หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 76 ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 76 ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ
Prev
Next

"ด้วยพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดของเจ้า ตราบเท่าที่หามีอันใดไม่คาดฝันเกิดขึ้น เจ้าย่อมสามารถผ่านการทดสอบค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะนั่นไม่ยาก"

หลินฉวนมองไปที่เซี่ยวหยูก่อนที่จะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"การเข้าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่ง่ายที่จะอยู่รอดต่อไปในที่แห่งนั้น … ในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา มีอัจฉริยะจากสามตระกูลใหญ่ของเมืองออโรร่าแห่งนี้ นับร้อยๆ คนที่สามารถ ผ่านการทดสอบคัดเลือกเข้าค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ แต่ทว่าหามีผู้ใดรอดชีวิตกลับมาหลังจากฝึกฝน แม้แต่คนเดียว "

ตาของเซี่ยวหยูเรืองวูบขึ้น

"เฮ่ๆ พวกเจ้าคุยกันถึงเรื่องค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะอะไรนั่นกันอยู่นานแล้ว ตกลงมันคือสถานที่อะไรกันแน่? "

ต้วนหลิงเทียนที่สงสัยอยู่นาน ถามออกมาด้วยความรำคาญ

"เจ้าไม่รู้เรื่องค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็ก?"

หลินฉีหันมามองหลิงเทียนราวกับตัวประหลาด

"อะไร แปลกมากหรือ?"

ต้วนหลิงเทียนสงสัยอย่างมาก

หลังจากนั้นหลินฉวนก็อธิบายเรื่องค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะให้หลิงเทียนฟัง ในที่สุดหลิงเทียนก็ได้รับรู้เสียทีว่ามันคืออะไร แล้วมีไว้เพื่ออะไร

กองกำลังโลหิตเหล็กเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามของอาณาจักรเมฆาล่อง กองกำลังโลหิตเหล็กนั้นประจำการณ์อยู่ที่ชายแดนของอาณาจักรเมฆาล่องเพื่อป้องกันภยันตรายและภัยคุกคาม ให้แก่อาณาจักรนี้

สมาชิกในกองกำลังโลหิตเหล็กนั้น กล่าวได้ว่า สามารถเอาชนะและสู้รบกับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับเท่าเทียมกันได้แบบ 1 ต่อ 10 โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ

และที่พักของกองกำลังโลหิตเหล็กนั้น ก็ แยกตัวเป็นอิสระ อยู่ได้ด้วยตัวเอง จนตั้งเป็นกองทัพๆ หนึ่งที่แข็งแกร่งและคอยปกปักรักษาดินแดนอย่างแข็งขัน อีกทั้งพวกมันยังจัดฝึกอบรมส่งเสริมผู้ที่มีใจรักชาติ อย่างเต็มที่ ภายใต้การส่งเสริมของราชวงศ์

ในเมืองหลวงของอาณาจักรนั้น มีสถานศึกษาที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังเรียกว่า สถานศึกษาบ่มเพาะขุนพล อยู่แห่งหนึ่ง

ตราบใดที่ผู้เข้าศึกษาสามารถเรียนจนจบสถานศึกษาบ่มเพาะขุนพลแห่งนี้ รับประกันได้เลยว่าจะอย่างไรต้องได้รับการแต่งตั้งติดยศอย่างเป็นทางการตามลำดับและคะแนนที่เหมาะสม ทั้งยังได้รับที่ดินและสุดท้ายก็ยศขุนนางอย่างแน่นอน

หากสามารถจบจากสถานศึกษาบ่มเพาะขุนพลแห่งนี้ได้ สามารถกล่าวได้เลยว่าตอนนั้นอำนาจที่มีนับว่าเหนือกว่า สามตระกูลใหญ่ในเมืองเล็กๆแห่งนี้อย่างมาก เพียงแค่สั่งคำเดียวสามารถลบล้างตระกูลใหญ่ในเมืองออโรร่าได้อย่างง่ายดาย

อาณาจักรเมฆาล่องแห่งนี้มีเมืองเล็กๆหลายเมืองที่มีสถานะเทียบเท่าเมืองออโรร่า

และตระกูลที่มีขนาดพอๆกันกับ 3 ตระกูลใหญ่ในเมืองนี้ก็มีนับไม่ถ้วน

เกณฑ์ในการเข้าสถานศึกษาบ่มเพาะขุนพล ในเมืองหลวงนั้นนับว่าสูงลิบลิ่ว

นอกจากเชื้อสายของราชวงศ์รวมถึงตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่สามารถส่งบุตรหลานเข้าสถานศึกษาได้โดยตรง บุคคลผู้อื่นนั้นต้องทำการสอบหรือผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดมาก มันเป็นการสอบวัดความรู้ กับการสอบวัดความสามารถที่สุดแสนจะโหดร้าย

และค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็ก ก็คือการคัดเลือกอันแสนโหดร้ายที่ว่า

ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกำลังโลหิตเหล็กนั้น จะฝึกฝนอบรมผู้ที่ผ่านการเข้าร่วมเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

เฉพาะผู้ที่สามารถผ่านการฝึกฝนอบรมจากค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ จะได้รับคุณสมบัติที่สามารถเข้าเรียนสถานศึกษาบ่มเพาะขุนพลได้ทันที

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมีนี้ มีเหล่าอัจฉริยะมากมา นับร้อยๆ คน ของ 3 ตระกูลใหญ่แห่งเมืองออโรร่านี้ ที่ผ่านบททดสอบจนได้เข้าร่วมการฝึกอบรมของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ

แต่ทว่าเหล่าอัจฉริยะเหล่านั้นล้วนตกตายในระหว่างการฝึกอบรมจนหมดสิ้น หามีผู้ใดรอดและผ่านการฝึกอบรมแม้แต่ผู้เดียว

นี่ทำให้ทราบถึงความโหดร้ายและความเข้มงวดของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะนี้ได้ทันที

หากจะกล่าวให้ชัดเจน นับว่ามีผู้ที่สามารถผ่านการฝึกฝนอบรมของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะนี้ได้ 1 ส่วนจาก 10 ส่วน

นั่นทำให้มีคำกล่าวมาจนถึงทุกวันนี้ 'ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ 9 ตาย 1 รอด

ผู้เยาว์อัจฉริยะที่ไร้ความกล้าหาญและความมั่นใจ แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้วพวกมันไม่กล้าแม้แต่จะไปเข้าร่วมการทดสอบ

เพราะว่าเมื่อท่านสอบผ่านแล้วมีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น

หนึ่ง ตาย!

สอง ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่!

"เมืองหลวง… สถานศึกษาบ่มเพาะขุนพล"

ต้วนหลิงเทียนเริ่มขบคิด

ตระกูลต้วนเองก็อยู่ที่เมืองหลวง และจากคำกล่าวของมารดามัน ตระกูลต้วนก็นับว่าเป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งของเมืองหลวง

ในที่สุดวันที่เขาจะไปเหยียบตระกูลต้วนก็มาถึง

เขามีเหตุผลเพียงข้อเดียวเท่านั้น

จบชีวิต ต้วนหลิงซิ่ง!

วันนั้นต้วนหลิงซิ่งมันกล้าทำร้าย เค่อเอ๋อและ ลี่ซวนจนเกือบตาย นี่นับเป็นเพลิงโทสะแห่งความแค้นที่สุมอยู่ในอกของหลิงเทียนมาเป็นเวลานาน

"บางทีนี่คงเป็นโอกาส"

หลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย

หลิงเทียนนั้นมีประสบการณ์เกี่ยวกับการฝึกกองกำลังแนวทหารอะไรนี่เป็นอย่างดี ทำให้ต้วนหลิงเทียนค่อนข้างจะคุ้นเคยและคาดเดารูปแบบของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะโลหิตเหล็กอะไรนี่ได้

เซี่ยวหยูมองไปยังหลิงเทียนก่อนที่จะกล่าวถามออกมาว่า "ต้วนหลิงเทียน แล้วเจ้าสนใจหรือไม่?"

"เจ้าและเมิ่งฉวนกล่าวว่า การทดสอบคัดเลือกของค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะนั้นจะมีขึ้นในอีก 6 เดือนใช่หรือไม่?" หลิงเทียนกล่าวถามออกมา

"ใช่ แต่หากเจ้าต้องการเข้าร่วมทดสอบ เจ้าต้องเดินทางก่อนล่วงหน้า หนึ่งเดือน… เพราะว่าระยะทางจากเมืองออโรร่าของเราไปยังเมืองโลหิตเหล็กนั้น แม้จะเร่งรีบเดินทางอย่างสุดกำลังนั้นก็ใช้เวลาเกือบเดือนแล้ว" เซี่ยวหยูค่อยๆกล่าวออกมา

"หากเจ้าต้องการไปด้วย เจ้าก็ร่วมทางไปกับข้าและเมิ่งฉวนได้" เซี่ยวหยูกล่าวต่อ

ต้วนหลิงเทียนเพียงพยักหน้ารับคำเบาๆ แต่ไม่ได้กล่าวว่าเขาจะไปหรือไม่ไป

"ไม่ต้องเร่งรีบ จะอย่างไรก็มีเวลาอีก 5 เดือน"

เซี่ยวหยูยิ้มพร้อมส่ายหน้า

ทั้งหมดมีความสุขและรื่นเริงไปกับงานเลี้ยง…เมื่อใกล้ได้เวลาเลิกรา

"จริงสิ หลิงเทียนวันนี้เจ้าถึงกับตัดนิ้วของลี่ชิงออกเช่นนั้นแม้ว่ามันจะสามารถเชื่อมต่อกลับได้ทันเวลา แต่อย่างน้อยนิ้วชี้มันคงหมดสภาพไปไม่ต่ำกว่าครึ่ง… ลี่ชิงผู้นี้นับว่าเป็นตัวโง่งมหาได้มีอันใดน่าหวาดกลัวไม่ แต่ปู่ของมันนั้นเป็นถึงอาวุโสหลักของตระกูลลี่ เจ้าต้องระวังตัวเอาไว้บ้าง "

ในขณะที่เซี่ยวหยูและเซี่ยวหลันเดินออกมาส่งคนทั้งหมด หน้าประตูของตระกูลเซี่ยว เซี่ยวหยูก็กล่าวกับหลิงเทียนด้วยความเป็นห่วงและเตือนมันอย่างจริงจัง

"ขอบคุณสำหรับคำเตือน"

ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ

เมื่อมองต้วนหลิงเทียนและลี่เฟยจากไปไกลจนลับตา เซี่ยวหยูก็หันมามองน้องสาวตัวเอง

ดวงตากลมโตงดงามใสกระจ่างของเซี่ยวหลันเจือความเสียดายเอาไว้เล็กน้อย

"หลันน้อย เจ้าสนใจเขาหรือ?"

เซี่ยวหยูกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ

"พี่ใหญ่ท่านพูดเรื่องอันใดกัน?"

แก้มของเซี่ยวหลันพลันมีสีแดงเจือระเรื่อ ก่อนที่นางจะหันหลังแล้วเดินหนีไป

เซี่ยวหยู หัวเราะออกมาเสียงดัง จะอย่างไรสาวน้อยวัยนี้ มักถึงวัยที่มีความรักเป็นธรรมดา

นอกจากนี้ต้วนหลิงเทียนเองยังโดดเด่นและเก่งกาจอย่างมาก ไม่แปลกที่น้องสาวของเขาจะหลงใหลในตัวมัน

ในระหว่างทางกลับเมืองออโรร่าหลินฉวนกล่าวแนะนำขึ้นมา "ต้วนหลิงเทียน หากเจ้าต้องการไปค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะโลหิตเหล็กข้าคิดว่าเจ้าควรไปหลังจากนี้ สัก 1-2 ปี … เจ้านั้นแตกต่างกับเซี่ยวหยูและเมิ่งฉวนนัก ยามนี้พวกมันอายุ 18 แล้ว โอกาสของพวกมันไม่มีอีกแล้วหากผ่านพ้นปีนี้ไป แต่เจ้าอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น เจ้ายังเหลือโอกาสในการเข้าทดสอบอีก 2 ครั้ง "

ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะโลหิตเหล็กนั้นจะคัดสรรค์แต่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี เท่านั้น

ต้วนหลิงเทียนเพียงพยักหน้ารับคำเบา เขาไม่ได้รับคำหรือกล่าวปฏิเสธอะไรออกมา

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงเมืองออโรร่า

"ต้วนหลิงเทียนหากเจ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรในอนาคต ให้มาหาข้าที่ตระกูลหลินได้ทุกเวลา… ตราบใดที่อยู่ในขอบเขตที่ข้าสามารถกระทำได้ ข้าจะช่วยเหลือเจ้าอย่างสุดกำลัง"

ก่อนที่จะจากไป หลินฉวนกล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม

"ใช่แล้ว พวกเรานับว่าเป็นสหายกัน เจ้าอย่าได้เกรงใจกันล่ะ" หลินฉีกล่าวเสริมออกมา

“ได้สิ!”

ต้วนหลิงเทียนยิ้มอย่างจริงใจให้ทั้งสองคน

ตอนนี้อาจนับได้ว่าเขาเป็นสหายกับหลินฉีและหลินฉวนโดยสมบูรณ์แล้ว พวกเขาสนิทสนมกันหลังจากที่ได้ต่อยตีกันอย่างแท้จริง

แต่ละคนต่างนับถือซึ่งกันและกัน

"นี่ ตัวเลวร้าย ตอนนี้เจ้าตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดแล้ว เช่นนี้เจ้าก็รักษาปู่ของข้าได้แล้วสิ? "

ในระหว่างเดินทางกลับเขตที่พักตระกูลลี่ ลี่เฟยกล่าวถามกับหลิงเทียนขึ้นมา

“ใช่แล้วเฟยที่รัก”

ต้วนหลิงเทียนตอบด้วยความจริงจัง

"ที่รัก?"

ลี่เฟยสับสน

"อ๋อ มันหมายความว่าภรรยานะ แถบชนบทเขากล่าวกันเช่นนี้"

ตอนนี้หลิงเทียนพึ่งจะรู้ว่าโลกนี้ เขาไม่เรียกภรรยาว่าที่รัก

“เพ้ย! ผู้ใดเป็นภรรยาเจ้า? "

ลี่เฟยสบถออกมาด้วยความเขินอาย

"อ่า ภรรยาที่น่ารักของข้า เจ้ากลับลืมคำมั่นสัญญาของสองเราแล้ว"

ต้วนหลิงเทียนเอื้อมมือทั้งสองข้างออกมาโอบกอดร่างลี่เฟยจนหลังของนางพิงอกแกร่งของมัน

ร่างบอบบางที่แสนงดงามของลี่เฟยสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย ทว่านางกลับไม่ได้ต่อต้านขัดขืน นางเพียงกล่าวออกมาเบาๆว่า "รีบปล่อยข้าเร็วเข้า ด้านหน้ามีผู้คนแล้ว "

ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมาก่อนที่จะเลิกหยอกล้อนาง เอาล่ะ พรุ่งนี้ข้าจะไปดูอาการและช่วยรักษาปู่ของเจ้า วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว คงต้องกลับไปนอนเอาแรงที่บ้านเสียก่อน เจ้านอนหลับฝันดีนะ”

เมื่อทั้งคู่กลับถึงที่พักของตระกูลลี่และหลังจากที่หลิงเทียนเดินไปส่งลี่เฟยแล้ว เขาก็รีบกลับบ้านของเขา

เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ในขณะที่เขาเดินผ่านลานบ้านมานั้น เขาเหลือบไปเห็นสาวน้อยที่นั่งอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทางอิดโรย …

และบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหาร

"เค่อเอ๋อ … "

ต้วนหลิงเทียนรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ แค่ดูก็รู้ว่าเค่อเอ๋อนั้นเฝ้ารอเขาอย่างตั้งใจอยู่ทั้งคืน

"นายน้อย"

เค่อเอ๋อเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้น นางก็รีบลุกก่อนที่ขยี้ตาเล็กน้อย เมื่อพบว่าเป็นหลิงเทียน นางก็รีบนำมันมานั่งที่โต๊ะ ก่อนที่จะกล่าวออกมา "นายหญิงกล่าวว่าท่านอาจจะทานอาหารนอกบ้านมาแล้ว แต่ข้าก็ยังทำมาเผื่อเอาไว้ นายน้อยท่านกินมาแล้วหรือไม่? "

"เด็กโง่ ข้ายังไม่ได้กินอันใดมาเลย ตอนนี้ข้าหิวมาก เจ้าก็มานั่งกินกับข้าสิ"

ต้วนหลิงเทียนนั่งลงและกินข้าวกับสาวน้อยจนอาหารเกลี้ยงโต๊ะ

ถึงแม้ตอนท้ายๆเขาจะอิ่มจนแทบอ๊วกออกมา แต่ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น

เพราะจะอย่างไรนี่ล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกของเค่อเอ๋อ

เขาไม่อยากทำให้นางผิดหวัง

เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนกินอาหารของนางจนเกลี้ยง เค่อเอ๋อก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ หลังจากเก็บจานบนโต๊ะนางก็บอกให้หลิงเทียนกลับไปนอนก่อนได้เลย

"เค่อเอ๋อ ข้าอยากให้เจ้านอนห้องข้า ข้าอยากกอดเจ้า "

ต้วนหลิงเทียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ในขณะที่มองสาวน้อย

สาวน้อยพลันตื่นตระหนกขึ้นมาอีกทั้งแก้มของนางยังแดงเถือก ทว่านางก็พยักหน้าตอบรับ

เมื่อนอนลงบนเตียง กลิ่นหอมบริสุทธิ์จากกลิ่นกายสาวน้อยวัยแรกแย้มพลันอบอวลไปทั่วจมูกของหลิงเทียน ด้านล่างของหลิงเทียนเริ่มร้อนขึ้นทั้งยังตอบสนองต่ออารมณ์ของมัน

แต่ทว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลย เขาเพียงเอื้อมแขนไปช้อนเค่อเอ๋อมากอดเอาไว้ โดยที่มือข้างหนึ่งนั้นประทับไปที่ปทุมบริเวณหน้าอกของนาง และกอดนางเอาไว้อย่างแน่นเท่านั้น

"นะ… นายน้อย … "

ร่างบางในอ้อมกอดสั่นขึ้นมาเล็กน้อย

อีกทั้งนางยังรู้สึกถึงวัตถุบางอย่างร้อนระอุเข้มแข็งดันหลังของนาง

"เค่อเอ๋อ นอนเถิด"

เมื่อได้โอบกอดสาวน้อยอีกทั้งได้สูดดมกลิ่นหอมจากสาววัยแรกแย้มทำให้หลิงเทียนนอนหลับสนิทอย่างมีความสุข

เขาไม่ใช่ หลิวเซี่ยฮุ่ย แต่เป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความต้องการและอารมณ์

แต่อย่างไรก็ตามสาวน้อยในอ้อมกอดเขานั้นยังเด็กอยู่มาก เข้าจึงลังเลที่จะทำอะไรกับนางตอนนี้

หากสาวน้อยในอกของเขาตอนนี้คือลี่เฟยเขาจะไม่สนใจทุกสิ่งและพร้อมที่จะระเบิดอารมณ์และความต้องการของเขาออกมาจากหัวใจจนหมดสิ้น

เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจคงที่ของต้วนหลิงเทียน สาวน้อยค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุข

วันรุ่งขึ้น หลิงเทียนตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบเที่ยง

"เวรแล้ว!"

หลิงเทียนนั้นนึกขึ้นได้ถึงสัญญาที่ให้ไว้กับลี่เฟยไว้เมื่อคืน

"นายน้อย"

ตอนนี้เองสาวน้อยในอ้อมกอดก็ถูกปลุกจนตื่นขึ้นมา เพราะเขา

"เค่อเอ๋อ หากเจ้ายังง่วงอยู่ ก็นอนต่อสักหน่อยเถิด"

ต้วนหลิงเทียนรั้งร่างของสาวน้อยมากอด ก่อนที่จะประทับจุมพิตลงไปบนหน้าผากสดใสของนาง แล้วลุกจากเตียงไปสวมเสื้อผ้า

สาวน้อยเองก็ลุกออกจากเตียงและใส่เสื้อผ้าของนาง ก่อนที่จะออกจากห้องพร้อมๆกับหลิงเทียน

แต่ใครจะรู้เล่าในขณะที่หลิงเทียนเปิดประตูออกไป สาวน้อยคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ในลานกว้างจะบังเอิญหันมาทิศทางนี้พอดี

"จะ… เจ้าสองคน … "

เมื่อเห็นฉากตรงหน้าลี่เฟยก็โกรธมากจนพูดอะไรไม่ออก

"พี่หญิงเฟยเฟย"

เค่อเอ๋อกล่าวทักทายลี่เฟยก่อนที่นางจะวิ่งกลับห้องของตัวเองด้วยความเขินอาย

กลับกันกับต้วนหลิงเทียน ท่าทางของเขายังดูปกติเป็นธรรมชาติ เขาหันไปมองลี่เฟย "เสี่ยวเฟยไปกันเถอะ เมื่อวานข้าเหนื่อยมากเกินไป จึงเผลอหลับยาวถึงเที่ยงเช่นนี้"

เผลอหลับยาว?

ดวงตาของลี่เฟยแทบจะลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง แต่เมื่อนางคิดได้ว่ายังต้องพึ่งพาหลิงเทียนเพื่อให้รักษาปู่ นางจึงต้องระงับอารมณ์เอาไว้

ในขณะที่เดินออกจากบ้านพักพร้อมกับลี่เฟยนั้น หลิงเทียนยังคงได้กลิ่นน้ำส้มสายชูทั้งไห (น่าจะหึงหวงมั้งครับ)

เขาส่ายหัวและยิ้ม

นางนั้นช่างขี้หึงจริงๆ

"จะ…เจ้าสองคน เมื่อคืน … "

ในที่สุดลี่เฟยก็ทนไม่ได้

"เจ้าอยากรู้ว่าเมื่อคืนข้าทำอันใดใช่หรือไม่?"

ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆราวกับว่าเขาอ่านความคิดของลี่เฟยได้

ลี่เฟยแม้จะไมได้พูดอะไร แต่ท่าทางของนางนั้นฟ้องออกมาหมดสิ้น

"เฮ่อ หากเค่อเอ๋อของข้าเติบโตจนมีวัยเดียวกับเจ้าล่ะก็ หรือไม่หากเมื่อคืนนั้นเป็นเจ้า ข้าคงไม่ต้องระงับเพลิงปรารถนาของข้าตลอดทั้งคืนให้ทรมานหรอก"

ต้วนหลิงเทียนอดถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่มันจะใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนามองไปยังลี่เฟย "เสี่ยวเฟยเหตุใดคืนนี้ไม่มานอนกับข้าเล่า?"

“เพ้ย! เจ้าไปนอนกับเค่อเอ๋อของเจ้านู่น "

ลี่เฟยสบถออกมา แต่ท่าทางของนางเองก็อ่อนลงเล็กน้อย

หลิวเซี่ยฮุ่ย* พวกตายด้านมั้งครับ ไม่แน่ใจ

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 76 ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะ"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
หมื่นกระบี่ทะลวงสวรรค์ I Have Countless Legendary Swords !
มีนาคม 12, 2022
กลืนดารา (Renew)
กลืนดารา (Renew)
พฤษภาคม 17, 2022
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
พ่อบ้านจักรพรรดิปีศาจ
มีนาคม 12, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
Eternal martial sorvereign
Eternal martial sorvereign
มีนาคม 12, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz