หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ! - SGS บทที่ 80 – มาถึงแล้ว! และที่ที่ว่างเปล่าซึ่งมีแค่ศิลาจารึกล่ะ!

  1. หน้าแรก
  2. ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ!
  3. SGS บทที่ 80 – มาถึงแล้ว! และที่ที่ว่างเปล่าซึ่งมีแค่ศิลาจารึกล่ะ!
Prev
Next

กับท่านประธานแล้วการเดินทางอันแสนสั้นนี้มันดูยาวนาวเหมือนเป็นปี แต่กับคนอื่นแค่คุยกันสักพักก็ถึงแล้ว

 

ต้องพูดเลยว่าช่างน่าฉงนกับความเร็วของเรือจริงๆ ถึงแม้มันจะไม่ได้เร็วไปกว่าเครื่องบินก็เถอะ ไม่งั้นป่านนี้คนบนดาดฟ้าเรือคงโดนพัดปลิวไปถึงไหนต่อไหนแล้ว สุดท้ายยังไงมันก็ยังเป็นแค่เรือ

 

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงบินได้เร็วนัก ก็เป็นเพราะว่ามันมีวงแหวนเวทมนต์ไงล่ะ!

 

เมื่อเรือเหาะบินเข้าไปในวงแหวนเวทย์แล้ว คนจากในเรือก็จะเห็นภาพด้านนอกเบลอไปชั่วครู่ ต่อจากนั้นภาพทิวทัศน์ก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!

 

วงแหวนเวทมนต์นี่จริงๆแล้วมันก็คือ วงเวทเคลื่อนย้าย(เทเลพอร์ต)ขนาดใหญ่ยังไงล่ะ!

 

ถ้าเกิดจะถามว่าโลกซิลวาเรียใหญ่แค่ไหน ก็ตอบได้แค่ว่า..ตูไม่รู้เฟย! เพราะมันยังไม่มีใครหน้าไหนสามารถไปถึงจุดสิ้นสุดของโลกได้เลย เพราะงั้นจึงไม่รู้ว่ามันใหญ่ขนาดไหน แต่ที่รู้แน่ๆก็คือมันโครตใหญ่!

 

ถึงวู่หยานจะมาโลกซิลวาเรียได้ไม่กี่เดือนก็เถอะ แต่เขาก็รู้ว่าโลกนี้มันใหญ่แค่ไหน! ระบบมันเคยบอกว่าใหญ่กว่าโลกเก่าของเขาถึงสิบเท่า!

 

ด้วยโลกที่แม่งใหญ่ขนาดนี้ เรือเหาะจึงเป็นยานพาหนะที่เร็วที่สุด มันไม่ได้เร็วจากตัวมันเองหรอกนะ แต่เป็นเพราะวงแหวนเทเลพอร์ตต่างหาก!

 

ย้อนกลับเมื่อสมัยก่อน ได้มีตระกูลที่ทรงพลังมากริเริ่มสร้างมันขึ้นมาก็เพื่อให้การเดินทางนั้นสะดวกสบายขึ้น!

 

และแน่นอนว่าในยามปกติวงแหวนเวทย์จะถูกซ่อนไว้ ต่อให้มันคนบินเข้ามามันก็จะไม่ทำงาน

 

แต่สำหรับเรือเหาะลำนี้มันได้มีวงแหวนเวทย์อันเล็กเป็นสื่อกลางอยู่ ดังนั้นเมื่อเรือได้บินผ่านเข้าไป วงแหวนก็จะทำงานทันที! วาร์ปพวกเขาไปสู้จุดหมาย!

 

ถ้าเป็นเครื่องบินในโลกเก่าของวู่หยาน จากเมืองท่าถึงเทือกเขาต้องใช้เวลาบินถึงสามวันสามคืนเต็ม!

 

แต่เรือเหาะที่ได้วงแหวนเทเลพอร์ตมาช่วย ทำให้ลดระยะเวลาไปได้มากโข จนเหลือแค่สองถึงสามชั่วโมงเท่านั้น!

 

หลังจากผ่านวงแหวนเทเลพอร์ตรอบที่สอง ลุงก็มาโค้งคำนับบอกทุกๆคนว่า ได้มาถึงจุดหมายแล้ว!

 

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขาคือภูเขาที่ดูธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ เทือกเขาไม่ได้สูงและไม่ได้เตี้ยและก็ไม่ได้ยาวไม่ได้สั้น มันดูธรรมดาอย่างถึงที่สุด

 

เมื่อเห็นภูเขานี้ ทุกคนก็คิดขึ้นมาพร้อมกันว่า ‘ได้ที่แบบนี้มันจะมีสมบัติอยู่จริงๆเหรอ?’ แน่นอนว่าพวกวู่หยานก็คิดเหมือนกัน

 

“ทุกท่าน เรากำลังจะลงจอดแล้ว โปรดเตรียมตัวให้พร้อมนะขอรับ!”

 

เรือเหาะลดความเร็วลง จากนั้นกลับลำแล้วค่อยๆลดระดับเพดานลง….

