Castle of Black Iron - Chapter 1980: ด้านในและด้านนอกวังราชวงศ์
Chapter 1980: ด้านในและด้านนอกวังราชวงศ์
วังราชวงศ์ของจักรพรรดิซวนหยวนในเนินเขาซวนหยวน…
ตอนที่ จางเทีย กับ เบียนเหิง กำลังเดินทางอยู่ ฟางฉิงหมิง และผู้หญิงสองคนในชุดแบบฟินิกส์นั่งรออยู่ในศาลาทางวังตะวันออก
ในฐานะที่ปรึกษาของ เจ้าชายชางหยิง ผมตรงขมับของเขาได้กลายเป็นสีเงินหลังจากที่ ชางหยิง โดนฆ่า อีกอย่างแล้วยังมีรอยย่นทั่วหน้าผากของเขา แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาเขาก็ยังดูใสกระจ่างราวกับน้ำ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูแข็งแรงแบบแต่ก่อน แต่เขาก็ดูภูมิฐานมากกว่าเดิม
แม้ว่า ชางหยิง จะตายไปแล้วแต่ ฟางฉิงหมิง ก็ยังได้รับความชื่นชอบจากคนฝั่ง ชางหมิง อยู่
มันมีสองคนหลักที่อยู่ข้าง ชางหมิง : ราชินีเช่าหยี แม่ของ ชางหยิง มิสเสี่ยว ภรรยาของ ชางหยิง
ตอนที่จักรพรรดิซวนหยวนครองบัลลังก์ มันมีครั้งหนึ่งที่ จักรพรรดินีเวน ซึ่งเคยดูแลที่พักนางกำนัลของวังราชวงศ์แต่จักรพรรดินีเวน ไม่ได้เป็นอัศวิน ดังนั้นเธอจึงตายเมื่ออายุได้ 200 ปี หลังจากที่ เวน ตายไป มันก็ไม่มีใครถูกเรียกว่าจักรพรรดินีอีกต่อไป กลับกันแล้วกลับมีการแต่งตั้งตำแหน่งดูแลขึ้นมาให้แทน แม้ว่าจะไม่ใช่จักรพรรดินีตัวจริงแต่แม่ของเจ้าชายทุกคนก็เป็นจักรพรรดินีตัวแทนแห่งนี้ทั้งหมด มีจักรพรรดินีตัวแทนทั้งหมด 17 คนและเจ้าชายกันเจ้าหญิง 39 คน
ด้านในวังราชวงศ์นั้นจักรพรรดินีตัวแทนต่างก็ถูกเรียกว่าจักรพรรดินี พวกเธอมีตำแหน่งและฐานะของตัวเองในการรับผิดชอบในแต่ละหน่วยงาน
ตอนนั้นมีสองคนที่นั่งตรงข้ามกับ ฟางฉิงหมิง ซึ่งคือ จักรพรรดินีเช่าหยี แม่ของ ชางหยิง และ มิสเสี่ยว ภรรยาของ ชางหยิง
แม่ของ ชางหยิง นั้นยังเป็นผู้หญิงที่งดงามในวัย 50 ปี เธอดูสูงส่งแม้ว่าจะมีใบหน้าเหี่ยวย่น เธอสวมชุดไหมอสรพิษ ที่ไหล่มีช่อดอกไม้และมีเข็มขัดหยกคาดไว้ที่เอวในรูปแบบดอกไม้และฟินิกส์ทั้งห้า เธอดูงดงามอย่างมาก
ในทางกลับกันแล้ว มิสเสี่ยว ดูอ่อนกว่ามากในวัย 30 ปี เมื่อเธอได้แต่งงานกับ ชางหยิง เธอก็ต้องงดงามอย่างไม่ต้องสงสัย อีกอย่างแล้วเธอยังใส่ชุดที่ดูสวยงามและมีฟินิกส์ประดับไว้ 4 ตัว
ตอนนั้น ฟางฉิงหมิง ยังดูสงบราวกับผืนน้ำ เขาชิมชาตรงหน้า ในทางกลับกันแล้ว เช่าหยี และ มิสเสี่ยว ต่างก็ดูกังวลจนพากันขมวดคิ้ว
ตอนนั้นเองพวกเขาก็ได้ยินเสียงเท้าดังขึ้นมา มันคือผู้ดูแลผู้หญิงของ เช่าหยี หลังจากที่เดินผ่านสองประตูมา เธอก็เปิดม่านลูกปัดแล้วเข้ามาในห้อง
" นายหญิง ข้าได้ข้อความจากที่นั่นมา …." – ผู้ดูแลรีบโค้งให้และรายงาน
" ลุกขึ้นยืน ข้อความว่ายังไง ? คุณฟาง อยู่ที่นี่ด้วย เร็วเข้า บอกมาตามตรง…" – เช่าหยี เร่งหลังจากที่มองไปที่ ฟางฉิงหมิง
" ได้ นายหญิง !" – ผู้ช่วยพยักหน้าให้กับ ฟางฉิงหมิง ก่อนจะตอบกลับอย่างชัดเจน – " ตามข้อความของ นายพลเว่ย เรือบินของราชาเฉียนจีได้เข้ามาถึงเขตปิงซูแต่เขาไม่ให้ลงจอดด้านนอกวังราชวงศ์ เขากลับยืนกรานว่าจะลงจอดด้านนอกเนินเขาซวนหยวน…"
ราชาเฉียนจีคือตำแหน่งของ จางเทีย ในตอนนี้ เพราะเขาได้ทำลายแคมป์ปิศาจสามแห่งในสนามรบและแสดงถึงสูตรราชาอินทรีย์ ตำแหน่งราชาเฉียนจีจึงได้แผ่ไปทั่วประเทศในหมู่ผู้คน
ตำแหน่งนี้พิเศษสำหรับหลายคน คำว่าราชาไม่ใช่ว่าคนธรรมดาจะได้รับ เพราะ จางเทีย ได้บ่มเพาะสูตรขั้นจักรพรรดิและขึ้นเป็นอัศวินปราชญ์ ผลงานของเขาก็จะเป็นที่พูดถึงไปอีกหลายรุ่น เขาสมควรได้รับตำแหน่งนี้แต่ตอนนี้มันไม่ได้มีจักรพรรดิในไทเซียและไม่มีใครในวังราชวงศ์ที่น่าจะขึ้นบัลลังก์ได้ ดังนั้นตอนที่พวกเขาได้ยินถึงตำแหน่งนี้ คนราชวงศ์หลายคนต่างก็รู้สึกกลัวและซับซ้อนขึ้นมา
ตอนนั้นเนินเขาซวนหยวนเป็นแหล่งรวมของผู้มีพรสวรรค์และมีอำนาจ คนนับไม่ถ้วนอยากต้อนรับ จางเทีย ในหมู่พวกนั้นคนในหมู่วังราชวงศ์เป็นกังวลที่สุด
หลังจากได้ยินคำพูดนั้น เช่าหยี และ มิสเสี่ยว ก็ถอนหายใจออกมา หลังจากที่โบกมือบอกให้ผู้ดูแลออกไป เช่าหยี ก็มองไปที่ ฟางฉิงหมิง ด้วยความชื่นชมและเปิดปากอีกครั้ง – " เหมือนกับที่เจ้าเดาไว้ จางเทีย ไม่ได้ให้เรือบินจอดนอกวังราชวงศ์ สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา เราคงต้องพึ่งเจ้า ! "
จากนั้น มิสเสี่ยว ก็ลุกขึ้นยืนและโค้งให้กับ ฟางฉิงหมิง ก่อนจะพูดขึ้น -" กว่าหลายปีมานี้หากไม่มี ท่านฟาง ช่วย ลูกข้ากับข้าก็ไม่รู้ว่าจะรอดในเนินเขาซวนหยวนได้ยังไง ! " – มิสเสี่ยว พูดขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่แทบจะไหล – " เมิ่งชี่เดา เป็นอาจารย์ของเจ้าชายและได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีการเงินโดยเจ้าชายแต่หลังจากที่เจ้าชายตายไป เมิ่งชี่เดา ก็ลืมเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าชาย เขาต้องการให้คนอื่นขึ้นบัลลังก์แทน มันโหดร้ายสิ้นดี ! "
ฟางฉิงหมิง เองก็ลุกขึ้นยืนและโค้งให้กับ มิสเสี่ยว หลังจากนั้นเขาก็ตอบกลับพร้อมถอนหายใจ – " เจ้าชายมีพรสวรรค์และมองการณ์ไกลแต่เขาตายเพื่อประเทศและไม่อาจจะทำตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ แม้ว่าเจ้าชายจะตายไปแล้วแต่เขาก็ทิ้งชื่อเสียงและได้รับความเคารพจากผู้คนทั่วประเทศอีกทั้งยังนำโชคดีมาให้กับเรา ครั้งนี้ข้าจะพยายามทำให้ได้ ถ้าเราทำสำเร็จ มันไม่ใช่ผลงงานของข้าแต่เป็นคำอวยพรจากสวรรค์ สำหรับ เมิ่งชี่เดา แล้ว มิสเสี่ยว ไม่ต้องกังวลเรื่องเขา หลังจากที่ ราชาเฉียนจี มาถึงเนินเขาซวนหยวน กลุ่มกลืนกินจะถูกถอนราก ตราบใดที่เราได้รับการสนับสนุนจากราชาเฉียนจี เราจะจัดการทุกอย่างได้ ข้าจะไปเยี่ยม ลอร์ดกวนหนาน สักหน่อย ! "
…
ในเวลาเดียวกัน เมิ่งชี่เดา กำลังให้อาหารปลาที่บ่อของสวนจริงใจไม่ไกลจากวังราชวงศ์นัก
สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ชื่อของมันและเจ้าของตอนนี้ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ความต่างเพียงอย่างเดียวคือมันใหญ่กว่าเดิมถึง 10 เท่าหากเทียบกับตอนที่เขาเป็นอาจารย์ของเจ้าชาย สวนแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยต้นเบิร์ชสูง ทั้งสวนอยู่ในป่าเบิร์ช ต้นเบิร์ชไม่ใช่แค่กันความสงสัยจากผู้คนแต่ยังบังแสงแดดได้ด้วย แม้ว่าดวงอาทิตย์จะอยู่สูงบนฟ้าแต่สวนแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยร่วมเงา มีเพียงแสงเล็กน้อยที่สาดเข้ามาได้ ผลก็คือสวนแห่งนี้ดูอึมครึม แม้ว่าเนินเขาซวนหยวนจะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิแต่ที่นี่มันดูเย็นกว่าเล็กน้อย
" เจ้าหมายความว่า จางเทีย ไม่ได้ให้เรือบินจอดด้านนอกวังราชวงศ์ ไม่คาดคิดว่าเขาจะเป็นสุภาพชนเช่นนั้น…" – เมิ่งชี่เดา ยังคงให้อาหารปลาต่อแล้วพึมพำออกมา – " ตั้งแต่ที่ได้รับข่าวว่า จางเทีย จะมายังเนินเขาซวนหยวน น้อยคนนักที่จะมาหาข้าที่สวนจริงใจ…."
เมิ่งชี่เดา ไม่ได้หันกลับไปมอง ไม่มีใครอยู่ด้านหลังเขาแต่มันเหมือนมีเงาอยู่ในร่มไม้ใกล้กับพื้นซึ่งดูไปแล้วแปลกประหลาด….
เงานั้นเหมือนจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่มีใครอื่นได้ยินเสียงนี้ยกเว้นเพียง เมิ่งชี่เดา
" ตอนนี้พวกลูกไม้เล็กๆไม่ได้ผลอีกต่อไป แม้ว่าจะมีคนสักร้อยล้านรึพันล้านคนตายในเนินเขาซวนหยวนแต่ จางเทีย ก็ไม่ได้เสียผมแม้แต่เส้นเดียว…" – เมิ่งชี่เดา พูดขึ้นมาแล้วส่ายหน้า – " เจ้าไปได้แล้ว ทำตามแผน ข้าต้องการพบกับ จางเทีย ที่นี่ ข้ากลัวว่าข้าจะไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกในอนาคต…."
เงานั้นหายไปราวกับว่าไม่เคยอยู่ที่นั่นมาก่อน เมิ่งชี่เดา ยังคงให้อาหารปลาต่อไป
ตอนที่เขาให้อาหารปลาไปมากกว่าเดิม ปลาทองตัวหนึ่งก็โดดขึ้นจากน้ำและกลืนก้อนอาหารทั้งหมดเอาไว้ก่อนที่ปลาตัวอื่นจะมาแย่ง
" ทำไมเจ้าถึงได้เร็วนัก ? " – เมิ่งชี่เดา ขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองดูปลาทองพร้อมกับพึมพำ จากนั้นเขาก็ลังเลไปหลายวินาที มีเพียงนัยน์ตาหม่นๆที่เขาได้แสดงออกมา…
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เมิ่งชี่เดา ก็คลายมือปล่อยอาหารปลาที่เหลือลงในน้ำ ในเวลาเดียวกันปลาทองสีดำแดงก็ว่ายเข้ามากินอาหารปลาไปทีละนิดๆ
ไม่ถึง 5 วินราทีปลาทองสีดำแดงที่กลืนอาหารไปนั้นก็คลั่ง มีฟันอันคมกริบสองแถวงอกออกมาจากปากของมัน หลังจากนั้นมันก็ได้กัดปลาทองตัวอื่นออกเป็นสองท่อนและกลืนครึ่งหนึ่งไปทันที เมื่อเห็นแบบนั้นปลาทองตัวอื่นในบ่อก็ลนลานกันทันที ในเวลาเดียวกันปลาทองคลั่งก็เริ่มทำการสังหารโหด ผลก็คือทั้งบ่อนั้นได้กลายเป็นบ่อเลือดในเวลาเพียงไม่นาน….