที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้วจะกล่าวเรื่องเดิมพันออกมาทำอันใด"

……

ในร้านอาหารหลิงเทียนกับหลินฉีนั่งกินของว่างอยู่ด้านตรงข้ามกัน

ตอนแรกหลิงเทียนก็คิดที่จะกลับบ้านทันที แต่เขาโดนหลินฉีรบเร้าให้มาหาอะไรกินเสียหน่อยเพราะหลินฉีมีเรื่องอยากคุยกับเขา

"เฮ่ๆ ตกลงเจ้ามีอะไรจะบอกข้ากัน ตั้งแต่มาถึงที่ร้าน เจ้าก็ทำท่าขึงขังซะขนาดนั้น … ตกลงเจ้าจะบอกข้ารึเปล่าเนี่ย? "

ต้วนหลิงเทียนจ้องไปยังหลินฉีด้วยความสงสัย

"ต้วนหลิงเทียน เจ้าวางแผนในอนาคตไว้ว่าอย่างไรบ้าง?"

หลินฉีเริ่มกล่าวออกมาทันที

"แผนในอนาคตหรือ?"

ต้วนหลิงเทียนสงสัยเล็กน้อย

"ก็ที่ข้าถามเนี่ย มันหมายความว่า ในอนาคตเจ้าคิดที่จะทำอย่างไร และคิดจะเป็นอะไรบ้าง"

หลินฉียิ้มเจื่อนๆออกมา

"ตอนนี้เหรอ ข้าก็ไม่รู้สิ"

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวพร้อมหัวเราะออกมา แต่ในใจของเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย

หลังจากที่ได้ยินหลินฉีเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา อดไม่ได้ที่หลิงเทียนจะคิดไปถึงการทดสอบคัดเลือกเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็กที่เขาได้ยินมาในตอนนั้น

สำหรับวันที่แน่นอนของการทดสอบคัดเลือกเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็กนั้น อยู่หลังจากนี้อีก 5 เดือนพอดี

หลินฉีกล่าวต่อว่า "ต้วนหลิงเทียนแม้ว่าเจ้าจะเป็นคนของตระกูลลี่ แต่เจ้าก็เป็นสาวกที่ใช้แซ่อื่น … สำหรับตำแหน่งสูงสุดในตระกูลลี่ที่เจ้าจะเป็นได้นั้นคงไม่พ้นผู้อาวุโสหลัก ตำแหน่งประมุขของตระกูลนั้น เจ้าไม่มีทางเป็นได้อย่างแน่นอนเพราะเจ้าไม่ได้ใช้แซ่ลี่ "

"เฮ่ๆ เจ้าจะอมพะนำทำไม่เนี่ย หรือเจ้าพูดสิ่งที่เจ้าต้องการออกมาทันทีไม่ได้ ต้องกล่าวเกริ่นนำยืดยาวแบบนี้?"

ต้วนหลิงเทียนล้อหลินฉี

"ฮ่าฮ่าก็ได้ๆ เช่นนั้น ข้ากล่าวตรงๆเลยแล้วกัน"

หลินฉีสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างช้าๆ "เมื่อครึ่งเดือนที่แล้วป้าของข้าเดินทางกลับมายังตระกูล และข้าก็ได้เล่าเรื่องราวของเจ้าให้ป้าข้าฟัง ปรากฏว่าท่านป้าของข้านั้นถึงกับประทับใจและสนใจในตัวเจ้าอย่างยิ่ง"

“พรวดดด!”

หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของหลินฉี หลิงเทียนถึงกับตกใจจนสำลักออกมา อาหารที่กำลังเคี้อยู่ในปากพุ่งออกไปกระจายเต็มหน้าของหลินฉีที่อยู่ด้านตรงข้ามทันที

“บัดซบเถอะ! หลินฉี แม้ข้าจะไม่ได้รังเกียจพวกบุรุษที่แต่งงานอยู่กินกับสตรีที่มีอายุมากกว่า แต่ตัวข้าก็ไม่ได้มีรสนิยมอะไรแบบนั้น… เฮ่อ เจ้ากลับไปบอกป้าเจ้า ให้นางไปหาคนอื่นเถอะ ข้าไม่ไหวจริงๆ "ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างมาก

หลินฉีพลันทำหน้าโง่งมออกมา

เมื่อรู้สึกตัวหลินฉีก็เช็ดอาหารที่หลินเทียนสำลักกระจายออกมาเต็มใบหน้าของเขา ก่อนที่จะส่ายหัวแล้วกล่าวออกมาอย่างขำขัน "เจ้านี่ก็นะ เหตุใดเจ้าถึงคิดสัปดนไปได้ถึงเพียงนั้นกันเล่า? ป้าของข้าแต่งงานไปหลายปีแล้ว อีกทั้งลูกนางก็มีอายุได้ 10 ขวบปีแล้วด้วย "

"อ้าว ไม่ใช่เจ้าเป็นคนบอกเองรึไง ว่าป้าเจ้าสนใจในตัวข้า?"

ต้วนหลิงเทียนได้แต่กล่าวทวนคำออกมา

‘บัดซบแค่คำว่าสนใจมันคิดไปไกลเช่นนี้ได้อย่างไร?’

"แฮ่มๆ ความสนใจของนางอยู่ที่ความสามารถในการสำนึกรู้และพรสวรรค์ของเจ้า"

หลินฉีจ้องหลิงเทียนอยู่ครู่หนึ่งราวกับรอให้หลิงเทียนกล่าวถาม

"แล้วไงต่อ ว่ามาสิ"

หลิงเทียนส่ายหัวเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มคีบอาหารขึ้นมากินต่อ เขากินราวกับพายุโหมกระหน่ำทุกที่ๆตะเกียบเขาพุ่งไปอาหารล้วนอันตรธานหายวับไปหมดสิ้น

"ป้าของข้าเป็นผู้ดูแลกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงสาขาประจำเมืองผานางแอนเหิน" หลินฉีกล่าวออกมา

"แล้วมันทำไมหรือ?" ต้วนหลิงเทียนถามออกมาในขณะที่เคี้ยวอาหารเต็มปาก

"เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องราวของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงมาก่อนหรือไร?"

หลินฉีมองต้วนหลิงเทียนราวกับเขาเป็นตัวประหลาด

เมื่อเขาเห็นหลินเทียนส่ายหัวไม่เป็นการบอกว่าไม่รู้ก่อนที่จะกินต่อ เขาถึงกับพูดไม่ออกเลย

‘ไอบ้านี่มันไปอยู่ในป่าในเขามาหรือไร!’

"กลุ่มการค้าทิวลิปม่วงเป็น 1 ใน 3 กลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรนภาล่อง ทุกๆเมืองประจำมณฑลจาก 18 เมืองประจำมณฑลของอาณาจักรนภาล่องแห่งนี้ ล้วนมีสำนักงานของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงก่อตั้งอยู่ทั้งสิ้น และ เมืองผานางแอ่นเหินประจำมณฑลผานางแอ่นเหินนี้ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย … "หลินฉีกล่าวอธิบายออกมา

"เดี๋ยวนะ เจ้าจะบอกว่ากลุ่มการค้าทิวลิปม่วงนี่มีอาคารจัดตั้งอยู่ทั่วทั้ง 18 มณฑลของอาณาจักรนภาล่อง และป้าของเจ้าก็เป็นผู้ดูแล 1 ใน 18 มณฑลนั้นใช่หรือไม่ "

"ใช่แล้ว"

ใบหน้าของหลินฉีเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

"ถึงแม้ว่าความสามารถในเชิงยุทธ์ของป้าข้าจะไม่ได้มากมายอะไร เพียงเทียบเท่าค่าเฉลี่ยทั่วๆไปเท่านั้น แต่นางก็นับว่ามีหัวทางการค้ามากนัก จนวันหนึ่งนางได้รับโอกาสจากผู้จัดตั้งกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงให้เข้าไปลองทำงานดู และนางก็สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมจนนางไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ จนเมื่อไม่นานมานี้เองนางก็ได้เลื่อนขั้นเป็นถึงผู้ดูแลประจำมณฑลผานางแอ่นเหินแห่งนี้อย่างไรเล่า…อ่อจริงสิ เหลาอาหารที่พวกเรานั่งกินกันอยู่นี่ ก็เป็น 1 ในกิจการของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงด้วย”

"นอกจากนั้นแล้วกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงนี้ กล่าวได้ว่ามีสาขาและกิจการไปทั่วทุกที่เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่ … ตราบใดที่ร้านค้าหรือกิจการนั้นมีคำว่าเถาพฤกษา,ทองประเสริฐ หรือ ช่อทิวลิป ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงทั้งสิ้น "

หลินฉียังคงกล่าวบรรยายความยิ่งใหญ่ของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงอย่างคุ้นเคย

“เถาพฤกษา?

ต้วนหลิงเทียนนึกขึ้นได้ทันทีว่าร้านอาหารในเมืองวายุโปรยของเขาก็มีชื่อว่า เหลาเถาพฤกษาเช่นกัน ที่แท้ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วง

"ข้าไม่ค่อยสนใจจะทำการค้าสักเท่าไร"

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา

"โอ๊ย แล้วใครบอกให้เจ้าไปทำการค้ากันเล่า"

หลินฉีกล่าวออกมาอย่างมีอารมณ์ "ป้าของข้าสนใจพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์อีกทั้งยังความสามารถในการสำนึกรู้ที่ทำความเข้าใจสรรพวิชาได้รวดเร็วของเจ้า… เมื่อกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงร่ำรวยถึงเพียงนี้แน่นอนว่าย่อมมีผู้ที่จ้องจะฮุบกิจการและแอบแทงข้างหลังอยู่เป็นประจำ เช่นนั้นกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงจึงได้จัดตั้งกองกำลังขึ้นมาและได้ฝึกฝนรวมทั้งว่าจ้างผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งเอาไว้ เพื่อดูแลและปกป้องสมบัติทรัพย์สินต่างๆ "

"ลุงของข้าเองก็เป็นหัวหน้ากองกำลังป้องกันของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วงสาขาเมืองผานางแอ่นเหิน อีกทั้งท่านลุงยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมชาติที่ทรงพลังอำนาจอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้ว่าการประจำมณฑลผานางแอ่นเหินเอง เมื่อเจอท่านลุงของข้า เขายังต้องให้ความเคารพ "

หลินฉีกล่าวออกมารวดเดียวภายใน 1 ลมหายใจ

"ตกลงป้าของเจ้า จะให้ข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วง?"

ต้วนหลิงเทียนมองด้วยสายตาแปลกๆ

“ป้าของข้ากล่าวว่าตราบใดที่เจ้ายินดีเข้าร่วมกองกำลังของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วง กลุ่มการค้าทิวลิปม่วงจะเป็นผู้สนับสนุนในด้านทรัพยากรการบ่มเพาะของเจ้าในอนาคต … เช่นนี้ในอนาคตเจ้าเองก็มีโอกาสจะได้รับตำแหน่งหัวหน้ากองกำลังคุ้มกันของกลุ่มการค้าทิวลิปม่วง สาขาเมืองผานางแอ่นเหิน ต่อจากท่านลุงของข้า”

หลินฉีมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยความอิจฉาริษยา

"งั้นกล่าวง่ายๆว่า เมื่อข้าเข้าร่วมกลุ่มการค้าทิวลิปม่วง…ต่อให้ข้าอยู่ที่นั่นจนตาย ข้าก็เป็นได้แค่หัวหน้าบอดี้การ์ด?"

หลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่จะใช้มีดในมือหั่นไส้กรอกแล้วจิ้มมากิน

"หัวหน้าบอดี้การ์ด ??? แล้วมันคืออันใดกันเล่า?"

หลินฉีไม่เข้าใจว่าคำแปลกๆที่หลิงเทียนพูดออกมามันคืออะไร

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 92 กลุ่มการค้าทิวลิปม่วง"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

davisam
จักรพรรดิเทพมรณะ
มกราคม 14, 2023
Gate of God
Gate of God
พฤษภาคม 17, 2022
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
The Divine Nine-Dragon Cauldron
The Divine Nine-Dragon Cauldron
พฤษภาคม 17, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
ฮูหยินข้าดีเลิศประเสริฐสุด
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz