Castle of Black Iron - Chapter 1988: 5 ปี
Chapter 1988: 5 ปี
เริ่มจากปี 933 หลังจากที่ จางเทีย ได้ทำลายแคมป์ปิศาจสามแห่งและฆ่าปิศาจอัศวินปราชญ์ไป 4 ตัว สถานการณ์โดยรวมของไทเซียก็พลิกผันในทันที ผลคือกองทัพไทเซียซึ่งมักจะได้แต่ป้องกันกลับทำการโจมตี พวกเขาได้เข้าไปในอาณาเขตของปิศาจและทวงคืนดินแดนที่เสียไป ผ่านไปแค่ครึ่งปีพวกเขาก็ได้ทวงคืนเขตกันซู, เหลียงซู, ยู่ซูและอันซูมาได้
แม้แต่นักประวัติศาสตร์ก็ยังถือว่านี่เป็นเรื่องที่ควรจะบอกกันต่อไป เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่กองกำลังไทเซียได้ทวงคืนดินแดนที่เสียไปกลับมาจนทำให้กองกำลังปิศาจต้องถอยได้ตั้งแต่เกิดสงครามขึ้นมา มันเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่สำหรับมนุษย์
ที่สนามรบอื่นก็เช่นกัน แนวต่อสู้ที่ทางเหนือและใต้ของทวีปตะวันตกเองก็พบจุดเปลี่ยน
ตั้งแต่ปี 932 กองกำลังพันธมิตรที่ทวีปตะวันตกพบว่ากองกำลังหุ่นเชิดของอาณาจักรพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์เริ่มส่งกองกำลังโจมตีมาช้าลง ตอนแรกอาณาจักรพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ลดจังหวะการโจมตีลงพร้อมกับใช้อาวุธไฟ จากนั้นทหารอากาศของอาณาจักรพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มโจมตีน้อยลงไปด้วย กลับกันแล้วมันมีปิศาจปีกโผล่มามากกว่าเดิม จากการโจมตีอย่างต่อเนื่องนี้ กองกำลังพันธมิตรมนุษย์ในทวีปตะวันตกก็เริ่มได้เปรียบในท้องฟ้ามากขึ้น หลังจากนั้นจากข้อมูลของหน่วยข่าวกรอง พันธมิตรมนุษย์ก็ยืนยันได้ว่าอาณาจักรพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจะผลิตน้ำมันไฟขึ้นในอาณาเขตของมันได้อีกต่อไป
สำหรับกองทัพที่พึ่งน้ำมันไฟ ตราบใดที่เสียน้ำมันไฟไป มันก็หมายความว่าเครื่องบินนั้นไม่อาจจะบินได้อีก นอกจากนี้นักสู้ทุกคนก็ยังขาดอาวุธไฟไปด้วย เมื่อเป็นแบนั้นแม้ว่ากองกำลังของอาณาจักรพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์จะมีปิศาจคอยหนุนหลังแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาระดับการโจมตีเอาไว้ได้
อีกอย่างแล้วตอนที่แคมป์ทั้งสามของปิศาจโดนทำลายในชั่วข้ามคืน คนในทวีปตะวันตกก็ยากจะเห็นแคมป์ใหญ่ของปิศาจได้อีก แม้แต่แคมป์ใหญ่สองแห่งของปิศาจในอาณาจักรพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ก็หายไปในข้ามคืนด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นกำลังใจของพันธมิตรมนุษย์ก็เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่ประคองสถานการ์ที่แนวเหนือกับใต้ไว้ได้ พวกเขาก็ได้ทำการตอบโต้
จากการเตรียมการครึ่งปี ในวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 933 วันเดียวกับที่ จางเทีย ได้เคลื่อนพล กองกำลังพันธมิตรมนุษย์ทางใต้และเหนือที่ทวีปตะวันตกก็เริ่มทำการตอบโต้ ในขณะเดียวกันกองกำลังมนุษย์ก็ได้เปรียบทันทีทั้งในทวีปตะวันออกและตก กองกำลังปิศาจและลูกน้องปิศาจเริ่มจะล่มสลายไป
ในเดือนมิถุนายน ปี 933 จางเทีย ได้ไปถึงที่สนามรบในไทเซีย ในเดือนเดียวกันนั้นหน่วยกว่าร้อยหน่วยของสี่กองทัพใหญ่อย่างกองทัพเกราะดำ, กองทัพเทพและกองทัพหวงห้ามได้แบ่งกันเป็น 5 กองกำลังหลักเข้าไปในอาณาเขตปิศาจจากถนนตงกวน, เขตกันซู, เหลียงซู, ยู่ซูและอันซูซึ่งได้ดินแดนกลับมาแล้ว ในปี 934 กองกำลังมนุษย์ได้ทวงคืนเขตเซียนซู, ปิงซู, เจียงซู, ติงซูและลู่ซู กลับมาได้ ตอนนี้บรรยากาศในประเทศมีแต่ความยินดี
