หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

Castle of Black Iron - Chapter 1982: คำถามและคำตอบ

  1. หน้าแรก
  2. Castle of Black Iron
  3. Chapter 1982: คำถามและคำตอบ
Prev
Next

Chapter 1982: คำถามและคำตอบ

เมื่อเห็นสามคนตรงหน้าโดยเฉพาะลูกสาว จางเชิงนิ และเด็กชายตัวน้อยที่เรียกเขาว่าปู่  จางเทีย ก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมา ก่อนการต่อสู้ที่ทะเลทรายหยินไห่  ไชนิ เป็นลูกสาวคนโปรดของ จางเทีย ที่ยังทำตัวเอาแต่ใจ ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่เขากลับมาแล้ว ลูกของเขาก็ได้เป็นแม่คนแล้ว
พ่อแม่ทุกคนต่างก็รู้สึกหวั่นไหวเมื่อเห็นลูกตัวเองได้กลายเป็นพ่อแม่คน
เพราะเรื่องการเมือง การแต่งงานระหว่าง จางเชิงเล่ย และ เจ้าหญิงสงบ ได้ผูกสัมพันธ์ระหว่างวังจินวูกับ เจ้าชายชางหยิง  มันถูกกำหนดไว้ก่อนการต่อสู้ที่ทะเลทรายหยินไห่ อีกอย่างแล้ว จางเชิงเล่ย กับลูกสะใภ้มักจะสุภาพต่อกันและได้มีลูกชายสามคนและลูกสาวหนึ่งคน ทั้งสองฝ่ายต่างก็พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้
แต่การแต่งงานระหว่าง ไชนิ กับ หยุนเฟย นี้ไม่ได้เพราะเรื่องการเมืองแต่เป็นความรักแทน
หยุนเฟย เป็นน้องชายของเจ้าหญิงสงบซึ่งมีพ่อคนเดียวกัน หลังจากที่เธอแต่งงานกับ จางเชิงเล่ย  เจ้าหญิงก็ให้กำเนิดลูกชายสองคน จากนั้นครอบครัวใหม่ก็ได้ไปที่เนินเขาซวนหยวนเพื่อพบกับพ่อแม่ของเจ้าหญิง ตอนนั้น ไชนิ ได้ตามไปด้วยเพื่อเปิดหูเปิดตาซึ่งเธอก็ได้รู้จักกับ หยุนเฟย   เพราะ ไชนิ กับ หยุนเฟย ต่างก็หน้าตาดี ทั้งสองจึงพากันตกหลุมรักกัน
หลังจากนั้นแม้ว่า ไชนิ จะได้ออกจากเนินเขาซวนหยวนมาแต่เธอก็มักจะติดต่อกับ หยุนเฟย   ทั้งสองคนมักจะพบกันครั้งรึสองครั้งต่อปี
ตอนที่ทั้งสองคนโตเป็นผู้ใหญ่และมีอายุเหมาะสำหรับการแต่งงาน  ไชนิ และ หยุนเฟย ก็ได้บอกความลับของพวกเขาให้กับครอบครัว  ด้วยการที่พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอนุญาต ทั้งสองคนจึงได้แต่งงานกัน การแต่งงานระหว่าง ไชนิ กับ หยุนเฟย ได้เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างวังจินวูกับฝ่าย เจ้าชายชางหยิง ให้แน่นแฟ้นขึ้น
ไชนิ ที่กลายเป็นแม่คนได้เป็นอัศวินเหล็กดำ พลังของเธอมากยิ่งกว่า หยุนเฟย ที่ยังไม่ได้เป็นแม้แต่อัศวิน  หยุนเฟย หน้าตาหล่อเหลาและดูคล้ายกับ ชางหยิง แต่เขาไม่ได้โดดเด่นเท่ากับ ชางหยิง เขาดูคล้ายกับปราชญ์  ไชนิ เองก็ดูคล้ายกับ ลินดา  พวกเขาดูเข้ากันดี
" ไชนิ เจ้าโตแล้ว ลุกขึ้นได้ ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง…." – จางเทีย มองไปยังทั้งสามคนหลายวินาทีด้วยอารมณ์ซับซ้อน หลังจากนั้นเขาก็โบกมือเล็กน้อยให้สามคนลุกขึ้นยืนด้วยพลังฉีซึ่งไหลไปที่ผิวดิน
มันอาจจะเป็นครั้งแรกที่ ซวนหยวนซู ที่ได้ถูกยกขึ้นโดยอัศวินปราชญ์ด้วยพลังฉี ตอนที่เขาลุกขึ้นยืน เขาก็ตัวสั่นอย่างลนลานแต่เขาไม่ได้ตะโกนมันออกมา เขากลับได้สติทันที มันยากที่เด็กวัย 7 ปีที่จะทำได้ ดังนั้น จางเทีย จึงมองไปที่หลานอีกรอบ
" ปกติแล้วใครสอนเจ้า ? " – จางเทีย โค้งลงไปถาม ซวนหยนวนซู ด้วยสีหน้าพอใจ
" ปู่ พ่อแม่สอนข้าและแนะนำเรื่องการเรียนรู้ ตั้งแต่ที่ข้าอายุได้ 6 ปี ข้าก็เริ่มเข้าเรียนกับ คุณฟาง เมื่อห้าวันก่อน !" – ซวนหยวนซู ตอบด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
' คุณฟาง … ' จางเทีย นึกถึงภาพที่คุ้นเคย มีแค่คนเดียวที่ถูกเรียกว่า คุณฟาง โดยฝ่าย เจ้าชายชางหยิง ซึ่งเขาเป็นที่ปรึกษาของ ชางหยิง
" ข้ามีคำถามให้เจ้า " – จางเทีย พูดด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ได้ยินว่า จางเทีย จะถาม ซวนหยวนซู  ทุกคนต่างก็มองไปที่ ซวนหยวนซู
" ได้เลย ปู่ ! " – ซวนหยวนซู สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วยืดอกพูดขึ้น – " ข้าจะบอกท่านในสิ่งที่ข้ารู้อย่างจริงใจ ถ้าข้าไม่รู้คำตอบ ข้าจะศึกษามันอย่างหนักจนกว่าท่านจะกลับมา ! "
" ดี เจ้ารู้มั้ยว่าจะทำเบียร์ข้าวยังไง  ?"
" ใช่ ข้ารู้ ! "
คำถามของ จางเทีย ฟังดูแปลกนิดๆแต่เด็กน้อยก็ตอบโดยไม่ลังเล  เมื่อเห็นแบบนั้นคนอื่นๆต่างก็เงียบไป
" เจ้ารู้ได้ยังไงง? "
" แม่สอนข้าทำเบียร์ข้าว เบียร์ข้าวของแม่มีกลิ่นหอมและหวาน ข้าชอบกินมันมากที่สุด เพราะข้าได้เห็นแม่ทำมันที่บ้าน ข้าจึงช่วยแม่ทำมันและสุดท้ายก็เรียนรู้วิธีการทำมันได้ ! "
จางเทีย ลูบหัว ซวนหยวนซู ก่อนจะพูดขึ้น – " ไม่เลว ! ตอนที่ข้าอายุเท่าเจ้า ข้าก็เรียนรู้วิธีการทำเบียร์ข้าว เจ้าคิดว่ามันน่าสนใจรึเปล่าล่ะกับการทำเบียร์ข้าว ?"
" น่าสนใจ ! " – ซวนหยวนซู พยักหน้า – " เบียร์ข้าวดีๆน่ะอร่อย นอกจากนี้ คุณฟาง ก็ยังสอนข้าเรื่องหลักการของเบียร์ข้าวด้วย ! "
" หลักการอะไร ?"
" คุณฟาง บอกข้าถึงเรื่องเกี่ยวกับข้าวและอาหารในโลกนี้ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านั้น ด้วยข้าวกับอาหารแล้ว เราก็สามารถมีชีวิต, ทำงาน,อ่านหนังสือและบ่มเพาะ ด้วยข้าวกับอาหารทำให้เนินเขาซวนหยวนดำเนินต่อไปได้ นักสู้ที่แนวหน้าสู้กับปิศาจได้อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นก่อนที่จะคนเราสามารถจะลงมือทำอะไรได้ เขาควรจะดูว่าเขาจะมีอาหารเพียงพอสำหรับตัวเองหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นตอนที่คนเราหิว คนเราจะไม่สามารถบ่มเพาะได้, ไปไกลเกินไปได้รึลงมือได้ดีได้  คุณฟาง บอกว่าปิศาจนั้นแย่เพราะพวกมันไม่ต้องการให้เราได้กินอาหารกันอย่างเพียงพอ ถ้าเรามีความสุขรึว่ามีอาหารเพียงพอ  ปิศาจก็จะไม่พอใจกับเรื่องนี้และจะหาทางทำลายวันเวลาดีๆแบบนั้นไป…"
" ฮาฮา ไม่เลว…" – จางเทีย หัวเราะออกมาแล้วลูบหัวหลาน หลังจากนั้นเขาก็ดึงมือ ซวนหยวนซู และบอกให้เด็กน้อยเดินไปด้วยกันกับเขา
เมื่อเห็นแบบนั้นหลายคนก็เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อ ซวนหยวนซู ทันที
….
หลังจากนั้น จางเทีย ก็ได้ไปพูดคุยสั้นๆกับศาล,รัฐมนตรีและชนชั้นสูงกับตัวแทนประเทศอื่นๆสั้นๆ หลังจากนั้นเขาก็ถูกหลานดึงไปขึ้นรถ จากนั้นรถก็ได้ขับออกจากสนามบินไป
มันคือซอยแพนกูที่เป็นพื้นที่หลักของเนินเขาซวนหยวนนอกสนามบิน มันมีคนมากมายอยู่ทั้งสองฝั่งของซอย มันเต็มไปด้วยธงและผู้คน หลายคนย่นหัวออกมานอกหน้าต่างตามตึกทั้งสองฝั่ง แม้แต่ดาดาดฟ้าก็ยังเต็มไปด้วยผู้คน
นักสู้ในเกราะเต็มตัวรับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของเนินเขาซวนหยวนคอยยืนประจำทั้งสองฝั่งของซอยโดยเว้นช่องว่างคนละ 1 ม. พวกเขาคอยดูแลความเป็นระบบและกันไม่ให้คนดูแห่กันเข้าไปในถนน
" ราชาเฉียนจี…"
" ราชาเฉียนจีมาแล้ว…"
ตอนที่ จางเทีย ปรากฏตัวขึ้นมา ผู้คนทั้งสองฝั่งในซอยต่างก็เฮฮากันทันที ทันใดนั้นทั้งเนินเขาซวนหยวนราวกับภูเขาไฟที่ปะทุออกมา บนท้องฟ้ามีเครื่องบิน 108 ลำที่คอยปล่อยควันสีออกมาซึ่งทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีรุ้ง….
จางเทีย ที่นั่งอยู่ในรถแบบเปิดประทุนโบกมือให้กับผู้คนทั้งสองฝั่ง สาวงามหลายหมื่นคนกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นรถของ จางเทีย ขี่ผ่าน  ทั้งซอยนั้นเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและดอกไม้ที่โปรยปราย
หลังจากที่สลดกับสงครามมานาน ไทเซียกับพลเมืองในเนินเขาซวนหยวนก็ต้องการการเฉลิมฉลองเช่นนี้
ในงานนี้ จางเทีย รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าอารมณ์ของผู้คนได้เปลี่ยนเป็นพลังงานซึ่งคนทั่วไปไม่อาจจะพบได้ก่อนจะเข้าไปในดินแดนอารมณ์อยู่ตลอดเวลาทั่วทั้งเนินเขาซวนหยวน ความดีใจและความหวังนี้ตรงกันข้ามกับพลังงานด้านลบในสนามรบ พลังงานแบบนี้ไม่อาจจะดูดซับและเป็นที่เกลียดชังของพวกปิศาจ
เนินเขาซวนหยวนคือหัวใจของไทเซีย สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่นั้นสามารถส่งผลต่อทุกที่ในประเทศได้ ไม่นาน จางเทีย ก็รู้สึกได้ว่ามีพลังงานบวกได้เข้าไปในดินแดนอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆในระยะหลายหมื่นไมล์ที่เนินเขาซวนหยวน มีหลายอันที่มีพลังแห่งความเชื่อด้วย  จางเทีย ดูดซับมันโดยตรงและใช้พลังงานนั้นในการสร้างจักระอมตะของตัวเอง
ตอนนั้นในที่สุด จางเทีย ก็เข้าใจว่าทำไมจักรพรรดิซวนหยวนในฐานะลูกหลานของจักรพรรดิมังกรจึงไม่อาจจะก่อตั้งวังอมตะขึ้นมาในไทเซียได้ เพราะตำแหน่งของจักรพรรดิซวนหยวนเป็นแหล่งความเชื่อของคนจีนนับร้อยล้านคน….
 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "Chapter 1982: คำถามและคำตอบ"

4.5 40 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

love code at the end of the world
love code at the end of the world
มีนาคม 12, 2022
Harry Potter and the Secret Treasures
Harry Potter and the Secret Treasures
มีนาคม 11, 2025
ขยะแห่งตระกูลเคานต์ (Trash of the Count s family)
ขยะแห่งตระกูลเคานต์ (Trash of the Count s family)
พฤษภาคม 20, 2022
Long Live The Hokage
Long Live The Hokage
มีนาคม 12, 2022
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
ราชันย์หน่วยรบมังกร
ราชันย์หน่วยรบมังกร
มีนาคม 12, 2022
Tags:
แฟนตาซี
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (5)
  • แฟนตาซี (161)

© 2025 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz