Castle of Black Iron - Chapter 1984: เรื่องถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
Chapter 1984: เรื่องถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
จางเทีย มองไปยัง ฟางฉิงหมิง ที่ไม่แสดงสีหน้าใดๆในห้องรับรอง จางเทีย ก็ชื่นชมในความสามารถในการกล่อมคนของที่ปรึกษาของ ชางหยิง
ฟางฉิงหมิง รู้ดีเรื่องเป้าหมายของเขาในเนินเขาซวนหยวน ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาตรงๆด้วยเหตุผลเพียงพอในตอนที่เห็น จางเทีย
" คุณฟาง ลุกขึ้นเถอะ ! " – จางเทีย เดินไปยังที่นั่งหลักและนั่งลงไปก่อนจะพูดต่อ – " ใช่ จักรพรรดิเช่าหยี กับ มิสเสี่ยว รึเปล่าที่ขอให้ คุณฟาง มาที่นี่ ? คุณฟาง ท่านคิดว่าข้าต้องการให้ ซวนหยวนซู เป็นจักรพรรดิคนใหม่แค่เพราะข้าให้เขาอยู่กับข้าในวันนี้รึไง? "
เช่าหยี เป็นแม่ของ ชางหยิง จางเทีย ไม่เคยเห็นเธอมาก่อนแต่เขาเคยได้ยินว่าเธอเป็นคนมีอำนาจในวังราชวงศ์ แค่เพียงพูดคุยสั้นๆกับ มิสเสี่ยว ในวันนี้ จางเทีย ก็รู้ว่า มิสเสี่ยว นั้นไม่อาจจะเอาคนธรรมดามาเทียบได้
บอกกันว่าราชาเฉียนจีนั้นจะมาแทนที่ราชวงศ์ในเนินเขาซวนหยวน ดังนั้นสมาชิกทุกคนในราชวงศ์จึงพากันลนลาน จางเทีย รู้สึกถึงมันได้ตั้งแต่มีเจ้าชาย 3 คนมาต้อนรับเขาในวันนี้ มันเป็นการต้อนรับที่หายาก มันผิดปกติอย่างมากสำหรับราชวงศ์ที่มาทำแบบนี้ มันอาจจะแสดงถึงความกลัวของราชวงศ์และความกังวลต่อความทะเยอทะยานของ จางเทีย แต่ราชวงศ์ไม่อาจจะทำอะไรเพื่อลดทอนความกลัวและความกังวลได้เลยเพราะคนส่วนมากในไทเซียเข้าข้าง จางเทีย โดยเฉพาะกองทัพและตระกูลกับนิกายใหญ่ พวกราชวงศ์มีไพ่ตายน้อยนิด อีกอย่างแล้ว จางเทีย ก็ไม่ได้กลัวไพ่ตายนั้นเลยแม้แต่น้อย นอกจากตำแหน่งราชวงศ์ของไทเซียแล้ว มันยังมีอัศวินปราชญ์ที่จ้างมาซึ่งบอกว่าไม่คิดจะออกจากวังราชวงศ์ สำหรับสาขาของ ชางหยิง แล้ว พวกนั้นอาจจะเทียบกับสามเจ้าชายที่ไปต้อนรับ จางเทีย ในวันนี้ไม่ได้ หลังจากที่ ชางหยิง โดนฆ่าและ เมิ่งชี่เดา ได้เลือกหัวหน้าคนใหม่ ดูจากความอาวุโสและระดับการบ่มเพาะเพียงอย่างเดียวแล้ว สามเจ้าชายแน่นอนว่าต้องดีกว่า ซวนหยวนหยุนเฟย และพี่สาวน้องสาว
จริงๆแล้วก่อนที่ จางเทีย จะกลับมายังไทเซีย ซวนหยวนลี่ เจ้าชายเก้าพร้อมจะขึ้นบัลลังก์และสาขาของ ชางหยิง ก็ถือว่าอยู่ปลายแถว ถ้า จางเทีย ไม่กลับมา อุปสรรคสุดท้ายที่ ซวนหยวนลี่ จะขึ้นบัลลังก์ก็อาจจะโดนจัดการหลังจากที่สามนิกายใหญ่ร่วมมือกันทำลายวังจินวู
ดูจากกลยุทธทางการเมือง ถ้า ซวนหยวนซู ได้เป็นจักรพรรดิคนใหม่ พวกที่ได้ผลประโยชน์ที่สุดคือฝั่ง ชางหยิง จากนั้นก็ทั้งราชวงศ์, จางเทีย และวังจินวูเป็นลำดับสุดท้าย
ฟางฉิงหมิง ได้ลุกขึ้นยืนและไปนั่งอย่างใจเย็น
" แน่นอนว่า จักรพรรดินีเช่าหยี และ มิสเสี่ยว หวังว่าลูกหลานของ เจ้าชายชางหยิง จะได้ปกครองเนินเขาซวนหยวนต่อไป มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ! " – ฟางฉิงหมิง ยอมรับตามตรง – " ราชาเฉียนชี ท่านคงรู้สถานการ์ของราชวงศ์ดี แม้ว่าเจ้าชายจะยอดเยี่ยมแต่พวกเขาก็ไม่อาจจะขึ้นบัลลังก์ได้หากขาดการสนับสนุนจากผู้คน แม้ว่า ซวนหยวนซู จะเป็นหลานของ เจ้าชายชางหยิง แต่เขาก็สืบทอดสายเลือดที่แข็งแกร่งของท่าน การบ่มเพาะของเขาเป็นอันดับต้นๆในหมู่ลูกหลานของ เจ้าชายชางหยิง ได้ แน่นอนว่าเขาสามารถบ่มเพาะสูตรเทพซวนหยวนได้ในอีกไม่กี่ปี เขามีการเติบโตไร้ขี้จำกัดในอนาคตได้ ยิ่งกว่านั้นตราบใดที่เขาได้รับการสนับสนุนจากท่าน มันก็ไม่มีใครในราชวงศ์ที่จะแย่งชิงบัลลังก์เขาได้ เขาจะได้กลายเป็นจักรพรรดิคนใหม่ของไทเซีย ไทเซียไม่ได้มีผู้ปกครองมานาน หลายปัญหาเกิดขึ้นเพราะเรื่องนี้ แม้แต่เจ้าชายสามและเก้าก็ยังตายไป พันธมิตรราชวงศ์ก็ได้สร้างปัญหาไปทั่วประเทศ ทั้งประเทศต้องการจักรพรรดิเพื่อรักษาความมั่นคงเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นแค่ตัวแทนก็ตาม ! หากไม่มีราชาเฉียนจีสนับสนุน มันก็ไม่มีใครอื่นที่รับตำแหน่งนี้ได้ แน่นอนว่าท่านเองก็รับตำแหน่งนี้ไปได้แต่ถ้าท่านทำแบบนั้นจริงๆ ความวุ่นวายทั่วประเทศอาจจะไม่จบลงในเวลาอันสั้น ตอนที่ท่านใช้กำลังบีบบังคับและให้ราชวงศ์ยกตำแหน่งนี้ให้ท่าน มันก็คงผ่านไปหลายปีแล้ว ระหว่างตอนนั้นหลายคนต้องตาย ข้ารู้ว่าท่านน่ะไม่ได้เห็นแก่ตัวและใจกว้าง ท่านไม่มีทางให้ชีวิตนับร้อยล้านของคนในไทเซียต้องเผชิญกับความยากลำบากมากกว่าเดิม สำหรับว่าจักรพรรดิซวนหยวนจะกลับมาหรือไม่นั้น มันยังไม่แน่นอน เมื่อเป็นแบบนั้นพันธมิตรระหว่างวังจินวูและราชวงศ์ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย ! ซวนหยวนซู ทำตัวเหมือนจักรพรรดิที่ฉลาด ในฐานะครูแล้ว ข้ารู้จุดนี้ดี นอกจากสายเลือดเจ้าชายที่จากไปแล้ว เขายังมีสายเลือดของท่าน เขายังเป็นหลานของท่านด้วย ถ้าท่านช่วยเขาเอาบัลลังก์มา เขาจะไม่มีทางทรยศสายเลือดของท่านในอนาคต มันไม่ต่างอะไรจากการที่ท่านปกครองประเทศเอง มันก็แค่ตำแหน่ง ! ตอนที่ ซวนหยวนซู ขึ้นเป็นอัศวินและได้อำนาจอย่างเป็นทางการ สงครามอาจจะจบลงไปแล้ว ! "
ฟางฉิงหมิง พูดความเป็นไปได้ทั้งหมด เหตุผลของเขาเพียงพอและน่าเชื่อถือ ผลก็คือ จางเทีย นั้นเงียบไป แม้ว่า จางเทีย จะตัดสินใจมาแล้วแต่เขาก็ไม่ต้องการแสดงจุดยืนของเขาออกมาเร็วนัก อย่างน้อย จางเทีย ก็ต้องการพูดคุยกับศาลทั้งสามและรัฐมนตรีทั้งเก้ารวมถึงพ่อตาเขาลอร์ดกวนหนานด้วย แม้ว่าเขาจะแค่ทำเป็นฉากบังหน้าแต่มันก็จำเป็นที่เขาต้องถามความเห็นจากคนอื่นๆ มันจะส่งผลดีอย่างมากต่อสถานการณ์ของไทเซียในอนาคต
ฟางฉิงหมิง เป็นคนแรกที่มายังแมนชั่นเฉียนจี หลังจากที่ ฟางฉิงหมิง กลับไปก็มีคนมากมายมาที่นั่น หลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และคนมีอำนาจของตระกูลและนิกายใหญ่ในไทเซียยกเว้นแค่ เมิ่งชี่เดา แล้ว จางเทีย ก็ได้สรุปความเห็นของพวกนั้น
เรื่องใหญ่ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว !
….
ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 933 ซึ่งคือ 1 อาทิตย์หลังจากที่ จางเทีย มายังเนินเขาซวนหยวน ที่นั่นเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายเพราะในวันเดียวกันมีสองข่าวที่ได้ประกาศไปทั่วประเทศและทวีปอื่นๆจากเนินเขาซวนหยวน ความช็อกจากสองข่าวนี้แทบจะเข้ามาแทนที่ความตึงเครียดของสงครามทางตะวันตกของไทเซียแทบจะทันที
ข่าวแรกคือข่าวของ ซวนหยวนซู หลานวัย 8 ปีของ ชางหยิง จะขึ้นบัลลังก์อย่าเป็นทางการและเป็นผู้ปกครองไทเซีย หลังจากที่จักรพรรดิซวนหยวนหายตัวไปหลายปี ไทเซียก็ได้จักรพรรดิคนใหม่แล้ว
ข่าวที่สองคือ จางเทีย ราชาเฉียนจีนั้นได้เป็นลอร์ดซนหยวนที่เป็นหัวหน้าของลอร์ดทั้ง 7 ในไทเซีย
จางเทีย ได้ตำแห่งนี้มาโดยไม่ต้องผ่านการทำสัญญาเลือดและแสดงผลงานของเขาในรายชื่อสวรรค์แต่ไม่มีใครในไทเซียที่คัดค้านเรื่องนี้เลยเพราะผลงานของ จางเทีย นั้นสูงส่งเกินกว่าลอร์ดคนไหนๆ….
ดังนั้น จางเทีย จึงกลายเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับตำแหน่งลอร์ดสูงสุดและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางโดยมนุษย์ทุกคนโดยไม่ต้องผ่านการทำสัญญาเลือดและแสดงผลงานของตัวเองในรายชื่อสวรรค์ในสงครามศักดิ์สิทธิ์สามครั้งที่ผ่านมา