…
ในเดือนเมษายน แม่น้ำเว่ยเริ่มละลายขึ้นมา จากบนท้องฟ้านั้นแม่น้ำแห่งนี้เหมือนกับเข็มขัดสีเขียวบนพื้นดิน ตอนบ่ายพระอาทิตย์ขึ้นสูงที่ท้องฟ้า ป้อมรบของไทเซียได้บินผ่านที่นั่นจากทางตะวันออกเหลือทิ้งไว้แต่เพียงเงาขนาดใหญ่ที่พื้น
ป้อมรบปิศาจสูงกว่า 1,000 ม.อยู่ที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำราวกับต้นไม้รูปร่างแปลกๆ ไม่นานหลังจากนั้นเงาของป้อมมนุษย์ก็ครอบคลุมกป้อมปิศาจเอาไว้
พวกด้วงเกราะเหล็กได้มองขึ้นมาที่ป้อมมนุษย์ ปรากฏว่าด้วงเกราะเหล็กได้พากันบินขึ้นสู่ท้องฟ้าแต่ด้วงพวกนี้บินได้อย่างมากก็แค่ไม่กี่สิบเมตร ดังนั้นการโจมตีของพวกมันจึงมาไม่ถึงป้อมมนุษย์ที่สูงจากพื้นไปหลายพันเมตร มันเหมือนกับมดที่ต้องการจะฆ่าอินทรีย์ในท้องฟ้าด้วยน้ำลายของพวกมัน
ท่าทีของด้วงเหล่านี้ได้ส่งไปถึงป้อมปิศาจในทันที ในเวลาเดียวกันป้อมปิศาจก็รู้สึกได้ถึงอันตราย มันเริ่มคายหมอกดำออกมาเพื่อปกคลุมเขตอากาศใกล้ๆเอาไว้
แต่มันก็สูญเปล่า
ตราบใดที่ป้อมปิศาจเปลี่ยนร่างไปอย่างสมบูรณ์แล้ว มันจะขยับไม่ได้อีกต่อไป ด้วยการที่ไม่มีการปกป้องจากปิศาจตัวอื่นๆ ความสามารถป้องกันทางอากาศของมันก็แทบจะเป็นศูนย์
น่าเสียดายในระยะ 600 ไมล์รอบป้อมบิน พวกเขาไม่ได้เห็นอัศวินปิศาจเลยสักตัว มันมีแค่ปิศาจปีกเพียงไม่กี่ตัว
ตอนที่ป้อมปิศาจได้คายหมอกดำอกมา สายฟ้าก็ถูกยิงลงมาจากป้อมมนุษย์ทำลายป้อมปิศาจที่พื้นดินทันที ทันใดนั้นพื้นทีหลายตารางไมล์รอบป้อมปิศาจก็ถูกทำลายโดยความร้อนและคลื่นกระแทก พวกด้วงที่พื้นดินใกล้กับป้อมปิศาจได้ระเหยกลายเป็นไอทันที……
ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นพื้นดินที่ป้อมปิศาจอยู่ก็กลายเหลุมใหญ่ ในขณะเดียวกันด้วงห่างไปกว่า 10,000 ม.ก็กรีดร้องออกมาและพากันหนี
ที่ป้อมรบในอากาศ จางเทีย ค่อยๆดึงมือกลับมาพร้อมคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย ตอนที่เขามองไปที่แม่น้ำเว่ยชูตรงหน้า เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
นายพลและอัศวินหลายร้อยคนของไทเซียมองมาที่หลังเขา ผลก็คือน้อยคนนักที่จะเห็นว่า จางเทีย เพิ่งจะทำลายป้อมปิศาจที่พื้นดินได้ ในสายตานายพลและอัศวินเหล่านั้น หากไม่มีการปกป้องจากอัศวินปิศาจ ป้อมปิศาจก็ต้องกลายเป็นเถ้า แม้แต่เครื่องบินที่บินตามหลังมาก็สามารถทำลายป้อมปิศาจนี้ได้ง่ายๆ
ตะกี้นี้ จางเทีย อาจจะแค่อยากสนุกเหมือนกับคนที่เดินอยู่ริมน้ำแล้วหยิบหินขึ้นมาโยนเล่น
นายพลและอัศวินของไทเซียด้านหลังไม่เห็นเขาทำการโจมตีมาเกือบ 2 ปีแล้ว การโจมตีครั้งล่าสุดของเขาอยู่ที่เขตหนิงซู ตอนนั้นมีปิศาจอัศวินสวรรค์อยู่ในระยะ 600 ไมล์ จางเทีย ได้บินออกจากป้อมรบ แค่เพียง 10 นาที จางเทีย ก็กลับมาพร้อมหัวของปิศาจเกราะอัศวินสวรรค์ จากนั้นมามันก็ไม่มีเป้าหมายในสนามรบที่คู่ควรกับการโจมตีของ จางเทีย
ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา กว่าหลายปีมานี้ทุกคนด้านหลังเขาได้สร้างนิสัยขึ้นมา ตราบใดที่ จางเทีย ไม่ได้สั่งการให้หยุด ป้อมจะบินต่อไปและบดขยี้ศัตรูทั้งหมดที่เห็นระหว่างทาง ไม่มีใครสามารถป้องกันตัวได้ สำหรับอุปสรรคระหว่างทางที่มองข้ามได้ ทุกคนก็จะเชื่อว่าพวกเขาสามารถเก็บกวาดปิศาจทั้งหมดได้….
" หยุด…." – จางเทีย เปิดปากพูด เขาไม่ได้หันกลับมา เขาแค่ยกมือขึ้น หลังจากนั้นป้อมรบก็หยุด – " เราจะรอกองกำลังภาคพื้นดินและกองกำลังใหญ่อื่นๆที่นี่ ตอนที่แม่น้ำเว่ยชูแข็งตัวในฤดูหนาว เราจะข้ามแม่น้ำ หลังจากนั้นเราก็จะขับไล่ปิศาจทั้งหมดกลับไปใต้ดิน,จบสงครามบนผิวดินและทวงคืนดินแดนของประเทศกลับมา….."
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นพวกนายพลและอัศวินด้านหลังก็ตื่นเต้นจนตาแทบส่องแสงออกมา ตรงข้ามแม่น้ำเว่ยชูนั้นมีเขตหยินซู, วูซู, ซูซู, ยีซูและเขตจากป่าจนไปถึงดินแดนภัยพิบัติที่ปิศาจยึดครองอยู่ พวกเขาจะทวงคืนพื้นที่นั้นได้ในไม่ช้าแต่ความเร็วในการฟื้นฟูไม่ได้พึ่งพาอัศวินแต่เป็นกองทัพของช่างด้านหลัง มีแค่การซ่อมรางและถนนถึงจะส่งอุปกรณ์มาได้
….
ตอนที่ป้อมรบหยุดเหนือทางใต้ของแม้น้ำ อัศวินนับพันได้บินออกจากป้อมรบเพื่อเก็บกวาดพื้นที่รอบๆ โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่จัดการกับพื้นที่รอบๆแล้ว ทหารอากาศจะทำการค้นหาและโจมตีกันอีกรอบ หลังจากนั้นกองกำลังภาคพื้นดินจะมาถึงโดยตามด้วยกองกำลังใหญ่ของกองทัพทั้งสี่ หน่วยช่างหลายสิบหน่วยจะตามมาเพื่อซ่อมราง, ถนนและสนามบิน หลังจากนั้นกองกำลังเขตก็จะมา สุดท้ายกลุ่มแรกของเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจากทุกกลุ่มจะมาที่นั่นเพื่อสร้างเมืองขึ้นมาใหม่…..
มันมีอัศวินปิศาจน้อยนิดในระยะ 600 ไมล์ที่ท้องฟ้า ดังนั้นพวกอัศวินที่รับหน้าที่ในการเก็บกวาดปิศาจจึงพากันบ่นในใจ พวกเขารู้ว่าได้มีคนเข้ามาที่นี่ก่อนเขา — อัศวินของนิกายและตระกูลใหญ่ในไทเซีย
ตอนที่ไทเซียอยู่ในสภาพแย่กับสงคราม พวกนิกายและตระกูลพากันเก็บตัวเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ตอนที่สถานการณ์พลิกผัน พวกนิกายและตระกูลใหญ่ต่างก็กล้ายิ่งกว่ากองทัพไทเซีย ผลก็คือพวกนิกายและตระกูลใหญ่ต่างก็อาสาส่งคนของตัวเองออกมา
มันเกือบ 5 ปีแล้วตั้งแต่ที่ จางเทีย ได้ออกจากเนินเขาซวนหยวนมา สถานการณ์โดยรวมของสงครามเปลี่ยนไปอย่างมาก….
แต่ไม่รู้ว่าทำไม จางเทีย ถึงได้รู้สึกกังวลตลอดหลายวันมานี้…