หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 53 เป้าหมาย คือการชนะเลิศ!!

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 53 เป้าหมาย คือการชนะเลิศ!!
Prev
Next

รูปแบบแรกของ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามคือ พญาอสรพิษ ซึ่งเน้นให้ร่างกายของผู้บ่มเพาะนั้นแข็งแกร่งทรงพลังเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วอีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นของร่างกายระดับสูงสุด

ตอนนี้การเคลื่อนไหวของเสี่ยวเฮย ได้สะท้อนเข้าสู่ดวงตาของหลิงเทียนทำให้เกิดสภาวะ หยั่งรู้โดยฉับพลัน หรือตรัสรู้ขึ้นมานั่นเอง

ตอนนี้เขารู้แจ้งในสิ่งที่คลุมเครือในอดีตได้อย่างแจ่มแจ้ง

ปัง!!

เมื่อเกิดภาวะหยั่งรู้ร่างกายของหลิงเทียนก็เคลื่อนไหวออกมาด้วยภาวะลืมตัวตน มันค่อยๆส่ายไปส่ายมาเหมือนการเคลื่อนไหวของเสี่ยวเฮย พร้อมทั้งโคจรพลังงานในร่างกายตามไปด้วย …

หลิงเทียนเริ่มบ่มเพาะพลังภายใต้สภาวะรู้แจ้ง

และนี่คงจะเป็นอีกคืนที่หลิงเทียนไม่ได้นอน

ตอนนี้จิตใต้สำนึกของเขากำลังทำความเข้าใจกับการรู้แจ้งและพยายามตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่กำลังเปลี่ยนไปด้วยความเร็วสูงสุดหยั่ง

โลหิตในร่างกายของหลิงเทียนสูบฉีดหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง หัวใจของมันเต้นรัวราวกับกลองศึก …

กายเนื้อของเขากำลังเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วที่น่าสะพรึง!

หลิงเทียนเองก็ไม่รู้ว่ากระบวนการนี้จะกินเวลานานแค่ไหน เขาได้แต่หมุนวนโคตรพลังตามวิถีบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบพญาอสรพิษไปเรื่อยๆ เมื่อแสงแดดสอดส่องเข้ามา กระบวนการปรับปรุงร่างกายของ หลิงเทียนก็เสร็จสิ้นพอดี

ตอนนี้หลิงเทียนสังเกตได้ว่าเสื้อผ้าของเขาสกปรกอย่างมาก

ของเหลวเหนียวเหนอะหนะสีดำเปรอะเปื้อนเต็มไปทั่วร่างกายของเขา ซ้ำร้ายมันยังส่งกลิ่นเหม็นอย่างมาก …หากให้บรรยายคงไม่ต่างจากสุนัขเน่าตายสักเท่าไร

เขารีบถอดเสื้อผ้าออกและลงไปอาบน้ำล้างตัวถังน้ำอย่างเร่งรีบ และพยายามทำความสะอาดร่างกายอย่างเร่งด่วน

หลังจากทำความสะอาดร่างกายเสร็จสิ้นหลิงเทียนก็กำหมัดขึ้นมา ทดสอบพละกำลังของตัวเอง!

ในขณะที่หลิงเทียนเร่งพลัง เขาก็เงยหน้าขึ้นมาดูเหนือศีรษะตัวเอง

ครืนนนนน!

พลังงานฟ้าดินอันเป็นพลังงานบริสุทธิ์จากสวรรค์และโลกตอบรับกับคลื่นพลังและความแข็งแกร่งในร่างกายของเขา ก่อเกิดเป็นภาพเงาร่างแมมมอธโบราณถึง 3 ตัวอย่างชัดเจน …ภาพเงาร่างแมมมอธโบราณของหลิงเทียนดูมีชีวิตชีวาราวกับ ช้างแมมมอธโบราณยังมีชีวิตอยู่อย่างไรอย่างนั้น

เมื่อหลิงเทียนลองควบคุมความแข็งแกร่งโดยลดกำลังของเขาลง ภาพเงาร่างแมมมอธโบราณ ก็หายไป 1 ตัว

เมื่อเขาลองลดระดับกำลังลงอีกครั้ง เงาร่างแมมมอธโบราณก็หายไปอีก 1 ตัว

“ยอดเยี่ยม!” หลิงเทียนตะโกนออกมาด้วยความมั่นใจ เขาสามารถควบคุมระดับพลังงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาสามารถจำกัดพลังได้อย่างไร้ที่ติ

หลิงเทียนรีบลุกขึ้นยืนและสวมใส่เสื้อผ้า รอยยิ้มที่เบิกบานฉายชัดบนใบหน้าแทบจะตลอดเวลา

ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จ!

ก่อนที่การประลองประจำตระกูลจะเริ่มต้นขึ้น หลิงเทียนสามารถตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกาย ขั้นที่ 9 ได้ทันท่วงที

ที่สำคัญ ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับ ช้างแมมมอธโบราณ 3 ตัว!

ทฤษฏีฝืนกฎสวรรค์ของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด 2 ชาติภพ มันสำเร็จอีกทั้งยังสมบูรณ์แบบอย่างงดงาม!!

แซ่กกกก!

เสียงขยับร่างกายดังขึ้นก่อนที่หลิงเทียนจะหันไปดู ก็พบว่า เสี่ยวเฮยสั่นไหวร่างกายเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งเข้ามารัดพันข้อมือของเขาด้วยความรวดเร็ว อีกทั้งยังเลื้อยขึ้นมาด้วยท่าทางผงกหัวพร้อมทั้งแลบลิ้น แผล่บๆ …

การกระทำของงูน้อยนี้…มันราวกับจะถามหาความดีความชอบจากหลิงเทียน ที่มันมีส่วนช่วยให้หลิงเทียนตัดผ่านได้อย่างงดงาม หลิงเทียนเห็นดังนั้นมันก็หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"หลังจากการประลองประจำตระกูลจบลง ข้าจะเลี้ยงอาหารชั้นเลิศให้เจ้ากินจนพุงกางเป็นอย่างไร เสี่ยวเฮย"

หลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับลูบไปตามร่างของเสี่ยวเฮย อย่างนิ่มนวล

เสี่ยวเฮยหลับตาพริ้มราวกับมันมีความสุขและเพลิดเพลินอย่างมาก

"โปรดกลับไปเถิด! ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกท่าน!"

ทันใดนั้น น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะของเค่อเอ๋อพลันดังขึ้น

หลิงเทียนขมวดคิ้วขึ้นมาทันที

นับตั้งแต่เค่อเอ๋อติดตามเขามา นี่นับเป็นครั้งแรกเลยที่หลิงเทียนได้ยินน้ำเสียงเค่อเอ๋อโมโหอย่างจริงจังเช่นนี้ ใครมันกล้าทำให้เค่อเอ๋อมีโทสะกัน?

หลิงเทียนเปิดประตูห้องแล้วเดินออกไปด้านนอกด้วยความเร็ว

เขาสังเกตเห็นชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ที่ประตูบ้าน หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดคลุมสีเทาลายปักเงิน เมื่อวันก่อน

“พี่ชายของข้าคิดถึงเจ้ามากจึงมาชักชวนเจ้าให้ไปลานประลองด้วยกันกับเขา ข้าเองก็เชิญท่านด้วยความสุภาพใยท่านจึงแล้งน้ำใจเช่นนี้กันเล่า โธ่"

ชายหนุ่มที่สวมชุดเขียวพยายามกล่าวกับเค่อเอ๋อด้วยความกรุ้มกริ่ม ตอนนี้ท่าทางของเค่อเอ๋อดูเหมือนจะไม่พอใจอย่างมาก

"นายน้อย!"

แต่ทันใดนั้นเค่อเอ๋อก็เหลือบไปเห็นหลิงเทียนที่กำลังเดินออกมาจากห้องใบหน้าของนางพลันเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที

เมื่อเห็นสตรีตรงหน้าไม่แยแสและหันไปคุยกับเด็กหนุ่มที่พึ่งเข้ามา ชายชุดเขียวถึงกับกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ "ข้ากำลังกล่าวถามเจ้าอยู่นะ!"

"ไสหัวไป ไอลูกสำส่อน!"

หลิงเทียนตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ตอนนี้แววตาของเขาเยือกเย็นอย่างมาก ชายชุดเขียวเมื่อได้ยินเด็กน้อยตรงหน้ากล่าวด่ามันก็บันดาลโทสะขึ้นมา

"เด็กน้อย เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!"

แววตาของชายหนุ่มชุดเขียวเต็มไปด้วยความโกรธ ตอนนี้มันคิดจะลงมือสั่งสอนเด็กน้อยตรงหน้าให้รู้จักสัมมาคารวะ

ปับ!

แต่ทว่าในขณะที่ชายหนุ่มชุดเขียวกำลังจะลงมือนั้น ชายชุดเท้าปักลายเงิน ก็แตะที่บ่าของเขาเบาๆ

ชายหนุ่มชุดเทาคนนั้นหันไปหาหลิงเทียนแล้วกล่าวออกมาอย่างสุภาพ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง "เจ้าไม่คู่ควรกับนาง!"

"แล้วจะบอกว่าน้ำหน้าอย่างเจ้ามีค่าพอเช่นนั้นหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า?"

ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมเสียงหัวเราะดังสนั่น

ต่อหน้าเขาใครกล้าหยิ่ง!

ดวงตาของลี่อันฉายแววอำมหิตเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิ "ถูกต้อง ข้าลี่อันยามอายุ 18 ก็ได้อันดับที่ 2 ของรุ่น เจ้าเป็นแค่เด็กน้อยที่ไม่ได้มีตำแหน่งรางวัลอันใด ยังคิดว่าตัวเองคู่ควรกับนางเช่นนั้นหรือ ใสหัวไปจากนางแต่โดยดีแล้วทิ้งนางไว้ให้ข้าดูแลจักประเสริฐกว่า เพื่ออนาคตของนางด้วย "

“แค่สวะ อันดับ 2 เท่านั้น? อย่างเจ้ายังมีน้ำหน้าคุยโวโอ้อวดอีกรึ เพียงได้แค่อันดับที่ 2 …เจ้าโง่จำใส่กะโหลกกลวงๆของเจ้าเอาไว้ โลกใบนี้ไม่เคยจดจำอันดับที่ 2 มีเพียงอันดับ 1 เท่านั้นที่ผู้คนเขาจะจดจำ เจ้าไปคุยโวโอ้อวดกับใคร เจ้าคิดจริงๆหรือว่าเขาจะชื่นชมทั้งๆที่เจ้าเป็นแค่ ที่ 2 โง่งมนัก "

ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมาดังลั่น

“เฮอะปากดีไปเถิด ในการประลองประจำตระกูลจงภาวนาอย่าให้เจอข้าแล้วกัน ไม่เช่นนั้นข้าจะชโลมดาบ 3 เชียะของข้าด้วยเลือดหัวของเจ้า! อย่าคิดว่าตัวเจ้านั้นโดดเด่นเพียงเพราะก้าวไปสู่ระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 เท่านั้น…..ข้าจะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย 9 ขั้นตอนแรกของระดับบ่มเพาะร่างกายเป็นแค่พื้นฐานของพื้นฐานเท่านั้น…ในเส้นทางของผู้แสวงหาเต๋าแห่งการต่อสู้ เจ้ายังเป็นแค่เด็กน้อยหัดเดินไม่ได้รู้เรื่องราวอันใดอย่าทะนงตนให้มากไปนัก”

ลี่อันหัวเราะเยาะออกมาก่อนที่มัน จะหันหลังจากไป

ดวงตาของหลิงเทียนหรี่ลงเล็กน้อย ตอนนี้มันอดกลั้นกับคำกล่าวของลี่อันอย่างมาก…มันพยายามกลั้นขำอย่างสุดชีวิต

“ชโลมเลือดข้าด้วยดาบ 3 เชียะงั้นหรือ? เช่นนั้นเจ้าจะได้สนทนากับกระบี่ข้า..แต่หวังว่าคงมีค่าพอให้ข้าชักกระบี่”

"นายน้อยท่านตัดผ่านแล้วหรือเจ้าคะ?"

เค่อเอ๋อรู้สึกตกใจเล็กน้อย

"ใช่แล้ว ข้าพึ่งตัดผ่านเช้านี้เอง"

ต้วนหลิงเทียนยิ้มรับพร้อมพยักหน้าเบาๆ

"เค่อเอ๋อ ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นรึ?" หลิงเทียนกล่าวถามออกมา

"พวกมันมาขอให้ข้าเดินทางไปสนามประลองกับพวกมัน แต่ข้าปฏิเสธไป คนชุดเขียวเลยเริ่มข่มขู่ข้าเจ้าค่ะ "

ในขณะที่กล่าวถึงชายทั้งสองคน แววตาเค่าเอ๋อเต็มไปด้วยความรังเกียจ

"ครั้งต่อไปเจ้าไม่ต้องไปเสวนากับพวกมัน เพียงแค่ไม่แยแสพวกมันก็พอ "

ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"เจ้าค่ะนายน้อย ข้าขอไปช่วยนายหญิงในห้องครัวก่อนนะเจ้าคะ "

เค่อเอ๋อพยักหน้าอย่างอารมณ์ดีก่อนจะรีบวิ่งเข้าครัวด้วยความเร็วราวกับสายลม

ในระหว่างมื้อเช้า

"ลูกเทียน เจ้าต้องระวังไว้นะลูก ลี่อันย่อมสร้างปัญหาให้เจ้าตอนประลองอย่างแน่นอน"ลี่หลัวกล่าวเตือนหลิงเทียนด้วยความเป็นห่วง

"ข้ารู้ท่านแม่" ต้วนหลิงเทียนตอบรับอย่างไม่สนใจ

“ลูกเทียน เจ้าอย่าได้ประมาทเพียงเพราะเจ้าสามารถฆ่าฟางเจี้ยนในเมืองวายุโปรยนะลูก … ถึงแม้ฟางเจี้ยนจะเป็นผู้บ่มเพาะระดับก่อกำเนิดและสามารถใช้ความแข็งแกร่งระดับช้างแมมมอธโบราณ 2 ตัว ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 1 แต่ว่า..หากเทียบกับลี่อันแล้ว วิชาของเขามีระดับแตกต่างกันอย่างมาก ตามความเห็นของข้า สิบฟางเจี้ยนอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของลี่อัน” ลี่หลัวกล่าวออกมาอย่างเป็นห่วง

ต้วนหลิงเทียนเพียงแต่ยิ้มรับเบาๆเท่านั้น

เรื่องนี้เขาย่อมรู้อยู่แล้ว

ถึงแม้ระดับความแข็งแกร่งและแรงที่ทั้งสองมีจะไม่แตกต่างกัน คือระดับช้างแมมมอธโบราณ 2 ตัว แต่ทว่าด้วยความแตกต่างของระดับวิชาที่ใช้ออก ลี่อันคงสามารถสังหารฟางเจี้ยนได้ใน 1 กระบวนท่า หากใจวิชาโจมตี

ยิ่งถ้าลี่อันใช้ออกด้วยวิชาป้องกัน ถึงจะยืนเฉยๆให้ฟางเจี้ยนโจมตี เกรงว่าวันนี้ทั้งวันฟางเจียนคงไม่มีปัญญาทำอะไรลี่อันได้

แล้วถ้าลี่อันใช้ออกด้วยวิชาท่าร่าง ฟางเจี้ยนคงได้แต่สูดดมฝุ่นดินเท่านั้น

นี่คือความแตกต่างของระดับวิชาต่อสู้

วิชาต่อสู้ระดับสูงขึ้น ยิ่งสร้างความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกยุทธ์

ต้วนหลิงเทียนเพียงยิ้มรับเท่านั้น นั่นทำให้ลี่หลัวเริ่มกังวลอย่างมาก นางจึงรีบหาแนวร่วมทันที

"เค่อเอ๋อ เจ้ารีบช่วยข้าเตือนเขาอีกแรงเร็วเข้า"

ลี่หลัวตัดสินใจให้เค่อเอ๋อช่วยบอกลูกชายตัวดีของนางทันที

"นายหญิง ข้าเชื่อมั่นในตัวนายน้อยเจ้าค่ะ"

ทว่าเด็กสาวกลับตอบมาเพียงประโยคเดียว และที่สำคัญมันยังเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของหลิงเทียน

"เฮ่อ…ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าลูกเทียนเอายาเสน่ห์อันใดให้เจ้ากินกันแน่"

ลี่หลัวมีทีท่าท้อแท้

"ท่านแม่อย่าได้กังวลเลย ท่านสบายใจได้ ลูกชายของท่านมีแต่จะเอาชนะผู้อื่น หลังจากจบการประลองประจำตระกูล ข้ารับรองว่าข้าจะนำรางวัลชนะเลิศมามอบให้ท่านได้ชื่นใจอย่างแน่นอน"

หลังจากกินอาหารเสร็จหลิงเทียนกล่าวให้กำลังใจมารดาอีกครั้ง?? ก่อนที่มันจะเดินทางไปสนามประลองพร้อมกับเค่อเอ๋อ

ในระหว่างการเดินทางไปสนามประลอง..

"นายน้อยนั่นพี่หญิงฉีฉี นี่เจ้าคะ"

ทั้งสองได้พบลี่ฉีฉีที่กำลังเดินไปเช่นกัน

ตอนนี้การเดินทางจากสองคนเลยกลายเป็น 3 คน…นับว่าหลิงเทียนสร้างความอิจฉาริษยาแก่บุรุษเพศยิ่งนัก

"ในการประลองประจำตระกูลรอบที่ 2 นั้น นอกจากสาวกสายนอกที่เพิ่งเลื่อนเป็นสาวกสายในทั้ง 30 คนแล้ว พวกเรายังต้องประลองกับสาวกสายในที่ลงแข่งขันด้วยอีกจำนวน 56 คน มันเป็นการประลองแบบพบกันหมด … จากที่ข้าได้รู้ข่าวมา ตอนนี้สาวกสายในมีถึง 5 คนแล้ว ที่อยู่ในระดับก่อกำเนิด"

ลี่ฉีฉีรีบกล่าวข้อมูลที่นางรู้ออกมา

ต้วนหลิงเทียนทำเพียงพยักหน้าตอบรับเบาๆ

"ดังนั้นพวกเราจึงไม่มีหวังที่จะได้เป็น 3 อันดับแรกเลย ระดับก่อกำเนิดไม่ใช่อะไรที่ระดับการบ่มเพาะร่างกายสามารถเทียบเคียงได้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือ การก้าวเข้าไปอยู่ใน 10 อันดับแรกเท่านั้น สำหรับเจ้าและน้องหญิงเค่อเอ๋อคงไม่มีปัญหาใดๆ ที่จะติดอันดับ 1 ใน 10… เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าว่า เจ้ามีความมั่นใจที่จะเอาชนะลี่ควงและได้อันดับ 6 หรือไม่? "

ลี่ฉีฉีกล่าวถามออกมา

อันดับหก?

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาพร้อมรอยยิ้ม

"อะไรกัน?"

ลี่ฉีฉีสับสนอย่างมาก

"ข้าไม่คิดว่าจะได้รับอันดับ 6" ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ

"แล้วเจ้าคิดว่าจะได้อันดับใดกัน?" ลี่ฉีฉีกล่าวถาม

"ชนะเลิศ!"

หลิงเทียนตอบออกมาอย่างมั่นใจ แววตาเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น

ลี่ฉีฉีพลันแสดงสีหน้าโง่งมออกมา

ชนะเลิศ?

แม้แต่ต้วนหลิงเทียนเองยังมีด้านเพ้อฝันกับเขาด้วย?…คำตอบของมันเหนือจินตนาการลี่ฉีฉีไปไกล

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ…."

ทันใดนั้นเองด้านหลังของทั้งสามคนพลันมีเสียงหัวเราะดังขึ้น …เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

ร่าง 2 ร่างเดินผ่านทั้ง 3 ที่หยุดอยู่ ไปอย่างรวดเร็ว

มันคือสองพี่น้อง ลี่เซียวและลี่ซ่ง

เห็นได้ชัดว่าพวกมันได้ยินสิ่งที่หลิงเทียนกล่าว

"ต้วนหลิงเทียนหากเจ้าอยากชนะเลิศสิ่งแรกที่ต้องทำคือเอาชนะข้าให้ได้ก่อน … ข้าจะตั้งหน้าตั้งตารอเจ้า!"

ลี่ซ่งเหลือมองหลิงเทียนเล็กน้อย แววตามันเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

แต่หลิงเทียนนั้นเมินลี่ซ่งอย่างสิ้นเชิง

เขาชอบใช้การกระทำพิสูจน์ข้อเท็จจริง สงครามน้ำลายนั้นเขาไม่คิดจะเข้าร่วมให้เสียเวลา

ในที่สุดต้วนหลิงเทียนและสองสาวก็มาถึงสนามประลอง

สนามประลองย่อยทั้ง 30 ก็ยังไม่ได้รื้อถอน

ปัจจุบันสนามประลองทั้ง 30 กลายเป็นที่ให้เหล่าสาวกในตระกูลที่สนใจมาร่วมชมการประลอง

ไม่นานนัก สามอาวุโสที่เป็นผู้คุมกฎและผู้ตัดสินก็มาถึง

ส่วนกรรมการผู้ตัดสินทั้ง 30 ท่านจากสนามประลองย่อยก็ตามมาทางด้านหลัง

"เงียบ"

ชายชราคิ้วขาวส่งเสียงดังสั่นสะท้านไปทุกผู้คน

ภายในพริบตาทั่วทั้งลานประลองก็มีแต่ความเงียบ

"การควบแน่นพลังงานต้นกำเนิด จนบีบให้สั่นสะเทือนออกมาเป็นน้ำเสียงเช่นนี้ มีแต่คนระดับ กำเนิดแก่นแท้ เท่านั้นที่สามารถกระทำได้"

หลิงเทียนมองไปยังชายชราคิ้วขาวด้วยความสนใจเล็กน้อย

"วันนี้สาวกชั้นใน ทั้งหมดของตระกูลที่เข้าร่วมการแข่งขันที่มีอายุอยู่ระหว่าง 16-18 ปีจะทำการประลองฝีมือ เพื่อค้นหาผู้แข็งแกร่ง 10 อันดับแรก ผู้แข็งแกร่ง 3 อันดับแรก และก็ผู้ชนะเลิศ หวังว่าพวกเจ้าจะทำการประลองกันอย่างขาวสะอาด และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมตระกูลอย่าได้ลงมือด้วยความอำมหิตให้มากเกินไป ผู้ชนะตามที่ข้ากล่าวมา จะได้รับรางวัลที่คุ้มค่าเหนื่อยอย่างแน่นอน" ชายชราคิ้วขาวค่อยๆกล่าวออกมาอย่างช้าๆ

ต่อจากนั้น อาวุโสคุมกฎที่เหลือก็ค่อยๆบอกกล่าวถึงของรางวัลที่จะได้รับ ตั้งแต่ผู้ชนะเลิศ ผู้แข็งแกร่ง 3 คนแรก ผู้แข็งแกร่งทั้ง 10 คน

ต้วนหลิงเทียนนั้นรู้เรื่องนี้นานแล้วเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร

แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ รางวัลที่ผู้อาวุโสเอ่ยออกมานั้น สร้างความตื่นเต้นและ กำลังใจให้แก่พวกมันอย่างมาก

"เอาล่ะการประลองประจำตระกูลวันนี้มีกฎการให้คะแนนเพียงข้อเดียว ทุกๆชัยชนะพวกเจ้าจะได้รับ 1 คะแนน หากแพ้จะเสีย 1 คะแนน สุดท้ายการจันอันดับก็จะวัดกันที่คะแนนของแต่ละคน สำหรับคำถามเกี่ยวกับความเป็นธรรมนั้น พวกเจ้าไม่ต้องกังวล สาวกสายในทั้งหมด 86 คนไม่ว่าอย่างไรหากไม่เกิดอุบัติเหตุย่อมได้ประลองทั้งหมดคนละ 85 ครั้ง "

ชายชราคิ้วขาวเอ่ยกฎออกมา

ไม่นานนักหลายคนได้แต่สูดลมหายใจเข้าอย่างยากลำบาก

ประลองถึง 85 ศึก …

นี่มันไม่ได้หมายความว่าทุกคนๆต้องประลองแบบพบกันหมด อีกทั้งยังต่อสู้ติดต่อหรืออย่างไร?

คงได้เหน็ดเหนื่อยกันแทบตายแล้ว!

"ไม่ต้องตกใจ ปีนี้การประลองประจำตระกูลจะกินเวลาทั้งสิ้น 3 วัน ทางตระกูลได้วางแผนมาอย่างดีเพื่อจำกัดการประลองให้แต่ละคนนั้นไม่เกิน 30 ครั้งต่อหนึ่งวัน " ชายชราคิ้วขาวค่อยกล่าวออกมา

ตอนนี้เหล่าสาวกที่จะต้องทำการประลองถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

"เอาล่ะตอนนี้ผู้คุมกฎที่เหลือจะขานชื่อเพื่อเรียก สาวกที่จะทำการประลองกันออกมา หากขานแล้วไม่มีการตอบสนองจะตัดสินว่าพ่ายแพ้" หัวหน้าผู้คุมกฎกล่าวออกมา

ทันใดนั้น สามสิบผู้คุมกฎที่เป็นกรรมการตัดสินก็เริ่มทำการขานชื่อออกมา

การประลองครั้งแรกนั้นมีนามที่หลิงเทียนคุ้นหูอยู่ด้วย

ลี่หยวน

….ขอถามความชอบหน่อยครับ ระดับ กำเนิดแก่นแท้ นี่ลื่นหูไหม หรือจะเอาเป็น แก่นแท้ก่อกำเนิด

เพราะคนคงได้ยินคำว่าแก่นแท้ลมปราณ ไรงี้มากกว่า ตอบด้วยเด้อ เกิน 20 โหวดจะเปลี่ยนให้ ไม่มีใครตอบผมเอาแบบเดิมนะ!!

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 53 เป้าหมาย คือการชนะเลิศ!!"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
วิถีสู่สวรรค์
วิถีสู่สวรรค์
มีนาคม 12, 2022
ปกข้ามีดาวเทียมในยุคสามก๊ก
ข้ามีดาวเที่ยมในยุคสามก๊ก
กรกฎาคม 9, 2023
INVINCIBLE โลกอมตะ
INVINCIBLE โลกอมตะ
มีนาคม 12, 2022
The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz