Castle of Black Iron - Chapter 1987: การจัดแจงของจางเทีย
Chapter 1987: การจัดแจงของจางเทีย
หลังจากที่ได้ยินคำเสนอของ ซูกิวหมิงยู่ จางเทีย ก็ตกลงทันที….
ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีที่ จางเทีย ไล่ เมิ่งชี่เดา ออกและแต่งตั้ง ตังหลิง อีกอย่างแล้ว ตังหลิง ก็ถูกบอกให้เข้าประจำตำแหน่งตอนนี้เลย จางเทีย ถือว่าทำงานได้ดีหากเทียบกับเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลเรื่องราวต่างๆในวังเก้าสวรรค์ตลอดหลายปีมานี้
" เพราะ หลี่หยุนจี เจ้าหน้าที่ศาลเก่าเองก็เป็นหนึ่งในเก้ารัฐมนตรีของไทเซียซึ่งเกี่ยวข้องกับพันธมิตรราชวงศ์ เขาถูกถอดจากตำแหน่งและจับขัง ตำแหน่งนี้ไม่อาจจะว่างได้ มีใครมีตัวแทนที่เหมาะสมรึเปล่า ?" – เสียงของ จางเทีย ดังก้องไปทั่ววัง
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นคนอื่นๆก็เงียบ เพราะเจ้าหน้าที่ศาลนั้นต้องจัดการกับเรื่องคดีใหญ่ของพันธมิตรราชวงศ์และวังจินวูจึงไม่มีใครรู้ว่า จางเทีย คิดอะไรอยู่ในตอนนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่รอให้ จางเทีย ตัดสินใจ
ตำแหน่งหัวหน้าศาลตอนนี้คือกรรไกรในมือ จางเทีย สำหรับว่ากรรไกรคู่นี้จะเหมาะสมหรือไม่นั้น มันขึ้นอยู่กับเจ้าของ
จางเทีย รออยู่ครึ่งนาที ตอนที่พบว่าทุกคนต่างก็เงียบ เขาจึงได้พูดต่อ – " เมื่อพวกท่านเงียบ ข้าจะแต่งตั้งเอง…" – จางเทีย ยิ้ม ในขณะเดียวกันเขาก็มองไปรอบๆ ตอนที่คนอื่นเดาว่า จางเทีย จะแต่งตั้งใครขึ้นมา จางเทีย ก็เรียกชื่อที่ทุกคนไม่คาดคิดออกมา – " ซูบิงเตา ผู้ช่วยของรัฐมนตรีธรรมเนียม(หัวหน้าของ 9 รัฐมนตรี)อยู่ไหนกัน ? "
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นหลายคนก็จ้องไปที่เจ้าหน้าที่ชั้น 2 ที่ยืนอยู่แถบด้านหน้าในหมู่เจ้าหน้าที่ย่อย
ผู้ช่วยรัฐมนตรีธรรมเนียมในวัย 50 ปีมีหนวดที่สวยงาม,ใบหน้าที่ดูมั่นคง เมื่อเขารับตำแหน่งนี้ได้ เขาก็ต้องเป็นอัศวินเงา หลังจากที่ได้ยินว่าชื่อตัวเองโดนเรียก เขาก็แสดงท่าทีแปลกใจออกมาเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็ก้าวออกมาและตอบกลับ – " ข้าอยู่นี่ ท่านลอร์ด ! "
" จากวันนี้ไปท่านจะเป็นรัฐมนตรียุติธรรมของไทเซีย ! " – จางเทีย พูดขึ้นอย่างใจเย็นโดยไม่อธิบายอะไรต่อ
หลังจากที่เงียบไปหลายวินาที ซูบิงเตา ก็โค้งให้กับ จางเทีย แล้วตอบกลับ – " ได้ ท่านลอร์ด ! "
หลายคนในวังต่างก็ช็อกอย่างมากกับการแต่งตั้งนี้ พวกเขาเข้าใจได้ว่าทำไม จางเทีย ถึงได้ไล่ เมิ่งชี่เดา ออกแต่พวกเขาสับสนกับการแต่งตั้งนี้ ซูบิงเตา ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับวังจินวูเลย เขาไม่ได้เป็นคนสำคัญสำหรับ จางเทีย ทำไม จางเทีย ถึงได้ให้ ซูบิงเตา แบกรับภาระหนักนี้ด้วย ?
หลายคนไม่เข้าใจ จางเทีย แต่มีบางคนที่เข้าใจทันที ผู้สั่งการ, ศาล, ลอร์ดกวนหนาน, ลอร์ดเหยียนและรัฐมนตรีบางคนเข้าใจความคิดของ จางเทีย และมองเขาด้วยท่าทีชื่นชม ซูบิงเตา เองก็เข้าใจมันเช่นกัน
ซูบิงเตา ไม่ได้โดดเด่นในหมู่เจ้าหน้าที่ใหญ่ในวังแต่เขามีข้อดีอย่างหนึ่งเหนือกว่าคนอื่นๆ ก่อนที่จะเข้ามายังเนินเขาซวนหยวน เขาเคยได้รับตำแหน่งผู้ดูแลเขตของเขตซวนซูกว่า 40 ปี เขตซวนซูเป็นเขตใหญ่โดยเป็นที่ตั้งของนิกายไทยิ ในฐานะผู้ดูแลเขต แม้ว่า ซวนบิงเตา และตระกูลซูจะไม่ใช่สมาชิกของพันธมิตรราชวงศ์แต่พวกเขาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกี่ยวข้องกับนิกายไทยิรึนิกายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับนิกายไทยิ ตอนนั้นมันเป็นข่าวดีสำหรับสามนิกายใหญ่ทั่วประเทศที่สนับสนุนสามนิกายใหญ่ที่ จางเทีย ได้แต่งตั้ง ซูบิงเตา เป็นรัฐมนตรียุติธรรม มันหมายความว่า จางเทีย ไม่ได้ต้องการกวาดล้างสามนิกายใหญ่ด้วยกำลัง เขากลับต้องการให้พวกนั้นมีชีวิตอยู่ต่อ อีกอย่างแล้วเขายังประคองสถานการณ์โดยรวมของไทเซียได้ด้วยการตัดสินใจแบบนี้
ดาบของ จางเทีย ได้กลายเป็นตะเกียบ ดังนั้นหลายคนจึงยอมเลือกที่จะโดนตะเกียบตีดีกว่าต้องหมดหวังเมื่อเผชิญหน้ากับดาบ
" อัศวินกว่าพันคนของสามนิกายใหญ่ยังคงอยู่ในคุกของนิกายมังกรเหล็ก หลังจากนี้สักพักศาลสูงสุดจะส่งคนไปรับอัศวินทั้งหมดมาและจัดการพวกเขาตามกฎหมายแต่ในหลายเดือนที่ผ่านมา นิกายมังกรเหล็กได้ความลับมากมายเกี่ยวกับคดีใหญ่ในเมืองโม่เจียงที่เขตซงซูเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นสามนิกายใหญ่ได้สร้างกับดักซุ่มโจมตี เซ่าหยวน เพื่อจะเอาทักษะของเขา ไม่คาดคิดว่าพลังของ เซ่าหยวน นั้นมากกว่าที่พวกเขาคิด หลังจากนั้น เซ่าหยวน ได้ฆ่าอัศวินมากมายและฝ่าวงล้อมมาได้ แม้แต่ทั้งเมืองโม่เจียงก็โดนทำลายไปด้วย พวกที่ควรจะรับผิดชอบเรื่องนี้ควรจะเป็นพันธมิตรราชวงศ์และสามนิกายใหญ่ ! "
จากนั้น จางเทีย ก็ถอนหายใจออกมา – " ในฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุแล้ว เซ่าหยวน ควรจะรับใช้มนุษย์ในสนามรบในตอนนี้แต่เขาถูกประฌามและเป็นคนร้ายของศาลเพราะเรื่องในเมืองโม่เจียง มันได้เวลาที่ศาลจะประกาศความบริสุทธิ์ของเขาได้แล้ว ! "
ก่อนที่จะรู้จักพันธมิตรราชวงศ์ จางเทีย เองก็คิดว่า เซ่าหยวน ควรจะรับผิดชอบในเรื่องนี้แต่หลังจากที่รู้ถึงท่าทีชั่วร้ายของพันธมิตรราชวงศ์ จางเทีย ก็เริ่มสงสัยในความจริงเรื่องนี้ ครั้งนี้หลังจากที่นิกายมังกรเหล็กได้จับกุมอัศวินจากสามนิกายใหญ่มาหลายคน จางเทีย ก็ได้ให้คนของเขาสอบสวนอัศวินเหล่านั้น ตามที่คาดเอาไว้ที่พวกนั้นรู้รายละเอียดเรื่องในเมืองโม่เจียง จริงๆแล้วเป็นพันธมิตรราชวงศ์ที่เป็นคนร้ายในเรื่องนี้ เซ่าหยวน คือเหยื่อ ผลเสียที่เขาได้รับยากจะทานทนได้ ตอนที่ เซ่าหยวน ได้เห็นคนในครอบครัวโดนฆ่าโดยนายน้อยของศาลาสวรรค์ที่เมืองโม่เจียง เซ่าหยวน ก็แทบจะเสียสติ ดังนั้นเขาจึงทำตัวเช่นคนบ้าตั้งแต่นั้นมา….
