Castle of Black Iron - Chapter 1989: ต้นตอความกังวลของจางเทีย
Chapter 1989: ต้นตอความกังวลของจางเทีย
" เพราะแนวหน้าของกองทัพเกราะดำเบอร์ 117 หน่วย 15 และป้อมเกราะดำได้เดินหน้ามาถึงเขตย่อยจักรวาลสงบทางเหนือของเขตฮวนซูซึ่งห่างจากป้อมซวนหยวนไป 3,800 ไมล์ กองกำลังปิศาจบางพวกยังต่อต้าน ตามการคาดการณ์แล้วแนวหน้าของทัพเกราะดำจะเก็บกวาดพวกปิศาจหยิบย่อยในเขตจักรวาลสงบได้ใน 2-3 อาทิตย์ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะเดินหน้าไปยังเขตย่อยสนามไฟ…"
" ทหารแนวหน้าของกองทัพเทพ เบอร์ 38 หน่วย 215 และป้อมเทพได้ไปถึงเขตย่อยปีกฟินิกส์ทางใต้ของเขตฮวนซูซึ่งห่างจากป้อมซวนหยวนไป 4,100 ไมล์ พวกเขาได้พบกับทีมอัศวินปิศาจ 15 ตัวในสันเขาปีกฟินิกส์ ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดคืออัศวินดิน อัศวินของกองทัพเทพได้เข้าสู้กับอัศวินปิศาจเหล่านั้น หลังจากที่ฆ่าอัศวินปิศาจ 5 ตัว พวกเขาก็ได้ทำลายทีมปิศาจและไล่ตามพวกที่เหลือ อัศวิน 60 คน 3 ทีมในป้อมซวนหยวนได้บินไปยังเขตย่อยปีกฟินิกส์และร่วมมือเพื่อล้อมอัศวินปิศาจที่เหลือภายใต้การนำของอัศวินดินทั้ง 9 คน.."
สำหรับทัพใจกลาง สองหน่วยของยามราศีได้ไปถึงเขตย่อยเสือขาวในเขตคังซูซึ่งห่างจากป้อมซวนหยวนไป 1,500 ไมล์ พวกเขาได้เดินหน้ามาหาท่าน พวกเขาไม่ค่อยพบศัตรู อัศวินของยามราศีไม่ได้เห็นอัศวินปิศาจมาหลายเดือนแล้ว…"
เพราะ จางเทีย มักจะรู้สึกกังวล เขาจึงมายังห้องสั่งการของป้อมรบและให้คนรายงานสถานการณ์ให้เขาฟัง เขาต้องการรู็ว่าเขาลืมอะไรไปรึเปล่า
ใต้เท้าของ จางเทีย เป็นแก้วคริสตัลโปร่งใส โต๊ะแผนที่ของทั้งประเทศอยู่ในล็อบบี้ที่ชั้นล่าง เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังยุ่งอยู่กับการรวบรวมข้อมูลและประมวลผลใส่กับโต๊ะแผนที่ ตราบใดที่ จางเทีย ก้มหน้าลงมอง เขาจะเห็นสถานการณ์โดยรวมของไทเซียได้
จางเทีย ยืนอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเว่ยชู มีลูกศรชี้บอกตำแหน่งนี้ที่โต๊ะทราย อีกอย่างแล้วยังมีลูกศรอีกสี่อันในเขตฮวนซู, คังซูและหนิงซูที่ชี้แนวเส้นรบที่สันเขาฮีแลนถึงแม่น้ำเว่ยชู ลูกศรทั้งห้านั้นอยู่ขนานกัน ระยห่างระหว่างพวกนั้นกับตำแหน่งของ จางเทีย อยู่ที่ 3,000-5,000 ไมล์
กองกำลังไทเซียเดินหน้ามาอย่างราบรื่น ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วปิศาจไม่อาจจะป้องกันตัวจากกองกำลังเหล่านี้ได้ หลังจากนั้นกองกำลังทั้งหมดจะมารวมตัวกันที่แม่น้ำเว่ยชูและเดินหน้าไปยังเขตวูซูกับหยินซู
จางเทีย ก้มหน้าลงมองแผนที่ด้านล่าง ในขณะเดียวกันเขาก็คิ้วขมวดและเดินไปมา ดูจากข้อมูลแล้วกองกำลังทั้งห้าจะเดินหน้ามาโดยไม่พบอุปสรรคใดๆแต่ จางเทีย ยังรู้สึกกังวลมากกว่าแต่ก่อน
มันคืออัศวินหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา จางยู่เทิง ที่รายงานสถานการณ์กองกำลังทั้งห้าให้ จางเทีย ฟัง เขาดูคล้ายกับ จางเทีย จางยู่เทิง คือลูกชายของ ชางเชิงติง และเป็นหลานของ จางเทีย ตอนนั้นอัศวินหนุ่มหลายคนของวังจินวูได้เข้าร่วมกับกองกำลังหลักและติดตาม จางเทีย ทวงคืนพื้นที่และสร้างผลงาน เพราะ จางยู่เทิง มีความจำดีและเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีพรสวรรค์ จางเทีย จึงของให้หลานมาอยู่กับเขา ด้วยวิธีนี้ จางยูเทิง จึงมักจะได้รับความรู้ต่างๆอยู่เสมอ
" ป้อมสิงโตเป็นยังไง ?" – จางเทีย ถาม จางยู่เทิง
หลังจากที่ได้เขตแรงกลับมา ป้อมสิงโตก็ได้กลับไปยังดินแดนธาตุดินผ่านทางเขตแรง พวกเขาได้เดินหน้ากันไปถึงทางเข้าของเหวแรกในดินแดนธาตุดิน พวกเขาได้ทำการป้องกันดินแดนธาตุดินเอาไว้และกันไม่ให้ปิศาจใช้ลูกไม้เดิม นอกจาก ดูกูยี่ นายพลสยบปิศาจแล้ว ซูกิวหมิงยู่ ก็อยู่ในป้อมสิงโตด้วย
" อัศวินปิศาจในเหวแรกได้ทำการโจมตีป้อมสิงโตอย่างต่อเนื่องแต่เพราะพวกมันเป็นกองกำลังเล็ก พวกมันจึงไม่เป็นภัยต่อป้อมสิงโต ! "
" ป้อมสิงโตได้พบกับปิศาจอัศวินสวรรค์ล่าสุดตอนไหน ? "
" 4 เดือนก่อน ! "
" แล้วกองกำลังพันธมิตรที่ทวีปตะวันตกอยู่ไหน ?"
" พวกเขาได้ข้ามสันเขากาดิสมาแล้ว เมื่อวานนี้แนวหน้าได้ทำลายเมืองดันเต้ เมืองใหญ่ใจกลางอาณาจักรพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ แนวป้องกันของอาณาจักรนั้นมีแต่ช่องโหว่ ! "
ไม่รู้ว่าทำไม จางเทีย ถึงไม่ได้ดีใจทั้งๆที่นี่เป็นข่าวดีก็ตาม
" ดี เจ้าไปได้แล้ว ! " – จางเทีย โบกมือแล้วพูดต่อ – " ข้าจะไปเก็บตัว อย่ารบกวนข้าหากไม่มีเรื่องสำคัญ ! "
" ได้ ! " – จางยู่เทิง ทำความเคารพให้ จางเทีย หลังจากนั้นเขาก็เดินไปที่ประตู
สำหรับ จางเทีย มีแค่ปิศาจอัศวินสวรรค์ที่ดึงความสนใจเขาได้ ไม่มีใครอื่นที่สำคัญ ทุกคนในป้อมซวนหยวนรู้เรื่องนี้ดี
ตอนที่ จางยู่เทิง เปิดประตูและกำลังจะออกไป อยู่ๆ จางเทีย ก็พูดขึ้นมา – " ยู่เทิง หากเจ้าไม่คิดจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น เจ้าไม่ควรทำให้เธอเข้าใจผิด ตระกูลจางเราทำตัวโรแมนติคมาเสมอแต่เจ้าไม่อาจจะผูกสัมพันธ์กับผู้หญิงทั่วทุกคนได้ ถ้าผู้หญิงชอบที่จะอยู่กับผู้ชาย เธอก็ต้องพิเศษ บางคนหาซื้อได้แต่บางคนก็ซื้อไม่ได้ ก่อนที่จะนอนกับเธอ เจ้าควรยืนยันว่าเจ้าจะให้สิ่งที่เธอต้องการได้หรือไม่ ถ้าเจ้าทำไม่ได้ก็อย่าแตะต้องเธอ มันเหมือนกับการสั่งอาหารในโรงแรม อย่าสั่งสิ่งที่เจ้าจ่ายไม่ได้ อย่าคิดว่าจะได้กินอาหารฟรีๆ นั่นคือข้อกำหนดของผู้ชาย "
จางยู่เทิง หยุดทันที หลังจากนั้นเขาก็หันกลับมาและพูดด้วยสีหน้าอายๆ – " ข้าเข้าใจแล้ว ปู่ ! "
จางเทีย พยักหน้าและบอกให้ จางยู่เทิง ออกไป
ในฐานะหลานของ จางเทีย จางยู่เทิง เกิดมาในครอบครัวที่โดดเด่น อีกอย่างแล้วเขายังเด็ก, หล่อเหลาและมีความสามารถ ผู้ชายแบบนี้เป็นจุดสนใจสำหรับสาวๆไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม แม้แต่ในป้อมซวนหยวน จางเทีย ก็รู้เรื่องหลานเป็นอย่างดี ตอนที่อัศวินคนอื่นล่าปิศาจด้านนอก หลานเขาก็จะกลายเป็นเหยื่อของหลายคนในป้อม มันจะกลายเป็นกับดักที่รั้ง จางยู่เทิง ที่เพิ่งขึ้นเป็นอัศวินและไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องรักมากมายนัก
หลังจากที่ จางยู่เทิง ออกไปแล้ว จางเทีย ก็ได้ติดต่อวังจินวูและเนินเขาซวนหยวนก่อนจะรู้ว่าสถานการณ์ยังคงปกติดี หลังจากนั้น จางเทีย ก็ไปนั่งที่เก้าอี้เอามือวางไว้ที่หน้าท้อง จากนั้นเขาก็เริ่มปรับความคิดตัวเอง
ไม่นานมานี้มันเกินกว่าที่ จางเทีย คาดไว้ที่ว่ากองกำลังไทเซียจะเดินหน้ามาได้อย่างราบรื่น คนอื่นอาจจะรู้สึกดีใจกับชัยชนะนี้แต่ จางเทีย ไม่ได้ดีใจเพราะเขารู้ว่ากลยุทธของปิศาจน่ะต้องดีกว่านี้
แม้ว่าปิศาจจะเสียแคมป์ใหญ่ 3 แห่ง, อัศวินปราชญ์ 4 ตัวและอัศวินปิศาจกว่าหมื่นตัวไปแต่พวกมันก็ไม่มีทางยอมแพ้แน่ จากความบ้าคลั่งและดุดันของปิศาจแล้วถ้าพวกมันต้องแพ้สงคราม พวกมันจะทำการตอบโต้อย่างดุดัน มันก็เหมือนสงครามสองครั้งก่อนหน้านี้ตอนที่ปิศาจไม่อาจจะเอาชนะมนุษย์ได้ พวกมันจะสร้างความเสียหายให้มนุษย์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ นี่คือรูปแบบของปิศาจ
ตอนนี้ปิศาจสามารถใช้กลยุทธได้มากมาย
เจ้าชายปิศาจยังไม่โผล่มาซึ่งบ่งบอกว่าปิศาจยังไม่ได้แสดงกำลังรบเต็มกำลัง
ปิศาจยังไม่ได้ใช้หนอนหุ่นเชิดในพื้นที่ใหญ่กับไทเซีย ถ้าปิศาจต้องแพ้สงครามจริง พวกมันก็ต้องใช้หนอนหุ่นเชิดโดยไม่กังวลเรื่องพิษจันทรา กลับกันแล้วเพราะการมีอยู่ของพิษจันทรา ปิศาจจึงยั้งมือในการใช้หนอนหุ่นเชิดเพื่อทำให้มนุษย์ตายและเปลี่ยนหลายที่ให้กลายเป็นดินแดนร้างซึ่งมนุษย์ยากจะรอดไปได้ แม้ว่าปิศาจไม่อาจจะใช้พวกมันในอาณาเขตไทเซียได้แต่อย่างน้อยพวกมันก็สามารถใช้มันในพื้นที่ของอาณาจักรเอื้อมสวรรค์ได้แต่ปิศาจไม่ได้ใช้หนอนหุ่นเชิดที่นั่น พวกมันกลับทิ้งอาณาเขตเหล่านั้นไป มันอาจจะมีอันตรายที่ยิ่่งใหญ่กว่านี้…
มันน่าจะมีปิศาจอัศวินปราชญ์และอัศวินปิศาจต่ำกว่าปราชญ์มากกว่านี้ในเหวใต้ดินนอกจากพวกที่โดนฆ่าในแคมป์ใหญ่โดย จางเทีย
เมื่อปิศาจยังไม่บ้าคลั่ง มันจะยอมรับความพ่ายแพ้ได้ยังไง ?
ดังนั้นปิศาจต้องมีไพ่ตายที่ จางเทีย ยังไม่รู้แน่…
มันคือต้นตอที่ทำให้ จางเทีย กังวลเมื่อพวกเขากำลังจะชนะสงครามครั้งนี้
'ไพ่ตายของปิศาจคืออะไร ? ทำไมปิศาจถึงเชื่อว่าพวกมันพลิกสถานการณ์ได้แม้ว่าข้าจะทวงคืนดินแดนในทวีปตะวันออกมาแล้ว ? '
จางเทีย เริ่มใช้ความคิดทันที…