หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์ - บทที่ 51 ความก้าวหน้า

  1. หน้าแรก
  2. สงครามจักรพรรดิทะยานสวรรค์
  3. บทที่ 51 ความก้าวหน้า
Prev
Next

วันพรุ่งนี้การประลองกระชับมิตรก็จะเริ่มขึ้นแล้ว

ทว่าคืนนี้ภายในบ้านหลิงเทียนกลับมีแขกที่มาโดยไม่คาดฝัน

ลี่ฉีฉีที่ดูอ่อนโยนและงดงาม กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า "ขอบคุณเจ้ามากที่มอบวิชากระบี่ประสานเงาให้แก่ข้า หากข้าไม่ได้วิชากระบี่นี้ข้าคงไม่มีความมั่นใจที่จะเป็น 1ใน 10 ของงานประลองถึง 100% เช่นนี้ "

"หืม 1 ใน 10 ของงานประลอง? ดูเหมือนว่า วิชากระบี่ประสานเงาของเจ้าคงมีความสำเร็จในขั้นตอนเริ่มต้นแล้วสินะ ถึงได้มั่นใจเช่นนี้ "

หลิงเทียนรู้สึกทึ่งกับความมั่นใจของลี่ฉีฉี

ถึงแม้ว่าลี่ฉีฉีจะแข็งแกร่งติด 1 ใน 3 ของสาวกสายนอก แต่ทว่าสาวกสายในก็ย่อมมีผู้แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย การที่นางจะติด 1 ใน 10 มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายอย่างที่คิด

"ถูกแล้ว"

ลี่ฉีฉีพยักหน้าตอบรับ

"ถ้าเจ้าอยากจะขอบคุณล่ะก็ เจ้าควรไปขอบคุณเค่อเอ๋อจะดีกว่านะ เหตุผลเดียวที่ข้ามอบวิชากระบี่ให้แก่เจ้านั่นเป็นเพราะเค่อเอ๋อมาขอร้อง ตอนนี้เจ้ากลับไปได้แล้วล่ะ ข้าจะเข้าห้องไปบ่มเพาะต่อ "

หลิงเทียนยักไหล่เล็กน้อยก่อนที่จะหันหลังกลับเข้าไปยังห้องของเขา

ลี่ฉีฉีที่จ้องไปยังแผ่นหลังหลิงเทียนด้วยแววตาซับซ้อนอยู่ครู่หนึ่ง ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"อ่าวแล้วนายน้อยล่ะเจ้าคะ พี่หญิงฉีฉี?"

เด็กสาวน่ารักสดใสก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น

"เขากลับไปในห้องเพื่อบ่มเพาะเสียแล้ว น้องสาวเค่อเอ๋อข้าต้องขอบคุณเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้าช่วยร้องขอ ต้วนหลิงเทียนคงไม่มอบวิชากระบี่ประสานเงาให้แก่ข้าเช่นนี้ ข้าเป็นหนี้เจ้าแล้ว วันหลังข้าจะช่วยเหลือเจ้าบ้างนะ ฮิฮิ "

ลี่ฉีฉีหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะกลับออกไป

"พี่หญิงฉีฉี … "

เค่อเอ๋อสัมผัสได้ว่า ลี่ฉีฉีมีอะไรบางอย่างที่ปิดบังนาง

ลี่หลัวที่แอบดูอยู่ด้านนอกถึงกับส่ายศีรษะออกมาเมื่อเห็นท่าทางเศร้าสร้อยของลี่ฉีฉี ที่เดินจากไป

ในฐานะที่เป็นสตรี อีกทั้งยังมีประสบการณ์มากกว่า นางย่อมคาดเดาถึงสาเหตุที่ลีฉีเป็นเช่นนั้นออก

เช้าวันต่อมา หลิงเทียนก็นำเค่อเอ๋อมายังลานฝึกซ้อมหลักของสาวกด้านใน

นี่เป็นเพราะว่า การประลองจะจัดขึ้นที่นี่

ภาพตรงหน้านั้นนอกจากเวทีประลองขนาดใหญ่ รอบๆยังถูกแบ่งเป็นส่วนๆ จำนวน 30ส่วน

สนามต่อสู้ 30 แห่ง ถูกจัดให้อยู่ภายในลานฝึกซ้อมบริเวณรอบๆ ลานประลองหลัก

บริเวณด้านหน้าสุดของลานประลองหลัก มีซุ้มที่นั่งและเวทีที่ดูสง่างามตั้งอยู่

เมื่อผู้ตัดสินการประลองเริ่มปรากฏตัวเสียงคุยอื้ออึงในลานฝึกซ้อมทั้งหมดก็เงียบลง

ผู้ตัดสินทั้งสามคนนี้เป็นถึงผู้อาวุโสของตระกูลลี่ ปกติพวกมันก็ทำหน้าที่เป็นผู้คุมกฎของตระกูล

