หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 81 พลังจิต จากจิตวิญญาณ

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 81 พลังจิต จากจิตวิญญาณ
Prev
Next

"ต้วนหลิงเทียนผู้นี้เสียสติไปแล้วอย่างแท้จริง! ข้านั้นต่อให้หาญกล้าแค่ไหนก็มิอาจเชื้อเชิญหัวหน้าสมาคมซื่อมาร่วมรับประทานอาหาร แต่เด็กนั่นกลับกล่าวราวกับกลัวหัวหน้าสมาคมซื่อจักมากินอาหารบ้านมันฟรีๆ"

ลี่เฉียงนั้นเมื่อได้ฟังวาจาของหลิงเทียนมันถึงกับตกตะลึงอย่างถึงที่สุด

อีกทั้งว่ามันยังกังวลว่าหลิงเทียนกำลังสร้างปัญหาที่มิอาจแก้ไขได้ให้ตัวเอง …

แต่ทันใดนั้นเอง

"เจ้าหนูอย่าได้กังวล ข้ากินมาแล้ว เจ้ากินของเจ้าไปเถอะข้าจะนั่งรอ "

วาจาเรียบๆราวกับไม่คิดอันใดของซื่อโหมวทำให้ลี่เฉียงถึงกับอ้าปากค้าง

นี่…

นี่เป็นไปได้อย่างไร!?

ทันใดนั้นคำถามมากมายก็ผุดขึ้นมาในใจของเขา

ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่แค่สาวกของตระกูลลี่สาขาผู้หนึ่งหรอกเหรอ?

แล้วเหตุใดหัวหน้าสมาคมผู้หลอมโอสถ อีกทั้งยังเป็นถึงผู้หลอมโอสถระดับ 8 ถึงคุยกับมันอย่างสุภาพเช่นนั้น?

เขาไม่สามารถหาเหตุผลได้จริงๆ

แต่ตอนนี้เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ตอแยหรือสร้างปัญหาให้หลิงเทียนเป็นอันขาด

หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกินข้าวเสร็จเขาก็เริ่มคุยและให้คำแนะนำกับซื่อโหมว

เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย และตั้งแต่เริ่มสนทนาใบหน้าของซื่อโหมวนั้นมีแต่ความตกตะลึงไม่หยุดหย่อน

เพราะเขาสามารถสังเกตได้ว่าเด็กน้อยตรงหน้านั้นรู้อะไรมากกว่าเขามากมายนัก อีกทั้งความเข้าใจและขอบเขตของเด็กน้อยผู้นี้ยังเหนือล้ำไปกว่าเขาแบบเทียบไม่ติด มันสามารถเข้าใจทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หลอมโอสถระดับ 7 อย่างที่ตัวเขาเองไม่มีวันรับรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

นี่ถ้าหากไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเป็นแค่เด็กน้อยซื่อโหมวคิดจะกราบมันเป็นอาจารย์เสียตอนนี้เลย

ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ไม่นานแต่ซื่อโหมวก็ได้รับประโยชน์มากถึงมากที่สุด

เขาเชื่อมั่นว่าหากทำตามคำแนะนำของต้วนหลิงเทียนนี้อย่างเคร่งครัด คงใช้เวลาอย่างมากเพียง 2-3 วันเท่านั้นแล้วเขาต้องสามารถตัดผ่านไปยังระดับผู้หลอมโอสถระดับ 7 ได้อย่างแน่นอน เป็นการตัดผ่านที่ไม่น่าจะมีข้อผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นต่อให้โง่งมถึงเพียงไหนก็ตาม…

ก่อนที่จะจากไปซื่อโหมวอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามต้วนหลิงเทียนขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจัง "เจ้าหนูอาจารย์ของเจ้านั้นอยู่ระดับใดหรือ?"

ในความเข้าใจของเขาสาเหตุที่ต้วนหลิงเทียนมีความรู้ความสามารถที่มากมายถึงเพียงนี้เป็นเพราะอาจารย์ของมัน

นอกจากนี้อาจารย์ของมันน่าจะสูงส่งกว่าผู้หลอมโอสถระดับ 7 อย่างเทียบไม่ติด …

อีกทั้งผู้หลอมโอสถระดับ 6 หรือ ระดับ 5 ไม่สิแม้แต่ผู้หลอมโอสถระดับ 4 ก็เถอะ คงไม่มีทางสอนสั่ง และให้ความรู้จนศิษย์แตกฉานได้ถึงเพียงนี้

ยิ่งคาดเดามากเท่าไร ภายในใจของเขายิ่งบ้าคลั่ง

แต่เขาต้องการรับรู้จริงๆ

“เอ..แม้แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าอาจารย์ของข้านั้นอยู่ในระดับใด แต่ข้าบังเอิญโชคดีที่ได้เห็นท่านหลอมสร้างโอสถ ในตอนนั้นหากข้าจำไม่ผิดเปลวเพลิงหลอมโอสถที่ท่านอาจารย์จุดขึ้นมานั้นน่าจะเป็นสีม่วง … อ่อ! จริงสิ รอบๆเปลวเพลิงสีม่วงของท่านอาจารย์นั้นมีประกายแสงสีเงินล้อมรอบไว้ด้วยอีกทีราวกับเป็นขอบเปลวเพลิง" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง ทีท่าของเขานั้นราวกับเป็นเรื่องจริงอย่างถึงที่สุด

"เปลวเพลิงหลอมโอสถสีม่วง?"

ใบหน้าของซื่อโหมวพลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือด

เขาเคยอ่านในบันทึกโบราณที่บันทึกต่อๆกันมาของผู้หลอมโอสถในเมืองใหญ่ มันเป็นบันทึกของผู้หลอมโอสถที่บันทึกต่อกันมาเป็นรุ่นๆ

เปลวเพลิงหลอมโอสถของผู้หลอมโอสถระดับ 3 นั้นจะมีเปลวเพลิงหลอมโอสถเป็นสีม่วง และมีขอบเป็นสีทองแดง …

มันถูกเรียกกว่าเปลวเพลิงหลอมโอสถ ม่วงประกายทองแดง!

และเปลวเพลิงหลอมโอสถที่มีเพลิงหลอมโอสถเป็นสีม่วงล้อมรอบด้วยขอบสีเงินจะถูกเรียกว่า เปลวเพลิงหลอมโอสถ ม่วงประกายเงิน

และมันเป็นเปลวเพลิงหลอมโอสถของผู้หลอมโอสถระดับ 2!

เปลวเพลิงหลอมโอสถระดับ 2!

ทันใดนั้นซื่อโหมวรู้สึกราวกับท้องฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า!

ผู้หลอมโอสถระดับ 2 …

"เจ้าหนู! เจ้าแน่ใจหรือว่าอาจารย์ของเจ้านั้นมีเปลวเพลิงหลอมโอสถสีม่วง? ทั้งๆรอบๆยังเป็นขอบสีเงิน?"

หน้าอกของซื่อโหมวนั้นกระเพื่อมขึ้นลงราวกับที่สูบลมยังไงยังงั้น

แม้แต่ตอนที่เขายังเด็กแล้วได้จุดเปลวเพลิงหลอมโอสถขึ้นมาจนกลายเป็นผู้หลอมโอสถได้เขายังไม่ตื่นเต้นเท่านี้

"แน่นอนสิข้ามั่นใจ อ่อจริงสิ… อาจารย์บอกกับข้าว่าท่านมาจากดินแดนลับแลและที่เขามาที่เมืองของข้าก็เพื่อพักผ่อนเท่านั้น บังเอิญตอนนั้นท่านได้เห็นถึงพรสวรรค์ของข้า ซ้ำยังกล่าวอีกว่ายอดเยี่ยมนัก หลังจากนั้นท่านจึงตัดสินใจรับข้าเป็นศิษย์"

หลิงเทียนทำท่าครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวออกมา

"ดินแดนลับแล?"

ท่าทางของซื่อโหมวพลันตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง

เป็นอย่างที่เขาคาดเอาไว้ไม่มีผิด…

เขาเองก็คาดเดาไว้ก่อนแล้ว และเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ของหลิงเทียนเขาก็ยืนยันได้แล้วว่าข้อสันนิษฐานของเขาถูกต้อง

เขามั่นใจว่าคำว่า 'ดินแดนลับแล' นี้ ไม่ต้องพูดถึงต้วนหลิงเทียนเลย ให้อาวุโสของทั้งสามตระกูลใหญ่ในเมืองออโรร่าแห่งนี้ ก็ไม่มีทางรู้จัก

และเหตุผลเดียวที่เขารู้ได้ก็เพราะว่าเขาอ่านเจอในบันทึกโบราณของสมาคมผู้หลอมโอสถ

สามารถกล่าวได้ว่าสาจาครั้งนี้ของหลิงเทียนนั้นหาได้โกหกไม่

ตอนนี้เขารู้สึกตื่นตะลึงพรึงเพริด

ชายหนุ่มชุดสีม่วงที่ยืนอยู่หน้าเขาตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นตัวตนระดับสูงล้ำที่เขาไม่สามารถเปรียบเทียบได้ซะแล้ว…

ลูกศิษย์ของผู้หลอมโอสถระดับ 2!

ตอนนี้เขามั่นใจอย่างถึงที่สุด

หากเรื่องนี้มีการแพร่กระจายออกไปเกรงว่าแม้แต่ราชาของอาณาจักรเมฆาล่องคงต้องเชื้อเชิญหลิงเทียนผู้นี้ไปเป็นแขกกิตติมาศักดิ์อย่างแน่นอน

ลูกศิษย์ของผู้หลอมโอสถระดับ 2 แน่นอนว่าอนาคตของมันนั้นต้องไม่ธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง

ซื่อโหมวพยายามระงับความตื่นตระหนกก่อนที่จะกล่าวถามออกมาอย่างช้าๆ "เจ้าหนู แล้วอาจารย์?ของเจ้าไปไหนเสียแล้วล่ะ ข้าจะมีโอกาสได้เจอเขาบ้างหรือไม่ "

"ยามนี้อาจารย์ข้าคงจากไปไกลแล้ว เขานั้นให้ข้าพยายามสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวเองและยืนหยัดด้วยลำแข้งตนเองให้ได้ ตัวเขานั้นจะพยายามมาเยี่ยมข้าบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อดูความก้าวหน้าเท่านั้น …จริงสิ หากท่านอยากพบอาจารย์ข้าเช่นนั้นเมื่ออาจารย์ข้ากลับมาข้าจะพาท่านไปพบก็แล้วกัน "

ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"อ่า ขอบคุณสหายตัวน้อยยิ่ง"

ใบหน้าของซือโหมวตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แม้แต่คำเรียกหาหลิงเทียนยังเปลี่ยนไป

ต้วนหลิงเทียนกล่าวต่อไปอีกว่า "แค่เรื่องเล็กน้อย อาจารย์นั้นตามใจข้าอย่างถึงที่สุด ท่านบอกว่าในชีวิตนี้ของท่านตั้งแต่รับศิษย์มาพรสวรรค์ของข้านับว่าเหนือล้ำผู้อื่นมากนัก… อาจารย์ยังกล่าวอีกว่าศิษย์พี่อาวุโสต่างๆของข้าที่อยู่ใน 'ดินแดนลับแล' พวกเขายังเทียบไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วข้า เฮ้! นี่เชื่อรึไม่ ตอนนั้นข้าเองถึงกับเขินอายจนหน้าแดงเชียวนา… "

ยิงมาท่าทางของซื่อโหมวยิ่งตะลึงค้าง แต่เขาก็พอเข้าใจและยอมรับได้

หาได้ตลกไม่

ในแง่พรสวรรค์ตามธรรมชาติแล้ว สามารถกลายเป็นผู้หลอมโอสถ ตั้งแต่อายุ 16 นี้ แม้แต่ใน ดินแดนลับแล เองก็มิได้พบได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตามซื่อโหมนั้นไม่ได้สังเกตเลยว่ามุมปากของต้วนหลิงเทียนนั้นยกขึ้นมาอย่างผิดปกติอย่างยิ่ง

ดูไปดูมาเหมือนคนกลั้นหัวเราะอย่างสุดกำลังอย่างไรอย่างนั้น…

"สหา..แฮ่ม.. น้องชายข้าสงสัยว่าเจ้ามีความคิดที่จะเข้าร่วมกับสมาคมผู้หลอมโอสถของพวกเราบ้างหรือไม่ ข้ารับประกันได้ว่าเมื่อเจ้าเข้าร่วมแล้วเจ้าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด … ในอนาคตแม้แต่พระราชาของอาณาจักรเมฆาล่องก็ไม่กล้าหายใจแรงๆต่อหน้าของเจ้า "ซื่อโหมวกล่าวออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเชิญชวน

"ฟังไปก็ดูไม่เลวนะ"

ต้วนหลิงเทียนทำท่าทางครุ่นคิดเล็กน้อย

ดวงตาของซื้อโหมวเบิกกว้างขึ้นมา

ดูเหมือนว่าอาจจะเป็นไปได้!

"แต่อาจารย์ของข้ากล่าวไว้ว่าห้ามให้ข้าไปเอ่ยถึงตัวตนของท่านหากไม่จำเป็น อีกทั้งห้ามให้ข้าอาศัยตัวตนของท่านเพื่อรับความสะดวกสบายใดๆทั้งสิ้น… ท่านต้องการให้ข้านั้นเดินด้วยตัวเอง หักถางหนทางแห่งความสำเร็จด้วยตัวข้าเอง และกลายเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจด้วยการกระทำของข้าเอง "

ต้วนหลิงเทียนถอนหายใจ

"ข้าคงต้องกล่าวกับท่านอย่างตรงไปตรงมา คำกล่าวเชิญชวนของท่านเมื่อครู่นับว่าขัดคำสั่งของอาจารย์ข้าอย่างแรง … เฮ่อ จะดีกว่านะหากท่านไม่เอ่ยถึงเรื่องตัวตนของข้าออกไป เกิดอาจารย์ข้าถามขึ้นมา ข้าเองก็ไม่อาจโกหกท่านได้เสียด้วย จะอย่างไรข้าก็ต้องบอกท่านอาจารย์ว่าท่านเป็นผู้กระจายข่าวเรื่องนี้ไป "

เมื่อกล่าวจบดวงตาของหลิงเทียนก็เรืองวูบออกมา มันแฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้ไม่น้อย

ฟืด!

ใบหน้าของซื่อโหมวกลับกลายเป็นสีเขียวทันที…

"นะ..น้องชาย… เอาล่ะๆ อย่าได้ทำเช่นนั้น … เอาเป็นว่าข้ามิเคยถามอันใดเจ้าดีหรือไม่ ตั้งแต่อาจารย์ของเจ้าสั่งเช่นนั้นข้าคิดว่าเหมาะสมแล้วเหมาะสมยิ่งนัก มิมีอันใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว ยะ..อย่าได้ทำให้ข้าเกิดปัญหาเลย…"

ซื่อโหมวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เพราะซื่อโหมวรู้ดีว่า อัตลักษณ์ของผู้หลอมโอสถระดับ 2 คืออะไร

นอกจากจะมีระดับผู้หลอมโอสถที่น่าพรั่นพรึงแล้ว เขายังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลังและมีระดับพรสวรรค์สูงล้ำในหนทางเต๋าแห่งการต่อสู้อีกด้วย

ตัวตนนี้นับว่าทรงพลังและมีอำนาจมหาศาลนัก!

ตอนนี้เขาเองยังอดกลัวไม่ได้เลย

เพราะก่อนหน้านี้เขาเองยังบังเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาเล็กน้อย …

ว่าหลังจากต้วนหลิงเทียนช่วยให้เขากลายเป็นผู้หลอมโอสถระดับ 7 แล้ว เขาจะหาทางนำแต้มภารกิจของเขาที่อยู่กับต้วนหลิงเทียนกลับคืนมา…

แต่ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีอย่างมากที่เหตุผลและมโนธรรมของเขานั้นเอาชนะความคิดชั่วร้ายดังกล่าวได้

เพราะหากเกิดอะไรขึ้นหรือทำให้หลิงเทียนไม่พอใจแล้ว เกรงว่าตัวตนที่ทรงพลังอำนาจเหนือผู้ใดในอาณาจักรเมฆาล่องแห่งนี้จะบันดาลโทสะบันดาลเรื่องโหดร้ายที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้กับเขา

ในเวลานั้นแม้แต่เขาเองก็เดาไม่ได้ว่า เข้าจะมีจุดจบที่ทรมานถึงเพียงใด

"เอาล่ะน้องชายอย่างกังวลข้าสัญญาด้วยจิตวิญญาณของข้าเลยว่า เรื่องราววันนี้ข้าจะมิบอกกล่าวแก่ผู้ใดเด็ดขาด นอกจากนี้หากเจ้าต้องการสิ่งใดโปรดแจ้งให้ข้าทราบ ตราบใดที่มันอยู่ในขอบเขตอำนาจที่ข้าสามารถกระทำได้ ข้าจะจัดการให้เจ้าอย่างเต็มที่"

ซื่อโหมวนั่นสาบานออกมาอย่างจริงจังและกล่าวมันออกมาด้วยใจจริง

"เฮ่ ท่านก็อย่าได้เกรงใจนักเลย … เอาล่ะแต่ในเมื่อท่านตั้งอกตั้งใจถึงขนาดนี้ข้างเองก็มีเรื่องจะขอให้ท่านช่วยเหลือสักหน่อย พอดีข้าต้องการวัตถุดิบบางอย่าง แต่ว่ามันไม่สามารถหาได้จากเมืองออโรร่าแห่งนี้ ข้าอยากรู้ว่าท่านพอจะช่วยเหลือข้าได้บ้างหรือไม่ "

ต้วนหลิงเทียนเขียนรายการวัตถุดิบทั้งหมด ก่อนที่จะมอบให้แก่ซื่อโหมว

ซื่อโหมวก้มลงไปอ่าน

วัตถุดิบมีทั้งหมด 5 ชิ้น 2 ชิ้นนั้นเขารู้จักและคุ้นเคยดีแต่มันนั้นค่อนข้างหายากและมีมูลค่าสูง ส่วน 3 ชิ้นที่เหลือนั้นเขาไม่รู้จักมันแม้แต่น้อย

"เอาล่ะข้าจะพยายามรวมรวบวัตถุดิบนี้ให้เร็วที่สุด และข้าจะรีบส่งไปให้เจ้าทันที ที่ข้ารวบรวมมันได้ครบ"

ซื่อโหมวหันไปพยักหน้ากับหลิงเทียนอย่างจริงจัง

"เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านล่วงหน้าแล้ว"

ต้วนหลิงเทียนยิ้มเบาๆ ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างกตัญญู

หลังจากซื่อโหมวจากไป ต้วนหลิงเทียนก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จนแทบจะถึงรูหู

ทุกอย่างที่เขากล่าวออกมาก่อนหน้านี้เป็นเรื่องราวที่เขาเตรียมไว้เพื่อป้องกันตัวเอง …

"ดินแดนลับแล" และเปลวเพลิงหลอมโอสถระดับ 2 ทั้งหมดนี้เขาได้มากจากความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดทั้งนั้น

ใช้มันเพื่อข่มขู่ผู้คนนี่นับว่าไม่มีอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย

นี่เป็นสถานที่และเรื่องราวที่ต่อให้เป็นผู้ที่อาวุโสที่สุดของตระกูลลี่แห่งเมืองออโรร่านั้นไม่มีทางรู้แน่นอน แล้วจะเอาอะไรกับตระกูลลี่สาขาอื่นๆ นอกเหนือจากเมืองออโรร่า

ซื่อโหมวที่รู้เรื่องนี้เพราะมันเป็นคนของสมาคมผู้หลอมโอสถ

เพราะสาขาหลักของสมาคมผู้หลอมโอสถนั้นตั้งอยู่ใน 'ดินแดนลับแล'

"ข้าหวังว่าจะสามารถรวบรวมวัตถุดิบหายากนั่นทั้ง 5 ชิ้นให้ได้เร็วที่สุด เพราะเพียงแค่ข้าสามารถจารึกอาคมจันทร์เสี้ยวโลหิตได้ล่ะก็ ถึงแม้จะไม่แข็งแกร่งเท่ากับอาคมโลหิตปะทุที่ติดกับอาวุธวิญญาณของผู้อาวุโสจากเมืองหมอกธาราผู้นั้น แต่ก็นับว่าใกล้เคียงกันไม่น้อย"

ดวงตาของหลิงเทียนเรืองวูบไปด้วยแสงเยียบเย็น

ศาสตร์แห่งการจารึกอาคมนั้นลึกล้ำสุดหยั่งถึง

ผู้จารึกอาคมนั้นแตกต่างจากผู้หลอมโอสถและผู้หลอมศาสตราอยู่บ้าง

สองอย่างหลังนั้นจำเป็นต้องบ่มเพาะให้ถึงระดับหนึ่งและพัฒนาพลังงานต้นกำเนิดไปตามระดับขั้น ถึงจะสามารถปรับเปลี่ยนยกระดับเปลวเพลิงหลอมโอสถ และเปลวเพลิงหลอมศาสตราได้

แต่ทว่าการจารึกอาคมนั้นอาศัยพลังจิต ที่มาจากจิตวิญญาณเท่านั้น

ตราบเท่าที่ผู้จารึกอาคมมีพลังจิตที่เข้มแข็งมากพอถึงข้อกำหนดและสามารถรวบรวมวัตถุดิบที่ต้องการได้แล้วล่ะก็ มันสามารถจารึกอาคมนั้นได้ในทันที …

เพราะพลังงานต้นกำเนิดในสายตาของผู้จารึกอาคมนั้น ไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่าเครื่องมือในการเปิดใช้งานอาคมจารึกแม้แต่น้อย

ส่วนพลังจิตนั้นเป็นพลังที่เกิดจาก ตัว จิตวิญญาณของแต่ละบุคคล

บางทีอาจเป็นเพราะการเดินทางมายังโลกนี้ หรือหลอมรวมจิตสำนึกเข้ากับจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดก็ไม่รู้

แต่มันทำให้ พลังจิตและ จิตวิญญาณของต้วนหลิงเทียนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก

เมื่ออาศัยความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ทำการเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของพลังจิตของตัวเอง ต้วนหลิงเทียนสามารถสรุปได้ว่า พลังจิตของเขานั้นมากมายไม่ต่างอะไรกับ ผู้ฝึกยุทธ์ ระดับกำเนิดแก่นแท้

น่าเสียดายที่ทวีปแห่งนี้นั้น มีเพียงตัวตนที่ทรงพลังอำนาจอย่าง ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ เท่านั้นที่สามารถใช้พลังจิตในการต่อสู้ได้

ไม่เช่นนั้นล่ะก็อาศัยระดับพลังจิตของต้วนหลิงเทียนยามนี้ สามารถสยบเหล่าผึกยุทธ์ทุกคนที่มีระดับต่ำกว่ากำเนิดแก่นแท้ได้อย่างง่ายดาย

และแน่นอนว่านี่ย่อมเป็นสาเหตุ ว่าทำไมหลิงเทียนถึงหงุดหงิดนักที่ไม่สามารถหาวัตถุดิบในเมืองแห่งนี้ได้ เพราะตราบใดที่เขามีวัตถุดิบล่ะก็เขาสามารถจารึกอาคมระดับกำเนิดแก่นแท้ได้ทันที

อย่างเช่นอาคมจารึก จันทร์เสี้ยวโลหิต

อาคมจารึกจันทร์เสี้ยวโลหิตนั้นเป็นอาคมจารึกที่รุนแรงที่สุดที่เขาสามารถจารึกได้ในตอนนี้

"มันจะแตกต่างจากเมื่อก่อนมากมายนัก เพราะยามนี้ข้าตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิด และสามารถพัฒนาพลังงานต้นกำเนิดได้แล้ว ตอนนี้ตราบใดที่พลังจิตของข้าแข็งแกร่งพอข้าสามารถจารึกอาคมใดๆก็ตามที่ข้าสามารถจารึกได้อย่างง่ายดาย"

เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขากระทำได้ มุมปากของหลิงเทียนก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 81 พลังจิต จากจิตวิญญาณ"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
ไปเก็บสเตตัสที่ต่างโลก Picking Up Attributes From Today
มีนาคม 12, 2022
Tales of Herding Gods
Tales of Herding Gods
มีนาคม 12, 2022
INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
Naruto-Time-Control
ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล)
ตุลาคม 23, 2024
Dragon Kings Son-In-Law
Dragon Kings Son-In-Law
มีนาคม 12, 2022
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz