Castle of Black Iron - Chapter 1983: เยี่ยมเยียนชางหยิงที่จากไป
Chapter 1983: เยี่ยมเยียนชางหยิงที่จากไป
—- ถนนที่เต็มไปด้วยดอกไม้นี้มีไว้เพื่อราชาเฉียนจี พวกมันจะเปิดไว้หนึ่งวันต่อปีภายใต้แสงอาทิตย์และลมเย็น !
พิธีต้อนรับอันหรูหรานี้มีไว้เพื่อการมาของ จางเทีย ซึ่งสามารถอธิบายได้ตามข้างบน
กวีนี้ จางเทีย ไม่ได้แต่งขึ้นมา จริงๆแล้ว จางเทีย เห็นกวีนี้ถูกแต่งขึ้นโดยปราชญ์บนดาดฟ้าตึกแห่งนี้
ทั้งเนินเขาซวนหยวนคึกคัก ขบวนรถของ จางเทีย ขับผ่านฝนดอกไม้และเสียงโห่ร้องของผู้คนจนไปถึงเมืองราชวงศ์
ตอนที่ขบวนรถมาถึงทางเข้าเมือง จางเทีย ก็พบกับ ฟางฉิงหมิง ยืนอยู่ที่ทางเข้าสุสาน
หลังจากที่ ชางหยิง โดนฆ่า เขาได้ถูกฝังในสุสานที่เมืองราชวงศ์
เป้าหมายแรกของ จางเทีย ในเนินเขาซวนหยวนคือสุสานแห่งนั้น เขาจะไปเยี่ยมหลุมศพของ ชางหยิง ก่อน บุคคลสำคัญและครอบครัวของ ชางหยิง ได้ไปรอ จางเทีย ที่สุสานอยู่ก่อนแล้ว พวกเจ้าหน้าที่และตัวแทนในเนินเขาซวนหยวนก็ได้ตามเขาไปที่นั่น
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่ จางเทีย เลือกจะมาเนินเขาซวนหยวนในวันนี้คือครบรอบการตายของ ชางหยิง
จางเทีย ลงจากรถและเดินไปหา ฟางฉิงหมิง ที่รออยู่ที่ทางเข้าสุสานโดยจูงมือ ซวนหยวนซู ไปด้วย เจ้าชายทั้งสามได้นำ จางเทีย ไปยังหลุมศพของ ชางหยิง โดยมีคนอื่นๆตามมา
" ด้วยความเคารพ ราชาเฉียนจี ! " – ฟางฉิงหมิง ทักทาย จางเทีย ด้วยความเคารพเมื่อเห็น จางเทีย เข้ามาใกล้ ซวนหยนวซู ก็เรียก ฟางฉิงหมิง ขึ้นมา – " อาจารย์ "
" คุณฟาง ไม่ได้เจอกันนาน ! " – จางเทีย ถอนหายใจเมื่อเห็น ฟางฉิงหมิง ที่แก่และดูมั่นคงแทนที่จะดูเด็กเหมือน 30 ปีก่อน – " ไม่คาดคิดว่าการเดินทางไปพร้อมกับ เจ้าชายชางหยิง จะคงอยู่เสมอ ! "
" หากเจ้าชายรู้ว่าราชาเฉียนจีกลับมาอย่างปลอดภัย เขาคงจะต้องดีใจอย่างมากแน่ ! "
" ซู บอกว่า คุณฟาง นั้นคอยดูแลที่นี่ตลอดหลายปีมานี้ "
" คนเราไม่อาจจะรับใช้เจ้านายสองคนได้ เมื่อข้าไม่อาจจะปกป้องเจ้าชายด้วยความสามารถที่อ่อนแอของข้า ข้าก็คงรู้สึกพอใจกับการดูแลหลุมศพให้กับเจ้าชาย ! " – ฟางฉิงหมิง พูดขึ้นแล้วผายมือพา จางเทีย เข้าไปในสุสาน
สุสานแห่งนี้อยู่บนเนินเขาด้านในเมือง เนินเขาแห่งนี้ดูอุดมสมบูรณ์ตลอดปี สองฝั่งของลำธารนั้นเต็มไปด้วยรูปปั้นเต่าเหล็กที่แบกจารึกสูงกว่า 5-6 ม. รูปปั้นเหินเหล่านี้ทำให้สุดสานแห่งนี้ดูน่าเคารพยิ่งกว่าเดิม
นอกจากจักรพรรดินีที่จากไปแล้ว คนในราชวงศ์ที่ถูกฝังที่นี่ก็คือ เจ้าชายชางหยิง
ด้วยการนำทางของ ฟางฉิงหมิง จางเทีย ก็ได้ขึ้นเขาไปและขึ้นไปสู่ถนนหลักก่อนจะเข้าไปในสุสานของ ชางหมิง
โต๊ะและแท่นบูชาได้ถูกเตรียมไว้ให้กับ จางเทีย อย่างดี
มิสเสี่ยว ภรรยาของ ชางหยิง และนางสนมคนอื่นๆกับลูกหลาน ชางหยิง ยืนรออยู่ทั้งสองฝั่ง ตอนที่ จางเทีย ปักธูปลงไป ทุกคนต่างก็โค้งให้กับเขา
ด้วยความทะเยอทะยานเขาจึงถูกฝังไว้ในที่แห่งนี้ ในฐานะเพื่อนเก่าของ จางเทีย เขาได้กลายเป็นกระดูกและเป็นส่วนหนึ่งกับภูเขา ตอนที่ จางเทีย นึกถึงเสียงกับสีหน้าของ ชางหยิง และเห็นหลุมศพแห่งนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า
" พี่ชางหยิง เจ้ากับข้าเป็นเพื่อนกันมาเกือบ 30 ปี ข้ามาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนเจ้า เพราะนี่เป็นวันครบรอบของเจ้า ข้าจะเอาหัวปิศาจมาให้กับเจ้า หวังว่าข้าจะแก้แค้นให้กับการตายและช่วยให้เจ้าหลับอย่างสงบได้…." – จางเทีย ถอนหายใจออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกจากหางตา ในขณะเดียวกันเขาก็ได้เอาหัวของ ซากัส ที่ตายังเบิกกว้างออกมาวางไว้ที่โต๊ะ
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ จางเทีย และเห็นว่าเขาเอาหัวของปิศาจอัศวินปราชญ์ออกมา คนอื่นๆต่างก็ช็อก มิสเสี่ยว และนางสนมต่างก็น้ำตาไหลออกมาทันที ลูกหลานของ ชางหยิง โค้งให้กับ จางเทีย เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็ช็อกและพากันถอนหายใจออกมา
" ราชาเฉียนจี ขอบคุณสำหรับการแก้แค้นให้กับเจ้าชาย ตอนที่เขายังมีชีวิต เขาบอกข้าว่ามีแค่ราชาเฉียนจีที่เป็นสหายในโลกนี้ หลังจากที่ท่านหายตัวไปจากการต่อสู้ที่ทะเลทรายหยินไห่ เขาก็เศร้าอยู่ทั้งวันทั้งคืนและไม่อยากอาหาร ถ้าเขารู้ว่าท่านกลับมาได้อย่างปลอดภัยและจัดการขุมกำลังปิศาจรวมถึงทำให้ไทเซียและมนุษย์แข็งแกร่งได้กว่าแต่ก่อนอย่างมาก เขาคงรู้สึกยินดีมากแน่ๆ ! " – มิสเสี่ยว บอกกับ จางเทีย พร้อมกับเช็ดน้ำตา
" ข้าเกลียดที่ตัวเองกลับมาช้าเกินไป ถ้าข้ากลับมาเร็วกว่านี้สักหน่อย พี่ชางหยิง ก็อาจจะไม่ต้องตายเพื่อประเทศนี้ ! " – จางเทีย พูดพร้อมกับส่ายหน้า
" เจ้าชายมักจะบอกว่าพลังมนุษย์นั้นมีจำกัด มันไม่ใช่ความผิดของราชาเฉียนจี โปรดอย่าโทษตัวเองเลย ! " – มิสเสี่ยว พูดและมองไปที่ ฟางฉิงหมิง
ฟางฉิงหมิง บอกให้อัศวินราชวงศ์ทั้งสี่แบกเต่าเหล็กเข้ามาวางไว้ตรงหน้า จางเทีย และพูดขึ้น – " ราชาเฉียนจี โปรดบอกอะไรกับเจ้าชายไว้ที่นี่ ! "
มันมีเต่าสองแถวอยู่ในสุสานของเจ้าชาย จารึกบนหลังของเต่าเหล่านี้คือคำพูดบอกถึงผลงานและความหมายของเจ้าชาย แน่นอนว่าพวกคนที่มีสิทธิเขียนมันลงไปต่างก็เป็นคนระดับสูงอย่างศาลทั้งสามและลอร์ดทั้งหก
จางเทีย เองก็เห็นคำพูดที่ เมิ่งชี่เดา ได้ทิ้งเอาไว้ในหมู่คำพูดนับพันๆ
เมื่อเห็นเต่าและจารึกที่หลัง จางเทีย ก็คิดอยู่สองวินาทีก่อนจะยื่นนิ้วออมกาและทิ้งคำพูดเอาไว้ด้วยพลังฉีของเขา
—- ไม่รู้เศร้ากับการมีแซ่ซวนหยวน เจ้ายังคงเป็นวีรบุรุษแม้ว่าจะตายไปแล้ว !
ดูจากผลงานของ ชางหยิง แล้ว เขาได้รับคำชื่นชมอย่างมาก มีเจ้าชายในประวัติศาสตร์มนุษย์น้อยคนนักที่จะทำได้ดีรึเทียบเท่ากับ ชางหยิง ได้ในตอนวิกฤตของประเทศ
….
หลังจาก จางเทีย ไหว้หลุมศพเสร็จ เจ้าหน้าที่และตัวแทนก็เข้ามาไหว้หลุมศพ ชางหยิง ต่อ จากนั้นพีธีต้อนรับก็จบลง
หลังจากที่ออกจากสุสานราชวงศ์แล้ว จางเทีย ก็ได้กลับไปที่แมนชั่นเฉียนจี
ไม่นานหลังจากที่เข้ามาที่แมนชั่น ฟางฉิงหมิง ก็มาเยี่ยมเขา จางเทีย บอกให้คนพา ฟางฉิงหมิง ไปที่ห้องรับรองของแมนชั่น
" ซวนหยวนซู หลานของราชาเฉียนจีจะคอยดูแลในช่วงนี้ไปก่อน ราชาเฉียนจีจะได้รับตำแหน่งลอร์ดซวนหยวนเป็นผู้สำเร็จราชการ ตำแหน่งของเจ้าสูงกว่าลอร์ดทั้งสาม ด้วยวิธีนี้ความสัมพันธ์กับราชาเฉียนจีกับเจ้าชายก็ยังถูกรักษาเอาไว้ ลูกหลานและราชวงศ์ของจักรพรรดิซวนหยวนจะยังคงยิ่งใหญ่อยู่ได้ สถานการณ์โดยรวมของไทเซียจะมั่นคงและผู้คนก็จะสบายใจได้ สถานการณ์ใหม่ในสงครามจะเกิดขึ้น รากฐานของวังจินวูที่เป็นตระกูลอันดับ 1 ในไทเซียก็ยังมั่นคง วังจินวูไม่ได้เป็นของราชวงศ์แต่มันเหมือนกับราชวงศ์มากกว่า ถ้าราชาเฉียนจีตกลง มันจะส่งผลดีนับไม่ถ้วนให้กับไทเซียและมนุษย์ แม้แต่ลูหลานของเราก็ยังได้รับประโยชน์จากความเมตตาของท่าน ตัวเลือกใดๆที่ท่านเลือกจะทำให้เกิดการตายและความวุ่นวายไปทั่วประเทศรึแม้แต่สำหรับมนุษย์ นอกจากนี้แล้วสงครามก็ยังไม่จบในเวลาอันสัน มันเป็นคำพูดที่จริงใจของข้า โปรดคิดทบทวนด้วย ราชาเฉียนจี ! "
ก่อนที่ จางเทีย จะได้เปิดปากพูด ฟางฉิงหมิง ก็โค้งให้กับ จางเทีย และพูดออกมาโดยไม่ได้มีท่าทีสุภาพรึหยาบคายใดๆ