สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 87 ลี่เต๋อ
เมื่อเห็นลี่ชิงถูกจับตัวไปลงโทษ ผู้คนต่างกล่าวถึงเรื่องนี้กันอย่างอื้ออึง
"ลี่ชิงผู้นี้เสียสติไปแล้วอย่างแท้จริง!"
"ประมุขอุตส่าห์กล่าวตัดสินโทษออกมาอย่างดุดัน เพื่อหวังให้มันยุติวาจา แต่มันยังกล้ากล่าวออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากทำถึงขนาดนี้แล้วมันยังไม่โดนลงโทษแล้วยังมีผู้ใดที่จะโดนลงโทษกันอีกเล่า? "
"ถ้านี่ถ้าอาวุโสหลักรู้ว่า หลานชายของมันกล่าววาจาเหลวไหลถึงเพียงนี้ออกมาหลังจากที่มันตายไป มันจะทำอย่างไรนะ … "
"นั่นน่ะสิ ถึงแม้อาวุโสหลักจะคิดเข่นฆ่าหลิงเทียนจริง แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะลี่ชิงทั้งสิ้น หากไม่เห็นแก่มันท่านจะไปสังหารหลิงเทียนทำไม…เฮ่อ…มีหลานชายเช่นนี้ข้าเกรงว่าอาวุโสหลักที่อยู่ในปรโลกคงมิได้พักผ่อนอย่างสงบแน่ๆ "
“ฮึ่ม! ข้าเคยเคารพและนำมันมาเป็นแบบอย่างด้วยซ้ำ น่าสมเพชนัก "
“เหอะ หากเจ้าคิดจะหาแบบอย่างเหตุใดมิเอาต้วนหลิงเทียนล่ะ ปีนี้เขาคว้าอันดับ 1 ในงานชุมนุมมังกรซ่อน ทั้งๆที่เขาอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น นี่หมายความว่าอะไร? หมายความว่าหลังจากนี้อีก 2 ปี เขาก็ยังคงครองอันดับ 1 อยู่อย่างไรเล่า ผู้ใดจะไปสู้เขาได้กัน?”
……
ในขณะที่พวกเขากำลังประณามลี่ชิงนั้น พวกเขาก็ไม่ลืมนำลี่ชิงมาเปรียบเทียบกับต้วนหลิงเทียนด้วย
ลี่ชิงนั้นยังพอหลงเหลือข้อดีอยู่บ้างก่อนหน้านี้
แต่เมื่อพวกเขานำลี่ชิงมาเปรียบเทียบกับต้วนหลิงเทียน ข้อดีของมันก็หายไปจนหมดสิ้น…
"นี่ตัวเลวร้าย! คิดไม่ถึงจริงๆ เจ้ากลับได้รับความนิยมมากถึงเพียงนี้!"
ลี่เฟยมองไปยังหลิงเทียนด้วยแววตากลมโต
"เพราะข้ามีความสามารถเช่นนี้ไงเล่า โชคชะตาจึงนำพาเจ้ามาเป็นภรรยาข้า"
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมาเบาๆ
“เพ้ย!”
เมื่อลี่เฟยหันไปสบตากับเค่อเอ๋อนางพลันเขินอายขึ้นมา
"นายน้อยข้าควรเรียกพี่หญิงเฟยว่า นายหญิงน้อยเลยหรือไม่เจ้าคะ?"
เค่อเอ๋อยิ้มเบาๆ
"เค่อเอ๋ออย่าไปบ้าจี้ตามตัวเลวร้ายสิ"
แกมของลี่เฟยที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงหนักเข้าไปอีก มากจนพาลให้คิดไปว่าโลหิตของนางคงมารวมอยู่ที่พวงแก้มจนหมดตัวแล้ว
ต้วนหลิงเทียนไม่อาจระงับเสียงหัวเราะเอาไว้ได้
แต่ทันใดนั้นหางคิ้วเขาก็กระตุกเล็กน้อย
"ต้วนหลิงเทียน อีกครึ่งชั่วยามข้าจะไปหาเจ้าที่บ้านพัก"
นี่เป็นการบีบอัดพลังงานต้นกำเนิดก่อนที่จะแปรสภาพมันออกมาเป็นคลื่นเสียง ทำให้คำกล่าวนี้ของลี่อู๋ มีเพียง หลิงเทียนคนเดียวที่ได้ยิน
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองลี่อู๋ก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆ
เขาเตรียมใจเอาไว้แล้ว
ถึงแม้ลี่อู๋จะคิดว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่สังหารลี่ไท่ แต่จากคำกล่าวของลี่ชิง จะอย่างไรเขาคงไม่พ้นเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับ 1 จะอย่างไรลี่อู๋ก็ต้องมาหาเบาะแสที่เขาก่อนเป็นอันดับแรก
ผู้คนในลานฝึกซ้อมหลักค่อยๆแยกย้ายกันไป เมื่อไร้สิ้นเรื่องราวใดๆให้พวกมันรับชม
"เอาล่ะ พวกเราเองก็ไปกันเถอะ ข้าว่าจะไปซื้อของสักหน่อย" ลี่เฟยกล่าวแนะนำออกมา
"ข้าเกรงว่าคงไปกับเจ้าไม่ได้ซะแล้ว"
ต้วนหลิงเทียนยิ้มออกมาเจื่อนๆ
คิ้วที่สวยงามของลี่เฟยขมวดลงเพราะความสงสัยเล็กน้อย "เจ้าจะไปทำอันใดรึ?"
"ประมุขได้พูดผ่านการบีบอัดพลังงานต้นกำเนิดกับข้าเมื่อครู่ เขาบอกว่าเขาจะมาหาข้าที่บ้านพัก อีกครึ่งชั่วยามหลังจากนี้ … เจ้าคงไม่คิดให้ข้าขัดคำสั่งท่านประมุขหรอกนะ?"
ต้วนหลิงเทียนทำได้เพียงหัวเราะอย่างขมขื่น
"อะไรนะ?! ประมุขอยากพบเจ้าเหรอ? เขาคงไม่ได้คิดว่าเจ้าฆ่าอาวุโสหลักจริงๆหรอกนะ "
ลี่เฟยพลันตื่นตระหนกขึ้นมา
เค่อเอ๋อเองก็แสดงใบหน้ากังวลออกมา
"ไม่ต้องกังวลไป ท่านประมุขคงแค่จะกล่าวถามเบาะแสจากข้า แม้แต่เจ้าสองคนที่ใกล้ชิดกับข้ายังไม่เชื่อเลยว่าข้าจะสามารถฆ่าลี่ไท่ได้ แล้วท่านประมุขจะไปเชื่อเรื่องไร้สาระนี้ได้อย่างไร" หลิงเทียนกล่าวด้วยท่าทีไม่ได้กังวลอะไร
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ประมุขลี่อู๋มาถึงตรงตามเวลานัดพอดี
ต้วนหลิงเทียนก็ออกมารอต้อนรับเขาที่ โต๊ะหินอ่อนบริเวณลานบ้าน
"ต้วนหลิงเทียน ข้ารู้อย่างแน่นอนว่าระดับความแข็งแกร่งของเจ้านั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารผู้อาวุโสหลัก แต่เนื่องจากอาวุโสหลักนั้นกำลังติดตามเจ้าเข้าไปในป่าหมอกมรณะ ข้าเลยอยากถามว่าเจ้าพอมีเบาะแสอันใดไหม"
ลี่อู๋เข้าประเด็นทันที
เขานั้นมีความรู้สึกซับซ้อนกับหลิงเทียนไม่น้อย
ตอนแรกเขาคิดว่าต้วนหลิงเทียนคงแข็งแกร่งกว่าลี่ชิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าในงานชุมนุมมังกรซ่อน เขาถึงขนาดเอาชนะหลินฉวนของตระกูลหลิน อีกทั้งยังสามารถเอาชัยจากเซี่ยวหยูจากตระกูลเซี่ยวได้เช่นนี้
อันที่จริงจะกล่าวละเลยหลินฉวนไปเลยก็ย่อมได้
เพราะเซี่ยวหยูนั้นหาใช่อัจฉริยะในรอบ 100 ปีของตระกูลเซี่ยวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันยังเป็นอัจฉริยะในรอบ 100 ปีของเมืองออโรร่าแห่งนี้อีกด้วย
แม้กระทั่งเขาเองที่เป็นประมุขยังต้องถอนหายใจเพราะความเสียดายบ่อยๆ
นี่เพราะเขามักคิดไปว่า หากเซี่ยวหยูเกิดมาในตระกูลลี่แล้วล่ะก็ ตระกูลลี่จะเป็นอย่างไร
แต่ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนกลับสามารถเอาชนะเซี่ยวหยูได้ เขานั้นตกใจจนหัวใจเกือบหยุดเต้น
และที่สำคัญต้วนหลิงเทียนยังมีอายุเพียง 16 ปี!
เขาสามารถคาดเดาได้เลยว่าอีกหลังจากนี้ 2 ปียามที่ต้วนหลิงเทียนอายุ 18 ปี มันจะแข็งแกร่งขึ้นจนทิ้งห่างผู้อื่นถึงขนาดไหน คาดว่าคงไม่มีผู้ใดในหมู่รุ่นเยาว์ที่สามารถเทียบเทียมมันได้
"เอาล่ะท่านประมุข ข้าย่อมรู้ว่าท่านหมายความว่าอย่างไร ข้าเข้าป่าหมอกมรณะไปก็เพื่อต่อสู้กับสัตว์ดุร้าย แต่ข้าหาได้พบเจอสิ่งที่ผิดปกติไม่ ตัวอาวุโสหลักเองข้าก็ไม่ได้เจอเขา อันที่จริงด้วยความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสหลัก เกรงว่าถึงเขาจะติดตามข้าอยู่…ข้าก็คงไม่อาจรู้สึกตัวได้อย่างแน่นอน"
เมื่อกล่าวจบหลิงเทียนมีทีท่าผิดหวังเล็กน้อย
"ข้าเข้าใจเรื่องนี้ดีข้าเพียงแค่ถามเผื่อเอาไว้เท่านั้น แต่ถึงแม้เจ้าจะไม่สามารถจับสัมผัสของอาวุโสหลักได้เจ้าก็ไม่ต้องท้อแท้ไปหรอก … จะอย่างไรเขาก็อยู่ในระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8 แล้ว ด้วยระดับพรสวรรค์ของเจ้าเกรงว่ายังอายุไม่ทันถึง 30 เขาก็หาใช่คู่ต่อสู้เจ้าไม่ "
ลี่อู๋พยักหน้ารับคำก่อนที่จะกล่าวปลอบใจออกมา
"ข้าจะขยันฝึกฝน"
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าก่อนที่จะเชิดหน้าขึ้นมาอย่างองอาจ
ลี่อู๋ลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมา "ยังมี… เรื่องก่อนหน้านี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ตำหนิข้า นี่เป็นเพราะข้าทำไปเพื่อรักษาหน้าตระกูลเท่านั้น "
ตอนนี้เขากังวลใจเล็กน้อย เพราะต้วนหลิงเทียนในวันที่เขาบอกให้ยอมแพ้ลี่ชิง กับต้วนหลิงเทียนในวันนี้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เขาสามารถได้อันดับ 1 ในงานชุมนุมมังกรซ่อนด้วยวัยเพียง 16 ปี …
นับตั้งแต่มีการจัดงานชุมนุมมังกรซ่อนมาอาจจะกล่าวได้ว่านี่เป็นผู้ชนะเลิศที่อายุน้อยที่สุด
ต้วนหลิงเทียนเรียกได้ว่าเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ขึ้นมาแล้ว
ถึงแม้ว่าตอนนี้หลิงเทียนนั้นจะมีสถานะเป็นเพียงคนจากตระกูลลี่สาขาซ้ำยังใช้แซ่อื่นอีกด้วย แต่ทว่าไม่ว่าจะเป็นใครยามพบหน้ามันก็ต้องไว้หน้าไม่น้อย
"ท่านประมุขท่านก็กังวลมากเกินไปแล้ว"
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัว
ลี่อู๋หยิบตั๋วเงินปึกใหญ่ออกมาก่อนที่จะวางไว้บนโต๊ะหินอ่อน "เงินนี้นับเป็นของรางวัลจากความประทับใจของตระกูล"
"ท่านประมุขนี่มัน … "
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกลิงโลดขึ้นมาในใจ
ตั๋วเงินนี่แต่ละใบนับว่ามีมูลค่าสูงสุดคือ 10,000 เหรียญเงิน
จากการประมาณด้วยสายตาหลิงเทียนบอกได้เลยว่าปึกนี้น่าจะมีเงินราวๆ 1,000,000 เหรียญเงิน
"เจ้าสามารถนำเกียรติยศมาสู่ตระกูลด้วยการคว้าชัยชนะเลิศในงานชุมนุมมังกรซ่อนมาได้ … ข้าได้ไปบอกกล่าวกับผู้หลอมโอสถประจำตระกูลทั้ง 3 คนเอาไว้แล้ว หากเจ้าต้องการใช้โอสถอันใดบ่มเพาะหรือฝึกฝน เจ้าสามารถไปซื้อหาวัตถุดิบแล้วนำไปให้พวกเขาหลอมให้เจ้าได้ พวกเข้าจะไม่คิดเงินกับเจ้า "
ลี่อู๋ยิ้มบางๆ
หลายสิบปีที่ผ่านมานี้ ตำแหน่งอันทรงเกียรติรายนามอันดับ 1 ในงานชุมนุมมังกรซ่อนนี้ ตระกูลลี่พลาดมันมาเสมอ พวกมันได้แต่มองไปยังตระกูลเซี่ยวและตระกูลหลินด้วยความอิจฉามาตลอดเวลา
แต่ทว่าครานี้ต้วนหลิงเทียนกลับนำพาเกียรติยศนั้นมาสู่ตระกูล
หากจะมองนึกย้อนไปพวกมันก็อดละอายใจไม่ได้ ที่ยามพบกับเซี่ยวหยูหรือหลินฉวนนั้น พวกมันได้แต่อิจฉา และภาวนาอยากให้มีคนในตระกูลแข็งแกร่งเช่นนั้นบ้าง…
"ขอบคุณท่านประมุข"
ต้วนหลิงเทียนรีบกล่าวออกมาอย่างกตัญญู
"แล้วถ้าเจ้าต้องการหลอมสร้างอาวุธเจ้าสามารถไปหาผู้อาวุโสหลักลี่เต๋อได้ เจ้าเองก็มีสัมพันธ์อันดีกับลี่เฟย ดังนั้นข้าคิดว่าการที่เจ้าจะไปขอร้องให้เขาช่วยหลอมสร้างอาวุธวิญญาณให้เจ้า คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร" ลี่อู๋กล่าวออกมา
ลี่เต๋อ?
หลิงเทียนสงสัยเล็กน้อย
"ฮ่าฮ่า ท่านประมุข อย่าได้กังวลเรื่องนี้ หากหลิงเทียนต้องการอาวุธวิญญาณ ต่อให้เฒ่าชราผู้นี้ต้องเหน็ดเหนื่อยแทบตาย ข้าก็จะหลอมสร้างอาวุธให้มันอย่างดีที่สุด "
เสียงเบิกบานของคนผู้หนึ่งพลันดังขึ้นมา
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองก็เห็นลี่เฟยและปู่ของนางกำลังเดินเข้ามา
ต้วนหลิงเทียนจึงคิดได้ในที่สุด
เช่นนั้น นามลี่เต๋อนี้ คือนามของปู่ลี่เฟยนั่นเอง และเป็นผู้หลอมสร้างศาสตราที่ประมุขพึ่งกล่าวออกมา
ตาของหลิงเทียนกระพริบเล็กน้อยด้วยมวลอารมณ์ตื้นตัน
เขารู้ดีว่าลี่เฟยกลัวว่าเขามีปัญหา จึงรีบไปพาปู่มาช่วยพูดกับประมุข
"ท่านผู้อาวุโสหลัก ลี่เต๋อ!"
เมื่อเห็นชายชราเดินมา ลี่อู๋รีบลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพทันที
ตระกูลลี่นั้นมีผู้หลอมโอสถ 3 คน
อย่างไรก็ตามหลังจากประมุขคนก่อนที่เป็นบิดาของเขาจากไป ตระกูลลี่ก็มีเพียงผู้อาวุโสหลักลี่เต๋อคนนี้ที่เป็นผู้หลอมศาสตราระดับ 9 เพียงคนเดียวเท่านั้น
"ท่านประมุข อย่าได้มากพิธีแล้ว" ลี่เต๋อกล่าวอย่างสบายอารมณ์
ทันใดนั้นท่าทางของลี่อู๋พลันตื่นตะลึง
เพราะสายตาเขาดันเหลือบไปเห็นตราประจำตัวผู้หลอมศาสตราของลี่เต๋อ
ตราสัญลักษณ์ที่สลักไว้ด้วยเลข 8 สีแดง ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน
ลี่อู๋สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย "ท่านผู้อาวุโสลี่เต๋อ … ท่านสามารถเลื่อนระดับเป็นผู้หลอมศาสตราระดับ 8 ได้แล้วหรือ?"
"นับว่าสายตาของประมุขเองมีความแหลมคมไม่เบา"
ลี่เต๋อพยักหน้ารับเบาๆ
เมื่อได้รับการยืนยันลมหายใจของลี่อู๋พลันปั่นป่วนเล็กน้อย อีกทั้งในอกของเขายังสั่นสะเทือนราวกับมีวงกลองทุบกระหน่ำบรรเลงอยู่
เพราะจากที่เขารับรู้ ภายในเมืองออโรร่าแห่งนี้ มีผู้หลอมศาสตราระดับ 8 เพียงคนเดียวคือหัวหน้าสมาคมผู้หลอมศาสตราประจำเมืองออโรร่า
แต่ตอนนี้ตระกูลลี่ของพวกเขา ก็มีผู้หลอมศาสตราระดับ 8 เช่นกัน!
นี่เป็นข่าวดีที่น่าตื่นตะลึงนัก!!
"ผู้อาวุโสลี่เต๋อข้าขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ที่สามารถบรรลุผู้หลอมศาสตราระดับ 8 ได้เช่นนี้ เอาล่ะ ตั้งแต่ท่านผู้อาวุโสหลักมีเรื่องที่จะกล่าวกับหลิงเทียน เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน ไม่รบกวนท่านแล้ว" ลี่อู๋กล่าวอำลาลี่เต๋อ ก่อนที่จะพยักหน้าให้กับหลิงเทียนและลี่เฟย ก่อนที่จะจากไปพร้อมความยินดี
"ตัวเลวร้าย เขาหาได้สร้างความลำบากให้เจ้าใช่หรือไม่?" ลี่เฟยถามอย่างกังวล
"ไม่เลย ท่านประมุขยังนำเงินมามอบให้ข้าอีกด้วย"
ต้วนหลิงเทียนชี้ไปยังปึกตั๋วเงินบนโต๊ะหินอ่อน
ลี่เฟยจ้องไปที่ตั๋วเงินด้วยดวงตากลมโตอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยความตกใจ "นะ 1,000,000 เหรียญเงิน! … ประมุขช่างใจกว้างนัก!"
"หลิงเทียนดูเหมือนว่ายามนี้เจ้าจะร่ำรวยกว่าข้าเสียอีก"
ลี่เต๋อหัวเราะออกมา
"ท่านปู่ท่านจะเอาข้าไปเทียบกับท่านได้อย่างไร? ท่านเพียงหลอมสร้างอาวุธให้ผู้คนในตระกูลเอาไว้ใช้งาน หาได้หลอมขายผู้ใด อีกทั้งท่านยังมิได้เรียกเก็บเงินค่าหลอมที่มากมายอันใด มิเช่นนั้นเกรงว่าป่านนี้ท่านคงมั่งคั่งจนไม่อาจประมาณทรัพย์สินได้แล้ว "
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัว
นี่เป็นเรื่องที่เขาได้รู้จากลี่เฟย
"ไอ้หยา ดูเหมือนหลานสาวข้าจะขายเฒ่าชราผู้นี้มานานแล้ว เฮ่อ…จะอย่างไรหัวใจของเด็กสาวก็ไม่พ้นต้องอยู่กับบุรุษของมัน "
ขณะที่กล่าวจบลี่เต๋อยังกล่าวออกมาพร้อมถอนหายใจ "จะอย่างไรเมื่อหญิงสาวเติบโตแล้วก็ต้องจากบ้านไป… "
ลี่เฟยรีบคว้ามือของลี่เต๋อก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "ท่านปู่ท่านกล่าวอันใดกัน? ข้าจะเป็นหลานสาวที่น่ารักของท่านตลอดไป "
"ท่านผู้อาวุโสลี่เต๋อ"
หลังจากที่ได้ยินเสียงสนทนาในสวน ลี่หลัวจึงเดินออกมาดู และเมื่อพบกับลี่เต๋อนางก็กล่าวออกมาด้วยความเคารพ
"เจ้าเป็นมารดาของหลิงเทียนใช่หรือไม่? เจ้าช่างมีลูกชายแสนประเสริฐนัก … "
ลี่เต๋อพยักหน้ารับก่อนที่จะกล่าวชมออกมา ลี่หลัวนั้นยิ้มแย้มดีใจอย่างมาก
"อาวุโสท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว " ลี่หลัวกล่าวออกมาอย่างสุภาพ
"เอาล่ะอันที่จริงข้ามาที่นี่ ก็เพื่อจะถามความเห็นของเจ้าด้วย… ดูเหมือนต้วนหลิงเทียนบุตรเจ้ากับลี่เฟยหลานข้าจะชอบพอกันไม่น้อย เหตุใดพวกเราไม่จัดงานแต่งให้พวกเขากันล่ะ? เจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง? "
“ท่านปู่!”
ลี่เฟยกล่าวออกมาด้วยความเขินอาย นางไม่นึกเลยว่าอยู่ๆปู่จะกล่าวเรื่องนี้
"อะไร เจ้าไม่ต้องการแต่งงานกับหลิงเทียนแล้วหรือ?"
ลี่เต๋อกล่าววาจาออกมาอย่างหยอกล้อ
"ท่านปู่ กลั่นแกล้งเฟยแล้ว!"
ลี่เฟยกล่าวออกมาเบาๆ ก่อนที่จะก้มหน้างุดลงไป นางไม่กล้ามองทั้งหลิงเทียนและลี่หลัว
"ท่านผู้อาวุโสข้าเองไม่คิดคัดค้านอันใด ตราบเท่าที่เป็นความสุขของบุตรข้า ข้าล้วนยินดียิ่ง แต่ข้าต้องบอกกล่าวแก่ท่านผู้อาวุโสไว้ก่อน หลิงเทียนลูกชายข้าได้หมั้นหมายไว้ก่อนหน้านี้แล้ว "หลี่ ลี่หลัวกล่าวออกมา
"ข้าย่อมรับทราบเรื่องนี้ เป็นแม่นางน้อยเค่อเอ๋อคนนั้นใช่รึไม่?"
ลี่เต๋อกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
"เค่อเอ๋อทำความเคารพผู้อาวุโสเจ้าค่ะ"
เค่อเอ๋อที่เดินตามเสียงออกมาเช่นกัน เมื่อเห็นผู้อาวุโสมองมา ก็รีบวิ่งมาทำความเคารพอย่างน่าเอ็นดู
"ไม่ผิดจากที่คาดช่างงดงามและจิตใจบริสุทธิ์นัก อา..น่าเอ็นดูยิ่ง … หลิงเทียนผู้นี้นับว่ามีโชคยิ่งนัก"
ลี่เต๋อจ้องมองเค่อเอ๋ออยู่ครู่หนึ่ง แววตามันเต็มไปความเอ็นดู ยามที่มันจ้องเค่อเอ๋อ นางถึงกับเขินอายจนเดินไปหลบซ่อนหลังลี่หลัว นี่นับว่าช่างน่ารักนักน่าเอ็นดูนัก