ด้านหลังผู้ตัดสินหลักทั้งสาม ก็ยังมีคนหนุ่มสาวอีกจำนวน 30 คน ซึ่งเป็นผู้ตัดสินเช่นกัน

สามหัวหน้าผู้คุมกฎนำขบวนมาโดยชายชราที่มีคิ้วงดงามราวกับปีกอินทรีย์ ขนคิ้วของมันขาวโพลนดูสง่างามไม่น้อย อีกทั้งรูปร่างของมันยังแฝงความดุดันและมีลักษณะของยอดฝีมือขั้นสูง

ต้วนหลิงเทียนเองก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของมันได้

หลิงเทียนเข้าใจได้ทันที ว่าบุคคลนี้ต้อง มีอำนาจตัดสินความเป็นตายของคนในตระกูลได้อย่างแน่นอน

มันแข็งแกร่งขนาดที่ว่า…แค่สะบัดมือหลิงเทียนก็ตายตกได้อย่างง่ายดาย …

"ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้ตัดสินในวันนี้ ข้าจะอธิบายกฎการประลองให้พวกเจ้าฟัง ในการประลองประจำตระกูลวันนี้มีสาวกสายนอกทั้งหมด… 242 คน พวกเจ้าจะถูกแบ่งออกเป็น 30 กลุ่ม โดยมีกลุ่มแรกที่มีจำนวน 10 คนส่วนกลุ่มที่เหลือ มีเพียง 8 คนเท่านั้น"

"ทั้งสามสิบกลุ่มจะถูกจัดแยกให้ไปประจำในแต่ละเวทีประลองย่อยรอบๆ ทั้ง 30 เวทีที่พวกเจ้าเห็นอยู่นี้ แต่พวกเจ้าไม่ต้องกังวลหากพวกเจ้าถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกับผู้ที่แข็งแกร่งเกินไป พวกเจ้าสามารถที่จะเลือกเวทีประลองอื่นๆ ใน 30 เวทีแห่งนี้ได้ เจ้าสามารถขอท้าทายผู้ชนะในแต่ละเวทีได้อย่างอิสระ เพียง 1 ครั้ง ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถเอาชนะได้ พวกเจ้าจะเป็นผู้ชนะของเวทีนั้นๆทันที!"

"เมื่อไม่มีใครมาท้าทายเจ้าและเอาชัยเจ้าได้หลังจากที่เจ้าเป็นผู้ชนะในแต่ละเวทีจนจบสิ้นเวลาการประลอง คนที่เป็นผู้ชนะของแต่ละเวทีจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสาวกสายใน"

หลังจากที่หัวหน้าผู้ตัดสินกล่าวจบ คนทั้งหมดก็ถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆตามลำดับหมายเลข และแยกย้ายไปตามเวทีประลองย่อยต่างๆ โดยมีผู้ตัดสินที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวทั้ง 30 คนคอยแจ้งตำแหน่ง

และแน่นอนว่า หลิงเทียนและเค่อเอ๋อ อยู่ร่วมกลุ่มเดียวกันเพราะพวกมันไปสมัครพร้อมๆกัน

"กฎนี้นับว่าไม่เลว นับว่าเป็นกฎที่ยุติธรรมอย่างมาก"

หลิงเทียนยิ้มออกมาอย่างไม่แยแส

ต้วนหลิงเทียนและ เค่อเอ๋อที่ได้หมายเลข 77,78 ถูกจัดไว้อยู่ในกลุ่มที่ 10

ในกลุ่มที่สิบมีทั้งหมด 8 คน ใน 6 คนนั้น มีสองคนที่สามารถจดจำต้วนหลิงเทียนได้

ก่อนหน้านี้ในตอนที่หลิงเทียนเอาชนะหลิงฉี พวกมันก็อยู่ในเหตุการณ์และได้เห็นด้วยสองตาของพวกมันเอง มันย่อมจดจำหลิงเทียนที่นำเกียรติยศมาสู้ตระกูลได้อย่างดี

เมื่อทั้งสองพบเจอหลิงเทียนในการประลอง พวกมันต่างเลือกที่จะยอมแพ้ทันที

ส่วนสี่คนอื่นๆที่เหลือไม่มีใครสามารถป้องกันเพียงแค่กระบวนท่าแรกของหลิงเทียนได้

สำหรับทางเค่อเอ๋อก็เช่นกัน กระบี่แรกที่ว่องไวปานสายฟ้าของนางทาบทับลำคอของคู่แข่งเพียงแค่การเคลื่อนไหวครั้งแรกตลอด โดยไม่มีผู้ใดสามารถต้านหนึ่งกระบี่ของนางได้ นั่นทำให้คู่ต่อสู้ทั้งหมดล้วนสูดหายใจด้วยความหนาวเหน็บ

แม้แต่ผู้ตัดสินเองก็พูดไม่ออก

กลุ่มที่ 10 ถึงกับมีตัวประหลาดอยู่ถึง 2 คน

สุดท้ายแล้วผู้นำของเวทีที่ 10 ก็คือ หลิงเทียนและเค่อเอ๋อ

สายตาของผู้ชมรอบๆ สนามประลองล้วนจับจ้องมาที่คนทั้งสอง

บนเวทีกลางที่ยกระดับขึ้นสูงๆ

"ทั้งสองคนนี้ข้ากลับไม่ค่อยคุ้นเคยนัก พวกมันมาจากตระกูลสาขาหรือ? "

หนึ่งในหัวหน้าผู้คุมกฎถึงกับแสดงความประหลาดใจออกมา

"ถูกแล้ว พวกมันทั้งสองมาจากตระกูลสาขา กล่าวได้ว่าทั้งสองมาจากตระกูลลี่สาขาเมืองวายุโปรย แต่ทว่าทั้งสองนั้นกลับเป็นผู้ที่ไม่ได้ใช้แซ่ของสกุลลี่แต่อย่างใด อ่อเด็กผู้ชายคนนั้น ยังสามารถเอาชนะหลิงฉี ได้กลางตลาดอีกด้วย "

หัวหน้าผู้คุมกฎอีกคนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"หลิงฉี? ลูกชายคนเล็กของ ประมุขตระกูลหลิงน่ะรึ? ได้ข่าวว่ามันเป็นสาวกชั้นนอกที่มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ฝีมือพอๆกับลี่ควงของเราไม่ใช่หรอกรึ? "

ผู้คุมกฎคนแรกกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง

"ถูกแล้ว"

หัวหน้าผู้คุมกฎกล่าวตอบ

"เฮ่อ สาวกจากตระกูลสาขา แต่ทว่าเลือกใช้แซ่อื่นงั้นรึ น่าเสียดายยิ่งนัก"

ผู้คุมกฎคนที่ตื่นตะลึงเมื่อครู่ถึงกับถอนหายใจออกมา

"เฮอะ! จะเป็นสาวกจากตระกูลสาขา ที่ใช้แซ่อื่นแล้วอย่างไรล่ะ?! ตราบเท่าที่พวกเขาไม่ได้ทรยศตระกูลลี่ของเรา พวกเขาก็นับว่าเป็นสาวกตระกูลลี่ของเรา "

ชายชราคิ้วขาวกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส

เมื่อได้ยินอย่างนี้ผู้คุมกฎทั้งสองคนก็ได้แต่เงียบไม่กล่าวอะไรออกมาอีก

ต้วนหลิงเทียนที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับเค่อเอ๋ออยู่ กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มว่า "ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้"

นี่ทำให้ทุกคนรวมถึงหัวหน้าผู้คุมกฎผิดหวังเล็กน้อย

แต่นั่นเป็นเพราะต้วนหลิงเทียนและเค่อเอ๋ออาศัยอยู่ด้วยกัน พวกเขาจึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร

ตอนนี้เค่อเอ๋อจึงกลายเป็นผู้ชนะของเวทีที่ 10

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ๆ ผู้ชนะก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีทั้ง 30 เวที

นอกจากเค่อเอ๋อและต้วนหลิงเทียนแล้ว เวทีที่ได้รับความสนใจก็มีอีก 3 เวที

ลี่ฉีฉี, ลี่หยวน และ ลี่เซียว

ตอนนี้หัวหน้าผู้คุมกฎคิ้วขาวก็ยืนขึ้นพร้อมกับประกาศออกมา

น้ำเสียงเรียบๆดังขึ้น "ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว สำหรับสาวกที่พ่ายแพ้และไม่ได้เป็นผู้ชนะของเวทีที่ตนอยู่ในตอนแรก พวกเจ้าสามารถ ท้าประลอง ผู้ชนะในเวทีใดก็ได้ เพียง 1 ครั้งเท่านั้น หากพวกเจ้าสามารถเอาชนะได้ พวกเจ้าก็จะเป็นผู้ชนะบนเวทีแทน และหากหมดเวลา ผู้ใดที่ยืนอยู่บนเวที จะเป็นคนที่ได้เข้าร่วมเป็นสาวกสายใน "

ทันทีที่จบคำกล่าว ในลานประลองล้วนระอุขึ้นมา

ทุกคนเหลือเพียงโอกาสเดียวเท่านั้นในการท้าทาย

พวกมันต้องการเวลาในการประเมินความแข็งแกร่งของผู้ชนะในแต่ละเวที นั่นเพราะพวกมันเลือกได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ฟึ่บ!

แต่ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังเคร่งเครียดกันอยู่นั้น ร่างหนึ่งก็กระโจนขึ้นไปบนเวทีผู้ชนะที่ 15 ทันทีอย่างไม่ลังเล

"เขาคือต้วนหลิงเทียน!"

สิ่งนี้สาวกสายนอกล้วนเข้าใจได้อย่างดี…เอาจริงๆในที่นี้เกรงว่าจะไม่มีผู้ใดรับมือหลิงเทียนได้ด้วยซ้ำ นอกจาก 3 อันดับแรกของสาวกสายนอก

“ต้วนหลิงเทียน? สาวกสายนอกที่สามารถเอาชนะ หลิงฉี ได้ที่ตลาดน่ะรึ?”

"ด้วยความแข็งแกร่งเช่นนั้นเหตุใดเขาจึงไม่สามารถเป็นผู้ชนะบนเวทีได้กัน ความสามารถของเขาน่าจะพอๆกับลี่ควงไม่ใช่เหรอ? อย่าบอกข้านะว่าเขาถูกลี่ควงจัดการ? "

"ไม่ได้เป็นเช่นนั้น สาเหตุที่เขาไม่ได้เป็นผู้ชนะบนเวทีเพียงเพราะว่า เขาสละมันให้แก่เด็กสาวที่มาด้วยกันกับเขา นางอยู่นั่นไง"

"งดงามยิ่งนัก! ความงามของนางแม้แต่สตรีที่งดงามที่สุดในบรรดาสาวกสายนอกอย่างลี่ฉีฉี ยังดูด้อยกว่า "

“ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว วีรบุรุษมักยอมให้หญิงงามเสมอ หึหึ”

……

ลี่เซียวที่เป็นผู้ชนะบนเวทีที่ 15 ได้แต่แสดงสีหน้าบิดเบี้ยวราวกับกลืนยาขม

เขาไม่คิดเลยว่า ต้วนหลิงเทียนนั้นจะมารังแกเขาเช่นนี้ ดูเหมือนว่าการกระทำของหลิงเทียนครั้งนี้จะมีความหมายแอบแฝง!

"ต้วนหลิงเทียน!"

นอกสนามประลอง แววตาของลี่ซ่งถึงกับแผ่ความอาฆาตออกมา

ถึงแม้มันจะชอบดูถูกลี่เซียวอยู่ตลอดเวลา แต่จะอย่างไรลี่เซี่ยวก็เป็นน้องชายของมัน มันย่อมห่วงและคอยดูแลน้องชายของมันอยู่เสมอ

"ข้ายอมรับความพ่ายแพ้!"

ภายใต้การจับจ้องของทุกคน ลี่เซียวเลือกที่จะยอมแพ้โดยไม่ต่อสู้

ถึงแม้ว่ารอบๆ จะมองเขาด้วยสายตาเวทนาราวกับว่าเขาขี้ขลาดไม่กล้าต่อสู้กับต้วนหลิงเทียน แต่เขาก็สามารถกัดฟันอดทน กับสายตาดูหมิ่นเหยียดหยามและยินยอมรับความอัปยศครั้งนี้ไว้

ด้วยการยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนี้ เขายังสามารถเก็บรักษาพละกำลังและสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ เพื่อไปท้าประลองเวทีอื่นได้

หากเขาต่อสู้กับหลิงเทียน จะอย่างไรเขาก็ไม่สามารถสู้กับหลิงเทียนได้อยู่แล้ว และถ้าหากหลิงเทียนจู่โจมอย่างไม่ยั้งมือ เกรงว่ามันจะต้องบาดเจ็บเสียเปล่าๆ และการไปประลองเพื่อชิงตำแหน่งเวทีอื่นทั้งที่บาดเจ็บย่อมไม่ใช่เรื่องดี เพราะหากมันพลาดนั่นหมายความว่าสถานะสาวกสายในได้หลุดลอยหายไป

"ต้วนหลิงเทียน อีกสามวันให้หลังข้าจะสั่งสอนเจ้าอย่างสาสม"

ลี่ซ่งมองไปที่หลิงเทียนพร้อมกล่าวออกมาอย่างอาฆาต ก่อนที่มันจะเดินไปหาลี่ซ่ง เพื่อช่วยเหลือน้องชายของมันในการมองหาคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมบนเวทีประลองอื่นๆ

ส่วนหลิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจอะไร มันหลับตาลงและเริ่มพักผ่อน เพราะคงไม่มีใครขึ้นมาท้าสู้กับมันแน่ๆ..

ส่วนผู้ชนะเวทีอื่นๆ กำลังเผชิญศึกหนัก บรรยากาศช่างดุเดือดมากนัก …

แน่นอนว่า ไม่มีใครกล้าท้าทาย ลี่ควง ลี่หยวน และ ลี่ฉีฉี ที่เป็นสามผู้แข็งแกร่งของสาวกสายนอกเช่นกัน และเวทีของหลิงเทียนที่มันแย่งมาจากลี่เซียวนั้นก็ว่างเปล่าจน ตัวหลิงเทียนเหมือนจะนั่งหลับไปเสียแล้ว…

ส่วนทางด้านเค่อเอ๋อกลับมีผู้ท้าชิงโผล่ออกมาถึง 3 คน

แต่ทว่าอย่างไรก็ตาม กระบี่อ่อนสะเก็ดดาวตกม่วงของนาง ยังคงโผล่ออกมาราวกับแสงอัสดง..รู้ตัวอีกทีกระบี่ก็พาดไว้บนลำคอของคู่ต่อสู้แล้ว โดยที่พวกมันไม่ทันได้ขยับตัวหรือออกกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ

"บัดซบเด็กสาวคนนี้ เพลงกระบี่แทบจะคล้ายคลึงกับต้วนหลิงเทียนถึง 10 ส่วน นางมิได้อ่อนด้อยไปกว่าหลิงเทียนสักนิด! "

"แต่ข้ากลับรู้สึกว่านางแข็งแกร่งกว่าลี่ฉีฉีเสียอีก"

"ถูกแล้ว หาใช่แค่ความแข็งแกร่งอย่างเดียวไม่ รูปร่างหน้าตาของนาง เกรงว่าลี่ฉีฉีก็จะไม่ใช่คู่ต่อสู้"

……

เหล่าสาวกชั้นนอกต่างพูดคุยกันระงม

สาวกชั้นในบางคนที่มาเข้าร่วมชมดูการประลองด้วยความสนุกสนานต่างก็จับจ้องไปยังเค่อเอ๋อเช่นกัน

"พี่อัน ท่านดูสิเด็กสาวนางนั้นหาได้ธรรมดาไม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนับว่าสาวกสายในของเรา จะปรากฏสตรีที่งดงามและมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่า ลี่เฟย อีกผู้หนึ่งแล้ว" สาวกสายในคนหนึ่งกล่าวกับชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง

ลี่เฟย นับว่าเป็นสตรีที่งดงามและมีความสามารถมากที่สุดในสาวกสตรีสายใน

ชายหนุ่มที่สวมชุดคลุมสีเทาปักด้วยดิ้นและลายปักสีเงิน ได้แต่จ้องมองไปยังเค่อเอ๋อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความโลภ ราวกับว่ามันต้องการสตรีนางนี้ไม่ว่าต้องทำอย่างไรก็ตาม

"นั่น เขาคือลี่อัน!"

"อา มันเป็นเขาจริงๆ!"

……

เมื่อสาวกสายนอกรับรู้ถึงตัวตนของสาวกสายในคนนั้นที่มาชมอยู่ พวกมันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ และนับถือ

ลี่อัน สาวกสายในที่มีชื่อเสียงอย่างมากของตระกูลลี่

หนึ่งปีที่แล้ว ลี่อันที่อายุเพียง 17 ปีกลับสามารถตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 เขาสามารถติด 1ใน 10 ของการประลองประจำตระกูล หากนับในรุ่นอายุเดียวกัน คนที่เหนือกว่ามันก็มีเพียงผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที 9 ที่อายุ 18 ปีผู้หนึ่งเท่านั้น

ตอนนี้ในหมู่สาวกที่อายุต่ำกว่า 19 ปี ความแข็งแกร่งของมันถือได้ว่าเป็นอันดับ 2

เมื่อการประลองประจำตระกูลดำเนินมาถึงยามพลบค่ำ การประลองก็สิ้นสุดลง..

หลังจากยอมรับความพ่ายแพ้จากหลิงเทียน ลี่เซียวก็ประสบผลสำเร็จในการแย่งชิงตำแหน่งผู้ชนะของเวทีอื่น

ผู้ชนะทั้ง 30 คนก็ถือได้ว่า เป็นสาวกสายในตั้งแต่บัดนี้

มีหลายคนที่ได้แต่ส่ายศีรษะด้วยความเสียดาย บางคนก็เศร้าสลดราวกับหมดสิ้นความหวังในชีวิต

ในหมู่ของพวกมัน มีบ้างแล้วที่อายุล่วงเลยมาถึง 18 ปี เนื่องจากพวกมันไม่สามารถเป็นสาวกสายในได้ในการประลองครั้งนี้..หมายความว่าหลังจากนี้และตลอดไปพวกมันจะไม่มีวันได้เป็นสาวกสายในอีกตลอดกาล

หากพวกมันเป็นครอบครัวที่มาจากตระกูลสาขา พวกมันจะถูกส่งตัวกลับตระกูลสาขาโดยทันที!

ต้วนหลิงเทียนและเค่อเอ๋อเดินจับมือเคียงคู่พร้อมกับแย้มยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

เค่อเอ๋อกอดแขนหลิงเทียนขึ้นมาไว้แน่นเพราะตอนนี้นางดีใจมากที่ได้เป็นสาวกสายใน

สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาถูกส่งมายังหลิงเทียน ทั่วทุกทิศทาง และส่วนมากจะเป็นสายตาจากบุรุษ…

“หืม?”

ทันใดนั้นหลิงเทียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

มองไปพื้นที่ด้านหน้าที่ควรจะเป็นทางเดินโล่งๆ กลับมีเด็กชายอายุประมาณ 19 ปียืนขวางทางอยู่สองคน

ชายหนุ่มด้านหน้าที่สวมชุดคลุมสีเทาลายปากสีเงิน ดูเหมือนจะกำลังมองเขาด้วยสายตาที่ราวกับเป็นคู่แค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน

หลิงเทียนเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนตรงหน้าถึงมองมันด้วยสายตาที่แค้นเคืองกันถึงขนาดนี้ ทั้งที่มันเองก็ไม่เคยรู้จักคนตรงหน้ามาก่อนด้วยซ้ำ

แต่ทว่ามันก็พลันเข้าใจได้ทันที เมื่อสังเกตเห็นคนตรงหน้าพลันแปรเปลี่ยนจากสายตาที่โกรธแค้นเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกรุ้มกริ่ม พร้อมทั้งจับจ้องไปยังเค่อเอ๋อ

อ่า…ที่แท้เหตุผลเป็นเพราะเค่อเอ๋อนี่เอง

หลิงเทียนรู้สึกช่วยไม่ได้ จนมันต้องหัวเราะออกมา

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 51 ความก้าวหน้า"

3.7 238 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

นักล่าปีศาจ
นักล่าปีศาจ
พฤศจิกายน 12, 2023
The favored son of heaven
The favored son of heaven
มกราคม 31, 2024
ราชันสามภพ (นิยายแปล)
ราชันสามภพ
กรกฎาคม 6, 2023
มหายุทธทลายดารา!
มหายุทธทลายดารา!
มีนาคม 12, 2022
Divine Beast Adventures
Divine Beast Adventures
มีนาคม 12, 2022
The Divine Nine-Dragon Cauldron
The Divine Nine-Dragon Cauldron
พฤษภาคม 17, 2022
Tags:
#ผจญภัย, กำลังภายใน, ต่อสู่, สงคราม
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz