สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 85 ปลาที่เล็ดรอดไปจากแห
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกเสียใจอย่างมาก
ถ้าเขารู้ก่อนหน้านี้ว่าเรื่องราวจะเป็นแบบนี้เขาจะไม่เสียดายเงิน 800,000 เหรียญเงินแม้แต่นิด …
แต่ตอนนี้เพราะความเสียดายเงิน 800,000 เหรียญเงิน กำลังจะทำให้ชีวิตเขาดับสิ้น
‘เสี่ยวเฟย,เค่อเอ๋อ …’
‘พวกเรายังไม่ได้มีอะไรกันเลย ข้าจะยอมตายแบบนี้ไม่ได้!’ ….
“ต้วนหลิงเทียนดูเหมือนว่าแม้กระทั่งสวรรค์ยังอยากให้เจ้าตาย เจ้าไม่ได้ศึกษาเรื่องราวของข้ามาก่อนหรือไรก่อนที่คิดจะใช้อาคมจารึกสังหารข้า? อาคมจารึกป้องกันปราการคริสตัลนี้ ข้าได้รับมาจากท่านประมุขตั้งหลายปีแล้วอาวุโสในตระกูลลี่ผู้ใดเล่าจะไม่ล่วงรู้เรื่องนี้? "
ลี่ไท่ก้าวไปข้างหน้า ทุกๆก้าวของเขาราวกับเสียงของยมทูตที่กำลังเข้ามาใกล้หลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนยกกระบี่ขึ้นมาอีกครั้ง มันยืนตัวตรงจ้องมองไปยังลี่ไท่โดยไร้ท่าทางหวาดกลัว
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของลี่ไท่ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้โดยไม่ได้สู้!
ถึงอย่างน้อยจะต้องตาย ก็ขอตายเยี่ยงวีรบุรุษ!
ร่างกายของหลิงเทียนเริ่มแผ่กลิ่นอายของชายผู้ทระนงออกมา นี่เป็นอัตลักษณ์ของเขา ถึงตายก็ขอตายอย่างลูกผู้ชาย กลิ่นอายนักฆ่าที่ไม่หวาดหวั่นแม้ภารกิจจะยากขนาดไหนหรือมันจะเสี่ยงตายถึงเพียงใดเริ่มแผ่ออกมา
ลี่ไท่ อดที่จะตะลึงและชักงักเมื่อสัมผัสกลิ่นอาย ราวกับราชันย์นี้ไม่ได้
ตอนนี้สายตาของเขาเริ่มฉายแววเย็นชาออกมาอย่างมาก
"หากเด็กผู้นี้ไม่ตกตายวันนี้ มันย่อมเป็นภัยในชีวิตของข้าอย่างใหญ่หลวง!"
ปัง!!
ลี่ไท่ซัดฝ่ามือออกมาราวกับเงากระพริบพุ่งไปยังหลิงเทียน
ฟึ่บบ!
กระบี่อ่อนดาราม่วงถูกวาดออกไปหมายสกัดกั้นฝ่ามือของลี่ไท่
กิ๊งงงง!
ฝ่ามือของลี่ไท่ซัดกระบี่ของหลิงเทียนหลุดกระเด็นออกไปพ้นทาง ฝ่ามือของมันไม่ได้ช้าลงซักนิด มันยังคงพุ่งมาหมายซัดกลางอกของหลิงเทียนให้ตกตาย
บนหัวของลี่ไท่นั้นปรากฏเงาร่างช้างแมมมอธโบราณออกมาถึง 110 ตัว พลังทำลายของฝ่ามือนี้นับว่ามหาศาลเกินกว่าที่หลิงเทียนจะสามารถต้านทานได้ มันเป็นการจู่โจมของผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 8!
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายมุมปากของหลิงเทียนทำได้เพียงเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา
"ข้าต้องตายอีกแล้วหรอ?"
ฉัวะ! อ๊าคคคคคค!!
แต่เสี้ยวพริบตาต่อมาเสียงกระบี่เชือดเฉือนเนื้อหั่นกระดูก พร้อมเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดของลี่ไท่พลันดังขึ้นปลุกหลิงเทียนออกจากฝัน
ตอมาเขาสัมผัสได้ว่ามีมือหนึ่งวางไว้บนไหล่ของเขา และดึงเขาออกไปให้พ้นทางด้วยความเร็ว
ตาของเขายังจับจ้องไปยังลี่ไท่
ส่วนมือของลี่ไท่นั้นพลันพุ่งผ่านจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ออกไปอย่างน่าหวาดกลัว ถึงมันจะถูกตัดลงแต่ทว่ายังคงหลงเหลือสภาวะจู่โจมอยู่ ซึ่งไม่ใช่อะไรที่หลิงเทียนสามารถรับมือได้ แต่ด้วยความที่เขาถูกดึงออกมาจึงทำให้สามารถรอดพ้นไปได้อย่างเฉียดฉิว
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองคนที่ช่วยเขาอีกครั้ง
ชายสวมชุดสีดำสนิทยืนอยู่ติดกับเขาสวมใส่หน้ากากปีศาจ ในมือถือดาบเล่มหนึ่งเอาไว้ …
"อาวุธวิญญาณระดับ 8!"
เมื่อมองสำรวจดาบ หลิงเทียนก็พบว่า ดาบวงพระจันทร์เล่มนี้กลับเป็นอาวุธวิญญาณระดับ 8!
"หืม?"
ทันใดนั้นหลิงเทียนก็เห็นชายตรงหน้าแย้มยิ้มออกมา และแววตานั้นมัน…
เป็นเขานั่นเอง!
หัวใจของหลิงเทียนพลันเต้นรัวขึ้นเล็กน้อย
"ทะ…ท่าน มาจาก เงายมทูตรึ?"
ฝั่งลี่ไท่ที่ตอนนี้สามารถห้ามเลือดได้สำเร็จ หันไปมองชายที่สวมชุดสีดำสนิทก่อนที่จะ กล่าวถามออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว
คนในชุดดำไม่ได้สนใจลี่ไทแม้แต่น้อย
แต่กลับหันมามองหลิงเทียนพร้อมกล่าวถามออกมาว่า "ตกลง ตอนนี้เจ้าต้องการจ้างวานฆ่าลี่ไท่รึไม่? ถ้าไม่ ข้าจะได้กลับเสียที"
ต้วนหลิงเทียนเบิกตากว้าง พร้อมจับจ้องไปยังชายชุดดำ "แน่นอน!! ตอนนี้ข้าต้องการจ้างงาน! …ท่านปกปิดตัวตนและเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลาใช่หรือไม่? "
ชายชุดดำหัวเราะก่อนที่จะเดินออกไป
เหนือศีรษะของเขาปรากฏเงาร่างช้างแมมมอธโบราณถึง 120 ตัว มันปกคลุมเหนือศีรษะราวกับเมฆบดบังท้องฟ้า ความน่าเกรงของของมันมากมายนัก
"ระ … ระดับกำเนิดแก่นแท้ ขั้นที่ 9!"
ใบหน้าของลี่ไท่พลันแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว
“1…1,000,000 เหรียญ 1,000,000 เหรียญเงิน ข้าจะจ่าย 1,000,000 เหรียญเงิน เพื่อแลกกับชีวิตของต้วนหลิงเทียน!” ลี่ไท่รีบตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก
ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องที่เขาเสียแขนไปแล้วหนึ่งข้างเลย ศัตรูเป็นถึงระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9 ถึงแม้เขาจะมีร่างกายสมบูรณ์พร้อม แต่เขาก็หาใช่คู่ต่อสู้ของชายสวมชุดคลุมสีดำคนนี้ไม่
"เกรงว่าชีวิตของเขา…จะมีราคามากกว่า 1,000,000 เหรียญเงิน!"
คนสวมชุดดำกล่าวตอบลี่ไท่
ใบหน้าของลี่ไท่พลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือดก่อนที่จะหันหลังแล้วรีบพุ่งตัวจากไปทันที
หนี!
มันไม่กล้าลังเลอะไรทั้งนั้น รีบพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูหลุดออกจากคันศร ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาทันที ตอนนี้มันใช้ออกด้วยวิชาท่าร่างอย่างสุดกำลัง
แต่ทว่าความเร็วของชายชุดคลุมนั้นกลับเหนือล้ำกว่ามันอย่างมาก เพียงแค่กระพริบตาเท่านั้นร่างของเขาก็เลือนหายไปราวกับภูตผี
อ๊อคค!
ประกายดาบเรืองวูบขึ้น ราวกับเส้นแสงลากผ่านท้องฟ้า
ร่างกายของลี่ไท่พลันโซซัดโซเซล้มกลิ้งลงไปบนพื้นอย่างน่าสังเวช มือของมันยังพยายามกุมเอาไว้ที่ลำคอ แต่น่าเสียดายที่โลหิตยังคงพุ่งออกมาอย่างยากที่จะหยุดยั้ง
ผู้อาวุโสหลักของตระกูลลี่กลับจบชีวิตลงในลักษณะนี้
ตอนนี้ชายชุดดำพลันถอดหน้ากากออกมา
มันคือ ผู้ดูแลร้านโอสถ!
เมื่อเห็นใบหน้าของชายชุดดำ หลิงเทียนไม่ได้ตกใจสักเท่าไร เพราะเขารู้ตัวตนของชายชุดดำตั้งแต่แรกเห็นแล้ว
แต่หลิงเทียนกลับตกใจระดับบ่มเพาะของเขา
ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นที่ 9
ระดับบ่มเพาะนี้ทัดเทียมกับ ลี่อู๋ ประมุขของตระกูลลี่
"ผู้ดูแล ข้าเองก็รู้จักท่านมานานแล้ว แต่จนวันนี้ข้ายังไม่ทราบชื่อท่านเลย"
ดวงตาของหลิงเทียนทอประกายออกมาในขณะที่มองผู้ดูแล
"ในตอนกลางวันข้าชื่อ ถังอาหนิว ส่วนยามค่ำคืนข้าชื่อถังจิ้ง ฉายา จันทราโลหิต "
ถังจิ้งหัวเราะออกมา
"ถังอาหนิว*?"
มุมปากของหลิงเทียนกระตุกเล็กน้อย
เป็นเรื่องยากที่จะนำชื่อที่ตลกขบขันเช่นนี้มาเทียบกับนักฆ่าที่แข็งแกร่งเมื่อสักครู่
ถังจิ้งพลันมองไปที่หลิงเทียนก่อนที่จะกล่าวถามออกมาว่า "อาคมจารึกที่เจ้าใช้ เมื่อครู่คือ จันทร์เสี้ยวโลหิตใช่หรือไม่?"
"ใช่"
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ
"เจ้าจารึกด้วยตัวเอง?" ถังจิ้งถามออกมาอีกครั้ง
"ก็ใช่"
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้ารับเช่นเคย
ถังจิ้งมองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตายากคาดเดา "ข้าอยากจะจับเจ้ากลับไปผ่าร่างกายดูเสียให้รู้แล้วรู้รอด อยากรู้นักเจ้าเก็บความงำความลับอันใดไว้อีกบ้าง… "
หลิงเทียนพลันยิ้มเจื่อนๆออกมา "อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย"
"ข้าอยากให้เจ้าจารึกอาคม จันทร์เสี้ยวโลหิตให้เสียหน่อย" ถังจิ้งกล่าวออกมา
"ได้อยู่แล้ว แต่ท่านต้องเตรียมวัตถุดิบมาเอง อีกทั้งข้าต้องได้ เหรียญเงิน 100,000 เหรียญ ต่อการจารึกอาคม 1 ชิ้น "
ดวงตาของหลิงเทียนพลันเรืองวูบออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์
"เจ้า… ทารุณนัก"
มุมปากของถังจิ้งกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า "ตกลง!"
ก่อนที่ถังจิ้งจะจากไป หลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมา "ท่านติดตามข้ามาตลอดช่วงเวลา 2-3 วันนี้เลยงั้นหรือ"
ถังจิ้งหรี่ตามองไปที่หลิงเทียน ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงค่อนแคะเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร คิดว่าข้ามีเวลาว่างมากงั้นหรือ? ร้านโอสถ ข้าก็ต้องดูแลอยู่ทุกวัน … ข้าสั่งให้คนคอยสะกดรอยตามลี่ไท่เอาไว้ เมื่อไหร่ที่มันออกจากตระกูลลี่ข้าค่อยให้เข้ามาตามข้า นี่เพราะข้าสงสัยอย่างมากว่าเจ้าจะเอาอะไรไปฆ่าลี่ไท่”
"แต่สุดท้ายเจ้าก็พลาดอย่างน่าอนาถ ฮ่าฮ่าฮ่า…"
หลังจากที่กล่าวจบถังจิ้งอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
หลิงเทียนได้แต่สบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
"เอาล่ะๆ ไม่ว่ายังไงข้าก็ถือว่าเป็นหนี้ท่านครั้งหนึ่ง เช่นนั้น ข้าจะจารึกอาคมโลหิตจันทร์เสี้ยวให้ท่านฟรี 10 ชิ้นแล้วกัน"
ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนที่ชอบติดค้างผู้อื่น
"ใจกว้างถึงเพียงนี้? ข้าเองก็หาได้ตระหนี่นัก เช่นนั้นค่าจ้างวานสังหารลี่ไท่เอาเป็นว่าเจ้าก็ลืมมันไปเสียแล้วกัน"
ถังจิ้งมองไปยังหลิงเทียนด้วยแววตาแปลกใจเล้กน้อย ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายร่างออกไป เพยีงกระพริบตา ร่างของเขาก็หายไปจากสายตาหลิงเทียนโดยสิ้นเชิง
"ดูเหมือนว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต ข้าคงไม่สามารถตระหนี่ได้งั้นสินะ … "
บทเรียนนี้หลิงเทียนจะจำเอาไว้ให้มั่น
แต่ทันใดนั้นเอง หูของหลิงเทียนก็กระดิกเล็กน้อย สีหน้าของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนไป
เขาสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ และอยู่อีกไม่ไกลแล้ว
เขาไม่มีเวลาจัดการกับศพของลี่ไท่ เขารีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อซ่อนตัวและหามุมเหมาะๆที่สามารถมองเห็นด้านล่างได้ทั่วถึงทันที
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คนเดินทางมาถึง
บนเสื้อผ้าของคนกลุ่มนี้มีลายปักแสดงฐานะเอาไว้
ตระกูลหวัง
‘พวกมันเป็นคนตระกูลหวังจากเมืองชิงลี่?’ ต้วนหลิงเทียนคิดในใจ
บริเวณโดยรอบของป่าหมอกมรณะมีเมือง 3 เมืองได้แก่ เมืองออโรร่า เมืองหมอกธารา และเมืองชิงลี่
ตัวตนที่แข็งแกร่งระดับวิญญาณแรกก่อตั้ง ซื่อเต๋า ที่เขาพบในใจกลางป่าหมอกมรณะ ก็มาจาก ตระกูลเหอ แห่งเมืองหมอกธารา
ชายหนุ่มคนหนึ่งสังเกตเห็นร่างของลี่ไท่จึงกล่าวออกมาว่า "เฮ่ ที่นี่มีศพอยู่ด้วย!"
“ฮึ่ม! ไอพวกไม่เจียมตัวเองแล้วยังกล้าเข้ามายังป่าหมอกมรณะ ก็สมควรตายแล้ว” ชายคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวออกมาอย่างดูแคลน
"ไม่ … เขาไม่ได้ถูกสังหารโดยสัตว์ร้าย ดูที่แขนของเขาสิ มันถูกตัดออกอย่างเรียบสนิท และที่ลำคอของเขาก็เป็นรอยดาบชัดๆ " หนึ่งในหญิงสาวที่มีความละเอียดกล่าวขึ้น
"ใช่แล้ว เอ๋ ที่เสื้อของเขามีลายปักเอาไว้ด้วย "
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาเช็ดทำความสะอาดตรงรอยปักบนร่างของลี่ไท่
ทันใดนั้นพวกมันพลันกล่าวออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน "ตระกูลลี่!"
การที่คนเหล่านี้ค้นพบว่าศพนี้เป็นลี่ไท่ หลิงเทียนไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่นิด
เพราะคงไม่มีใครคิดว่าเขาจะเป็นคนฆ่าลี่ไท่
"ฮึ่ม! กลับกลายเป็นคนของตระกูลลี่ซะได้ เช่นนั้นก็จัดการให้เรียบร้อย "
ชายหนุ่มที่สวมชุดสีฟ้าดูเหมือนจะไม่ลงรอยกับตระกูลลี่กล่าวออกมา
“ใช่คนตระกูลลี่นี้อุบาทว์นัก น้องหวังเฉิน เข้าป่าหมอกมรณะมาล่างูเหลือมทมิฬด้วยความยากลำบาก แต่ทว่ากลับมีคู่หนุ่มสาวจากตระกูลลี่ออกมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในจังหวะสุดท้ายเสียได้ ไม่เพียงแต่ฉกฉวยผลประโยชน์เท่านั้น พวกมันยังคิดฆ่าคนปิดปาก…พวกมันฆ่าสหายที่ร่วมเดินทางไปกับหวังเฉินจนหมดสิ้น”
“โชคดีที่หวังเฉินนั้นเกิดมามีหัวใจที่อยู่กลับข้างมิเช่นนั้นเกรงว่ามันคงเป็นวิญญาณอาฆาตอีกตัวที่ติดอยู่ในป่าหมอกมรณะ "
"ถึงแต่จะอย่างไรหวังเฉินมันก็ถูกกระบี่แทงทะลุอวัยวะสำคัญ มันจึงนอนเป็นผักพักฟื้นอยู่เช่นนี้อย่างไรเล่า … "
"เฮอะ หากมิใช่ร่างกายหวังเฉินอาการหนักถึงเพียงนี้ รับรองท่านประมุขต้องนำร่างหวังเฉินมาเอาเรื่องที่ตระกูลลี่อย่างแน่นอน ท่านคงบุกไปยังตระกูลลี่ และให้หวังเฉินชี้ตัวอุบาทว์หมาลอบกัดทั้งสองนั้นเป็นแน่"
"นี่ข้ากะว่า หวังเฉินฟื้นตัวเมื่อไหร่ ข้าจะไปตระกูลลี่ด้วย ข้าล่ะอยากเห็นหน้าตัวอุบาทว์นั่นนัก "
……
กลุ่มคนตระกูลหวังแห่งเมืองชิงลี่กล่าวสนทนากันอย่างออกรส
พวกมันกล่าวสนทนากันอย่างสนุกสนาน แต่หลิงเทียนที่เงี่ยหูฟังอยู่ถึงกับหน้าเสียลงไปอยู่บ้าง
งูเหลือมทมิฬ?