ตอนที่ จางเทีย คิดถึงนักเล่นแร่แปรธาตุผู้โด่งดังที่โดนโยนออกจากโรงแรมเซ่าโดยยามเหมือนกับขอทานที่เมืองมังกรขาว เขาก็แทบจะน้ำตาไหลเพราะความสงสาร
วันนี้ในวังเก้าสวรรค์ จางเทีย ได้ประกาศความบริสุทธิ์และเปิดเผยความจริงของเมืองโม่เจียงออกมา
หลังจากที่ศาลสูงสุดได้ยกเลิกความผิดของ เซ่าหยวน จางเทีย ก็รู้สึกว่าในที่สุดอาจารย์ของเขาก็จะปรากฏตัวขึ้นมาในเนินเขาซวนหยวนได้ ในที่สุดเขาก็ได้ทำอะไรให้อาจารย์บ้าง
….
หลังจากที่จัดการเรื่องต่างๆเสร็จ จางเทีย ก็ได้เรียกตัว ซูบิงเตา เข้าพบ ในห้องหนังสือ
" เจ้ารู้มั้ยว่าทำไมข้าถึงได้แต่งตั้งท่านเป็นรัฐมนตรียุติธรรม ?" – จางเทีย มองไปที่อีกฝ่ายแล้วถามขึ้นมา
" ข้ารู้ ! " – ซูบิงเตา พูดออกมาตรงๆ – " ลอร์ด ท่านต้องการให้ข้าดูแลให้พวกเขารอดเผื่อว่าไทเซียจะมีปัญหาขึ้นมาเพราะพันธมิตรราชวงศ์งั้นรึ ? "
" ดีที่ท่านรู้ ! " – จางเทีย พยักหน้าแล้วพูดต่อ – " สำหรับคดีของพันธมิตรราชวงศ์ ท่านจะเป็นรับผิดชอบเรื่องนี้ ! "
" ลอร์ด ข้าคอยฟังคำชี้แนะจากท่าน "
" ถ้าพวกเขาพูดความจริง พวกเขาก็จะได้รับโทษสถานเบา ถ้าพวกเขาปฏิเสธที่จะสารภาพ พวกเขาจะเจอโทษหนัก หัวหน้าจะโดนรับโทษหนักสุด พวกที่โดนบังคับให้ลงมือจะได้ลดโทษ ห้ามให้ลงโทษผู้บริสุทธิ์ นี่คือความต้องการของข้า ! " – จางเทีย พูดขึ้นมาด้วยสายตาที่มั่นคง – " มันมีสามจุด อย่างแรกคือจากนี้สามนิกายใหญ่ของพันธมิตรราชวงศ์จะไม่มีหัวหน้าอีกต่อไป ถ้าพวกเขาต้องการ เนินเขาซวนหยวนจะแต่งตั้งคนที่เหมาะสมเป็นหัวหน้าให้ มันคือราคาที่สามนิกายต้องชดใช้กับความคิดที่อยากปกครองประเทศ อย่างที่สองดงเทียนของสามนิกายจะถูกยึดให้กับกองทัพทั้งสี่เป็นเวลา 100 ปี กฎของสามนิกายจะถูกยกเลิก อย่างที่สามสมบัติครึ่งนึ่งของตระกูลใหญ่ในพันธมิตรราชวงศ์จะถูกยึด ลูกหลานของสามตระกูลใหญ่ใน 5 รุ่นหน้าห้ามเป็นเจ้าหน้าที่ พวกที่เป็นเจ้าหน้าที่อยู่แล้วจะถูกลดตำแหน่ง 3 ชั้นและห้ามเลื่อนตำแหน่งไปตลอดชีวิต อีกอย่างแล้วห้ามพวกเขารับใช้ผู้ดูแลเขตเจ้าหน้าที่เด็ดขาด ! "
" สองข้อหลังนั้นมีเหตุผล สำหรับข้อแรกนั้นมันอาจจะสร้างความวุ่นวายขึ้นมาในหมู่สามนิกายใหญ่ ถ้าเป็นแบบนั้นมันคงเกิดความขัดแย้งขึ้น…." – ซูบิงเตา พูดด้วยสีหน้ากังวล
" นับจำนวนและระดับเหล่าศิษย์และอัศวินในสามนิกายใหญ่พร้อมบอกกับอัศวินในสามนิกายใหญ่ ถ้าสามนิกายใหญ่ต้องการจะเลือกหัวหน้า พวกเขาต้องทำเพื่อมนุษย์ พวกเขาต้องเอาหัวอัศวินปิศาจมาให้ข้า 3 เท่าถ้าพวกเขาต้องการจะลบล้างความผิด นิกายไหนที่ทำได้ตามข้อกำหนดก่อนจะสามารถเลือกหัวหน้านิกายของตัวเองได้ ! "
" ลอร์ด มันกลับเป็นว่าท่านคิดผลของการตัดสินใจนี้ไว้แล้ว ! " – ซูบิงเตา ถอนหายใจออกมา หลังจากนั้นเขาก็ออกจากที่นั่น
หลังจากที่ ซูบิงเตา ออกจากที่นั่น ฟางฉิงหมิง ก็โผล่มาตรงหน้า จางเทีย ด้วยคิ้วที่ขมวด – " ข้าเสนอว่าให้ เมิ่งชี่เดา อยู่ในเนินเขาซวนหยวนด้วยข้อแก้ตัวแทนที่จะให้เขากลับไปยังเขตกลืนกิน ถ้า เมิ่งชี่เดา ออกจากที่นี่ง่ายนัก กลุ่มกลืนกินคงจะสร้างปัญหาใหญ่ให้เราในอนาคตเป็นแน่ ! "
ฟางฉิงหมิง ได้กลายเป็นที่ปรึกษาของ จางเทีย ซึ่งคอยช่วย จางเทีย จัดการเรื่องใหญ่ๆ
" ข้าจงใจปล่อยเขากลับไปที่เขตกลืนกิน ! " – จางเทีย มองไปที่ ฟางฉิงหมิง แล้วพูดออกมาช้าๆ – " เมื่อกลุ่มกลืนกินเกิดขึ้นในเขตกลืนกิน ข้าจะให้มันตายในเขตกลืนกินเช่นกันแต่สงครามตอนนี้สำคัญสุด เราควรจะกวาดล้างปิศาจในไทเซียก่อน ! "
….
ตังหลิง ได้เป็นรัฐมนตรี….
คดีของพันธมิตรราชวงศ์เข้าสู่ช่วงสุดท้าย
กองทัพไทเซียได้กลับไปที่เขตกันซู, เหลียงซู,ยู่ซูและอันซู สถานการณ์การต่อสู้ในเขตตะวันตกของไทเซียเริ่มพลิกผัน ทั้งประเทศดูวุ่นวายขึ้นมา
หลังจากที่จัดการและเตรียมการสำหรับเรื่องต่างๆแล้ว ทั้งประเทศก็เข้าสู่ช่วงท้ายของสงครามเต็มกำลัง มันเป็นครั้งแรกของคำว่า 'ทวงคืนบ้านเกิดและกำจัดปิศาจ' ที่แผ่ไปทั่วประเทศตั้งแต่ที่เกิดสงครามขึ้นมา….
ในวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 933 จางเทีย ได้เดินทัพพร้อมทหารกว่า 500,000 คนเดินทางออกไปที่แนวหน้าโดยเรือบินด้วยความหวังของคนนับร้อยล้านคนในเนินเขาซวนหยวน….
" เราจะไม่กลับมาหากไม่อาจฝังปิศาจทั้งหมดได้ ! " – จางเทีย ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่และทหารทุกคน หลังจากนั้นกองทัพกว่า 500,000 คนกับ จางเทีย ก็ดื่มจนหมดแก้ว
" ฆ่า ! ฆ่าปิศาจ ! ฆ่าปิศาจ….."
ทั้ง 500,000 คนพูดขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน…..