 

คนแล้วคนเล่าทยอยเดินออกมาจากเรือเหาะโดยไม่มีใครสั่ง และโชคดีที่พื่นที่เรือลดจอดมีขนาดกว้างพอสมควร ไม่งั้นไม่รู้ว่าผู้คนจะยินดียืนเบียดกันรึเปล่า บางทีอาจจะตีกันตายตั้งแต่ยังไม่เข้าไปหาสมบัติเลยก็ได้…..

 

และเพราะจำนวนคนอันมหาศาล จึงจำเป็นต้องใช้เวลาไม่น้อยในการเดินลงมาจากเรือหมด แต่ก็นะถึงพูดไปงั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับกลุ่มวู่หยานอยู่ดี เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มแรกๆที่ลงมา ด้วยเหตุผลที่ว่า…..

 

“รู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ย?”

 

อิคารอสนำ ‘สิ่งมีชีวิต’ ลงมาจากมุมหนึ่งของยาน ก่อนจะเอาไปวางลงพื้น

 

ฮินางิคุนั่งเข่าอ่อนบนพื้นรู้สึกได้เลยว่าขาตนเองอ่อนเล็กน้อย เธอพยายามฝืนยืนด้วยท่าทางทุลักทุเล แต่วินาทีต่อมาก็ร่วงลงไปนั่งพร้อมๆกับลิลินในอ้อมแขนเหมือนเดิม ฮินางิคุหอบหายใจถี่ระรัว เห็นแบบนี้ มิโคโตะรีบเดินเอามือไปลูบหลังเธอ

 

ส่วนวู่หยานนะเหรอ? ตอนนี้เขากำลังยืนมองอยู่ใกล้ๆ เอ็นจอยไปกับความทุกข์ของคนอื่นอยู่ ข้างกันก็มีอิคารอสที่ยืนทำหน้าไร้ความรู้สึก

 

 “ขอบคุณนะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก…..”

 

เห็นสีหน้าเป็นห่วงของลิลินกับมิโคโตะ ฮินางิคุก็พยายามเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มอย่างฝืนๆ สีหน้าขาวซีดเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับบนเรือเหาะก็บอกได้เลยว่าดีกว่าเยอะ

 

เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งคนอื่นๆลงมาจากเรือหมด ท่านประธานก็ลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่พอจะฟื้นแรงขึ้นมาได้บ้างแล้ว

 

“ท่านที่ได้รับแผนที่แล้วคงรู้เส้นทางดี ส่วนท่านใดที่ยังไม่มีแผนที่ก็เชิญเดินตามคนของทางโรงประมูลได้เลยขอรับกระผม ทุกท่านออกเดินทางได้!”

 

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าอีกไม่นานก็ต้องเข้าไปในสถานที่ที่ซ่อนสมบัติ ลุงจึงไม่พูดมากเหมือนตอนแรก หลังจากเห็นว่าทุกคนลงมาครบแล้ว เขาก็ออกคำสั่งออกเดินทาง

 

หลังจากนั้น กลุ่มเล็กใหญ่คละกันไปก็เริ่มเดินไปสู่ที่ซ่อนสมบัติ

 

“พวกเราก็ไปกันเถอะ!” วู่หยานเอามือตบหลังฮินางิคุ และเมื่อเห็นเธอพยักหน้าตอบ เขาก็หันไปพูดกับทุกคนที่เหลือ

 

……………

 

“ที่นี่นะเหรอที่ซ่อนสมบัติ?….” มองดูพื้นที่แห้งแล้งไม่มีอะไรตรงหน้า มิโคโตะรู้สึกหดหู่สุดๆระคนกับสงสัยด้วย

 

วู่หยานและคนอื่นที่ไปงานประมูลก็ย่อมได้เห็นแหนที่มาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงวู่หยานที่ ‘ความจำสมบูรณ์’ แม้แต่ท่านประธานก็จำได้เล็กน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมิโคโตะที่มีสมองคำนวณพลังพิเศษระดับท็อปสามของเมืองแห่งการศึกษาเลย

 

มิโคโตะกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า ที่นี่แหละคือที่ที่แผนที่มันระบุ;มีสมบัติ!

 

 ปัญหามันอยู่ตรงนี้แหละ คือที่นี่มันไม่มีอะไรสักอย่างเลย สมบัติก็ไม่มี และแม้แต่ต้นไม้สักต้นก็ยังไม่มี…..

