Castle of Black Iron - Chapter 1979: ผู้นำ (III)
Chapter 1979: ผู้นำ (III)
ในฐานะลูกคนโตของ จางเทีย จางเชิงเล่ย ได้มองเข้าไปในตาของ จางเทีย และพูดออกมาตรงๆ – " พ่อ หลังจากที่กลับมา ท่านได้ฆ่า เฒ่าไทยิ และ เฒ่าเฉินคง รวมถึงทำลาย 3 นิกายใหญ่ด้วยพลังของท่าน อีกอย่างแล้วท่านได้ทำลายแคมป์ปิศาจสามแห่ง, กองทัพปิศาจนับไม่ถ้วนและปิศาจอัศวินปราชญ์ 4 ตัวกับอัศวินปิศาจกว่าแสนตัว ท่านได้พลิกสถานการณ์ของสงครามและทำให้กองกำลังปิศาจต้องสั่นไหวด้วยพลังของท่าน มันคือความสำเร็จที่ไม่อาจเอาอะไรมาเทียบได้ ! แม้ว่าจักรพรรดิซวนหยวนกลับมาแต่เขาก็ยากจะทำแบบนี้ได้ อีกอย่างแล้วท่านได้บ่มเพาะสูตรขั้นจักรพรรดิ แม้ว่ามันจะมีมนุษย์และปิศาจที่แข็งแกร่งอยู่แต่ก็ไม่มีใครเทียบท่านได้ ! จักรพรรดิซวนหยวนเคยบอกว่าจักรพรรดิควรจะรับผิดชอบสำหรับความปลอดภัยให้กับประเทศและมนุษย์ แทนที่จะไล่ตามอำนาจ พ่อ แม้ว่าท่านจะไม่มีสิทธิเป็นจักรพรรดิแต่ท่านก็ได้รับผิดชอบในฐานะจักรพรรดิแล้ว แต่ละการกระทำของท่านได้ดึงความสนใจไปทั่วโลก พ่อ ถ้าท่านไม่ต้องการไปยังเนินเขาซวนหยวน คนส่วนมากในไทเซียแน่นอนว่าต้องสนับสนุนท่าน ! "
" จริงรึ ? " – จางเทีย ถามอย่างใจเย็น
" พ่อ แม้ว่าท่านจะไม่รับแขกมากมายในหลายเดือนมานี้แต่มีหัวหน้าตระกูลมากมายที่ได้ร่วมงานกับกลุ่มจินวูที่ได้ติดต่อลุงและบอกว่าพวกเขาต้องการเข้าพักที่เนินเขาซวนหยวน พวกเขาจะสนับสนุนท่าน "
หลังจากที่ได้ยินคำตอบนั้น จางเทีย ก็แสดงสีหน้าใจเย็นออกมาแต่เขาก็รู้สึกซับซ้อนในใจ จางเทีย รู้เรื่องพวกนี้มานานแล้ว จริงๆแล้วไม่ใช่แค่ตระกูลใหญ่ แม้แต่นิกายสวรรค์, หุบเขาฆ่าปิศาจ, เชิงหงลี่ และ ลู่ติงซี ก็บอกแบบนั้น พวกตระกูลและนิกายใหญ่แม้แต่ผู้ดูแลเขตและรัฐมนตรีก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าทีเพราะพวกเขาชื่นชอบในอำนาจ สรุปแล้วไทเซียก็มีขุมกำลังมากมาย คนธรรมดา,ตระกูลและนิกายใหญ่ก็มีความกังวลของตัวเองแต่เรื่องที่น่ากังวลที่สุดของชนชั้นแตกต่างกันน่ะคือสิ่งเดียวกันซึ่งคือ — การเอาชนะปิศาจ !
ตอนที่ปิศาจพ่ายแพ้ไปก็ทำให้คนธรรมดา,ตระกูลและนิกายใหญ่ยังรอดไปได้และยังรักษาอำนาจกับผลประโยชน์ของตัวเองเอาไว้ คนจีนและไทเซียก็จะคงอยู่ เจ้าหน้าที่ก็ยังคงมีสิทธิสูง, ชีวิตของคนและครอบครัวก็จะได้รับการรับรอง ในอีกความหมายคือการเอาชนะปิศาจคือการรักษาผลประโยชน์ให้กับทุกคน
ในสงครามใครก็ตามที่สามารถนำคนจีนเอาชนะปิศาจและรักษาผลประโยชน์ของชาวบ้านและตระกูลใหญ่ในไทเซียได้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้คนรวมถึงเป็นเจ้าของเนินเขาซวนหยวน
ในทางกลับกันแล้วราชวงศ์ตอนนี้หวั่นไหวในท่ามกลางพายุนี้ จักรพรรดิซวนหยวนหายตัวไปก่อนจะเริ่มสงคราม ในสายตาของหลายคนจักรพรรดิซวนหยวนไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง หลายคนถึงกับรู้สึกว่าจักรพรรดิซวนหยวนได้ตายไปแล้ว หลังจากที่ ชางหยิง โดนลอบฆ่า ซวนหยวนวูจี กับ ซวนหยวนลี่ ก็ร่วมมือกับพันธมิตรราชวงศ์ เจ้าชายทุกคนมีโอกาสที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิต่างก็ถูกฆ่า ไม่มีสักคนที่สามารถจะทำตามที่ผู้คนคาดหวังและรับภาระหนักได้ ราชวงศ์แบบนั้นจะเทียบกับ จางเทีย ได้ยังไง ?
" เชิงเล่ย เจ้าคิดว่าข้าควรไปจอดเรือบินที่ไหน ?" – จางเทีย ถามลูกอย่างใจเย็น
คำถามนี้ง่ายสำหรับ จางเทีย อย่างมากแต่มันไม่ใช่สำหรับ จางเชิงเล่ย เพราะเขารู้ว่าพ่อเขากำลังทดสอบความสามารถเขาอยู่ ถ้า จางเทีย กลายเป็นจักรพรรดิ จางเชิงเล่ย ในฐานะลูกของเขาก็จะได้ตำแหน่งใหม่ในไทเซีย
หลังจากที่เงียบไปหลายวินาที จางเชิงเล่ย ก็ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง – " พ่อ เอาจริงๆแล้วตอนที่ข้าอยู่กับพี่น้องตลอดหลายวันมานี้ เราได้คุยกันเรื่องนี้ ความเห็นของเราแตกต่างกันไป ไม่ว่าท่านจะไปจอดที่ไหน เราก็จะสนับสนุนการตัดสินใจของท่าน ! "
จางเทีย ตอบกลับด้วยรอยยิ้มสบายใจ – " ถ้างั้นก็แจ้งเนินเขาซวนหยวนว่าเราจะไปจอดที่สนามบินนอกเนินเขาซวนหยวนตามตาราง ! "
" ได้ พ่อ ! " – จางเชิงเล่ย โค้งให้แล้วเดินออกไป
เบียนเหิง หรี่ตามองดูทั้งสองคนคุยกัน จนตอนที่ จางเชิงเล่ย ออกไป เขาถึงได้ยิ้มและถาม จางเทีย ด้วยน้ำเสียงแปลกๆ – " บัลลังก์ของจักรพรรดิอยู่ตรงหน้าเจ้าแท้ๆ เจ้าไม่สนใจเลยรึไง ?"
" ท่านรู้มั้ยว่าความหวังสูงสุดของพ่อแม่ที่มีต่อข้าตอนยังเด็กคืออะไร ?" – จางเทีย ถาม เบียนเหิง
" แน่นอน พวกเขาหวังว่าเจ้าจะโดดเด่นและยิ่งใหญ่ ! " – เบียนเหิง ตอบกลับด้วยการฮึดฮัดอย่างเย็นชา
" ชื่อข้ามีคำว่า เทีย ซึ่งหมายความว่าพ่อแม่หวังให้ข้ามีชีวิตยืนยาวแทนที่จะตายตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากนี้พ่อแม่ยังหวังให้ข้าเปิดร้านของชำรึร้านที่มีพื้นที่สัก 100 ตร.ม.ใกล้กับสถานีรถไฟรึไม่ก็ในซอย ถ้าข้าทำเงินได้หลายสิบทองต่อปี พวกเขาก็สบายใจ ! " – จางเทีย พูดด้วยรอยยิ้ม
เบียนเหิง อึ้งไป เขาเชื่อในคำพูดของ จางเทีย เพราะเขาได้เจอกับพ่อแม่ จางเทีย มากกว่าหนึ่งครั้งตลอดหลายวันมานี้ เขาถึงกับเขียนใบสั่งยาเพื่อดูแลสุขภาพของพ่อแม่ เบียนเหิง รู้ว่าพ่อแม่ของ จางเทีย ไม่ได้มีความต้องการอะไรมากมาย
" แล้วเจ้าล่ะ ? อย่าบอกข้านะว่าเจ้าจะมีความคาดหวังแบบเดียวกัน ! " – เบียนเหิง ถาม จางเทีย ด้วยความสงสัย
" แน่นอน ข้ามีความคาดหวังที่ยิ่งใหญ่กว่า ! " – จางเทีย มอง เบียนเหิง ด้วยสีหน้าจริงจังแล้วพูดขึ้น – " ความคาดหวังของข้ามากกว่าของพ่อแม่กว่า 10 เท่า ข้าตัดสินใจว่าจะทำเงินอย่างน้อย 100 ทองต่อปี, แต่งงานกับภรรยาจำนวนมากและมีลูกมากมายก่อนจะให้พ่อแม่ย้ายไปอยู่บ้านดีๆที่มีสวน…."
เบียนเหิง ตอบกลับด้วยความตะลึง – " แค่นี้ ? "
" ถ้ามันยังไม่พอ ข้าก็ยังมีอีก ! "
" ว่ามา "
จางเทีย ถอนหายใจออกมาแล้วพูดขึ้น – " ข้าได้บัลลังก์จักรพรรดิมังกรในดินแดนโม่เทียนมาแล้วข้าจะมาแย่งบัลลังก์ของลูกหลานเขาในไทเซียได้ยังไง ! "
" อะไรนะ ? " – เบียนเหิง สะดุ้งแล้วเบิกตากว้างแล้วถามขึ้นมา – " เจ้าหมายความว่าราชวงศ์ของไทเซียคือลูกหลานของจักรพรรดิมังกรงั้นรึ ! "
" ถูกต้อง…."