ฉกฉวยผลประโยชน์พวกมัน?
คนกลุ่มนั้น ใช่กล่าวถึงเขาและเค่อเอ๋อหรือไม่?
"ไม่คิดเลยว่าข้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ ดันเจอคนที่มีหัวใจกลับข้างเช่นนี้ ถุ้ย! บัดซบเถอะ! "
หลิงเทียนอยากจะกระอักเลือดออกมาจริงๆ
จากที่เขารู้มา โอกาสที่จะเจอคนที่เกิดมาแล้วมีหัวใจอยู่อีกฝั่งหนึ่งของอกนั้นมีเพียง 1 ใน 10,000
ในชีวิตที่แล้วถึงแม้เขาจะเป็นนักฆ่าที่สังหารคนไปมากมาย แต่เขาไม่เคยเจอใครที่มีหัวใจกลับข้างเลยสักครั้ง
แต่ในชีวิตนี้เขาฆ่าคนไปเพียงไม่กี่คน แต่ดันแจ็คพ็อตแตกมาเจอคนเช่นนี้ซะแล้ว
โชคร้ายกว่านี้ยังมีอีกหรือไม่!
"แล้วพวกเราจะทำอย่างไร กับชายชราตระกูลลี่คนนี้?"
"ข้าคิดว่าพวกเราควรนำศพเขาไปส่งที่ตระกูลลี่ … เช่นนี้ตระกูลลี่จะได้ติดหนี้บุญคุณเรา ยามท่านประมุขนำหวังเฉินมาชี้ตัวคนร้ายพวกมันจะได้ยินดีมอบตัวฆาตกรให้พวกเรา"
"เจ้าฉลาดนัก"
……
เมื่อเห็นคนจากตระกูลหวังเริ่มเก็บศพลี่ไท่ หลิงเทียนรีบพุ่งตัวไปบนยอดไม้ เร่งรีบออกจากป่าหมอกมรณะทันที
หลังจากที่กลับมาถึงเมืองออโรร่าหลิงเทียนยังไม่ได้กลับที่พักตระกูลลี่เป็นอันดับแรก
เขากลับไปที่ร้านโอสถเพื่อหาถังจิ้งก่อน
"เหตุใดเจ้าดูกังวลนัก เกิดอันใดขึ้นเช่นนั้นหรือ?"
ถังจิ้งประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหลิงเทียนเร่งรีบเช่นนี้
"ข้าต้องการจ้างงาน"
ต้วนหลิงเทียนเข้าประเด็นทันที
"เป้าหมาย?" ถังจิ้งถาม
"หวังเฉิน … เป็นคนของตระกูลหวัง แห่งเมืองชิงลี่" หลิงเทียนค่อยๆกล่าวออกมา
เขาคงไม่คลายกังวล ตราบใดที่หวังเฉินยังมีชีวิตอยู่เป็นหนามยอกอกเขาเช่นนี้
มันต้องตาย!
"เมือง ลี่ชิง?"
ถังจิ้งขุ่นเคืองเล็กน้อย "ที่เมืองถังจิ้งก็มีสาขาขององค์กรเราดูแล … แต่ข้าหาได้มีสัมพันธ์อันดีกับหัวหน้าของที่นั่นไม่ เช่นนี้ข้าจึงไม่สามารถจัดการงานในเขตของทางนั้นได้ แต่เจ้าสามารถไปว่างจ้างเงายมทูตสาขาเมืองชิงลี่ได้ด้วยตัวของเจ้าเองโดยตรง "