 

ด้วยสถานการณ์แบบนี้ ย่อมไม่แปลกที่ทุกคนจะหดหู่ และคนที่อารมณ์ร้อนก็คงอดทนที่จะไม่อาละวาดได้อีกไม่นาน

 

วินาทีต่อมา แทบทุกกลุ่มก็ร้องโวยวาย สามารถได้ยินเสียงคำราม และเสียงถามคำถามได้อย่างชัดเจน บางคนถึงกับกำลังจะเดินไปเอาเรื่องกับพวกโรงประมูลแล้วด้วยซ้ำ

 

พวกที่เดินไปถึงแล้ว ลุงก็ดูเหมือนจะพูดอธิบายอะไรบางอย่างไป จากนั้นก็เดินนำต่อไป

 

ทุกคนที่ในหัวเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวและสงสัย ก็ทำได้คเดินตามพวกโรงประมูลไป

 

จนกระทั่ง พวกเขาเห็นศิลาจารึกตั้งตระหง่านอยู่ชิ้นหนึ่ง……

 

“ที่นี่นะเหรอที่ซ่อนสมบัติ?….” คำถามที่เหมือนกับเมื่อกี้ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มิโคโตะไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ แต่กลับเต็มไปด้วยความสงสัย

 

“น่าจะ…” วู่หยานพยักหน้า แล้วมองไปที่กลุ่มโรงประมูล “มองดูตาลุงจิ้งจอกนั่นสิ ดูเหมือนจะเริ่มทำอะไรแล้ว”

 

ฮินางิคุ มิโคโตะและคนอื่นๆได้ยินก็หันไปมอง เห็นกลุ่มลุงเดินไปที่ด้านหน้าศิลาจารึก จากนั่นก็กระจายตัวยืนล้อมศิลา

 

ลุงเอามือแตะศิลาเบาๆ คนข้างหลังก็เอามือแตะหลังลุง คนอื่นในกลุ่มก็เลียนแบบ กลายเป็นพวกเขากำลังกอดคอกันล้อมรอบศิลา

 

ตอนนี้เองทุกคนก็เห็นว่า วินาทีที่ลุงเอามือแตะศิลาก็เกิดแสงขึ้นมาตรงจุดที่มือไปสัมผัส ก่อนจะย้ายไปสู่ร่องลุงทำให้เขากลายเป็นมนุษย์แสง และคนที่แตะตัวลุงก็รับแสงไปด้วยถ่ายทอดกันไปจนทุกคนกลายเป็นมนุษย์แสง

 

และพริบตาต่อมา กลุ่มของลุงก็หยานแว่บไป

 

“หายไปแล้ว!”

 

ฮินางิคุยืนอึ้งๆมองไปจุดที่พวกเขาหายตัวไป คนอื่นๆก็ทำสีหน้าแบบเดียวกัน ยกเว้นแต่กลุ่มที่เดินไปหาเรื่องโรงประมูลเมื่อกี้ ที่ตอนนี้กำลังเดินไปทำแบบเดียวกับลุง ก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไปเหมือนกัน

 

“ดูเหมือนว่าเจ้าหินนี้จะมีระบบส่งคนไปสู่สถานที่ที่ซ่อนสมบัติสินะ” วู่หยานกับมิโคโตะมองตากันด้วยความคิดที่เหมือนกัน สายตาที่มองศิลาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

 

ตอนนี้ก็มีกลุ่มอื่นมาลองทำเหมือนกัน และเมื่อเห็นว่ากลุ่มนี้ทำสำเร็จคนอื่นๆก็เริ่มใจกล้า ก่อนจะค่อยๆทยอยเข้าไปทำเหมือนกัน

 

“เอาไงหยาน?” ฮินางิคุหันไปมองวู่หยาน มิโคโตะกับลิลินก็หันมองด้วยคำถามเหมือนกัน ยกเว้นแต่อิคารอสที่ตั้งแต่แรกก็ไม่เคยถอนสายตาออกจากตัววู่หยานเลย

 

เห็นสายตาคำถามที่ทุกคนมองมา วู่หยานก็ขบคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินนำกลุ่มไป

 

วินาทีก่อนที่พวกเขาจะหายไป วู่หยานก็จ้องไปในทิศทางหนึ่ง

 

มองไปที่ที่อิคารอสเพิ่งบอกเขาว่า มีสิ่งมีชีวิตระดับตรายสูงมากจำนวนสามคน…….

 

 

ติดตามข่าวสารได้ที่นี้ – ห้องสมุดคนรักนิยายแปล  กลุ่มลับถึงตอน120 ลงครบแล้วครับ

กลุ่มVIP1 เริ่ม 20-70      กลุ่มVIP2เริ่ม 71-120

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "SGS บทที่ 80 – มาถึงแล้ว! และที่ที่ว่างเปล่าซึ่งมีแค่ศิลาจารึกล่ะ!"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

IF the Deep sea forgets you  ขอเพียงให้ทะเลได้ลืมเธอ
IF the Deep sea forgets you ขอเพียงให้ทะเลได้ลืมเธอ
มีนาคม 12, 2022
Abe The Wizard (ATW)
Abe The Wizard (ATW)
มีนาคม 12, 2022
Fishing in the Myriad Heavens
Fishing in the Myriad Heavens
มีนาคม 12, 2022
ระบบสังเคราะห์ซอมบี้
ระบบสังเคราะห์ซอมบี้
พฤษภาคม 17, 2022
ไปผจญภัยในโลกOne Pieceกันเถอะ
ไปผจญภัยในโลกOne Pieceกันเถอะ
มีนาคม 12, 2022
คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣)
คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣)
มีนาคม 12, 2022
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz